หว่านหรงฟังคำพูดอหังการของสามีแล้วรู้สึกฮึกเหิมตามเขานั่นซิ นางเป็ฮูหยินของเขาแล้ว นางจะทำตัวขลาดเขลาได้อย่างไร
“กินเถอะ”หนานกงเยี่ยนคีบกับให้นาง หว่านหรงจึงกินข้าวต่อ
หลังจากกินข้าวอิ่มแล้วหนานกงเยี่ยนก็พาฮูหยินไปดูกิจการร้านขายผ้าของตระกูลแม่นมจางกับจางลี่ก็ตามไปด้วย พวกนางแทบจะไม่ยอมห่างจากคุณหนูของพวกนางเลย หนานกงเยี่ยนเห็นว่าสาวใช้2 คนนี้ซื่อสัตย์จงรักภักดีกับหว่านหรง เขาจึงไม่ว่าอะไรปล่อยให้พวกนางตามไปคอยดูแลรับใช้ฮูหยินของเขา
เมื่อไปถึงร้านขายผ้าซึ่งเป็กิจการของตระกูลหนานกง รถม้าเพิ่งจะหยุดลงตรงหน้าร้านเถ้าแก่เห็นรถม้าของนายท่านมาจอดก็รีบก้าวเร็วๆ ไปต้อนรับถึงข้างรถม้าทันที“นายท่านขอรับ”
หนานกงเยี่ยนลงจากรถม้าเขามองเถ้าแก่ทีหนึ่งแล้วหันไปยื่นมือให้ฮูหยินของเขา “หรงเอ๋อร์ ลงมาซิ”
“เ้าค่ะ” หว่านหรงก้าวออกจากรถม้าจับมือสามีก้าวลงจากรถม้า เถ้าแก่รีบกุมมือคารวะ “นายหญิง”
หว่านหรงยิ้มให้เถ้าแก่ตอนนั้นนางมาที่ร้านขายผ้าแห่งนี้กับพี่สาวต่างมารดานางในตอนนั้นยังเป็แค่บุตรสาวของอาลักษณ์เล็กๆ คนหนึ่ง ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อผ้าสักผืนจากร้านนี้มาวันนี้นางกลายเป็ฮูหยินของเ้าของร้าน เถ้าแก่จึงให้ความเคารพนบนอบเช่นนี้อำนาจของเงินช่างเปลี่ยนคนได้จริงๆ
“มาเถอะหว่านหรงเข้าไปดูผ้าในร้านซิ เ้าชอบผ้าพับไหนก็เลือกเอาตามใจชอบเลย” หนานกงเยี่ยนบอกเขาไม่อยากเห็นนางยิ้มให้คนอื่น หว่านหรงหันไปมองสามี ถามเย้าว่า“แล้วถ้าข้า้าผ้าทั้งร้านล่ะเ้าคะ?”
“ก็ขนกลับไปให้หมด”หนานกงเยี่ยนบอกอย่างไม่ใส่ใจ เถ้าแก่อ้าปากค้าง “หา!?”
