ความกังวลใจของฮุ่ยซินซ่งิหลานกลับมิได้นำมาใส่ใจ
นางฝึกจิตใจมาแปดปีเื่เ่าั้ถือว่าบางเบานัก
บนโลกนี้ผู้ชายโดยมากจิตใจเหี้ยมโหดถ้าหากเลือกคนผิด ได้พบคนสารเลวอย่างท่านพ่อจงจิ้งโหวของนาง เพื่อให้ได้อยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งกลับสามารถโมโหแทบตายต่อบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาคนเก่าของตัวเองความตายนั่นยังมิใช่ถูกปรักปรำอีกหรือ?
หากเป็นางมีแต่จะทำให้ผู้ชายไปตายเพื่อนาง!
เก็บสายตาเอาไว้นางไม่ได้เตรียมบอกเล่าให้ฮุ่ยซินรู้ถึงเื่ราวในใจ มีแต่ทำให้สาวใช้ผู้ซึ่งจงรักภักดีผู้นี้เอาแต่กังวลใจเพื่อตัวเองตลอดเวลาตอนที่ม้วนแขนเสื้อขึ้นมา กลับพบดาบสันโค้งในมือของตัวเองฉาบประกายบนปลายดาบ สายตานางแฝงไว้ด้วยความอบอุ่นลูบดาบสันโค้งเบาๆกล่าวเสียงต่ำว่า “ท่านพ่อน่ะหรือใส่ใจข้าเสียที่ไหน? ผู้เดียวที่ใส่ใจข้ายินดีที่จะปกป้องข้าตลอดไป บางที คงจะมีเพียงพี่ใหญ่แล้ว” เมื่อก่อนแม้ว่าซ่งิเหออยู่ไกลถึงชายแดนทว่ากลับมีข่าวคราวและสิ่งของมอบแก่ตนเองเสมอ
หากมิใช่ซ่งิเหอตระเตรียมทุกอย่างเพื่อตัวเองปกป้องตัวเอง ตัวเองคงจะถูกสัตว์ป่าในหุบเขาจับกินไปแล้วก็ไม่แน่
“คุณชายใหญ่อยู่ข้างนอกก็หลายปีมาแล้ว” ตอนแรกฮูหยินจงจิ้งโหวปล่อยบุตรชายใหญ่ของจงจิ้งโหวซ่งิเหอและบุตรสาวฮูหยินใหญ่ซ่งิหลานเอาไว้ ฮุ่ยซินปรนนิบัติซ่งิหลานั้แ่ยังเล็กย่อมต้องเป็ห่วงซ่งิเหอเป็ธรรมดา
นางคิดแล้วคิดอีกเพิ่งจะปรากฏความกังวลใจพูดออกไปว่า “พูดไปแล้วคุณชายใหญ่ส่งจดหมายกลับมาก็ปาเข้าไปกว่าครึ่งปีแล้ว บอกว่าชายแดนเกิดาจากนั้นข่าวคราวเงียบหาย คุณหนู ท่านว่าด้านคุณชายใหญ่พวกเราขอร้องนายท่านโหวให้ไปถามข่าวคราวดีหรือไม่?”ในฐานะสาวใช้ที่ปกป้องดูแล ถึงฮุ่ยซินจะเสแสร้งแกล้งเขลาสักปานใด ทว่าก็รู้ดีว่า ในจวนจงจิ้งโหวความหวังของคุณหนูตัวเองไม่ได้อยู่ที่บิดาจงจิ้งโหว ทว่าเป็พี่ใหญ่ของนางซ่งิเหอหากซ่งิเหอที่ชายแดนมีอันเป็ไป อย่างนั้นกับคนใจร้ายในจวนโหว เกรงว่าคุณหนูของตนคงไม่มีทางรอดแล้ว
นางคิดกังวลจนใบหน้างามซีดขาว
แววตาของซ่งิหลานน้อยครั้งนักจะปรากฏความเสียใจแฝงอยู่บางเบา
ั้แ่ซ่งิเหอไร้ซึ่งข่าวคราวบอกว่าไฟาที่ชายแดนร้อนระอุรุนแรงนางก็คุกเข่าอย่างศรัทธาเบื้องหน้าพระปฏิมากรโดยตลอดภาวนาให้พี่ใหญ่ของตนเองปลอดภัย
นางจริงใจถึงเพียงนี้เพียงขอให้เทพเ้าบน์เจียดเวลามองตัวเองสักครู่หนึ่ง เพื่อเติมเต็มความปรารถนาเล็กๆของตัวเอง
