ตอนที่12 ประหม่า
แสงแดดยามเช้าที่ผ่านเข้ามาภายในห้องทำงานของเทรย์เวอร์ช่วยปลุกให้ตัวฉันตื่นจากการหลับใหล
“อืม...เช้าแล้วหรอ”
จะว่าไปเมื่อคืนฉันยังทำงานไม่ถึงไหนเลยนี่นาแล้วยังมาหลับลงได้อีก
ฉันหันไปมองรอบๆห้องก็ไม่พบใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
ในตอนที่ฉันกำลังจะลุกขึ้นก็มีผ้าอะไรบางอย่างหล่นลงมากองตรงหน้าเป็เสื้อคลุมของเทรย์เวอร์ที่ฉันเห็นเขาใส่อยู่เมื่อวานตอนที่นั่งทำงานด้วยกัน
ก็เป็คนดีเหมือนกันนะถึงจะผิดกับหน้าตาก็เถอะ
จากนั้นก็ตรวจดูเอกสารบนโต๊ะที่เมื่อคืนฉันทำค้างเอาไว้
“สะ...เสร็จหมดแล้วนี่ด้วย นี่ก็ด้วย”
เมื่อคืนก่อนที่จะหลับไปฉันจำได้ว่าฉันยังทำไปได้ไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำหรือว่า่ที่ฉันหลับเทรย์เวอร์เป็คนทำให้อย่างนั้นเหรอ
ฉันรวบรวมเอกสารจัดให้เป็ระเบียบก่อนจะนำมันไปวางไว้บนโต๊ะของเทรย์เวอร์ถึงฉันจะมั่นใจว่าเขาคงได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้วก็ตาม
ก่อนเดินออกจากห้องทำงานของเทรย์เวอร์ก็ตรวจสอบภายในห้องแล้วจึงปิดประตูเป็นิสัยเก่าของฉันสมัยตอนที่ยังทำงานโอทีจนดึกแล้วมักจะเหลือฉันอยู่เป็คนสุดท้าย
ระหว่างทางที่กำลังเดินไปยังห้องรับประทานอาหารก็ได้กลิ่นหอมลอยมาคิดว่าคงเป็เนเน่ที่ตื่นมาทำอาหารเช้าให้เหมือนทุกครั้ง
“อรุณสวัสดิ์นะทุกคะ...คน”
เอ๊ะทำไมในห้องรับประทานอาหารถึงมีคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาอยู่กันเต็มไปหมดเลยล่ะ
“นี่คุณ”
เทรย์เวอร์ทำสีหน้าเครียดแล้วยกมือขึ้นกุมขมับก่อนจะเดินมาหาฉัน
“ขออภัยทุกท่านผมขอเวลาสักครู่”
พูดจบแล้วเทรย์เวอร์ก็เข้ามาลากตัวฉันออกจากห้องรับประทานอาหารออกไป
“คุณได้อ่านข้อความในกระดาษที่ผมเขียนไว้หรือเปล่า”
“ข้อความ?กระดาษ?”
อ้อคงเป็ตอนที่ฉันยังตื่นไม่เต็มที่แล้วจัดเอกสารเอาไปวางไว้บนโต๊ะของเทรย์เวอร์ต้องเป็ตอนนั้นแน่ๆ เลย
“เอาเถอะอย่างไรก็ไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะ”
“คนพวกนั้นคือ”
“พ่อค้าของสมาพันธ์ในเขตเทราเรีย”
“แล้วทำไมคนพวกนั้นถึง...”
“คุณรีบไปเปลี่ยนชุดก่อนเพราะการประชุมคราวนี้เื่ของคุณคือหัวข้อหลักสำคัญ”
“ฉันเหรอ?”