“ท่านพี่ก็พูดเกินไปอาภรณ์ข้ามีตั้งเยอะแล้ว ข้ายังใส่ไม่ครบทุกชุดเลยหากว่าขนผ้ากลับไปหมดทั้งร้านจริงๆ เดือนไหนปีไหนข้าจะใส่ครบล่ะเ้าคะ”หว่านหรงหัวเราะเบาๆ สามีช่างตามใจนางเหลือเกินเช่นนี้แล้วนางจะไม่รักเขาได้อย่างไร นางรักเขา รักมากมากจนนางเองก็ไม่รู้ว่ามากเท่าไหร่ มากเท่าใบไม้ในผืนป่าหรือมากเท่าเม็ดทรายทั้งหมดในทะเลทรายกระมัง
หนานกงเยี่ยนเห็นนางหัวเราะก็รู้สึกอารมณ์ดียิ่งแต่พอเขาเหลือบมองเถ้าแก่ที่กำลังมองฮูหยินของเขา เขาจึงกระแอมไอ “อะแฮ่มๆ”
พลางถลึงตาใส่เถ้าแก่“เ้ามัวยืนทื่ออะไรอยู่ ยังไม่รีบไปเอาสมุดบัญชีมาให้ข้าตรวจอีกรึ”
“อ่า...ขอรับๆ”เถ้าแก่ที่ได้สายตาดุๆ จากนายท่านรีบตั้งสติกลับมา เขาหันหลังไป ก้าวเร็วๆเข้าร้านไปทันที พลางคิดว่า ‘ดูเหมือนนายท่านจะหวงนายหญิง’
เขาเป็เถ้าแก่ร้านมาหลายปีเจอคนมากมาย ดังนั้นสายตาและอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนเป็สิ่งที่เขาต้องคาดเดาให้ออก จะซื้อผ้าหรือไม่? ชอบผ้าแบบใด?น่าจะมีเงินในถุงเงินเท่าไหร่? สิ่งเหล่านี้เขาล้วนคาดเดาได้ค่อนข้างแม่นยำยิ่งถ้าบุรุษพาสตรีมาซื้อผ้าเขายิ่งต้องสังเกตอารมณ์ความรู้สึกของบุรุษให้แจ่มแจ้งหากเขามองสตรีนางนั้นมากหน่อย อาจได้รับสายตาหึงหวงจากบุรุษที่มากับนางสายตาของนายท่านก็เป็เช่นนั้น แสดงออกชัดว่าหึงหวงนายหญิง ก็น่าจะหึงหวงอยู่หรอก นายหญิงงามถึงเพียงนั้นหึๆๆๆ...
เขาคิดๆอยู่ในใจพลางหยิบสมุดบัญชีไปวางไว้บนโต๊ะ รอให้นายท่านตรวจดูหนานกงเยี่ยนจูงมือฮูหยินเดินเข้าไปด้วยกัน เขาพานางไปที่ห้องด้านในเถ้าแก่หลุบตาลงไม่มองนายหญิง เขามองนายท่านแล้วบอกว่า “สมุดบัญชีอยู่บนโต๊ะขอรับข้าไปยกน้ำชาก่อนนะขอรับ”
“ไปเถอะ”หนานกงเยี่ยนโบกมือไล่ เถ้าแก่กุมมือถอยออกไป หนานกงเยี่ยนนั่งลงที่โต๊ะ
หว่านหรงนั่งลงด้านข้างนางหยิบแท่งหมึกขึ้นมาฝนหมึกให้สามีเถ้าแก่ก็สั่งลูกน้องในร้านให้ยกน้ำชาไปให้นายท่านเมื่อก่อนเขามักจะยกน้ำชาไปให้เอง แต่ว่าตอนนี้ถ้าเขายกเข้าไปเอง มีหวังได้เห็นสายตาดุๆจากนายท่านแน่นอน ดังนั้นให้ลูกน้องที่เป็สตรียกเข้าไปแทนย่อมดีกว่า เหอๆๆๆ...
หนานกงเยี่ยนนั่งตรวจบัญชีทีละเล่มอย่างละเอียดลออหว่านหรงนั่งฝนหมึกอยู่ข้างๆ มองดูสามีทำงานไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งถึงเวลาเย็น หนานกงเยี่ยนก็พาฮูหยินออกจากร้านขายผ้า เถ้าแก่ยืนส่งถึงข้างรถม้าเขาพยายามไม่มองนายหญิงมากนัก ไม่เช่นนั้นอาจได้รับสายตาดุๆจากนายท่านอีกก็เป็ได้ รถม้าขับออกไป เถ้าแก่ถอนหายใจพรู “เฮ้อ...”
“เถ้าแก่ท่านมีเื่หนักใจอะไรหรือเ้าคะ?” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยปากถาม เถ้าแก่จึงบอก“ไม่มีอะไรหรอก ไปๆ เก็บของปิดร้านเถอะ นี่ก็เย็นมากแล้ว”
“เ้าค่ะ”ลูกน้องรับคำแล้วรีบก้าวเร็วๆ ไปเก็บของทันที เถ้าแก่เดินตามไปช่วยเก็บของ
รถม้าวิ่งกลับบ้านเมื่อถึงบ้าน หนานกงเยี่ยนก็ลงจากรถม้า เขายื่นมือไปประคองฮูหยินลงมา“เ้าไปอาบน้ำเถอะ ข้าจะไปรอที่ห้องโถง”
“เ้าค่ะ”หว่านหรงรับคำ นางเดินเข้าเรือนไปพร้อมกับแม่นมจางและจางลี่หนานกงเยี่ยนก็แยกไปที่เรือนข้าง เจ๋อิก้าวไปหาพลางกุมมือ “นายท่านพรุ่งนี้ท่านจะไปบ้านพ่อตาเวลาใดขอรับ?”
