ตำนานยอดหญิงซูเจิน

    จวนสกุลไห่ 4

            ซูเจินส่งรอยยิ้มเยาะให้เหวินอี้เขาก็ลอบหลั่งน้ำตาในใจ แล้วโวยวายทุกครั้งที่คนอื่นใช้จ่ายเงินซื้อของทำเอาผู้อื่นไม่กล้าจะซื้อของมากนักถึงแม้ว่าจะได้อุปกรณ์มิติมาเก็บของแล้วก็ตาม

            นับว่านางคิดถูกที่คาดโทษเหวินอี้ครั้งนั้นเขาสามารถห้ามปรามคนอื่นได้เป็นอย่างดี

            หลังจากเที่ยวเล่นจนพอใจซูเจินก็กลับมาร่วมรับประทานอาหารกับนายท่านไห่ตามคำเชิญเมื่อเช้าเขาเตรียมอาหารไว้มากมายเต็มโต๊ะจริงๆ

            ไห่ฮูหยินดูจะไม่พอใจบางอย่างเอาแต่ถามหาบุตรชายทั้งสองคนของนางตลอด หลังจากจินจูมาเล่าให้ฟังว่าสหายของนางกว้านซื้ออุปกรณ์มิติคนละชิ้นอย่างไม่เสียดายนางก็หมายใจอยากจะได้สตรีสักคนสองคนในกลุ่มพวกนางเป็นสะใภ้หากได้สตรีนามเฉินซูซูจะดีมาก

            แต่บุตรชายตัวดีของนางไหวตัวทันไม่ยอมมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย คาดว่าผู้ไปฟ้องจะเป็นจินเฟิ่งบุตรสาวคนโตของนางเอง

             

            กลางดึก

            จินจูนึกถึงคำพูดของซูซู สหายที่นางถูกชะตาด้วยก็นอนไม่หลับมาเคาะประตูเรือนพี่สาวอยู่นาน

            ไห่จินเฟิ่งได้ยินสาวใช้ของตนบอกว่าเป็นน้องรองก็งัวเงียตื่นขึ้นมาพบน้องสาวร้อยวันพันปีไม่เคยเข้ามาหานางถึงเรือนยิ่งกลางดึกเช่นนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งสงสัยว่ามีสิ่งใดกันแน่

            “มาหาข้าดึกดื่นเช่นนี้มีธุระอะไร?”จินเฟิ่งปิดปากหาวขณะพูดเล็กน้อย

            “หากผ่านการสอบคุณสมบัติได้เข้าร่วมการสอบจริงข้าก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหรือไม่?จึงอยากจะคุยกับพี่ให้กระจ่าง” จินจูเปิดประเด็น ยอมเอ่ยปากขึ้นก่อน

            “...!” จินเฟิ่งตกใจจนตาสว่าง “เจ้าพูดเรื่องอะไร!”

            “พี่ ข้าพูดจริงนะการสอบของสำนักสวรรค์ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมมีคนตายระหว่างสอบไปแล้วไม่รู้เท่าไหร่?ข้าไม่มั่นใจหรอกว่าจะปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน”

            “เช่นนั้นก็ไม่ต้องไปสอบ! อันตรายถึงเพียงนั้นเจ้าจะไปสอบหาอะไร”จินเฟิ่งเป็นคนที่ใช้คำพูดไม่เป็น เป็นห่วงน้องแต่กลับใช้คำพูดชวนให้เข้าใจผิด

            “ข้าถามจริงๆนะ ทำไมพี่ถึงเกลียดข้านัก?”

            “ข้าเคยพูดตอนไหนว่าเกลียดเจ้า?”

            “ก็ที่พี่ทำอยู่ทุกวันนี้ไม่เรียกว่าเกลียดข้าหรืออย่างไร?!”จินจูเริ่มพูดเสียงดังมากขึ้น จินเฟิ่งผงะไปเล็กน้อยไม่คิดว่าน้องสาวจะคิดว่านางเกลียดตนเอง

            จินจูพยายามหายใจเข้าลึกมือที่อยู่ใต้โต๊ะก็แอบกำไว้แน่น

            “...ข้าก็แค่อิจฉาเจ้าอิจฉาที่เจ้าร่าเริงเป็นที่รักของทุกคน อิจฉาที่ข้าไม่อาจเป็นได้เช่นเจ้า”จินเฟิ่งเริ่มพูดที่อยู่ในใจออกมา “แต่ข้าไม่เคยเกลียดเจ้าเลยนะ! อย่างไรเจ้าก็ยังเป็นน้องของข้าเป็นน้องสาวที่ข้ายินดีในวัยเด็ก ข้า...ข้าจะเกลียดเจ้าได้อย่างไรกัน?”

