แม้ในยามที่นางอยู่ในสภาพสมบูรณ์แข็งแรงที่สุดก็ยังหายใจแทบไม่ทันอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับในตอนที่ร่างกายยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่เช่นนี้...
มู่อวิ๋นฮวาหายใจถี่ ลมหายใจหนักหน่วงและติดขัด ครั้นได้สติกลับคืนมาบ้างแล้วนางก็ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลและเดินไปที่โต๊ะ มือสั่นเทาของนางหยิบที่จุดไฟขึ้นมาเป่าโดยพยายามจะจุดเทียนที่ไหม้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง...
ทว่าเมื่อที่จุดไฟมาใกล้ไส้เทียนเพียงปลายนิ้ว ก็เกิดลมกระโชกพัดใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นเหงื่อของนาง ชวนให้ร่างกายสั่นสะท้าน ความหนาวเย็นคืบคลานจากปลายเท้าไปถึงหนังศีรษะจนขนทุกเส้นตั้งชัน
ทันใดนั้นแววตาหม่นของนางก็จ้องเขม็ง เขาอยู่ที่นี่!
ประตูไม้ที่เคยปิดสนิทเปิดออกจากด้านนอก ร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ที่ธรณีประตูท่ามกลางแสงจันทร์อ่อน ๆ!
แม้ว่ามู่อวิ๋นฮวาจะจินตนาการถึงรูปลักษณ์ของไป๋หลี่จงหัวเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะอยู่ในร่างคนแก่หรือหนุ่ม หล่อเหลาหรืออัปลักษณ์ สูงหรือเตี้ย อ้วนหรือผอม แต่เมื่อได้เห็นตัวจริงนางก็อดตกตะลึงไปชั่วขณะไม่ได้
เส้นผมสีดำขลับของเขายาวสยายลงมาตามแผ่นหลัง หน้ากากเงินสลักลายใบหน้าของปีศาจร้ายปกปิดใบหน้าของเขา เขี้ยวและเขาที่แหลมคมส่งสัญญาณห้ามปรามมิให้ผู้ใดสอดรู้สอดเห็นหรือรุกล้ำเข้าไปได้
มีเพียงดวงตาของเขาเท่านั้นที่เผยให้เห็น ภายในฉายแววตามืดมิดลึกลับซ่อนเร้น ดวงตาคู่นี้น่าหลงใหลจนบดบังความงามทั้งมวลของโลก
ชุดคลุมสีดำก็เข้ารูปพอดีตัวกลมกลืนไปกับบรรยากาศยามราตรี หลงเหลือเพียงสองสีที่โดดเด่นออกมา คือปลอกแขนไหมเงินที่รัดไว้ที่แขนเสื้อและผ้าคาดเอวสีเงินเข้มบนเอวของเขา
เขาย่างก้าวเข้ามา ไร้ซึ่งเงาทอดลงบนพื้นดินท่ามกลางแสงจันทร์ ไม่พูดจาหรือแสดงท่าทางใด ๆ การปรากฏตัวของเขากระตุ้นให้เกิดความปรารถนาจะศิโรราบลงต่อหน้าเขาอย่างเกินต้านทาน
ราวกับเขามีอำนาจเหนือแผ่นดิน แผ่ไอสังหารดิบเถื่อนเ็า ความหยิ่งทะนงเกินหยุดยั้งมาพร้อมกับเจตนาอันโเี้
เขาคือเ้าแห่งราตรี เ้าผู้สั่งการความตาย!
เขาคือเทพผู้โดดเดี่ยว เทพแต่เพียงผู้เดียว ไป๋หลี่จงหัว!
มู่อวิ๋นฮวากระชับที่จุดไฟให้แน่นขึ้น ความเกลียดชังในดวงตาของนางคุกรุ่นและไม่ยอมสยบ ความกระหายเข่นฆ่าที่ถูกกดขี่ทำให้ร่างกายของนางเครียดขึงจนถึงขีดสุด
นางเหมือนเสือดาวที่หมอบแฝงตัวอยู่ รอเวลาอันเหมาะเจาะที่จะกระโจนออกไป
แค่รอเท่านั้น อีกเพียงนิดเดียว เวลานี้ยังไม่เหมาะ!