“ขึ้นอยู่กับว่าหรงเอ๋อร์ตื่นเมื่อไหร่เ้าก็เตรียมข้าวของไว้ให้เรียบร้อยเถอะ” หนานกงเยี่ยนบอก เจ๋อิรับคำ “ขอรับ”
หนานกงเยี่ยนเดินเข้าเรือนไปเจ๋อิตามไปคอยรับใช้อยู่ข้างกาย
หลังจากกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว หนานกงเยี่ยนก็จูงมือฮูหยินเข้าเรือนนอนแม่นมจางกับจางลี่ก็กลับไปพักผ่อน พวกนางจะกล้าตามไปเป็ ‘ก้างขวางคอ’ได้อย่างไร ฮี่ๆๆๆ...
เมื่ออยู่ในห้องตามลำพังแล้วหนานกงเยี่ยนก็จับฮูหยินถอดอาภรณ์ออก หว่านหรงหน้าแดงระเรื่อ ใจเต้นตึกตักๆหนานกงเยี่ยนประคองนางที่เปลือยเปล่าไปที่เตียง เขาปล่อยนางยืนอยู่หน้าเตียงแล้วขยับไปแก้เชือกผ้าสีแดงมาเส้นหนึ่ง เขาเอาเชือกผูกกับคาน้าปล่อยปลายเชือกลงมา แล้วเขาก็แก้เชือกอีกเส้นเอามาผูกกับคาน้าปล่อยปลายเชือกลงมา จากนั้นเขาก็หันไปดึงฮูหยิน “มาซิ หรงเอ๋อร์วันนี้เปลี่ยนท่านะ”
“เ้าค่ะ”หว่านหรงรับคำเสียงเบา หนานกงเยี่ยนจับข้อมือนางผูกกับเชือกผ้าสีแดงนั้นโยงนางไว้กลางเตียงหว่านหรงถูกมัดข้อมือห้อยโยงแบบนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาดนางไม่รู้ว่าสามีจะมอบความสุขแบบไหนให้นาง หนานกงเยี่ยนหาผ้าผูกตา แต่ว่าหาไม่เจอเขาจึงเดินไปเปิดหีบใบหนึ่ง หยิบผ้าปิดตาที่เตรียมเอาไว้ออกมาเขาใช้ผ้าผืนนั้นผูกปิดตานาง หว่านหรงมองไม่เห็นอะไรนางได้ยินเสียงสามีเคลื่อนไหวอยู่ข้างกาย หนานกงเยี่ยนขยับไปยืนด้านหน้านางเขามองนางที่ถูกมัดโยงคุกเข่าอยู่กลางเตียง ผิวขาวตัดกับเชือกสีแดงทำให้นางดูเหมือนปฏิมากรรมชั้นยอด เขายื่นมือไปบีบดอกบัวงาม หว่านหรงคราง“อื้อ...ท่านพี่”
“หรงเอ๋อร์”หนานกงเยี่ยนครางเสียงแหบพร่า เขาคุกเข่าลงตรงหน้านาง ก้มลงไปดูดดอกบัวงามมือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปบีบคลึงดอกไม้งามกลางลำตัว หว่านหรงเสียวจนคราง “อู...ท่านพี่เ้าขา...”