นางเชื่อว่าคนดี์ย่อมเมตตาซ่งิเหอและนางล้มลุกคลุกคลานมากว่าครึ่งชีวิต ชีวิตภายภาคหน้า ควรจะต้องราบรื่น
ถอนหายใจเฮือกหนึ่งนางค่อยๆลูบลูกประคำแวววาวที่อยู่บนข้อมือขาวผ่องอย่างเชื่องช้าอึดใจใหญ่ไร้คำพูดใด เหมือนรู้ว่าตัวเองล่วงล้ำเื่ในใจของนาง ใบหน้าของฮุ่ยซินปรากฎเค้าความเสียใจรีบหยุดปากไม่พูดอันใดกับเจินจู ภายในรถม้าหรูหราพลันตกอยู่ในความเงียบสงัดล้อรถบดเบียด เคลื่อนผ่านปากทางเข้าเมืองหลวง ไปตามถนนมุ่งหน้าสู่จวนจงจิ้งโหว กระทั่งรถค่อยๆหยุดสั่นไหวและจอดสนิทในที่สุดบ่าวรับใช้หลายคนก้มหน้าค้อมหลังคารวะพร้อมทั้งเปิดม่านมุกวิจิตรนั้น ซ่งิหลานนั่งตัวตรงอยู่บนรถ มองออกไปด้านนอก
จวนโหวสูงตระหง่านประตูใหญ่ทาสีแดงลงน้ำมัน ชายคาโค้งแกะสลักลวดลายละเอียดอ่อน ยังแขวนแผ่นป้ายที่แฝงกลิ่นไอความรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ไว้หน้าประตู
จวนจงจิ้งโหว
ชั่วขณะประตูใหญ่เปิดออกโดยไร้สุ่มเสียงใดๆมีบ่าวผู้สอดรู้สอดเห็นกำลังชะโงกหน้าผลุบๆโผล่ๆอยู่ที่ปากทางเข้า
นอกจากนั้นแล้วเงียบสนิทอย่างยิ่ง
แม้ว่าซ่งิหลานให้คนมาแจ้งทางจวนโหวแต่เนิ่นๆแล้วว่าตัวเองกลับจวนทว่าจวนจงจิ้งโหวกลับไม่มีการเคลื่อนไหวหรือปฏิกิริยาตอบรับแม้เพียงเล็กน้อยดูเหมือนเื่บุตรสาวฮูหยินใหญ่จงจิ้งโหวกลับจวน ในใจของพวกเขาไม่ได้มีความสำคัญใดๆเหมือน่เวลาแปดปีนั้นไม่มีผิดก็ไม่เคยให้พวกเขาแสดงความเห็นอกเห็นใจหรือซาบซึ้งใจแม้เพียงนิดเดียว พวกเขากลับเปิดประตูง่ายๆอย่างนี้เรียกนางเข้าไปก็จบแล้ว จากนี้เป็ต้นไป ้าอะไรก็จะไม่ได้อย่างนั้นแล้วแม้แต่ในตอนนี้ กระทั่งคนสำคัญอย่างฮูหยินผู้ดูแลจวนก็ไม่เห็นปฏิบัติต่อซ่งิหลานอย่างไร้เกียรติที่สุด
“คุณหนูสาม?!”
ฮุ่ยซินเดิมทียังมีความหวังกับจงจิ้งโหวจึงเฝ้ารอคอยอยู่ครู่หนึ่งทว่าได้เห็นการแสดงอำนาจแบบนี้แล้ว อยู่ๆขอบตาก็แดงเรื่อขึ้นมา
ถ้าหากจงจิ้งโหวยังมีความรักความเอ็นดูต่อซ่งิหลานแม้เพียงสักนิดย่อมไม่ปล่อยให้คนในจวนโหวทำเื่ต่ำทรามอย่างนี้กับซ่งิหลาน
“หยุดรถ”
เมื่อเห็นว่าบ่าวเ่าั้รีบนำรถเข้าจวนซ่งิหลานกำชับขึ้นเบาๆ
ถ้าหากนางเข้าไปอย่างไร้เกียรติแบบนี้ภายภาคหน้าในจวนโหวย่อมไม่มีที่ให้ยืนแล้ว
หญิงสาวนางหนึ่งถูกมองมองข้ามทว่ายังทนกล้ำกลืนความเจ็บช้ำไว้ได้ต่อให้เป็บุตรสาวฮูหยินใหญ่จวนจงจิ้งโหว ยังจะเหลืออะไร?