หลังจากที่ถูกเทรย์เวอร์บอกให้ไปเปลี่ยนชุดฉันก็รีบกลับมาที่ห้องรับประทานอาหารทันทีพอเดินเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้งก็ถูกสายตาพวกพ่อค้าของสมาพันธ์จับจ้องมาที่ตัวฉันจนเริ่มเกิดอาการประหม่าเหมือนกับตอนต้องนำเสนองาน
ตอนนั้นฉันประหม่ามากจนเกือบจะทำให้งานต้องถูกยกเลิกไปแต่ครั้งนี้จะต้องทำให้สำเร็จอย่างราบรื่นให้ได้
ส่วนเื่ที่เทรย์เวอร์บอกว่าฉันคือหัวข้อหลักในการประชุมครั้งนี้เป็ผลมาจากที่ฉันลองเขียนแผนงานเกี่ยวกับการสร้างธนาคารเพราะว่าที่นี่ยังไม่มีธนาคารฉันเลยคิดว่าถ้าหากทำได้สำเร็จก็จะสามารถช่วยประชาชนได้เป็จำนวนมาก
แล้วเทรย์เวอร์เองที่ได้ลองอ่านแผนงานของฉันเองก็มีความสนใจเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าธนาคาร เขาจึงลองหยิบเื่นี้มาพูดก่อนที่ฉันจะเข้ามา
ส่วนพ่อค้าของสมาพันธ์ที่มาประชุมในวันนี้มี10 คนหากรวมฉันและเทรย์เวอร์เข้าไปก็จะมีผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งหมด 12 คนถ้าเป็ตอนที่ฉันยังเป็พนักงานบริษัทอยู่ถือได้ว่าเป็การประชุมใหญ่ของบริษัท
จะประหม่าไม่ได้เด็ดขาด
“คุณหนูแองเจล่าธนาคารมันหมายความว่ายังไงกันแน่ครับ”
“เอ่อ...คือว่า”
ไม่ไหวจริงๆด้วย อุตส่าห์ได้ทำประโยชน์ให้กับเทรย์เวอร์ทั้งทีแต่ฉันกลับ...
“แค่พูดในสิ่งที่คุณเขียนก็พอเื่หลังจากนั้นอย่าพึ่งไปคิด”
“อะ...อื้ม”
ฉันตั้งสมาธิอีกครั้งแล้วสูดหายใจเข้าเป็วิธีเพิ่มกำลังใจให้กับตัวเอง
“ธนาคารก็คือบริษัทรับฝากเงินค่ะโดยจะมีหน้าที่หลักอยู่สามอย่างก็คือ การรับฝากเงิน การถอนเงินและการให้กู้ยืมค่ะ”
“การรับฝากเงินคืออะไรเหรอครับ”
“การรับฝากเงินก็คือการรับจากลูกค้าเพื่อมาเก็บรักษาไว้แล้วยังสะดวกต่อการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็ต้องนำเงินจำนวนมากติดตัว”
“การถอนเงินล่ะครับ”
“การถอนเงินก็คือการให้ลูกค้าที่นำเงินมาฝากไว้กับบริษัทสามารถนำออกไปเพื่อใช้จ่ายได้ทุกเมื่อค่ะ”
“แล้วพวกเราจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ”
“คำตอบนั้นจะอยู่ที่หน้าที่ต่อไปค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นขอรบกวนคุณหนูช่วยอธิบายเกี่ยวกับการให้กู้ยืมด้วยครับ”
“การให้กู้ยืมจะเป็การให้ประชาชนสามารถยืมเงินจากธนาคารเพื่อไปใช้เป็ทุนในการสร้างกิจการของตัวเองจนพอครบกำหนดจะต้องนำเงินที่ยืมไปมาคืนพร้อมดอกเบี้ย”
“ดอกเบี้ย?”
“ดอกเบี้ยจะเป็รายได้หลักของธนาคารค่ะโดยจะคิดจากจำนวนเงินที่ยืมไปและระยะเวลาโดยทางธนาคารจะเป็คนกำหนดเองค่ะและคนที่นำเงินมาฝากไว้กับธนาคารก็จะได้ดอกเบี้ยนี้เหมือนกันค่ะ”
“หมายความว่าจะนำดอกเบี้ยที่ได้จากการกู้ยืมมาเป็รายได้ให้กับธนาคารที่ว่านั่นและจะนำดอกเบี้ยบางส่วนมาจ่ายให้กับผู้ที่นำเงินมาฝากกับธนาคารเพื่อที่ตัวธนาคารเองจะได้มีเงินสำหรับให้กู้ยืมมากขึ้น ถูกต้องหรือเปล่าครับ”
“ใช่แล้วค่ะคุณ...”
