ตอนที่หนึ่งร้อยหกสิบหก The Company 12
เด็กที่ช่วยมาได้บางคนขาพิการแขนพิการ ตาบอดข้างหนึ่ง ตาบอดสองข้างฯลฯ
มีลักษณะอาการของการขาดอาหาร
ไม่แปลกใจที่พวกเขาเติบโตขึ้นจากการผ่านประสบการณ์ชีวิตที่เลวร้ายพวกนี้ทำให้พวกเขากลายเป็นพวกเบียวไซเบอร์พังก์เมื่ออายุมากขึ้น
โดยการทำผมทรงโมฮอว์ก ใส่แจ็กเก็ตหนังและติดแขนหรือตาจักรกลให้กับตนเอง
ทั้งที่เทคโนโลยีการรกัษาพยาบาลสร้างอวัยวะใหม่นั้นมีมาตั้งแต่พันปีก่อนหน้านี้แล้ว
เพราะพวกเขาไม่รู้จักการใช้ชีวิตอย่างอื่นนอกจากทำตัวเบียวเป็นไซเบอร์พังก์
ผมสั่งทำความสะอาดเอาเสื้อผ้ามาใส่และโคลนนิ่งแขนและตา ปลูกถ่ายอวัยวะ รักษาโรคให้พวกเขามาเป็นมนุษย์ปรกติของสังคมอีกครั้ง
โดยการสร้างโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้นรวมถึงสร้าง
Company College
วิทยาลัยบริษัท
ที่พวกเราเอาคนมาเข้าวิทยาลัยแห่งนี้ให้การศึกษาความรู้ต่างๆเพื่อให้พวกเขาออกมาเป็นทาส เอ๊ยลูกจ้างที่ดีของบริษัทต่อไป
และเปิดในทุกช่วงอายุ
ได้มีการส่งทั้งเด็กคนแก่เข้าไปเรียนในวิทยาลัยของบริษัทจนหมดสิ้น
มนุษย์เราแปลกมากพอเรากักขังเด็กในกรงบริเวณชายแดนสื่อนั้นทำข่าวกันใหญ่โต
แต่พอเรากักขังเด็กไว้ในโรงเรียนและอ้างว่าให้การศึกษาพวกเรากลับยอมรับได้
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อโลกได้เจอโรคระบาด
บรรดาเด็กๆต้องเรียนหนังสือออนไลน์จากที่บ้าน
ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองโมโหโกรธามากที่ตนเองต้องอยู่บ้านร่วมกับลูกของตนเองในบ้านของตนเอง
ทั้งที่บ้านควรจะเป็นสถานที่ที่พวกเขามีชีวิตอยู่ได้อย่างสงบสุขแต่กลับต้องมาเจอหน้าลูกของตนเองมันใช้ได้ที่ไหน?
แสดงความล้มเหลวของระบบการศึกษาแท้ๆ
ในสายตาของผู้ปกครองที่มองว่าโรงเรียนคือกลไกสำคัญที่กักขังเอ๊ย ให้การดูแลเด็กๆไม่ให้มารบกวนการใช้ชีวิตและทำงานอย่างมีความสุขของผู้ปกครอง
เด็กแต่ละคนได้รับการดูแลอย่างดีไม่ต่างจากมาตรฐานในโรงเรียนประจำ
หมายความว่าพวกเขากินเป็นเวลานอนเป็นเวลา ตัดผม ตัดเล็บ แต่งกายตามระเบียบ ไม่ต่างจากส่งพวกเขาไปขังคุกและไม่มีเวลาให้เข้าเยี่ยมอย่างเป็นทางการต้องขออนุญาตเป็นรายกรณีไป
เมื่อดูเด็กที่ขาดสารอาหารและอวัยวะพิการก่อนหน้านี้โดนตัดผมสั้นเกรียนกักขังเอ๊ยได้รับการปกป้องจากความโหดร้ายของผู้ใหญ่
ที่ทำให้บอสอดัมมองอย่างปลาบปลื้มที่วันนี้ตนเองก็ได้ทำความดี
ทำให้จักรวาลนี้และจักรวรรดิของเขาน่าอยู่ขึ้นอีกเล็กน้อย