สายลมพัดโชยมา เสียงนกร้องจิ๊บๆวันใหม่ก็มาถึงตามที่คาดไว้
ฟ้าเพิ่งจะสว่าง ซูฮ่าวก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้ว
หลังจากใช้ยาล้างไขกระดูกโกนขนไปเมื่อวานแล้วคุณภาพร่างกายของเขายกระดับขึ้นมาก ซึ่งรู้สึกมีกำลังวังชาขึ้นไม่น้อย
หลังจากที่ล้างหน้าแปรงฟันแล้ว เขาก็เดินไปที่ห้องครัว และทำอาหารเช้าสองชุด เดิมทีอยากจะเรียกไป๋เหวินหลิงให้มาทานด้วยกัน แต่ดูเวลาแล้วเพิ่งจะตีห้า ไป๋เหวินหลิงน่าจะยังนอนไม่พอดังนั้นจึงนำอาหารเช้าวางไว้ในไมโครเวฟ แล้วตั้งเวลาอุ่น ก่อนทิ้งโน้ตติดไว้้า
ส่วนเขาทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ก็ไปวิ่งบนถนนบริเวณใกล้ๆที่ล้อมรอบบ้านเดี่ยวสองสามรอบ สุดท้ายก็ฝึกพลังลมปราณ และนั่งสมาธิอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
ถึงแม้ว่าเส้นลมปราณในชาติก่อนของซูฮ่าวจะอุดตันไม่มีทางกลายเป็นักรบโบราณได้ แต่เขาก็เคยอ่านตำราโบราณมาอยู่บ้าง ในที่นี่ยังรวมถึงวรยุทธตันเถียนด้วย
วรยุทธตันเถียนที่ว่า คือการใช้ร่างกายคนเป็ภาชนะหลอมมีจิงกับชี่เป็วัสดุยาใช้เฉินเป็พลังควบคุม และผ่านขั้นตอนการหลอมตามที่กำหนดใช้จิงชี่เฉินผนึกอยู่ในตัวก่อให้เกิดวัตถุที่มีรูปร่างบางอย่างผสานกันเป็ตันเถียน
พูดให้ชัดก็คือให้นักรบโบราณที่มีพรแสวงคนหนึ่งหล่อหลอมเน่ยตันออกมา
เมื่อหวนนึกถึงขั้นตอนการฝึกวรยุทธตันเถียนอยู่ในหัวแล้ว มือทั้งคู่ของซูฮ่าวพลางประสานกันเป็วงกลม สงบนิ่งตั้งมั่นและหลับตาลง
ไม่คิด ไม่ดู ไม่ฟัง ไม่ขยับ
การหายใจของเขาจากช้าๆ ก็ค่อยๆ ยาวขึ้น ราวกับมีและไม่มี เขากำลังปรับการหายใจให้เหมือนเต่า
ตอนที่หายใจจิตสำนึกก็ไหลไปตามลมหายใจผ่านหน้าอก ผ่านกระเพาะไปจนถึงท้องน้อย แล้วจากนั้นก็จมลงไปในส่วนลึกของหัวใจเล็กน้อย
ไม่นานความรู้สึกที่ลมหายใจจมลง และแพร่ขยายไปถึงขั้วหัวใจซูฮ่าวก็รู้แล้วว่า นี่คือลมหายใจที่ทะลุถึงตันเถียนแล้ว
หลังจากนั้นเขาก็รวมสติไปที่จุดตันเถียนลมภายในหมุนเวียนไปตามเส้นลมปราณเญิ่นตูทั้งสองเส้นที่อยู่ในตัวและโคจรจุลจักรวาลจนเสร็จสิ้น
หลังจากนั้นลมภายในไหลเวียนนอกจากไหลไปตามเส้นลมปราณเญิ่นตูสองเส้นแล้ว ก็ไหลผ่านเส้นลมปราณอื่นๆและโคจรมหาจักรวาลจนเสร็จ
หลังจากที่มหาจักรวาลประกอบขึ้นแล้ว ซูฮ่าวจึงนำลมหายใจจุเข้าไปที่เส้นลมปราณั้แ่ศูนย์กลางศีรษะไปจนถึงจุดระหว่างทวาร อวัยวะสืบพันธุ์และลมปราณซ้ายขวาจนกระทั่งลมปราณแท้ทะลุผ่านร้อยลมปราณกับไขกระดูก
เวลานี้ทั่วทั้งตัวั้แ่หัวจดเท้าของเขาเต็มไปด้วยพลังลมปราณแท้ราวกับมีกำลังวังชาที่ไม่สิ้นสุดเกิดขึ้นมา
“ทั้งขั้นตอนการฝึกตันเถียนก็เป็เช่นนี้ลำดับต่อไปแค่ต้องหมุนเวียนเป็วัฏจักรก็พอ” ซูฮ่าวพ่นลมสกปรกออกมา ในดวงตากะพริบแสงระยิบระยับ
