บทที่ 8
แม้อาทิตย์จะคล้อยดวงลงแล้ว... แต่กระนั้น... ความร้อนในยามบ่ายก็ยังมิได้ลดความรุนแรงลงเลย อลิกซ์ไม่อาจจะทนนั่งอยู่แต่ในบ้านได้ และทั้งคิมเบอร์ลีย์และมิชเชลก็ขอร้องที่จะออกมาอยู่ข้างนอกด้วย ซึ่งเธอก็ต้องยอมตามใจและขณะนี้ลูกทั้งสองก็กำลังเพลิดเพลินกับการวิ่งเล่นไล่จับกันอยู่ใต้ร่มเงาของต้นโอ๊คใกล้กับสระว่ายน้ำอยู่และแล้ว รถปิคอัพคันนั้นก็วิ่งฝุ่นตลบกลับเข้ามา ที่จริงแล้ว โจหายตัวไปเพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น แต่อาจจะเป็นเพราะว่าเธอใจจดใจจ่อรอคอยการกลับมาของเขาอยู่ จึงทำให้รู้สึกว่าเขากลับมาช้ามาก และรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อย เมื่อเขาแบกถุงของที่ซื้อมาเดินเข้าประตูบ้านไป โดยมิได้ให้ความสนใจหันมามองเธอเลยเธอมิได้ตั้งใจที่จะแสดงความเป็นเจ้านายเหนือเขาเลย แต่ตอนที่ยืนอยู่ในครัวด้วยกันนั้น เขาได้สร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นกับเธออย่างมาก เรือนกายที่ยังชื้นด้วยละอองน้ำเกือบจะเปลือยเปล่านั้น ยืนอยู่เกือบจะชิดตัวจนเธอสัมผัสไออุ่นจากร่างของเขาได้ การที่เธอก้มหน้าก้มตาเขียนรายการยาวเหยียดลงไป ก็เพียงเพื่อจะอำพรางความสั่นสะท้านของมือเท่านั้น ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาจะอ่านลายมือของเธอออกหรือไม่“มาเถอะลูก เราเข้าบ้านกันได้แล้ว”เธอได้ยินเสียงเขาที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ในครัวดังนั้น จึงหลีกเลี่ยงที่จะเข้าบ้านทางประตูนั้น แต่เลือกเดินเข้าทางด้านประตูฝรั่งเศสที่ตรงไปสู่ห้องทำงานแทน“ขอผมเข้าไปหาคุณโจในครัวได้ไหมฮะ” มิชเชลกระตุกมือมารดาถาม“ไม่ได้หรอกลูก” อลิกซ์ก้มลงยิ้มให้ลูกชาย “ตอนนี้คุณโจเขากำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารให้เรากินกันวันนี้เขามีสเต๊กของโปรดของลูกด้วยนะ”“ผมไม่ชอบสเต๊กเท่าไหร่หรอกฮะ ชอบฮ็อทด็อกมากกว่า” มิชเชลว่า“อีกครึ่งชั่วโมงอาหารจะพร้อมนะครับ” เสียงโจดังมาจากครัว“ดีจัง” อลิกซ์ร้องตอบ และแล้วก็หันไปทางลูกชายพร้อมกับถามว่า “จะให้แม่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ไหมจ๊ะ”“ไม่ต้องฮะ ผมโตแล้ว ทำเองได้”“อ๋อ...เดี๋ยวนี้ไม่ต้องการให้แม่ดูแลแล้วใช่ไหมล่ะโอเคถ้าอย่างนั้น ก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว ๆ เลยนะคนเก่ง”จากนั้น อลิกซ์ก็ลงมืออาบน้ำแต่งตัวใหม่ ค่ำวันนี้เธอเลือกที่จะสวมชุดสีขาวแบบของชาวพื้นเมืองแม็กซิกันบอกกับตัวเองขณะที่วาดลิปสติกลงบนเรียวปากว่า การแต่งตัวสวย ๆ เพื่อลงไปรับประทานอาหารค่ำวันนี้ ไม่ได้เป็นเพราะเธอต้องการจะสร้างความประทับใจให้กับโจอย่างแน่นอนแต่เป็นเพราะว่า เมื่อเธอมีเวลามากพอที่จะแต่งได้ เธอก็ย่อมจะต้องใช้เวลานั้นให้เป็นประโยชน์ ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินลงบันไดมาชั้นล่าง ทั้งลูกสาวลูกชายนั่งโต๊ะเรียบร้อยแล้ว รอเธออยู่อย่างสงบ ภายในห้องรับประทานอาหารนั้น สว่างไสวด้วยแสงไฟจากพวงโคมระย้า บนโต๊ะอาหาร นอกจากจานชามและช้อนส้อมราคาแพงรวมทั้งแก้วน้ำที่ใสสะอาดปานแก้วเจียระไนแล้ว ก็ยังมีช่อดอกไม้แห่งฤดูร้อนปักประดับอยู่ในแจกันใบใหญ่ ที่ตั้งอยู่กลางโต๊ะซึ่งปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดอีกด้วยอลิกซ์ยังคงยืนอยู่เบื้องหน้าประตูนั้น กวาดสายตาสำรวจความเรียบร้อยของโต๊ะอาหารอยู่ ผู้ชายคนนี้มีความรู้ในการตั้งโต๊ะอาหารจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นมีด ส้อม ช้อน ทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องทั้งหมด ดูหรูหรากว่าที่เธอเคยคาดคิดไว้ด้วยซ้ำ“วันนี้วันเกิดใครหรือฮะแม่” มิชเชลยิ้มร่าด้วยความดีอกดีใจ“ไม่ใช่หรอก มิชเชล” คิมเบอร์ลีย์บอกน้องชาย “แค่การเลี้ยงอาหารธรรมดา ๆ เท่านั้นล่ะ เหมือนที่แม่เคยจัดอยู่บ่อย ๆ ไงล่ะ”ถ้ามันจะเป็นการเลี้ยงอาหารค่ำจริงๆ ก็เห็นจะเป็นครั้งแรกในรอบเวลาหลายเดือนกระมัง ทั้งนี้ เพราะตั้งแต่วันที่หย่าร้างกับสามี เพื่อน ๆ ที่เคยคบหาสมาคมกันมาก็ดูจะตีตัวออกหากกันเป็นแถว ทั้งนี้ เพราะดูเหมือนพวกเธอเหล่านั้นจะมีความเห็นอยู่ว่า การหย่าร้างเป็นเรื่องที่น่าอับอายที่สุดสำหรับผู้หญิงประตูแบบบังตาที่กั้นอยู่ระหว่างห้องรับประทานอาหารกับครัวถูกผลักเปิดออกและโจก็เดินเข้ามาพร้อมด้วยชามเปลใส่อาหารที่มีฝาครอบปิดไว้“รู้สึกว่าพวกเฟอร์เรลล์นี่จะใช้แต่ของหรู ๆ ทุกชิ้นเลยนะครับ”“ใช่ รู้สึกจะเป็นอย่างนั้นแหละ” อลิกซ์พยายามซ่อนรอยยิ้มไว้ แม้ว่าเขาจะสามารถจัดการกับทุกสิ่งทุกอย่างได้เป็นอย่างดี แต่มันก็ยังดูขัด ๆ ตาอย่างไรชอบกล“แม่คะ หนูชวนคุณโจกินอาหารร่วมกับเราได้ไหมคะ” คิมเบอร์ลีย์ถามอย่างสุภาพมี คำว่า “คุณ” นำหน้าชื่อของคนที่เธอจ้างเข้ามาเพื่อให้รับใช้ด้วยก็มันจะเสียหายตรงไหนเล่า ในเมื่อเขาเท่ากับได้ช่วยเธอไว้ด้วยการรับทำงานในหน้าที่นี้ จนกว่าเธอจะสามารถหาใครมาทำแทนได้“ได้สิลูก”เมื่อเด็กหญิงหันไปชวนซ้ำ โจก็หันมายิ้มให้กับอลิกซ์พร้อมกับตอบว่า“ยินดีครับ” มิชเชลยกหลังมือขึ้นเช็ดปาก“วันนี้อาหารค่ำมีอะไรบ้างฮะ”“อ้าว...ก็เมื่อกี้นี้แม่บอกแล้วไงล่ะ มิชเชล ว่ามีสเต๊ก” คิมเบอร์ลีย์ดุน้องชาย“แต่กลิ่นมันไม่เหมือนสเต๊กเลยนี่” มิชเชลเถียงพี่สาวอลิกซ์คลี่ผ้าเช็ดปากออกวางบนตัก หยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ มองไปทางจานเปลที่มีฝาครอบปิดไว้ ก่อนจะถามลูกๆ ว่า“หิวหรือยังมิชเชล...