เจ๋อิได้ยินเสียงครางเขามองตรงรูเล็กๆ ออกไป เห็นนายท่านกำลังปรนเปรอนายหญิงอยู่ นางถูกปิดตาแล้วเขาจึงเปิดประตูลับเดินออกไป เขาไปหยุดยืนอยู่หน้าเตียงด้วยฝีเท้าไร้เสียงหนานกงเยี่ยนรู้สึกถึงเจ๋อิ เขาเหล่มองเจ๋อิแวบหนึ่ง แล้วขยับตัวอ้อมไปด้านหลังฮูหยินเขากอดนางจากด้านหลัง มือขยำดอกบัวตูมข้างหนึ่งอีกข้างก็บีบคลึงดอกไม้งามกลางลำตัว เจ๋อิมองดูฮูหยินที่ถูกปรนเปรอใบหน้านางช่างเย้ายวนชวนให้กระแทกให้ลึกสุดรูจริงๆ
หนานกงเยี่ยนบีบคลึงฮูหยินดวงตามองเจ๋อิที่มองมา ราวกับจะบอกเจ๋อิว่า ‘เ้าดูซิข้าทำให้นางเสียวถึงขนาดนี้ นางเป็ของข้า เ้าไม่มีสิทธิ์ในตัวนาง’
เจ๋อิอ่านสายตานายท่านออกเขากำมือแน่น เข้าใจดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ใดๆ เลย แต่ว่าถึงจะไม่มีสิทธิ์ เขาก็รักนางเข้าให้แล้ว!
หนานกงเยี่ยนแทงนิ้วทะลวงรูหว่านหรงสะดุ้งเสียวซ่าน “อื้อ...ท่านพี่...”
“หรงเอ๋อร์บอกให้ข้าชื่นใจหน่อยซิ ข้าทำให้เ้าเสียวขนาดไหน” หนานกงเยี่ยนบอกอยู่ข้างหูพลางขบใบหูของนางเบาๆ หว่านหรงครางตอบ “อื้อ...สะ...เสียวมากเ้าค่ะ อื้อ...อู...”
หนานกงเยี่ยนยิ้มอย่างผู้ชนะเขามองสบตากับเจ๋อิ ‘เห็นรึยังล่ะ’
เจ๋อิมองตอบเขากำมือแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ แท่งหยกแข็งขึงชี้เด่อยู่ใต้อาภรณ์
“อื้อ...อา...”หว่านหรงครางออกมา นางพยายามกลั้นเสียงครางเอาไว้ หนานกงเยี่ยนบอกอยู่ข้างหู“เ้าอยากร้อง เ้าก็ร้องออกมา ไม่ต้องกลัวว่าใครจะได้ยินหรอกหรงเอ๋อร์เ้ากับข้าเป็สามีภรรยากันแล้ว เื่นี้ไม่ใช่เื่น่าอายอะไรมันเป็เื่ธรรมดามาก ใครจะได้ยินก็ช่างมันเถอะ”
“อื้อ...ตะ...แต่ว่า...ข้า...อายนี่”หว่านหรงครางบอก “อื้อ...พวกบ่าวได้ยินเสียงข้า พวกเขาจะคิดอย่างไร...”
“ก็คิดว่าข้าเก่งอย่างไรล่ะ”หนานกงเยี่ยนบอก นิ้วยิ่งทะลวงรูถี่ๆ หว่านหรงเสียวจนบิดตัวไปมา ครางกระเส่า “อื้อ...อื้อ...ท่านพี่...ข้าจะ...ข้าจะ...”
หนานกงเยี่ยนยิ่งแทงนิ้วเข้าๆออกๆ เร็วขึ้นอีก เขารู้สึกว่ารูนางบีบรัดแน่นมากน้ำหวานของนางไหลเยิ้มจนเปื้อนมือเขาเต็มไปหมด หว่านหรงเสียวจนสุดจะทนไหว นางตัวเกร็งครางเสียงหวาน“อ้าาาาา...”
