พระตำหนักอู่เจิ้ง สถานที่หลับนอนของฮ่องเต้และฮองเฮา เสียงอื้ออึงจากการครองรักพายุโหมกระหน่ำไม่นานก็สงบ เฉิงหานลุกจากเตียงจัดการใส่ชุดให้เรียบร้อย ฟางเหนียงค่อยๆพยุงร่างกายก่อนจะจัดการใส่ชุด สายตาของเธอจดจ้องแผ่นหลังกว้างของสวามี สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันไม่ได้เกิดจากความรัก แต่มันเกิดการหน้าที่ต่างหาก หน้าที่ของฮองเฮามิใช่เพียงแค่เป็ประมุขของแผ่นดิน แต่จะต้องทำหน้าที่อุ้มท้องเพื่อให้กำเนิด การแต่งงานครั้งนี้มันถูกกำหนดไว้ว่าเธอต้องขึ้นเป็ฮองเฮา และต้องเป็ภาชนะเพื่อให้กำเนิดทายาท และแน่นอนว่าหากทายาทมิใช่ชายหากแต่เป็หญิง เธอจะต้องผลิตทายาทเพิ่มเพื่อให้ได้ทายาทชาย
เฉิงหานถอนหายใจเล็กน้อย ฟางเหนียงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง เธอรู้ว่าอีกคนไม่ได้อยากทำแบบนี้
“เ้าเป็อะไรรึ”
“ข้าเปล่า”
“ข้ารู้ว่าท่านเป็”
เฉิงหานถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะลุกจากเตียงไปยังหน้าต่างริมห้อง สายตาทอดมองไปด้านนอกเห็นแสงจันทร์อย่างชัดเจน
“ข้าไม่้าเป็ฮ่องเต้”
การที่เฉิงหานขึ้นเป็ฮ่องเต้นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขา้า แต่มันเป็เพียงแค่หน้าที่ของทายาทของฮ่องเต้รุ่นก่อน
“ทุกอย่างมันเป็หน้าที่ หน้าที่ที่เราต้องทำ”
“หน้าที่รึ หึ แค่สิ่งที่คนเก่าแก่้าเพียงนั้น”
“ข้าเข้าใจเ้า แต่เรามิสามารถเลือกมันได้มาก”
ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ อยากรู้เสียจริงว่าผู้ใดเป็คนกำหนดว่าทายาทจะต้องขึ้นครองราชย์ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตด้านนอกวังได้
“ข้าเกลียดสถานะนี้เสียจริง”
เข้ายามค่ำเวลานี้เป็เวลาที่เหล่าผู้สมัครจะพักผ่อนหย่อนกาย ฮุ่ยิและอ้ายฉิงมาที่โรงอาบน้ำเพื่อจัดการชำระล้างร่างกายหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน ในโซนอ่างอาบน้ำมีผู้สมัครอยู่เพียงแค่ไม่กี่คน ต่างคนต่างชำระล้างมิได้พูดคุยกันมากนัก
“ทำไมร่างกายข้ามันเ็ปเสียเหลือเกิน”
“นั่นสินะ”
“ข้าอยากจะนอนที่ตรงนี้เสียจริงเชียว”
ฮุ่ยิเอ่ยพลางเอนหลังเต็มตัวลงกับด้านหลังของอ่าง ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าให้ลงไปกับน้ำไปเสียให้หมด มือเล็กยกมือขึ้นถูจัดการชำระล้างร่างกาย