เมื่อก่อนได้ยินคนอื่นพูดว่าวรยุทธตันเถียนฝึกยากมาก พอมาฝึกตอนนี้ คำพูดนั้นมันไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด
คิดดูแล้วเขาก็ตั้งสมาธิหลับตาเงียบลงอีกครั้ง แล้วเข้าสู่ขั้นตอนการฝึกตันเถียนใหม่อีกครั้ง
เวลาค่อยๆ ผ่านไป พระอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านหมอก สาดส่องต้องดอกไม้ใบหญ้า จนสะท้อนแสงสีทองออกมา
ตอนที่ฝึกถึงเจ็ดโมงเช้า ซูฮ่าวก็หยุดแล้ว
เวลาตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้าคือ่เวลาการฝึกที่ดีที่สุด ผ่าน่เวลานี้แล้วพลังระหว่างฟ้าดินจะถูกทำลายจากมลพิษที่รถปล่อยออกมา ผลจากการฝึกก็จะไม่เป็อย่างที่คิด
ซูฮ่าวที่ตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับจุดตันเถียนพบว่า ในจุดตันเถียนได้ปรากฏตัวอ่อนของเน่ยตันแล้วหากฝึกฝนอย่างนี้อีกต่อไป ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ น่าจะผนึกเน่ยตันในจุดตันเถียน และรับกำลังภายในได้
“ความรู้สึกที่ได้เกิดใหม่แบบนี้ช่างดีจริงๆ !” ซูฮ่าวยืนขึ้นแล้วขยับเอ็นกับกระดูกเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองแสงอาทิตย์ จากนั้นจึงก้าวเท้ากลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม
เวลานี้อาหารเช้าที่อยู่ในไมโครเวฟถูกทานหมดแล้ว และบนโต๊ะก็มีโน้ตอยู่หนึ่งแผ่น
(ซูฮ่าว ขอบคุณสำหรับอาหารเช้า รสชาติไม่เลวเลยนะ น้ำตาจะไหลเลยล่ะ ฉันไปบริษัทก่อนนะ แปดโมงมาที่บริษัทให้ตรงเวลาฉันเตรียมงานไว้ให้นายแล้ว)
ซูฮ่าวมองโน้ตแผ่นนี้ก็หัวเราะอย่างเข้าใจเขาเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำหลังจากอาบน้ำแล้วก็สวมใส่เสื้อผ้าอย่างเรียบร้อย ก่อนเรียกรถไปยังบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว
เดิมทีก็ไปถึงบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวก่อนแปดโมงได้ แต่มันเลี่ยงรถติดบนถนนไม่ได้นี่สิ เขาจึงไปถึงบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวตอนแปดโมงครึ่ง
“ได้ยินว่าการทำงานของหัวหน้าฝ่ายการเงินของบริษัทพวกเรามีช่องโหว่ รหัสคลังเลยถูกขโมย และเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทก็หมดไปด้วย เื่นี้เป็ความจริงหรือ?”
“ก็จริงน่ะสิ เมื่อครู่ตำรวจยังยกโขยงมากันเลย ส่วนหัวหน้าฝ่ายการเงินก็ถูกจับไปแล้ว เหมือนว่าเขาจะเป็คนปล่อยรหัสให้รั่วไหลจริงๆ ”
“อะไรนะ? แบบนี้จะทำอย่างไร? ฉันยังรอเงินเดือนออกเพื่อเอาไปเลี้ยงครอบครัวอยู่นะ!”
“พนักงานเก่าๆ หลายคนก็ส่งจดหมายลาออกกับซีอีโอแล้ว ฉันว่าไม่นานบริษัทนี้ต้องล้มละลายชัวร์”
………………..
ซูฮ่าวฟังเสียงถกเถียงกันที่ดังมาข้างๆ หู แล้วขมวดคิ้ว
เวลานี้ในชาติก่อนไม่เคยเกิดเื่เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวถูกขโมยถ้าอย่างนั้นเื่ที่เกิดขึ้นในตอนนี้คืออะไรกันแน่?