หนานกงเยี่ยนแทงนิ้วเข้าๆออกๆ รูนางอีกครู่หนึ่งก็ดึงนิ้วออกมา น้ำหวานของนางชโลมเปื้อนมือเขาจนชุ่มโชกเขายกมือข้างนั้นขึ้นดู คล้ายกับจะอวดเจ๋อิไปในตัวหว่านหรงหอบหายใจสะท้อนสะท้าน “แฮ่กๆ”
นางคุกเข่าหมดเรี่ยวหมดแรงหากว่าข้อมือไม่ได้ถูกมัดโยงเอาไว้ ตัวนางคงทรุดลงไปกองกับฟูกนิ่มแน่นอนหนานกงเยี่ยนอ้อมตัวนางลงจากเตียง หลิ่วตาสั่งเจ๋อิเจ๋อิจึงถอดอาภรณ์ออกจนตัวเปลือยเปล่าหนานกงเยี่ยนใช้นิ้วเขียนอักษรบนแผ่นหลังเจ๋อิเจ๋อิรอจนนายท่านเขียนจบแล้วเขาจึงก้าวขึ้นเตียง อ้อมไปด้านหลังนายหญิงหนานกงเยี่ยนก้าวไปยกเก้าอี้มาตั้งหน้าเตียง นั่งลงรอดูเจ๋อิเข้าซ้อนด้านหลังนายหญิง เขาจับขานางสอดแขนข้างหนึ่งเข้าไปใต้ข้อพับเข่ายกขาข้างนั้นขึ้นสูง ทำให้ดอกไม้งามแบะกลีบอ้าออกเขาจับแท่งหยกถูไถกับดอกไม้งามดอกนั้นจากทางด้านหลังหนานกงเยี่ยนจ้องมองแท่งหยกที่กำลังถูไถดอกไม้งาม
“อื้อ...ท่านพี่...”หว่านหรงคราง เจ๋อิค่อยๆ ดันแท่งหยกเข้ารู หว่านหรงเม้มปาก นางรู้สึกเจ็บๆ ตึงๆคับแน่นมาก เจ๋อิดันแท่งหยกเข้ารูไปได้นิดหนึ่งเขาก็สอดแขนเข้าไปใต้ข้อพับเข่าอีกข้างของนายหญิง ยกขานางขึ้นทำให้นางอยู่ในท่ากางขาอ้าออก เจ๋อิค่อยๆ ดันแท่งหยกกระแซะๆ เข้าไปหว่านหรงคราง “อื้อ...”
หนานกงเยี่ยนอยากจะดูให้ชัดๆเขาจึงขยับลุกไปนั่งบนเตียง มองจ้องดอกไม้งามที่กำลังถูกแท่งหยกทะลวงเข้าไปขณะที่มองอยู่นั้น เขาเกิดความคิดอยากเลียดอกไม้งามไปด้วย แต่ว่าถ้าเขาทำแบบนั้นนางรู้แน่นอนว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องด้วย เขาข่มใจตัวเองเอาไว้ ไม่ให้ทำแบบนั้นเขามองจ้องดอกไม้งามดอกนั้นเขม็ง เจ๋อิทะลวงเข้าไปจนสุดแล้วก็ยกตัวนายหญิงขึ้นทำให้ดอกไม้งามรูดแท่งหยกขึ้นไป
“อื้อ...”หว่านหรงคราง รู้สึกคับแน่นมาก เจ๋อิปล่อยตัวนายหญิงลงทำให้ดอกไม้งามกลืนแท่งหยกเข้าไป หนานกงเยี่ยนเห็นกลีบเนื้ออ่อนนุ่มยู่เข้ายู่ออกมันช่างทำให้เขาตื่นตัวจริงๆ เจ๋อิยกตัวนายหญิงขึ้นๆ ลงๆ แท่งหยกทะลวงเข้าๆออกๆ ทำเขาเสียวจนอยากร้องครางยิ่งนัก แต่เขาก็ต้องกลั้นเสียงเอาไว้หว่านหรงเสียวจนกลั้นเสียงครางไม่อยู่ “อื้อ...ท่านพี่...ซี๊ด...”
หนานกงเยี่ยนจ้องมองแท่งหยกที่เปื้อนน้ำหวานเป็มันวาวกำลังทะลวงเข้าๆออกๆ รูเล็กแดงแจ๋ ทำเขานึกถึงตอนที่ยังมีแท่งหยกอยู่ความรู้สึกนั้นมันยากจะลืมจริงๆ เขาจินตนาการว่าตัวเองกำลังทำกับฮูหยินคิดว่าแท่งหยกของเจ๋อิก็คือแท่งหยกของเขา อา...