บ่าวของจวนโหวเหล่านี้แต่ไหนแต่ไรมาใฝ่สูงหยามเหยียดผู้อื่นหากวันนี้นางม้วนหาง*เข้าจวนต่อมาไม่เพียงแต่บรรดาเ้านายในจวนโหว ลำพังเพียงบ่าวรับใช้ก็สามารถเหยียบนางจมดินได้สามารถคิดวิธีฆ่าคนไม่เห็นเื เกรงว่าคงจะมีเพียงมารดาเลี้ยงคนดีของนาง...หลี่ซื่อฮูหยินจวนจงจิ้งโหวแล้ว
ใบหน้าของสตรีผู้นั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าสวมไว้ด้วยความรักใคร่เอ็นดูต่อบุตรชายหญิงของฮูหยินคนเก่าปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ทำแต่ละเื่ออกมาล้วนสามารถบีบบังคับคนถึงตาย
ทว่านางใช่ซ่งิหลานผู้ไร้กำลังต่อต้านในปีนั้นหรือ?
มุมปากแดงของซ่งิหลานตอนนี้ยกขึ้นเล็กน้อย
กำลังสัปหงกก็มีคนส่งหมอนมาให้* นางจากบ้านแปดปี กำลัง้าหลักที่มั่นและอำนาจหลี่ซื่อก็ทนไม่ไหวส่งมาให้ถึงหน้าประตู ช่างรู้ใจกันจริงๆ
“รออยู่ตรงนี้” นางเห็นสายตางุนงงสงสัยของบ่าวเ่าั้จุดประกายรอยยิ้มที่ยากจะเข้าใจ พูดออกไปด้วยเสียงอบอุ่น
ใบหน้าของนางทั้งถ่อมตนและอ่อนโยนทั้งยังแฝงไว้ด้วยความบริสุทธิ์สะอาด ทำให้เกิดเป็ความงดงามอย่างถึงที่สุดด้วยใบหน้านั้นทำให้ผู้อื่นจิตใจเหม่อลอย
“แต่ว่า...” จวนจงจิ้งโหวเป็ตระกูลเก่าแก่มานับร้อยปีตระกูลอย่างนี้ย่อมปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ร่ำรวย ไม่ใกล้ไม่ไกลกันล้วนแต่เป็ตระกูลผู้ดีมีศักดิ์คนที่ไปมาหาสู่กันล้วนแต่มีฐานะ ครั้งนี้ซ่งิหลานกลับมาทว่าไม่เข้าจวนนั่งอยู่ในรถม้าอันวิจิตรโดยไม่ขยับเขยื้อน หากว่าให้ตระกูลผู้ดีเ่าั้เห็นย่อมยากที่จะไม่ฉงนสนเท่ห์และลือกันออกไป อย่างน้อยใน่เวลาสั้นๆ นี้ฮุ่ยซินก็เห็นบ่าวรับใช้ตระกูลอื่นชะโงกหน้าเมียงมองมาเห็นได้ชัดว่าสงสัยกับภาพอันน่าประหลาดใจที่เกิดขึ้นหน้าจวนจงจิ้งโหว
ฮุ่ยซินทนไม่ไหวคิดจะโน้มน้าวซ่งิหลาน
เดิมก็ไม่มีอะไรอยู่แล้วยังจะเพิ่มความไม่ดีลงไปอีก
หากมีคนพูดเซ็งแซ่กันถึงจวนจงจิ้งโหวโดยมีซ่งิหลานเป็เหตุเกรงว่าในใจจงจิ้งโหวคงยิ่งเพิ่มความเกลียดชัง ซ่งิหลานแล้ว
“เกรงว่าที่ขายหน้าที่สุดคงมิใช่ข้าเสียแล้ว?” ซ่งิหลานระบายรอยยิ้มหมุนลูกประคำในข้อมืออย่างไม่ใส่ใจ
บุตรสาวฮูหยินใหญ่ผู้สง่างามแห่งจวนจงจิ้งโหวจากบ้านแปดปีทว่ากลับไม่ยอมเข้าจวนนางซ่งิหลานแท้จริงแล้วเสียหน้า แต่ที่เสียหน้ายิ่งกว่ามิใช่จวนจงจิ้งโหวหรอกหรือ?