ซูฮ่าวหรี่ตา และเดินไปที่ลิฟต์สำหรับซีอีโอโดยเฉพาะ หลังจากกดรหัสแล้วก็เดินเข้าลิฟต์ไป
ตอนที่ขึ้นลิฟต์ไป เขามองผ่านหน้าต่างกระจกเห็นพนักงานเก่าๆ จำนวนไม่น้อยยืนอยู่หน้าบันไดที่จะไปยังห้องทำงานของซีอีโอในมือของคนพวกนั้นต่างก็ถือซองจดหมายขอลาออกกันทั้งนั้น
ไม่นานลิฟต์ก็มาถึงห้องทำงานของซีอีโอ
แม้ประตูจะไม่ได้ล็อก แต่ก็ต้องมีมารยาทซูฮ่าวยังคงเคาะประตูเหมือนเดิม
“เข้ามา!”
เวลาผ่านไปนานมากกว่าจะมีเสียงที่ฟังดูอ่อนแอดังออกมาจากประตู
ซูฮ่าวผลักประตูแล้วก้าวเข้าไปในห้องทำงานของซีอีโอ
เวลานี้ไป๋เหวินหลิงกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานเอียงหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาว่างเปล่า และสีหน้าก็ดูหดหู่มาก
บนโต๊ะทำงานมีซองจดหมายวางอยู่หลายซอง ้าล้วนเขียนคำว่า จดหมายลาออก!
“กริ๊งๆ !”
ทันใดนั้น โทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นกะทันหัน
ไป๋เหวินหลิงไม่ขยับเขยื้อน ซูฮ่าวหยุดชะงักไป สุดท้ายก็ได้แต่รับสายเองโดยพลการ
“คุณไป๋ ผมคือซีอีโอของบริษัทเทียนหั่วจางเยว่สำหรับเื่ที่การเงินของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวถูกขโมยผมรู้สึกเสียใจเป็อย่างยิ่ง หวังว่าคุณจะไม่ท้อแท้… ”
พอได้ฟังคำพูดของอีกฝ่ายในโทรศัพท์ ซูฮ่าวก็ประหลาดใจมาก
เื่การเงินของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเพิ่งจะเกิดขึ้น แต่คนพวกนี้ก็รู้ข่าวแล้วหรือ?
ถึงแม้จะรู้สึกแปลกๆ ก็เถอะ แต่พอฟังคำพูดปลอบจากอีกฝ่ายในโทรศัพท์ ซูฮ่าวก็คิดว่า จางเยว่ ซีอีโอของบริษัทเทียนหั่วคนนี้เป็คนไม่เลว
อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์อย่างนี้ก็ยังมีคนโทรศัพท์มาให้กำลังใจในทันทีซึ่งพบเห็นไม่มากแล้วจริงๆ
แต่…
“คุณไป๋ แม้ว่าพูดเื่นี้กับคุณเวลานี้จะดูไม่เหมาะสมแต่ในฐานะนักธุรกิจ สุดท้ายก็ต้องทำเพื่อผลประโยชน์บริษัทเทียนหั่วของพวกผมหาหุ้นส่วนที่ดีกว่าได้แล้ว ดังนั้นทางผมเลยอยากจะยกเลิกแผนการร่วมงานใหม่กับบริษัทของคุณแค่ด้านเดียวหวังว่าคุณจะเข้าใจ สำหรับค่าผิดสัญญา บริษัทของผมจะโอนเข้าบัญชีของคุณภายในสามวัน”
เมื่อเสียงนั้นจบลง โทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไปทันที
กลับมาที่ซูฮ่าวบนใบหน้าของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกตบหน้า
และแล้วก็มีคนโทรศัพท์มาอีกสองสามคนทุกสายเป็สายที่้ายกเลิกสัญญาร่วมงานกับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว
หลังจากที่รับโทรศัพท์สายสุดท้ายแล้ว ซูฮ่าวก็หัวเราะออกมาด้วยความขมขื่นและหันไปมองไป๋เหวินหลิง ถึงเธอจะหันหลังให้เขา แต่ก็พอเห็นหมอกบางๆที่ปกคลุมอยู่บนดวงตาทั้งคู่ของเธอ
การไร้ซึ่งความช่วยเหลือและความขมขื่นกำลังวนล้อมรอบตัวเธอ และส่งต่อความสิ้นหวังออกมา
ผู้หญิงตรงหน้านี้เพิ่งจะผ่านความยินดีที่ได้สัญญาที่ดิน T1 มาเมื่อวาน แต่วันนี้กลับตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยง เพราะเงินทุนของฝ่ายการเงินบริษัทถูกขโมยช่างน่าสงสารจริงๆ
ซูฮ่าวเงียบอยู่นาน แต่ก็ยังคงถามว่า “ทางตำรวจว่าอย่างไรบ้าง?”