เขาจ้องมองตาไม่กะพริบมองดูน้ำหวานไหลย้อยชโลมแท่งหยกจนเป็มันวาว กลิ่นน้ำหวานของนางช่างเย้ายวนใจยิ่งอู...
เขาอดใจไม่ไหวจนต้องยื่นมือไปบี้เกสรของนางหว่านหรงเสียวสะท้านทันที “อ้า...ซี๊ด...”
เจ๋อิถูกรูน้อยรัดแน่นติ้วทำเขาแทบเกือบถึง์ทันใด รูนางบีบรัดแน่นมากหนานกงเยี่ยนเห็นฮูหยินครางกระเส่าก็ยิ่งบี้เกสรแรงๆ หว่านหรงเสียวแทบขาดใจ“อ้า...ท่านพี่...อื้อ...”
ใบหน้านางเหยเกคล้ายกับทรมานปนสุขเสียวครางกระเส่าฟังไม่ได้ศัพท์ “อ้า...อ้า...”
ยิ่งนางครางเสียงดังเจ๋อิก็ยิ่งยกตัวนางขึ้นๆ ลงๆ ถี่ๆ หนานกงเยี่ยนก็บี้เกสรแรงๆ ไม่หยุดไม่พักหว่านหรงเสียวจนลืมคิดถึงความผิดปกตินี้ไป ในเมื่อแขนทั้งสองสอดอยู่ใต้ข้อพับแล้วยังจะใช้มือบี้เกสรได้อีกหรือ? ความผิดปกตินี้นางไม่ทันคิดจริงๆนางถูกทำให้เสียวจนจะขาดใจตาย ไหนเลยจะมีเวลาไปคิดถึงเื่อื่นอีกนางรู้แต่ว่าเขาทำให้นางเสียวมาก!
“อ้า...อ้า...อ้าาาาา...”นางครางเสียงดัง ตัวเกร็งกระตุก สุขสมอีกครา น้ำหวานหลั่งชโลมแท่งหยกจนหยดลงบนฟูกแหมะๆ
“อ้า...ท่านพี่พอก่อนข้าเสียวมาก” นางร้องบอก นางเพิ่งจะสุขสมไป ทำให้ตรงส่วนนั้นรู้สึกอ่อนไหวมากขึ้นเขายังทะลวงรูไม่หยุด ซ้ำยังบี้เกสรไม่พัก มันทำให้นางเสียวจนทนไม่ไหวจริงๆแต่บุรุษทั้งสองกลับไม่หยุดตามที่นางขอ พวกเขายังคงกระทำการเช่นเดิมต่อไป เจ๋อิยกนายหญิงขึ้นๆลงๆ รูนางรัดแน่นติ้วทำเขาเสียวมากหนานกงเยี่ยนเห็นนางเสียวจนตัวสั่นก็ยิ่งรู้สึกสะใจใบหน้านางยามนี้ช่างกระตุ้นอารมณ์เขามากจริงๆ หว่านหรงถูกเขา 2คนร่วมมือกันปรนเปรอนาง นางจึงได้แต่ร้องครางเสียงแหบเสียงแห้ง“อ้า...ท่านพี่...ซี๊ด...”
สาวใช้บ่าวไพร่ที่เข้าเวรกลางคืน พวกเขาล้วนเอาฝ้ายอุดหูเอาไว้นายท่านกับนายหญิงกำลังใช้วิชา ‘เสกเด็ก’ พวกเขามีแต่ความยินดี เชื่อว่าอีกไม่นานนายหญิงต้องมีคุณชายน้อยๆ แน่นอนฮี่ๆๆๆ...
เจ๋อิยกนายหญิงขึ้นๆ ลงๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หว่านหรงเสียวแทบขาดใจตายคาแท่งหยกหนานกงเยี่ยนก็บี้เกสรไปเรื่อยๆ เขาชอบสีหน้านางในตอนนี้ยิ่งนัก ช่างเย้ายวนยิ่งนักปลุกเร้าอารมณ์เขาจนแทบจะบ้าคลั่งแล้ว หว่านหรงครางเสียงแหบแห้ง “อ้า...อ้า...”
จนกระทั่งนางสุขสมถึง์ไปเจ็ดแปดครั้ง เจ๋อิจึงได้ถึงคราวสุขสมบ้าง “อื้อ!”