ฮูหยินจงจิ้งโหวคิดเพียงผู้เดียวทว่ากลับทำให้จวนจงจิ้งโหวทั้งจวนต้องร่วมหยามหยันไปกับนาง ตอนนี้หากอยู่ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวคงลำบากน่าดู?
“นายท่านโหวคงโกรธแล้ว”ฮุ่ยซินพูดขึ้นด้วยความวิตกกังวล
“ก็ให้เขาโกรธไป ให้มีเกี้ยวแปดคนหาม ตั้งขบวนมาต้อนรับข้าเข้าจวนให้ทุกคนได้รู้ บุตรสาวฮูหยินใหญ่จวนจงจิ้งโหว มิใช่ใครที่ไหนก็สามารถดูแคลนได้!”
ซ่งิหลานพูดยังไม่ทันขาดคำดังที่คาดไว้ ก็เห็นท่ามกลางประตูใหญ่แดงงามที่เปิดกว้าง มีฮูหยินและสาวใช้ผู้เย่อหยิ่งกำลังวิ่งออกมาอย่างรวดเร็วเพียงแค่เห็นอาภรณ์สวมใส่และเครื่องประดับบนกายก็รู้ได้ว่าฮูหยินและสาวใช้เหล่านี้เป็ที่รักใคร่เพียงใดชั่วขณะที่มองไปยังซ่งิหลานสายตาแอบซ่อนไว้ด้วยความคับแค้นใจ ทั้งดูเหมือนยังแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังหัวหน้าผู้หนึ่งมองดูแล้วเป็ฮูหยินผู้มีศักดิ์มากปั้นยิ้มและแสดงการคารวะด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยื่นมือค้อมเอวพูดเสียงต่ำว่า “บ่าวมารับคุณหนูกลับจวนเ้าค่ะ” นางยื่นมือออกมา รอคอยให้ซ่งิหลานจับมือตนเองพยุงลงจากรถ
แม้ว่าซ่งิหลานเป็บุตรสาวฮูหยินใหญ่จวนจงจิ้งโหวทว่าฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวมีบุตรชายทั้งสิ้นสามคน นอกจากบุตรชายคนโตจงจิ้งโหวแล้วยังมีนายท่านรองและนายท่านสามล้วนอยู่ในจวนไม่ได้แยกบ้านออกไปด้วยเหตุนี้พี่สาวน้องสาวรุ่นเดียวกันจึงได้เรียงตามลำดับาุโ นางลำดับที่สาม แยกจวนในปีนั้นล้วนแต่เรียกนางว่าคุณหนูซ่งสามชั่วขณะนี้ซ่งิหลานพบฮูหยินผู้นี้ในที่สุดก็ยอมนอบน้อม ยังรู้จักยื่นมือตนเองพยุงนางทว่านางยังคงยิ้มเบาๆต่อไป กระทั่งใบหน้าของฮูหยินปรากฏความไม่ยินยอมที่จะค้อมเอวอย่างลำบากต่อหน้านาง
นางยังคงไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว
ขณะนี้หน้าประตูจวนจงจิ้งโหวยิ่งเพิ่มสายตาจ้องมองของผู้คน
ทั้งเพราะรถม้าวิจิตรตระการตาทั้งเพราะฮูหยินผู้ดูแลจวนผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรออกหน้า....
“คุณหนูสาม ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังรอท่านอยู่ในจวน” ฮูหยินผู้นั้นรอนานมากทว่ากลับไม่พบปฏิกิริยาตอบกลับใดๆจากซ่งิหลาน ทนไม่ได้จนต้องกล่าวเสียงต่ำข่มขู่ออกไป
ให้ท่านย่ารอตัวเองคู่มือของคุณหนูสามพลาดไปเสียแล้ว
“ด้านท่านย่า ข้ามีเหตุผลของตัวเอง”
ซ่งิหลานยังคงไม่ขยับนั่งอยู่ในรถอันวิจิตรสวยงาม ท่าทีไม่สนใจใยดีนั่นพลันทำให้ฮูหยินผู้นั้นเหงื่อไหลนางได้รู้แล้วคุณหนูสามผู้นี้ไม่ง่ายที่จะมีเื่ด้วย ทว่าคุณหนูสามผู้นี้คิดจะทำอะไรกันแน่? หรือว่าต้องให้ผู้เฒ่าทั้งหมดออกมารับนางเข้าจวน? นางส่งสายตาให้สาวใช้เื้ั สาวใช้ผู้นั้นใบหน้าซีดขาวรีบวิ่งกลับเข้าจวนไปอย่างรวดเร็วแย้มยิ้มให้ซ่งิหลานพูดอย่างนอบน้อม เสียงต่ำกล่าวว่า “คุณหนูสามโปรดอภัยด้วยวันนี้บังเอิญว่า ฮูหยินผู้เฒ่าจวนหลัวกั๋วกงมาเยือนจวนและพบปะสนทนาเื่เก่าก่อนกับฮูหยินผู้เฒ่าท่านนี้ฐานะสูงส่ง ด้วยเหตุนี้ฮูหยินผู้เฒ่าถึง...”