มู่อวิ๋นฮวาพร่ำเตือนตัวเอง กระทั่งไป๋หลี่จงหัวผลักประตูบานนั้น ความโกรธของนางก็เดือดพล่าน อยากฉีกเขาออกเป็ชิ้น ๆ แต่หากเหยื่อยังไม่ถูกล่ามไว้อย่างแ่า การไล่ล่ารังแต่จะทำให้าเ็เปล่า ๆ
นางไม่ได้้าเพียงสร้างาแ แต่หมายโจมตีอย่างเต็มกำลังให้ตายตกอย่างน่าอนาถ!
“มู่อวิ๋นฮว่า”
เป็น้ำเสียงเ็าที่ปราศจากความอบอุ่นใด ๆ เช่นเดิม
เมื่อได้ยินชื่อของนาง มู่อวิ๋นฮวาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น สายตาของนางส่งผ่านอากาศ สบประสานกับไป๋หลี่จงหัวอย่างมั่นคงและไม่หวั่นไหว
ทั้งคู่แผ่รังสีข่มขู่เหมือนกัน เป็พลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
“ไป๋หลี่จงหัว” มู่อวิ๋นฮวาเลิกคิ้ว เอ่ยชื่อของเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำราวกับ้ายืนยันตัวตนของเขา
เขาตอบกลับด้วยความเ็าสันโดษคล้ายไม่แยแสแต่อย่างใด
นางรับรู้ได้ถึงสายตาสำรวจและพินิจของเขาที่มองมา ทว่าแทนที่จะไม่รู้สึกสบอารมณ์ รอยยิ้มเ็ากลับค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าของนาง “ดี เป็เ้าจริง ๆ!”
ไป๋หลี่จงหัวไม่มีโอกาสได้ทันตอบโต้ นิ้วของมู่อวิ๋นฮวาก็ตวัดวาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีดำหมึกของนางพลันเต็มไปด้วยประกายสีเขียว ก่อนเปลี่ยนเป็สีหยกสดใสโดยสมบูรณ์
นางยิ้มมุมปากขณะร่ายคาถาด้วยน้ำเสียงทรงพลัง “ด้วยพลังแห่ง์เก้าชั้นฟ้าและสิบพิภพ จงฟังคำสั่งของข้า—'ผูกมัด!’”
ครั้นคำนั้นดังก้องกลางอากาศ เครื่องรางอักขระกับดักอสูรที่วาดไว้ก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกัน!
ลำแสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งพลันพุ่งเข้าหาไป๋หลี่จงหัว
แสงวาววับพาดผ่านทำให้ทั้งห้องสว่างไสวด้วยแสงเรืองรอง!
มู่อวิ๋นฮวาหลับตาด้วยคาดการณ์สิ่งนี้เอาไว้แล้ว กระทั่งแสงจ้าหม่นลงแล้วจึงค่อย ๆ ลืมตา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้คิ้วของนางกระตุกด้วยความประหลาดใจ
นางนึกไม่ถึงว่าจะพบว่าตนเองอยู่ในค่ายทหาร!
ทะเลทรายกว้างใหญ่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า คลาคล่ำไปด้วยหนอกอูฐและทรายที่พัดปลิวไปตามลม ทหารหลายแถวถือหอกเหล็กและโล่ฝึกซ้อมอยู่ภายใต้แสงแดดอันแผดเผา
ทุกความเคลื่อนไหวของพวกเขา ทุกการเหวี่ยงดาบขึ้นลงเต็มไปด้วยพละกำลัง เสียงะโห้าวหาญของพวกเขาดังสะท้อนกึกก้องเสมือนฟ้าร้อง ทั้งกังวานและอึกทึกยิ่งนัก
แม้ไม่รู้จักใครเลย แต่มู่อวิ๋นฮวาก็รู้สึกตื่นเต้น การปรากฏตัวของพวกเขาทำให้เืของนางสูบฉีดอย่างรุนแรง
นางระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านภายในตัวได้หลังจากสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันไปมองไป๋หลี่จงหัวในชุดเกราะที่นั่งอยู่ข้างกายนางด้วยความสับสน
เขาสวมชุดเกราะสีดำเงินแทนที่ชุดคลุมสีดำ แม้มันจะหนักอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ดูไม่เทอะทะสำหรับเขา เขาแผ่รังสีแห่งอำนาจ โดยมีเพียงไม่กี่คำผุดขึ้นในใจ : ช่างไร้เทียมทานหาใดเปรียบ
ไม่มีใครสวมชุดเกราะได้เหมือนกับเขาแล้ว มันดูพอดีตัวราวกับตัดเย็บมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
ขุนศึก!