เขากลั้นเสียงครางจนมันกลายเป็เสียงคำรามอยู่ในลำคอแท่งหยกกระตุกยึกๆ หลั่งธารขุ่น สายธารนั้นไหลย้อยออกมาหยดแหมะๆ
เขาปล่อยตัวนายหญิงลงดึงแท่งหยกออกจากกายนาง หนานกงเยี่ยนก็ดึงมือกลับไปพร้อมกันเจ๋อิก้าวลงจากเตียง หยิบอาภรณ์ขึ้นมาสวมแล้วเดินไปที่ประตูลับหนานกงเยี่ยนมองฮูหยินของเขาที่คุกเข่าหมดเรี่ยวหมดแรงเขารอจนประตูลับปิดสนิทแล้วจึงได้ก้าวไปแก้เชือกออกจากข้อมือฮูหยินเขาประคองนางนอนลง หว่านหรงหอบหายใจสะท้อนสะท้าน นางผล็อยหลับไปทันทีที่นอนลงไปหนานกงเยี่ยนแก้ผ้าผูกตาออกเขาเห็นนางหลับไปแล้วเขาจึงหันไปยกเก้าอี้เก็บแล้วเดินกลับไปนอนกอดนางหลับไปด้วยกัน
เช้าวันที่ 3 หลังจากหว่านหรงแต่งงาน หว่านกัวฉายตื่นแต่เช้าเขากินข้าวเช้าแล้วก็ชะเง้อมองประตูเรือนตลอดเวลาเขากำลังรอลูกสาวกับลูกเขยกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมของภรรยาตามธรรมเนียมอนุรองก็ชะเง้อชะแง้รอคอยเช่นกัน แม้นางจะเกลียดหว่านหรงเข้ากระดูกดำที่กล้าแย่งวาสนาของลูกสาวนางไปแต่ว่านางก็ไม่กล้าแสดงออกนอกหน้า อีกทั้งตระกูลหนานกงไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องพยายามผูกมิตรให้ดีที่สุด
ยามเหมา* ผ่านไป หว่านกัวฉายก็ลุกไปรออยู่ที่ห้องโถงหน้า เขานั่งรอจิบชารอไปเรื่อยๆอนุรองและอนุคนอื่นๆ ก็พากันมารอต้อนรับเขยเยี่ยนเช่นกัน แน่นอนว่าใครๆก็อยากจะผูกมิตรกับหนานกงเยี่ยน
(ยามเหม่า (卯:mǎo) คือ 05.00 – 06.59 น.)
จนกระทั่งยามเฉิน* ผ่านไปก็ยังไม่มีวี่แววว่าหนานกงเยี่ยนกับหว่านหรงจะมาถึงเลย หว่านกัวฉายจึงสั่งบ่าว“ไปดูซิ ลูกเขยเยี่ยนมาถึงหรือยัง”
(ยามเฉิน (辰:chén)คือ 07.00 – 08.59 น.)
“ขอรับ” บ่าวรับคำแล้วรีบเดินออกไปเขาไปดูที่ประตูใหญ่มองชะเง้อออกไปเบื้องนอกก็ยังไม่เห็นวี่แววรถม้าของตระกูลหนานกงเลยมีแต่คนเดินถนนผ่านไปผ่านมา เขามองๆ รอๆ มองแล้วมองอีก จึงกลับไปรายงานนายท่านว่า“ยังไม่มาขอรับ”
“จนป่านนี้ยังไม่มาอีก”หว่านหรูอี้บ่นเบาๆ นางมารอดูน้องสาวต่างมารดาหน้าโง่ที่ต้อง ‘หวานอมขมกลืน’ เพราะสามีพิการนางรอที่จะเยาะเย้ยอยู่เลยเชียว นังนั่นเป็ลูกฮูหยินเอกแล้วอย่างไรอยู่ในจวนก็อยู่เหมือนคนไร้ค่าคนหนึ่ง อาหารการกิน อาภรณ์ผ้าผ่อน เรือนนอนข้าวของทุกอย่างล้วนสู้นางที่เป็ลูกอนุรองไม่ได้สักอย่าง
“อี้เอ๋อร์” อนุรองรีบสะกิดลูกสาวแล้วเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวานว่า “อาจจะกำลังมาก็ได้”
นางขึงตาใส่ลูกสาวเป็เชิงบอกให้สงบปากสงบคำหว่านหรูอี้เหยียดปากทีหนึ่งแล้วยกชาขึ้นจิบปิดบังสีหน้าเอาไว้อนุรองรีบหันไปพูดกับสามีว่า “บางทีหรงเอ๋อร์อาจจะกำลังมากระมัง”
“อืม” หว่านกัวฉายพยักหน้ายกชาขึ้นจิบ รอต่อไป
จนกระทั่งยามซื่อ* ผ่านไป หว่านกัวฉายก็มีสีหน้าทะมึนขึ้นมาแล้วเขาวางถ้วยชากระแทกดังปึก! “ฮึ่ม!”