“ดีโน่ครับ”
“ตามที่คุณดีโน่พูดเลยค่ะ”
เป็คนที่ฉลาดจริงๆขนาดฉันยังต้องใช้เวลาในการศึกษาอยู่ตั้งหลายวันกว่าจะเข้าใจหลักการทำงานของธนาคาร
ทุกคนที่ดูเหมือนจะเข้าใจก็เริ่มสนทนากันเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับหัวข้อของการประชุมในวันนี้
“พวกเราไม่เห็นด้วยกับการสร้างธนาคารครับเพราะเรายังไม่มีความมั่นใจในตัวของคุณหนูแองเจล่า”
“ผมเองก็เหมือนกัน”
หลังจากนั้นก็มีเสียงพูดตามๆกันมาว่าไม่เห็นด้วยบ้างล่ะ ไม่เชื่อใจบ้างล่ะ เหมือนกับในตอนนั้นเลยเพราะทุกคนมองว่าฉันเป็แค่มือใหม่ที่หวังจะสร้างสิ่งที่ใหญ่โตเกินตัวจนไม่มีใครคาดหวัง
เื่แบบนี้น่ะพอกันสักทีเถอะ
“เห็นด้วยกับความคิดของคุณหนูแองเจล่าครับ”
“คุณดี...โน่”
“การค้าแบบไม่เสียผลประโยชน์แถมยังได้ค่าตอบแทนแบบนี้คนที่เป็พ่อค้าอย่างผมไม่มีทางพลาดหรอกครับ”
“แต่ว่า...”
“ผมเองก็เห็นด้วยกับความคิดของแองเจล่า”
เทรย์เวอร์ก็ด้วยหรอ
“จริงอยู่ที่คุณหนูแองเจล่ายังไม่มีประสบการณ์ด้านการทำงานมาก่อนแต่เราก็ไม่ควรตัดสินเธอแค่ตรงนั้น”
เทรย์เวอร์ที่ลุกขึ้นช่วยตอบแทนในส่วนของฉันคล้ายกับเขาคนนั้นมากจริงๆในครั้งนั้นเองก็ได้เขาช่วยเอาไว้จนงานของฉันผ่านไปได้ด้วยดี
“ส่วนเื่นี้ผมจะเป็คนรับผิดชอบทั้งหมดเอง”
“ถ้าคุณเทรย์เวอร์พูดแบบนั้นล่ะก็”
คนอื่นๆที่ปฏิเสธความคิดของแองเจล่าในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนใจกลับมาสนับสนุนแองเจล่าแทนทำให้หัวข้อของการประชุมในวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพ่อค้าของสมาพันธ์คนอื่นๆก็พากันกลับไปยังคฤหาสน์ของตัวเองทันที
ฉันที่เห็นดีโน่กำลังจะกลับจึงรีบเข้าไปพูดขอบคุณเขา
“คุณดีโน่ขอบคุณนะคะสำหรับเื่ในวันนี้”
“ไม่หรอกครับผมก็แค่พ่อค้าหน้าเงินที่แค่เห็นช่องทางของการค้าก็เท่านั้น”
“อย่างไรก็ต้องขอบคุณจริงๆนะคะ”
“ว่าแต่คุณหนูแองเจล่าเนี่ยหาผู้ช่วยได้ดีนะครับ”
“ผู้ช่วยเหรอคะ”
“ครับคุณเทรย์เวอร์ถือว่าเป็คนที่มีความสามารถที่หาตัวจับได้ยากใครที่ได้ตัวเขาไปโชคดียิ่งกว่ามีเงินทองล้นคฤหาสน์อีกนะครับ”
เทรย์เวอร์เป็คนที่เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ
คงไม่ผิดหรอกก็ท่านพ่อให้เขามาช่วยงานนี่นา
ฉันโบกมือลาให้กับคุณดีโน่ก่อนที่จะต้องกลับไปขอบคุณคนที่ทำให้แผนงานของฉันสำเร็จได้ด้วยดีถ้าหากว่าไม่ได้เขาช่วยพูดให้ฉันคงจะประหม่าแล้วก็คงจะต้องล้มเหลว
ในตอนนั้นก็ได้เขาเป็คนช่วยฉันเอาไว้ก่อนจะถูกไฟไหม้และครั้งนี้ก็ยังได้เขาช่วยพูดออกหน้าให้อีกครั้งหนึ่งด้วย
“ขอบคุณนะเทรย์เวอร์ที่ช่วยฉันเอาไว้ทั้งในครั้งนี้และก่อนหน้านี้ก็ด้วยขอบคุณมากเลยนะ”
“แค่ขอบคุณเองเหรอ”
“ถะ...ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะทำให้ได้ก็บอกได้เลยนะทุกอย่างเลย”
“ทุกอย่างสินะ”
อึก
เหมือนว่าจะเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรจะพูดออกไปแล้วสิตัวฉัน