48 2-2
ตอนที่ 76 ล่าตระกูลเหลิง (2)
เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่? หลังจากที่เหลิงหยุนเจียวกลับมาในคืนนั้น นางก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน?
ยามนี้นางหาใช่คู่ต่อสู้ของเหลิงหยุนเจียวอีกต่อไป
หนึ่งความคิดโฉบแล่นนึกย้อนกลับไป สิ่งนี้ได้เตือนสติเหลิงเจียวเจียวถึงอันตรายอย่างที่สุดของสตรีอำมหิตตรงหน้า คราก่อนที่เคยพ่ายแพ้ให้แก่นาง บทลงโทษที่ได้รับก็หนักหนากระทั่งยังตามหลอกหลอนจวบจนถึงตอนนี้
เหลิงหยวนหลงบีบกำปั้นกระชับแน่น แต่ไม่ว่าเขาจะเคียดแค้นใจปานใด กลับไม่สามารถสำแดงใช้ขุมพลังที่แท้จริงในกายออกมาช่วยเหลือได้
ดูเหมือนว่าคราวนี้เหลิงหยุนเจียวจะเตรียมการวางแผนมาเป็นอย่างดี ทุกอย่างจึงกลับกลายมาเป็นเช่นนี้ได้
“เหลิงหยุนเจียว เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่?”
เหลิงหยุนเจียวชำเลืองมองไปยังคมกระบี่สีเงินสาดแสงในมือเหลิงหงเฟยที่ยกจ่อ ดูท่าเบื้องหลังของบุรุษผู้นี้จะมีใครบางคนค่อยสนับสนุน ถึงขนาดหยิบใช้โอสถห้ามเลือดออกมาได้ทันทีทันใด
อย่างไรเสีย เหลิงหยุนเจียวก็หาได้สนใจไม่ ยกเรียวนิ้วขาวปัดปลายกระบี่ทิ้ง หาได้เกรงกลัวไม่
“พล่ามอันใด? เมื่อครู่ก็พูดไปหมดแล้วมิใช่รึไง? หัดทำตัวให้เชื่องเสียบ้าง บางทีข้าอาจเก็บไปพิจารณา”
เก็บไปพิจารณาว่า จะฆ่าเจ้าโดยวิธีใดถึงจะทรมานน้อยที่สุด!
“หากประมุขเหลิงคิดว่า จะถ่วงเวลาให้ยาพิษหมดฤทธิ์ไปเสียก่อน เกรงว่าจะคิดผิด”
“เพราะก่อนจะถึงตอนนั้น ข้าคงจะทำลายจุดตันเถียนของพวกเจ้าทุกคนเสียแล้ว!”
สิ้นเสียงกล่าวจบเท่านั้น ประกายอำมหิตเย็นยะเยือกก็สว่างวาบในดวงตาของนาง เหลิงหยุนเจียวแปรสภาพกลายเป็นสายฟ้าฟาด พุ่งถลาโจมตีใส่เหลิงเจียวเจียวประหนึ่งวายุคลั่ง หนึ่งดัชนีรุนแรงเจาะทะลวงจุดตันเถียนของอีกฝ่ายจนแตกดับ!
ภาพฉากทุกอย่างเกิดขึ้นก่อนที่เหลิงหยวนหลงจะทันตอบสนองเสียด้วยซ้ำ กว่าจะรู้ตัวอีกที เหลิงเจียวเจียวก็ร่วงหมอบลงไปกับพื้นแล้ว นางอาเจียนน้ำเลือดผสมกับเสหะออกมา เป็นความรู้สึกเจ็บปวดทรมานสุดแสนจนน้ำตาไหลนอง
“เจ้า!!”
เหลิงหยวนหลงโกรธจัดเกินจะพรรณนาได้ จ้องมองใบหน้าของเหลิงหยุนเจียวตาเขม็ง พร้อมเหวี่ยงกำปั้นหนักชกออกไป
ปรายหางตามองปราดหนึ่งอย่างเย่อเหยิงไม่ใส่ใจ เหลิงหยุนเจียวบิดเท้าเอี้ยวหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
พริบตาต่อมา ประดุจเสียงอสนีบาตตอกกระแทกสนั่นคำรน นางยกบาทาขึ้นเตะเข้าที่ก้านคอของอีกฝ่ายสุดกำลัง แรงกระแทกทำเอาเหลิงหยวนหลงถึงกับร่างอัดอยู่กับพื้น
“ประมุขเหลิงทั้งชราทั้งโง่เขลา ข้าผู้นี้รู้สึกชื่นชมนัก เช่นนั้นแล้ว จะขอตบรางวัลให้ชิ้นหนึ่งเช่นเดียวกับที่ลูกๆของเจ้าเคยได้รับ”
เหลิงหยุนเจียวแสยะยิ้มชั่วร้าย หยิบเข็มเหล็กน้ำแข็งจากห้วงมิติออกมาเล่มหนึ่ง จัดการสอดแทงเข้าไปบนแผ่นหลังของเหลิงหยวนหลงโดยตรง
พริบตาที่ปลายเข็มเจาะสัมผัส เหลิงหยวนหลงพลันรู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกซาบซ่านได้กระจายไปทั่วร่างกาย แล้วบังเกิดกระแสความเจ็บปวดขุมใหญ่ที่ลามกัดกร่อนไปถึงขั้วกระดูก ทุกอึดใจระดับความเจ็บปวดยิ่งเพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ เสมือนกับว่ากายเขากำลังจะแตกสลาย
เขากัดฟันขบแน่นจนร่างสั่นเทา พยายามกลั้นเสียงร้องมิให้เปล่งออกมา
ชั่วอึดใจต่อมา เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ของขวัญชิ้นหนึ่งที่ลูกตนเองเคยได้รับ ก็คือยาพิษชนิดเดียวกับที่เหลิงเจียวเจียวกับเหลิงฉิวหวานเคยได้รับมาก่อนนั่นเอง!