            “อิจฉาข้า? ข้าต่างหากที่อิจฉาท่านท่านสง่างามเรียบร้อยและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งที่สตรีควรมีไม่เหมือนข้าที่แก่นแก้วกะโหลกกะลา” จินจูพูดไปก็ปาดน้ำตาไป

            “...”

            “ดีแล้วที่วันนี้ข้าตัดสินใจมาพูดกับท่านก่อนที่จะไปสอบวันพรุ่งนี้”จินจูลุกขึ้น ก่อนจะหันหลังกลับไปจินเฟิ่งก็พูดขึ้น

            “พรุ่งนี้ไม่ต้องไปสอบแล้วเรื่องแต่งงานหากเจ้าไม่ต้องการข้าจะบอกท่านพ่อให้เองดีหรือไม่?”

            จินจูส่ายหน้า “ข้าตัดสินใจแล้วนี่เป็นทางที่ข้าเลือกแต่ไม่เคยกล้าทำ เรื่องแต่งงานมันก็แค่ทำให้ข้ากล้าทำมันก็เท่านั้น”

            “...”

            “พี่สาว ข้าจะเตือนท่านวันนี้ได้ยินสิ่งที่ท่านเอ่ยกับข้าแล้วก็ทำให้ข้ามั่นใจยิ่งขึ้นท่านไม่เหมาะกับวังวนอำนาจของพวกขุนนางหรอกท่านเชื่อข้าสักครั้งอย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาเลยหาคนธรรมดาที่รักท่านด้วยใจจริงสักคนแล้วแต่งงานไปอยู่กับเขาท่านจะมีความสุขมากกว่าแน่นอน”

             

             เช้าวันสอบซูเจินก็ร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวสกุลไห่เช่นเดิมแต่ดูเหมือนพี่สาวของจินจูจะดูแปลกๆไปนางเอาแต่เหลือบมองน้องสาวตัวเองที่อยู่ข้างๆตลอด

            และแน่นอนว่าวันนี้พี่ชายทั้งสองคนของจินจูก็ยังไม่โผล่หัวมาได้ยินว่าพวกเขาทั้งสองได้ยินเรื่องที่มารดาจะแนะนำพวกนางกับลูกชายตัวเองพวกเขาก็ไม่กลับมานอนที่จวนเลย หอบเสื้อผ้าไปนอนที่ร้านตั้งแต่วันนั้น

            ทำอย่างกับพวกนางอยากจะรู้จักพวกเขานักนี่ เหอะ

            “อะไรกัน วันนี้น้องสาวจะไปสอบเข้าสำนักศึกษาแท้ๆพวกพี่ใหญ่พี่รองไม่คิดจะมาส่งข้าหน่อยหรืออย่างไร?” จินจูโวยวายแก้มป่อง

            “พี่เขาคงไม่ว่าง เจ้าก็อย่าน้อยใจไปเลย”ไห่ฮูหยินแก้ตัวให้บุตรชายทั้งสองคน แต่ในใจก็นึกตำหนิพวกเขาอยู่ไม่น้อย

            “หึ ตั้งใจไม่มาล่ะสิท่า” จินจูเบะปาก “ช่างเถอะท่านพ่อท่านแม่ ท่านพี่ข้าไปก่อนนะ”

            “อืม ระวังตัวเองดีๆ อย่าได้คิดว่าตนเองเก่งกล้าจะทำอะไรก็คิดให้รอบคอบ” นายท่านไห่เอ่ยเตือนบุตรสาวบุตรสาวคนนี้ช่างเหมือนเขาสมัยหนุ่มๆนัก นิสัยแทบจะถอดแบบกันออกมาเขาจึงค่อนข้างเข้มงวดกับนางเป็นพิเศษ

