ตอนที่ 4 พี่ชายลำบากน้องสาวลำบาก (1)
คนนอกต่างคิดว่าพวกเขาสองพี่น้องไม่สนิทสนมกัน เกรงว่าเจียวเจียวเองก็คงคิดว่าพี่ชายผู้นี้ของนางไม่สนิทสนมกับนาง แต่พี่น้องร่วมท้องเดียวกัน เขาจะไม่สนิทสนมได้เช่นไร แม้ว่าครั้งนั้นอายุยังน้อย เขาก็จำได้ว่าเจียวเจียวเมื่อครั้งยังเด็กนั้นน่าเอ็นดูมากเพียงใด ก้อนกลมเล็กนุ่มนิ่มเดินตามเตาะแตะคอยเรียกเขาว่าพี่ชาย นึกถึงทีไรหัวใจแทบละลายทุกที นั่นเป็วันเวลาที่เขามีความสุขที่สุด ทว่าไม่อาจย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
จับแขนผอมบางของน้องสาวเอาไว้ อวี๋จือรุ่นนึกถึงอดีตโดยไม่รู้ตัว มือพลันลงน้ำหนักมากขึ้น จนกระทั่งคนบนเตียงส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ เขาจึงรีบคลายมือและโน้มตัวลงไปมอง “เจียวเจียว เจียวเจียวเ้าตื่นแล้วหรือ ข้าคือพี่ชายของเ้านะ รีบลืมตาขึ้นมาดูพี่ชายสักนิดเถิด”
แขนของอวี๋เจียวไม่เจ็บแล้ว นางไม่ส่งเสียงฮึดฮัดแล้ว หลับตาแสร้งสลบต่อไปอย่างสงบและสบายใจ
ตอนแรกที่แสร้งสลบไปเพราะไม่เข้าใจสถานการณ์ ครั้งนี้กลับเป็เพราะได้ยินเสียงเท้าก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เป็การตอบสนองฉับไวภายใต้ความวิตกกังวล อย่างไรเมื่อฟังแล้วเสียงนั้นไม่ได้รวดเร็วทว่าแ่เบาคล้ายกับสตรี อวี๋เจียวที่ไม่เข้าใจสถานการณ์หลังจากสลบไปนึกถึงคนภายนอกไม่ออก ไม่คิดว่าผู้ที่มากลับเป็พี่ชายของเ้าของร่างเดิมอย่างนั้นหรือ
อวี๋เจียวที่กำลังวิเคราะห์สถานการณ์อยู่ในหัว พลันััได้ถึงน้ำตาที่หยดลงมาบริเวณแก้ม รู้สึกใอยู่ในใจชั่วขณะ ‘นี่คือน้ำตาหรือ หรือว่า เขาร้องไห้แล้วอย่างนั้นหรือ’
นางพยายามเงี่ยหูฟัง นึกว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยสิ่งใดออกมายามที่กำลังมีความรู้สึก สุดท้ายก็ไม่มี ได้ยินเพียงเสียงเช็ดของเสื้อผ้า จากนั้นเสียงใสของชายหนุ่มพลันดังมาจากที่ไกลออกไป “เื่วันนี้ทำดีมาก ต่อไปหากคุณหนูสี่ของพวกเ้ามีเื่ใหญ่อันใดอีกก็ไปหาข้าที่เรือนหน้าได้ทุกเมื่อ หากข้าไม่อยู่ก็บอกกับคนเฝ้าประตูแซ่จางคนนั้น เขาจะรายงานข้าเอง อีกสักพักท่านหมอก็จะมา ตรวจเสร็จแล้วยาที่จำเป็ข้าจะให้เต๋อลี่ผู้ติดตามของข้านำมาส่งให้ พวกเ้าสองคนไม่ต้องจัดการอันใดมาก เพียงดูแลคุณหนูสี่ให้ดีก็พอ”
หยุดไปชั่วครู่ อวี๋จือรุ่นจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “อี๋เหนียงไม่อยู่แล้ว เจียวเจียวยังมีข้าผู้เป็พี่ชายคนนี้ ขอเพียงพวกเ้าดูแลเต็มที่ เมื่ออายุถึงวัยอันควร ข้ารับปากจะให้พวกเ้าได้ไปในที่ที่ดี”
ด้วยนิสัยของอวี๋จือรุ่น เขาแทบอยากลงโทษพวกนางหนักๆ สักครั้งเสียมากกว่า ให้พวกนางได้จดจำเอาไว้ เจียวเจียวสลบไสลไม่รู้สึกตัวั้แ่เมื่อวานพวกนางพึ่งจะไปหาคนที่เรือนหน้าวันนี้หรือ มัวแต่ทำอะไรกันอยู่ ทว่าเขาเองทำไม่ได้และไม่กล้าทำเช่นนี้ อี๋เหนียงไม่อยู่แล้ว ตนเองก็ไม่อาจเข้ามาเรือนหลังได้บ่อยครั้ง หากสาวใช้ทั้งสองมีใจออกห่างเจียวเจียว น้องสาวก็คงตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแล้วจริงๆ
คิดมาถึงสภาพการณ์ เขาหันกลับไปมองน้องสาวที่นอนอยู่บนเตียงอีกครั้ง จากนั้นกัดฟันเดินหนีออกไป เมื่อครู่ได้รับรายงานจากเต๋อลี่ เขาจึงวิ่งออกมาโดยใช้ข้ออ้างว่ามาเข้าห้องน้ำ ตอนนี้ต่อให้ท้องเสียก็ช้าไปหนึ่งเค่อ[1]แล้ว หากถ่วงเวลาต่อไปอีกคงไม่ใช่โดนฟาดแค่ฝ่ามือเดียวเป็แน่ เขาไม่ได้กลัวถูกตี แต่เมื่ออยู่ในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ คิดจะปกป้องเจียวเจียวให้ได้ เขาจะต้องมีอนาคตที่ดี
ในยามที่มารดาจากไปและน้องสาวป่วยหนัก อวี๋จือรุ่นที่ต้องแยกจากมารดาเมื่ออายุเจ็ดขวบได้เติบโตขึ้นอีกครั้งแล้ว...
เห็นว่านายน้อยเดินจากไปแล้ว เซียงป่ายจึงพ่นลมหายใจยาวด้วยความโล่งอกออกมา เอ่ย “นายน้อยรองของเราเมื่อตีหน้าบึ้งตึงขึ้นมานับวันก็ยิ่งคล้ายนายท่าน” คนมองนั้นหวาดกลัวอยู่ในใจ
เซียงฉี่เองก็ผ่อนคลายจิตใจลง เอ่ย “นั่นน่ะสิ ดวงตาตอนที่มาถึงทำข้าใจนแข้งขาอ่อน” แต่ยังดีที่นายน้อยรองนั้นยังเป็ห่วงความสัมพันธ์พี่น้องอยู่
สาวใช้ทั้งสองได้รับคำมั่นจากอวี๋จือรุ่นจึงรู้สึกมีที่พึ่งขึ้นมาในใจ เดินเข้าไปปล่อยม่านบางลง จัดเตรียมผ้า รอหมอเข้ามาตรวจอาการคุณหนูของตน
และอวี๋เจียวที่เห็นม่านปิดลงแล้วจึงลืมตาขึ้นมาในที่สุด ยกมือขึ้นััใบหน้าบริเวณน้ำตาหยดลงมา ความรู้สึกขมขื่นเกิดขึ้นมาในใจ
เชิงอรรถ
^ เค่อ คือ หน่วยเวลาในสมัยบราณของจีน เทียบเท่ากับ 15 นาที