“เ้ารู้รึเปล่า ว่าผู้สมัครจะต้องมีการแสดงด้วย”
“ว่าไงนะ เ้าพูดจริงรึ”
“ข้าพูดจริง และมีการทดสอบรำพัดด้วย”
ฮุ่ยิหันมองอ้ายฉิงด้วยสีหน้าใ ไม่คิดว่าจะมีการทดสอบพวกนี้เสียด้วย ฮุ่ยิเอนหลังพิงอีกครั้งแต่คราวนี้ด้วยความหมดแรง ไม่รู้ว่าการทดสอบนี้จะเริ่มทดสอบวันไหนตัวเขายังไม่ได้คิดถึงเื่นี้เลย หัวสมองขาวโพลนแล้วที่นี่เขาจะคิดการแสดงอะไร ไม่รู้ว่าฮ่องเต้ชอบแบบไหนแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถทำมันได้หรือไม่ คิดแล้วก็ปวดหัว
“หึ เสียงดังจริงเชียว พูดคุยกันทีไม่คิดจะเกรงใจชาวบ้านชาวช่องเลยรึ”
ฮุ่ยิและอ้ายฉิงมองไปตามต้นเสียง ซูหนิงที่เดินเข้ามาเอ่ยพลางมองทั้งคู่ด้วยสายตาที่ดูเหยียดหยาม
“อะไรของเ้าซูหนิง นี่เป็เวลาพัก อีกอย่างไม่มีใครห้ามเสียหน่อยว่าห้ามคุยเสียงดัง”
“ถึงกระนั้นเ้าก็ต้องมีมารยาทเสียบ้าง”
“ไปกันเถอะอ้ายฉิง”
ฮุ่ยิสะกิดเพื่อน เขาไม่้าที่จะปะทะอีกฝ่ายให้มาก เพราะนี่ยังอยู่ใน่การทดสอบหากมีเื่ขึ้นอาจเสี่ยงไล่ออกจากวังหลวงก็เป็ได้ แต่เหมือนฝ่ายซูหนิงจะไม่ลดละ เขากล่าวพูดด้วยถ้อยคำเหยียดหยามอย่างต่อเนื่องฮุ่ยิหยุดเดิน
“ข้าพูดเพียงเท่านี้เ้าถึงกับต้องเดินหนีจากข้าเลยรึ กลัวข้านักรึไง”
“เหตุใดข้าถึงต้องกลัวเ้า ซูหนิง”
“แล้วที่เ้ากระทำอยู่มันมิใช่รึอย่างไร”
เขามีการกระทำแบบนั้นเลยหรือเขาถึงคิดได้แบบนั้น ฮุ่ยิถอนหายใจลึกก่อนจะหันไปมองอีกคน
“การกระทำของข้ามันทำให้เ้าคิดได้แบบนั้นรึ”
“อาจจะใช่ คงสำนึกเสียแล้วสิ ว่าระดับของข้ากับเ้ามันต่างกัน”
“เ้าคงเข้าใจผิด การที่เข้ามาที่วังหลวงแห่งนี้ ทุกคนเข้ามาด้วยเป้าหมายเดียวกัน มิได้เกี่ยวว่าใครอยู่ระดับใด สถานะไหน”
“เ้าอย่ามาทำเป็รู้ดีนัก แต่ระดับของข้าและพวกเ้ามันต่างกัน ข้าคือชั้นสูง เ้าคือชั้นต่ำ”
“เ้าคิดอย่างนั้นรึ ซูหนิง แม้เ้าจะเกิดจากอัลฟ่าและโอเมก้า ก็มิใช่ว่าเ้าจะมีสิทธิพิเศษหรือสูงส่งไปมากนัก เ้าอย่าลืมว่าที่เ้าเข้ามาเพื่อเป็นางบำเรอ ซึ่งมันไม่ต่างกับพวกข้าเลยแม้แต่น้อย เลิกเอาตัวเองเป็ใหญ่ได้แล้วซูหนิง แม้เ้าจะเกิดมาแล้วมีสิทธิพิเศษของคนที่มีเชื่อของอัลฟ่าและโอเมก้า แต่เ้าอย่าลืม เพราะสุดท้ายหากเ้ายังทำตัวอันน่ารังเกียจมันก็ไม่ต่างอะไรกับสวะชั้นต่ำหรอก!”
“นี่เ้า!!!!!”