เขาคือขุนศึกแห่งอาณาจักรต้าซีขนานแท้...
มู่อวิ๋นฮวาหรี่ตามองหน้ากากปีศาจสีเงิน เขายังสวมมันแม้กระทั่งอยู่ท่ามกลางกองทัพ ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาเลยหรือ
นางย้อนนึกถึงเื่ราวของาาแห่งยมโลกที่นำกองทัพเข้าสู่ทะเลทราย โดยไม่กลับมาเป็เวลาสิบกว่าปี ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายาจนทำให้เด็กหวาดกลัว
ครั้นกลับเมืองหลวง เขาก็ยังคงสวมหน้ากากปีศาจที่ทำให้ทุกคนต่างประหวั่นพรั่นพรึง
มู่อวิ๋นฮวายื่นมือออกไป มือของนางลอยอยู่เหนือหน้ากาก ปรารถนาจะยกมันขึ้นเพื่อเผยใบหน้าที่อยู่ข้างใต้
ทว่าแม้จะอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ไป๋หลี่จงหัวที่จดจ่ออยู่กับลานฝึกก็คล้ายจะไม่รับรู้ถึงท่าทีของนาง สายตาของเขาไม่หวั่นไหวขณะเฝ้าดูทหารที่อยู่ด้านล่าง
มือของมู่อวิ๋นฮวาชะงักห่างจากหน้ากากปีศาจเพียงปลายนิ้ว นางงอนิ้วก่อนจะดึงมือกลับมาในท้ายที่สุด
นางไม่ลืมว่าตนเองกำลังอยู่ในห้วงมายาของกับดักอสูร การรบกวนใด ๆ ก็ตามอาจปลุกคนในห้วงมายาได้
หลังพยายามทุ่มเทเพื่อทำให้กับดักอสูรสมบูรณ์แบบ ไฉนนางจะทำลายมันด้วยตัวเองกันเล่า นางยังคงต้องอาศัยมันเพื่อปราบไป๋หลี่จงหัวด้วยหมึกสีชาด!
มู่อวิ๋นฮวาแม้จะไม่รู้เื่ลักษณะของอสูรศักดิ์สิทธิ์โบราณที่ติดกับดัก แต่นางรู้ดีว่าภูตผีที่ติดอยู่ในนั้นจะถูกโยนเข้าไปในห้วงมายา พวกเขาจะรำลึกถึงความทรงจำแห่งความโศกเศร้าที่นั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งความเ็ป ความกลัว และความเกลียดชังที่ฝังลึกที่สุด เฉกเช่นภาพยนตร์ที่ฉายวนซ้ำไม่รู้จบ ถูกกักขังอยู่ในวัฏจักรเวียนวนอันโเี้ จนกว่าพวกเขาจะไม่อาจทนไหวอีกต่อไปและพบจุดจบอันน่าอนาถภายในห้วงมายา แน่นอนว่านอกเสียจากการกระจายของดวงิญญาจึงจะถือว่าเป็การปลดปล่อย...
มู่อวิ๋นฮวายักไหล่และยอมรับว่าไป๋หลี่จงหัวคือวีรบุรุษขุนศึกตัวจริงแห่งแผ่นดินอาณาจักรต้าซี หากไม่มีเขาคอยปกป้องพรมแดนและต่อสู้กับกองทัพทะเลทรายทองคำ อาณาจักรต้าซีก็อาจล่มสลายไปแล้ว
เขาได้รักษาชีวิตผู้คนทั้งหมดของอาณาจักรต้าซีเอาไว้ แต่ทว่าความกล้าหาญของเขามีความหมายอย่างไรต่อนางกันเล่า