เหลิงหยุนเจียวละความสนใจจากเหลิงหยวนหลงที่กำลังนอนดิ้นทุรนทะรายอยู่บนพื้น แล้วเงยหน้าขึ้นมองเหลิงหงเฟยเป็นลำดับต่อไป
“หากจำไม่ผิด ก่อนที่เจ้าจะย้ายออกจากจวนแห่งนี้ไป ได้เคยสร้างความประทับใจให้แก่พวกเราสองแม่ลูกมิใช่น้อย”
“เช่นนั้นแล้ว ข้าผู้นี้คงต้องตอบแทนเสียหน่อย”
เหลิงหยุนเจียวยกมือป้องปิดปากพลางหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน
เห็นได้ชัดแจ้ง เหลิงหงเฟยรู้สึกขยะแขยงรังเกียจต่อคำกล่าวประโยคนี้ของนางอย่างมาก
“หากเกิดอันใดขึ้นกับข้า นิกายตะวันมรกตจะไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!!”
“ท่านอาจารย์ของข้ากำลังเดินทางมาที่เมืองเฟิงหยวนแห่งนี้ ทางที่ดีเจ้ารีบให้ยาถอนพิษแก่ท่านพ่อและน้องสาวของข้าเดี๋ยวนี้!”
แน่นอน นี่เป็นเรื่องระหว่างนางกับตระกูลเหลิง และเหลิงหยุนเจียวเองก็ไม่ต้องการให้คนนอกเข้ามาก้าวก่ายเช่นกัน
แต่หากคนนอกอยากจะก้าวก่ายแล้วล่ะก็ นางเองก็ไม่ขัดเช่นกัน!
ผู้ใดดีมานางก็พร้อมดีตอบ แต่หากผู้ใดเลวกับนาง นางย่อมเลวตอบเช่นกัน!
“ย่อมได้!”
เหลิงหยุนเจียวยกมือขึ้นปัดฝุ่นเล็กน้อย และกล่าวว่า
“เห็นแก่ความกล้าหาญของเจ้า คุณชายเหลิง ข้าจะตบรางวัลที่ทั้งท่านพ่อและน้องสาวของเจ้าเคยได้รับไปก่อนแล้ว”
เหลิงหงเฟยแทบสำลักเมื่อได้ยิน “...”
เขาหันไปสบมองร่างของเหลิงหยวนหลงที่กำลังนอนบิดเกร็งอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดสุดแสน แล้วชำเลืองมองเหลิงเจียวเจียวที่นอนตาปรือน้ำลายยืดเป็นสายแทบสิ้นสติอยู่บนพื้น ส่วนตัวเขายามนี้ ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่ก็ดูยากลำบากยิ่งยวด
“เอ่อ...น้องหก ไฉนเราไม่ลองจับเข่าคุยกัน..อ๊ากก...!!”
เข็มเหล็กแข็งในมือเหลิงหยุนเจียวปักทะลวงจุดพิฆาตบนร่างของเหลิงหงเฟยอย่างแม่นยำ พริบตาต่อมา บริเวณผิวหนังที่ถูกเจาะแทงเข้า จู่ๆก็ละลายในบัดดล
เหลิงหยุนเจียวยกสองมือปัดฝุ่นไปมาอยู่สองที จากนั้นชำเลืองมองเหลิงเจียวเหนียงที่จู่ๆก็ไปแบกกล่องอะไรสักอย่างตรงเข้ามา เด็กชายตัวน้อยนั่งลงกับพื้นแล้วเปิดฝาออก ปรากฏว่าภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยผลึกวิญญาณระดับสูงจำนวนมากบรรจุอยู่ โดยไม่รอช้าเขาเริ่มบรรจงนับอย่างรวดเร็ว
ทางด้านไป๋ซือหมิงก็กำลังนั่งปอกเปลือกส้มอยู่เคียงข้างไม่ห่าง หันมาส่งยิ้มให้เหลิงหยุนเจียวด้วยท่วงท่าสบาย
“ท่านนี่ก็เอาเรื่องใช่ย่อย มือหนักตีนหนักพอควร ไม่น่าแปลกใจที่ไฉนจึงกล้าพาลูกขึ้นหุบเขาถงฉางตามลำพังเช่นนั้น”
เหลิงหยุนเจียวยักไหล่ตอบไม่แยแส เดินตรงดิ่งเข้าไปแย่งส้มที่ปลอกเปลือกแล้วจากมือของอีกฝ่าย แล้วจับโยนเข้าปากตนเองทันที
“เจ้านี่ก็ประจบสอพลอเก่งมิใช่น้อย แต่กลับรังเกียจคนประเภทเดียวกัน?”
ไป๋ซือหมิงจ้องมองส้มในมือที่โดนแย่งไปต่อหน้าต่อตา พลางกระพริบตาปริบๆ
“ขอบอกตามตรงนะพี่สาวงถัง ข้าเกลียดที่ตัวเองเกิดมาหน้าตาดีมากกว่า”
ก็อย่างว่า ความหล่อเหลามักสร้างเรื่องไม่เป็นเรื่องให้เขาอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังรักตัวเองเป็นที่สุด
“หากมีข้าอีกสักคนบนผืนพิภพ ข้าคงเลือกเกี้ยวตัวเองไปแล้วล่ะ”
ไป๋ซือหมิงยักไหล่ให้ แล้วหันไปหยิบส้มลูกใหม่มาปลอกเปลือก