“งั้นเดี๋ยวผมออกไปตามหาที่โรงแรมดีกว่า ถ้ามันไม่ไปต่อ ผมว่ามันต้องแวะพักโรงแรมที่ผมขับผ่านมาเมื้อกี้นี้แน่นอน แต่จะหาวิธีจัดการยังไง คงต้องเป็หน้าที่ของคนที่คุณหามาให้ผมแล้วล่ะ ดีนะที่คุณจดทะเบียนสมรสกับมันแล้ว ถ้ามันตายคุณก็ได้ทุกอย่าง เห็นว่ามันเป็เ้าของที่ดินหลายร้อยไร่เลยนี่” พูดจบก็กดวางสาย ก่อนจะรีบเดินออกจากหน้าห้องน้ำไป เป็จังหวะเดียวกับที่วศินและวิสิทธิ์จะย่องเข้าไปหา
“เฮ้ย! มันไปแล้ว แต่โชคดีที่มันไม่ทันดูป้ายทะเบียนรถนาย สงสัยจะรีบไปหน่อย เราจะทำยังไงต่อไปดีวะเพื่อน” วิสิทธิ์ลนลานเหมือนวัวสันหลังหวะ
วศินมองตามรถยนต์คันนั้นที่แล่นออกไปจากปั๊มน้ำมัน โดยขับย้อนกลับไปทางที่เขาขับเข้าปั๊มน้ำมันมา
“เราจะขับตามไปดูป้ายทะเบียนรถของมัน แล้วไปแจ้งความที่โรงพักว่าเราถูกตามฆ่า” ว่าจบก็ลากแขนวิสิทธิ์ขึ้นรถทันควัน
“นายจะบ้าเหรอ ถ้าเกิดมันเห็นรถเราก่อนที่เราไปถึงตำรวจล่ะ ซวยเลยนะโว้ย ฉันไม่เอาด้วยหรอก ฉันว่าเราขับรถหนีดีกว่า อย่างน้อยก็ไปคนละทางกับมัน” วิสิทธิ์เสนออีกหนึ่งทางเลือก มันฉลาดกว่าวิธีของวศินเป็ไหนๆ
“นายอย่าปอดแหกไปหน่อยเลยน่า มันไม่รู้หรอกว่าเป็รถเรา เพราะคงไม่คิดว่าเราจะขับย้อนไปทางเดิมแน่นอน ฉัน้ารู้ทะเบียนรถของมัน” พูดจบก็สตาร์ทรถเหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ฟังคำทัดทานของเพื่อนรักแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มเร่งเครื่องยนต์จนใกล้พอจะมองเห็นป้ายทะเบียนรถยนต์คันหน้า เขาะโสั่งให้วิสิทธิ์จดเลขทะเบียนรถไว้ ก่อนจะเตรียมชะลอรถลงเพื่อกลับรถไปที่ป้อมตำรวจที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากปั๊มน้ำมันไม่ไกล
“เฮ้ย! นายเห็นไซเรน (Siren) ตำรวจลิบๆ ตรงต้นไม้ใหญ่ริมทางฝั่งโน้นมั้ยวะ เหมือนจะมีตำรวจมาทำอะไรสักอย่าง ฉันว่าเราขับเข้าไปหาเลยดีกว่า จะได้ให้สกัดจับไอ้วิทยากับพวกได้ทัน” วิสิทธิ์เอ่ยขึ้นมาขณะวศินกำลังจะเลี้ยวรถกลับไปทางปั๊มน้ำมันที่ขับออกมาเมื่อครู่ แต่ก็เปลี่ยนใจขับไปหารถตำรวจติดไซเรนข้างหน้า
รถของวิทยาค่อยๆ ขับช้าลงเมื่อเห็นรถตำรวจติดไซเรนที่จอดอยู่บนไหล่ทางด้านขวาติดกับถนนต้นไม้ริมทางขนาดใหญ่ที่วิสิทธิ์ขับรถผ่านมาก่อนจะถึงปั๊มน้ำมัน
“มีรถชนต้นไม้ข้างทางนั่นว่ะ ไอ้วิทยากับพวกมันจอดรถลงไปดูแล้ว ฉันว่าเรารีบเข้าไปบอกตำรวจดีกว่า ก่อนที่มันจะไหวตัวทัน” วิสิทธิ์รีบเปิดประตูรถเดินไปยังสถานที่เกิดเหตุ ตามหลังติดๆ ด้วยวศิน
ตำรวจสองนายกำลังส่องไฟฉายดูซากรถที่พังยับเยินคาโคนต้นไม้อย่างขะมักเขม้น ครั้นเห็นวิทยากับพวกเดินเข้าไปหาก็เอ่ยปาก
“ชนเข้าเต็มๆ โคนต้นเลยล่ะ พังยับขนาดนี้ไม่น่าจะรอดหรอก” ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยขึ้น
“มีอะไรให้พวกผมช่วยมั้ยครับคุณตำรวจ” วิทยาเสนอตัวอย่างพลเมืองดี
“งั้นคุณช่วยดูทะเบียนรถคันนี้ให้หน่อยครับ เผื่อจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม ป้ายทะเบียนจังหวัดเดียวกันด้วย ถึงแม้จะช่วยได้ไม่มาก” ตำรวจเอ่ยขอความช่วยเหลือ
วศินและวิสิทธิ์รีบวิ่งถลาเข้าไปหาเ้าหน้าที่ตำรวจอย่างทุลักทุเล
“คุณตำรวจครับ มันสามคนจะฆ่าพวกผมสองคนครับ มันตามผมไปที่ปั๊มน้ำมันเมื่อครู่นี้เอง ดีที่ผมและเพื่อนหาที่ซ่อนได้เลยแอบขับตามมันมานี่แหละครับ พอดีเจอตำรวจที่นี่ ช่วยพวกผมด้วยนะครับ” วศินละล่ำลักบอกอย่างเอาเป็เอาตาย ส่วนวิสิทธิ์ยืนจ้องหน้าวิทยาอย่างเอาเื่
แต่ดูเหมือนว่าตำรวจทั้งสองนายจะไม่ได้ยิน ยังคนเดินวนรอบซากรถมรณะเพื่อหาหลักฐานในที่เกิดเหตุโดยไม่สนใจวศินกับวิสิทธิ์ที่ยืนร้องทุกข์อยู่ตรงหน้า
ส่วนวิทยาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรศัพท์เพื่อโทร.หาใครบางคน พลันตำรวจนายหนึ่งก็หยิบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ขึ้นมาในสภาพที่หักงอ แล้วใช้ไฟฉายส่องให้ดู
ถึงแม้ตัวอักษรและตัวเลขที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าจะดูบิดเบี้ยวไปบ้าง แต่วศินกับวิสิทธิ์ก็มองเห็นมันได้อย่างชัดเจน…
วิทยาเอ่ยพูดอย่างขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดีใจปนตื่นเต้น เมื่อคนที่ปลายสายรับโทรศัพท์
“เปรี้ยว…ผมเจอรถไอ้วศินสามีกะล่อนของคุณแล้วล่ะ!!!”
(จบเื่)
(***รบกวนฝากคอมเมนต์ด้วยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป ท่านไหนอยากให้กำลังใจนักเขียนหรือให้ของขวัญงานเขียนชุดนี้จะเป็พระคุณอย่างสูงครับ***)