            การที่บุตรสาวต้องการจะไปสอบเข้าสำนักศึกษาเขาก็ไม่ได้จะห้ามหรือไม่เห็นด้วยแต่อย่างใดเขาออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่หนึ่งในบุตรของตนเลือกทางฝึกฝนอย่างที่เขาเองก็เคยเลือกถึงนางจะเป็นบุตรสาวก็เถอะ

            “จินจู เจ้าฟังแม่นะ อย่าได้มุทะลุหุนหันสิ่งใดที่ยังไม่เหมาะแก่เวลาก็รู้จักอดทนและถอยเสียบ้าง”เรื่องอื่นนางไม่ห่วงบุตรสาวคนนี้นัก ห่วงก็แต่นิสัยข้อนี้นางกลัวว่าบุตรสาวตนจะเดือดร้อนเพราะมันเข้าสักวัน

            “เจ้าค่ะท่านแม่”

            “จินจูหาก...หากเจ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนรีบถอนตัวออกมาเสีย อย่างไรชีวิตก็สำคัญที่สุดเจ้าเข้าใจใช่หรือไม่?” จินเฟิ่งบอกน้องสาวเสียงอ่อย

            นายท่านไห่กับฮูหยินได้ยินก็มองหน้ากัน วันนี้ได้ยินบุตรสาวคนโตแสดงความห่วงใยน้องสาวของตนเองหรือนี่?

            “ข้ารู้แล้วน่า ท่านเองก็คิดเรื่องที่ข้าพูดดีๆหวังว่าท่านจะไม่ตัดสินใจผิด จนต้องมาเสียใจภายหลัง” จินจูย้ำเตือนพี่สาวอีกครั้งคราวนี้จินเฟิ่งเองก็พยักหน้ารับ นางจะเก็บไปคิดให้ถี่ถ้วน

            จินจูเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นพี่สาวตอบรับนางพุ่งเข้าไปกอดพี่สาวไว้แน่น

            “อะ..อะไรของเจ้า?”จินเฟิ่งเก้อเขินจนทำอะไรไม่ถูก นานแล้วที่พวกนางไม่เคยกอดกันเช่นนี้

            “ข้าจะไปแล้ว ท่านก็ดูแลท่านพ่อท่านแม่ด้วย”จินจูกล่าวเบาๆ แล้วผละออกไปกอดมารดากับบิดาตามลำดับ บิดาผู้แข็งกระด้างก็หน้าแดงทำตัวไม่ถูกเช่นกันเมื่อถูกบุตรสาวกอดตน

            “ฝากบอกพวกพี่ชายด้วยว่าข้าจะไม่อภัยให้พวกเขาแน่” จินจูคาดโทษพี่ชายที่ไม่ยอมโผล่หน้ามา

            “ขอบคุณพวกท่านมากที่ดูแลพวกข้าอย่างดีตลอดที่อยู่ที่นี่”ซูเจินกล่าวกับเจ้าบ้านทั้งสองและคำนับให้หนึ่งครั้ง “พวกข้าขอลา”

             “ลาเจ้าค่ะ/ลาขอรับ”คนอื่นๆก็คำนับลา แล้วหันหลังเดินตามนายหญิงของพวกเขาไป

            “แฮ่กๆ จินจูล่ะขอรับ”คุณชายที่หายตัวจากจวนไปวิ่งกระหืดกระหอบมาเห็นครอบครัวยืนอยู่ด้านจวนแต่ไม่เห็นน้องสาวคนรองก็เอ่ยถาม

            “เจ้ายังมาพูดอีก หากไปไหนกันมาฮึมาส่งน้องสาวตัวเองก็ยังไม่ทัน” ไห่ฮูหยินพูดกับบุตรชายเสียงเขียว

            “นางไปแล้วหรือขอรับ?” คุณชายใหญ่เอ่ยถาม

            “ไปแล้วสิ นางฝากบอกมาด้วยว่าจะไม่อภัยให้พวกเจ้าแน่!”

            “หา!” คุณชายทั้งสองได้ฟังก็ร้องโอดครวญ 

    คล้ายกับเรื่องตำนานยอดหญิงซูเจิน ที่คุณอ่าน