ดูเหมือนรู้สึกว่าซ่งิหลานมิใช่นิสัยดีว่าง่ายน้ำเสียงของฮูหยินผู้นี้จึงแ่เบาเนิบช้า
“ฮูหยินก็ไม่ว่างหรือ?” ฮูหยินในที่นี้ก็คือฮูหยินของจวนจงจิ้งโหวหลี่ซื่อ
ดีจริงคงไม่ได้หมายความว่าจะให้ฮูหยินออกมารับนางด้วยตัวเอง?
ฮูหยินผู้นี้ชั่วขณะนั้นถึงกับต้องเช็ดเหงื่อ
อย่างไรก็ตามมารดาเลี้ยงออกมารับลูกเลี้ยงนั่นค่อนข้างเสียศักดิ์ศรีแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นใครไม่รู้บ้างว่าฮูหยินจงจิ้งโหวไม่ชอบลูกเลี้ยง?
ฮูหยินผู้นี้รีบร้อนยิ้มพร้อมทั้งพูดว่า “ฮูหยินก็ไม่ว่าง...”
“ยังไม่ว่างอีกหรือ หรือจะมาไม่ทันรับบุตรสาวผู้จากบ้านแปดปีกลับจวน?” น้ำเสียงซ่งิหลานสุภาพแ่เบา อย่างไรก็ตามเมื่ออยู่บนถนนเส้นหลักสายยาวกลับดูเหมือนชัดเจนกระจ่างใส น้ำเสียงสงบยามเมื่อถอนหายใจ “ว่ากันว่าฮูหยินรักใคร่เอ็นดูข้าผู้น้อยเพียงแต่ทำไมความรักใคร่เอ็นดู กลับมิได้ให้ประโยชน์อันใดแก่ตัวข้าล่ะ? พูดไปแล้ว หรือว่าข้าไม่ใช่บุตรสาวของท่านพ่อ? ตอนนั้นฮูหยินเข้าจวนทำไมพูดว่าจะดูแลข้าเหมือนบุตรสาวแท้ๆ รักใคร่จริงใจ คำสาบานในปีนั้นยังก้องอยู่ในหูวันนี้กลับห่างเหินเ็า ให้ข้าไปไกลๆจวน ที่เรียกกันว่าความรักเมตตาของมารดาช่างน่าหัวเราะเสียจริง ”
ถอนหายใจเฮือกหนึ่งความเศร้าโศกเสียใจบนใบหน้าเพริศพริ้งของหญิงสาว ทำให้รอบด้านวิจารณ์กันเซ็งแซ่
ซ่งิหลานเช็ดหางตาปิดบังรอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเบาๆจากการเล่นละคร
อย่างไรก็ตามเป็เื่ที่จัดการได้อย่างง่ายดาย
คุณหนูซ่งสามรู้สึกว่าตนเองได้ช่วยฮูหยินจวนจงจิ้งโหวฉีกหน้ากากของมารดาผู้เมตตาแล้ว
*夹着尾巴หนีบหาง/ม้วนหาง หมายความว่า ไม่ทำตัวเป็จุดสนใจ/ไม่แสดงตัวให้มาก
*打了瞌睡就有人送枕头 กำลังสัปหงกก็มีคนส่งหมอนมาให้ หมายความว่า อยากได้อะไรก็ได้อย่างนั้น
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/cbd7c044802f07a826abd2eff68d73da
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ยอดพธูแห่งยุคที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ยอดพธูแห่งยุค #readAwrite ด้วยน้า