(ยามซื่อ (巳:sì)คือ 09.00 – 10.59 น.)
ปกติแล้วลูกสาวและลูกเขยจะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของภรรยาก็ไม่ควรเกินยามเฉิน(07.00 – 08.59 น.) แต่นี่จนเลยยามซื่อ(09.00 – 10.59น.)ไปแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา! เขยเยี่ยนทำเช่นนี้เหมือนไม่เห็นหัวบ้านเดิมภรรยาเลย!ถือว่าร่ำรวยกว่ารึ!ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็ขุนนางในราชสำนักนะ! (แม้ว่าตำแหน่งจะไม่ใหญ่โตก็เถอะ)
เขาโมโหจนหน้าแดงจึงลุกขึ้นเดินกลับเรือนนอนไป เหล่าอนุก็คุยกัน“เอ...หรือว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้น?”
อนุรองมองไปมองมานางจึงสั่งบ่าวว่า “เ้าไปดูที่บ้านตระกูลหนานกงทีเหตุใดหรงเอ๋อร์กับเขยเยี่ยนจึงยังไม่มาสักที”
“ขอรับ”บ่าวรับคำสั่งแล้วถอยออกไป อนุรองก็ตามสามีไปแน่นอนว่านางต้องไปพูดปลอบใจสามีให้ใจเย็นลง
บ่าวจากจวนตระกูลหว่านรีบเดินไปที่บ้านตระกูลหนานกงเมื่อไปถึงบ้านตระกูลหนานกง เขาก็ถามยามเฝ้าประตูว่า“เหตุใดท่านเขยเยี่ยนกับคุณหนูรองถึงยังไม่ไปเยี่ยมท่านอาลักษณ์หว่านหรือ?”
“เ้าเป็ใคร?”ยามเฝ้าประตูถาม บ่าวจึงบอกว่า “ข้าเป็บ่าวจวนตระกูลหว่านฮูหยินให้ข้ามาถามเพราะว่าท่านอาลักษณ์หว่านรอคุณหนูกับท่านเขยั้แ่เช้าแล้ว”
“นายท่านข้ายังไม่ตื่นเื่ไปเยี่ยมตระกูลหว่าน ต้องรอให้นายท่านตื่นเสียก่อน” ยามเฝ้าประตูบอกบ่าวอึ้งงันไป “ยังไม่ตื่น!”
ยามเฝ้าประตูไม่สนใจบ่าวคนนั้นอีกบ่าวพยายามตั้งสติกลับมาแล้วเดินกลับจวนไปรายงานอนุรอง
หลังจากอนุรองและหว่านกัวฉายได้ยินคำรายงานของบ่าว อนุรองก็อึ้งงันไปเหมือนกันส่วนหว่านกัวฉายโมโหจนหน้าดำหน้าแดงแล้ว “วะ!ไอ้เด็กนั่นมันเห็นหัวข้าไหม!?”
‘แน่นอนว่าไม่เห็นหรอกไม่งั้นจะปล่อยให้รอแบบนี้เรอะ!’ นี่คือความคิดของอนุรองแต่ว่านางก็ไม่กล้าพูดออกไป ทำได้เพียงปลอบสามีไปตามเื่ตามราว“บางทีลูกเขยเยี่ยนอาจจะนอนดึกมากกระมังเ้าคะ”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