ทันทีที่เอ่ยจบใบหน้าของฮุ่ยิหันตามแรงตบของซูหนิง ไม่พอซูหนิงใช้แรงของตนจัดการผลักเขาจนศรีษะไปกระแทกอ่างไม้
“ฮุ่ยิ!! ซูหนิงนี่เ้าทำอะไร”
เหมือนซูหนิงได้สติเขามองฮุ่ยิด้วยความใ เขามีสั่นก่อนจะพึมพำอะไรบางอย่างก่อนจะวิ่งหนีไป อ้ายฉิงเหมือนจะวิ่งตามแต่นึกขึ้นได้ว่าต้องช่วยเพื่อนก่อน อ้ายฉิงจัดการพยุงฮุ่ยิพร้อมกับอ้อมแขนพยุงหลังให้เดินหน้า เหมือนฮุ่ยิจะมึนหัวมากแถมยังมีเืไหลอีก อ้ายฉิงรีบพาไปที่พักมีบุคคลที่สามเข้ามาเห็น
“เกิดอะไรขึ้น”
ซานถิงเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าฮุ่ยิมีเืออกท่วมใบหน้าอ้ายฉิงจะตอบออกไป ฮุ่ยิแอบใช้มือเล็กบีบหลังเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง อ้ายฉิงรู้เลยตอบอีกคำตอบไป
“เกิดอุบัติเหตุ ตอนนี้ข้าจะพาฮุ่ยิไปพักและทำแผล”
“ข้าช่วย”
ซานถิงไม่รอคำตอบรับพยุงอีกคนไป มาถึงห้องพักซานถิงและอ้ายฉิงรีบช่วยกันเช็ดเืบนใบหน้าและทำความสะอาด
“ข้าไม่มียา ยังไงก็ต้องเอายาก่อน”
“แล้วเราจะไปหายาที่ไหน”
“ที่หมอหลวง ยาอยู่ที่หมอหลวง”
อ้ายฉิงและซานถิงต่างถอนหายใจ การที่จะเบิกจากยาจากหมอหลวงได้คนที่าเ็จะต้องเป็คนที่ทำงานอยู่ในวังหลวงเท่านั้นหากผู้าเ็เป็ผู้เข้าสอบจะไม่สามารถให้หมอหลวงรักษาได้
ความเงียบเข้าปกคลุมอ้ายฉิงพยายามกดแผลเพื่อไม่ให้เืออก ไม่นานก็มีอีกบุคคลเข้ามา
“ทำไมเ้าถึงอยู่ที่นี่ซานถิง”
“ฮ่องเต้ ข้าเห็นฮุ่ยิาเ็เลยช่วยพยุงมาที่พักพะย่ะค่ะ”
เฉิงหานมองที่ฮุ่ยิ สภาพของเขาแทบจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ เฉิงหานหันไปเอ่ยกับซานถิงให้ตามหมอหลวงหากปล่อยไว้ฮุ่ยิอาการแย่แน่
“ซานถิง ไปตามหมอหลวงมา”
“เอ่อ พะย่ะค่ะ”
ซานถิงตอบรับด้วยความใก่อนจะรีบวิ่งไปทันที เฉิงหานเขยิบเข้าใกล้ก่อนจะจับคางเพื่อดูแผล
“เกิดอะไรขึ้น”
“เกิดอุบัติเหตุพะย่ะค่ะ ฮุ่ยิลื่นล้ม”
“เ้าแน่ใจ?”
“เอ่อ-”
“หากล้มจริง แผลขนาดนี้ก็ต้องมีเืติด”
พวกเขาไม่สามารถปิดบังได้ต่อไป เหมือนเฉิงหานจะรู้ว่าแผลนี้ไม่ได้เกิดจากที่ฮุ่ยิลื่นล้ม ฮุ่ยิพยามใช้แรงทั้งหมดเปล่งเสียงออกมา
“ท่านอย่าบอกใครได้หรือไม่”
“เ้าแน่ใจ ว่า้าปล่อยผ่านเื่นี้”
“ข้า-แน่ใจ”
“ได้”
ไม่นานซานถิงก็มาพร้อมกับหมอหลวง ทุกคนต่างถอยห่างเพื่อให้หมอหลวงทำการรักษาได้อย่างสะดวก ไม่นานการทำแผลก็เสร็จลุล่วงหมอหลวงได้ทำการจัดยสและสมุนไพรไว้ให้
“ขอบคุณท่านมากท่านหมอหลวง”
“เ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก มันหน้าที่ของข้า อย่าลืมนะ เ้าต้องพักผ่อนให้มาก และทานยาและสมุนไพรที่ข้าเตรียมไว้ให้”
ฮุ่ยิพยักหน้าหมอหลวงเดินจากไป ก่อนจากเฉิงหานหันมาเอ่ยบางอย่างกับฮุ่ยิ
“พรุ่งนี้เ้านอนพักซะ”
“แต่ข้ามีการทด-”
“มันจะไม่มีการทดสอบ พรุ่งนี้และมะรืน”
ประโยคสุดท้ายทิ้งให้คนตรงนั้นยืนงง ฮุ่ยิมองตามแผ่นหลังคนอีกคนหายลับจากสายตาไป
เขาคิดอะไรอยู่กันแน่นะ