คิมเบอร์ลีย์” และได้รับการตอบของลูกทั้งสองพร้อมๆ กัน“อันนี้เป็นมันฝรั่งบดนะครับ” เขาส่งจานอาหารมาให้ด้วยท่าทางของคนที่ทำหน้าที่พ่อบ้านเต็มตัว“ขอบใจ” อลิกซ์ตอบ เมื่อตักมันฝรั่งบดใส่จานของเธอ “ฉันคิดว่า คุณควรจะนั่งลงแล้วก็ร่วมกินกับเราแบบครอบครัวจะดีกว่านะ”“ก็ได้ครับคุณอลิกซ์ แต่สำหรับตอนนี้ ผมอยากจะส่งอาหารที่ทำด้วยฝีมือให้คุณได้ลองชิมดูก่อนเท่านั้นอย่าเพิ่งโมโหนะครับ” เขายิ้มกว้างให้เธอ“แม่ฮะ แม่โมโหอีกแล้วหรือฮะ” มิชเชลช่วยตัวเองในการตักมันฝรั่งบดใส่จาน “แล้วแม่จะโยนจานของแม่ใส่หน้าคุณโจ เหมือนที่ทำกับพ่อหรือเปล่าฮะ”“มิชเชล...ทำไมพูดอะไรพล่อย ๆ อย่างนั้นล่ะ” อลิกซ์เสียงเขียวขึ้นมาทันที แต่เด็กชายเพียง แต่ยักไหล่“นี่ผักครับ” โจยื่นจานมาให้ “มีบรัสเซลล์ สเปร๊าท์สกับผักขม”“หนูไม่ชอบผักขม” คิมเบอร์ลีย์ทักท้วงทันที “แล้วหนูก็ไม่รู้จักไอ้สเปร๊าท์นั้นมันมีรสชาติยังไง”“คิมเบอร์ลีย์ สมิท...พอแล้ว” แต่แม้เธอจะรู้ว่าหน่อไม้สดนั้นมีรสชาติอย่างไร อลิกซ์ก็จำต้องกล้ำกลืนลงไว้เลือดในกายเดือดพล่าน กำลังจะอ้าปากขึ้นก็พอดีกับที่โจขัดขึ้นเสียก่อน“หนูจะต้องชอบทีเดียวไมค์...หนูก็เหมือนกันนะคิมเด็ก ๆ ต้องกินผักมาก ๆ”“แต่แม่คะ... หนูต้องกินผักพวกนี้ด้วยหรือคะ…” คิมเบอร์ลีย์หันไปขอการสนับสนุนจากมารดาทันทีโจวางจานลงบนโต๊ะ และช่วยตอบแทนอลิกซ์ว่า“ถูกต้อง หนูกินสักคำสองคำก็พอ ถ้าอยากจะทานขนมเป็นรายการต่อไป”“แล้วสเต๊กของผมล่ะฮะ”โจเอื้อมมือไปเปิดจานกลางที่มีฝาครอบไว้ทันที“นี่เป็นอาหารจานพิเศษครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ “ผมรู้ว่าคุณต้องชอบกันแน่”“กลิ่นหอมดีนะ แต่หนูไม่เคยเห็นมีสเต๊กที่มีหัวหอมฝานปิดไว้หมดอย่างนี้มาก่อนเลยค่ะ” คิมเบอร์ลีย์ว่าโจวางจานลงตรงหน้าเธอ ในนั้นมีตับชิ้นเล็ก ๆ 4 ชิ้นวางเรียงกันอยู่“ลองทานสักคำสิครับ คุณอลิกซ์ ผมบอกแล้วไงครับว่านี่เป็นอาหารจานพิเศษของผม”อลิกซ์มองเห็นภาพอันน่าเกลียดน่ากลัวจากภาพยนตร์เรื่อง จอว์ส ขึ้นมาทันที เธอก้มลงมองชิ้นเนื้อสีน้ำตาลนั้นและถามตัวเองว่า เธอจะกินมันเข้าไปลงเชียวหรือ“ฉัน...ฉันยังไม่ใคร่หิวหรอก” เธอตอบตะกุกตะกัก“ก็เมื่อกี้นี้คุณยังบอกอยู่เลยครับว่าหิว และตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้ว คุณก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย”เสียงขาเก้าอี้ครูดอยู่กับพื้นห้อง เมื่อเธอถอยมันออกห่างจากโต๊ะ ยกผ้าเช็ดปากขึ้นปิดจมูกไว้ แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาแล้ว“ขอโทษ...เอ้อ...แม่ไม่ค่อยสบายนะ...ลูก ๆ อยู่ทานกันไปก่อนก็แล้วกัน”“เดี๋ยวก่อนสิครับ คุณอลิกซ์”แต่อลิกซ์ไม่ฟังเสียง เธอโยนผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะ“ออกไปพูดกันข้างนอก”เธอกระชากประตูให้เปิดออก และก้าวออกไปยังระเบียงด้านนอก เมื่อโจตามมาถึงตัว เธอก็หันขวับมาเผชิญหน้าเขาทันที