“กำลังจัดการ แต่โอกาสที่จะตามเงินกลับมาได้ก็เลือนราง” ไป๋เหวินหลิงแทบจะไม่หันหน้ามา น้ำเสียงฟังดูสะอึกสะอื้น
สองปีนี้เธอต่างมอบชีวิตวัยสาวและเวลาให้กับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวทั้งหมด เหมือนกับมารดามองลูกของตนเองค่อยๆเติบโต ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ล้วนคุ้มค่า
เมื่อวานตอนเย็นลงนามสัญญาที่ดิน T1 ยิ่งทำให้เธอมีความมั่นใจต่ออนาคตอย่างเต็มเปี่ยมและสาบานว่าจะแสดงฝีมืออย่างเต็มที่เพื่อทำให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวกลายเป็กลุ่มบริษัทอันดับหนึ่งของตงเฉิง
แต่เื่ที่เงินทุนของฝ่ายการเงินของบริษัทถูกโจรกรรม กลับเป็การตบหน้าเธออย่างรุนแรง มันได้ทำลายอุดมคติและความตั้งใจของเธอไปจนสิ้น
ซูฮ่าวเงียบไปสักพัก ก่อนถามต่อว่า “ตำรวจได้เบาะแสอะไรจากคนที่ปล่อยรหัสคลังรั่วไหลหรือยัง?”
“ยังไม่ได้ หัวหน้าฝ่ายการเงินที่ปล่อยรหัสคลังรั่วไหลชิงกินยาฆ่าตัวตายไปก่อนแล้ว ตอนที่ตำรวจไปจับก็ตายแล้ว”
ซูฮ่าวได้ยินอย่างนั้นก็หรี่ตา ในสายตานั้นเต็มไปด้วยความเด็ดขาด
หลังจากปล่อยรหัสรั่วไหลแล้วก็ฆ่าตัวตาย เห็นได้ชัดว่า้าทำลายหลักฐานมือมืดที่อยู่เื้ัคง้าทำลายบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว
ซูฮ่าวครุ่นคิดสักพัก แล้วถามว่า “บริษัทถูกขโมยเงินทุนไปเท่าไร?”
“สองร้อยล้านดอลลาร์”
ทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้น ดวงตาของซูฮ่าวก็หดลง
สองร้อยล้านดอลลาร์ คิดเป็เงินหยวนก็คือหนึ่งพันสามร้อยล้านหยวนจำนวนมหาศาลอย่างนี้ มิน่าล่ะไป๋เหวินหลิงถึงดูไร้เรี่ยวแรงขนาดนี้
ซูฮ่าวสูดหายใจเข้าลึกๆ สุดท้ายก็ถามว่า “หาก้ารักษาการหมุนเวียนของบริษัท้าเงินเท่าไร?”
“อย่างน้อยก็สามร้อยล้าน!”
“สามร้อยล้านหรือ?” ซูฮ่าวหยุดชะงักไป และหัวเราะเล็กน้อย“เื่เงินสามร้อยล้าน ปล่อยให้เป็หน้าที่ฉันคิดหาเอง ส่วนเธอไปปลอบใจพนักงานก่อนเถอะ”
ทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ไป๋เหวินหลิงจึงหยุดชะงักและกัดริมฝีปากเล็กน้อย สายตามีความซับซ้อน
หากคือซูฮ่าวคนก่อน หลังจากที่บริษัทเกิดเื่เงินทุนของบริษัทถูกขโมยแล้วเกรงว่าจะออกไปจากบริษัทอย่างไม่สนใจไยดีทันที
แต่เริ่มจากเมื่อวาน ซูฮ่าวก็เปลี่ยนนิสัยไปมาก ไม่ใช่แค่มีความรับผิดชอบโดยเฉพาะเื่การประดิษฐ์อักษรตอนนั้นก็ยิ่งลบความคิดที่ผู้คนมากมายมีต่อเขา ทั้งยังทำให้เขาได้รับการชื่นชมจากผู้คนด้วย
จนถึงวันนี้ ตอนที่บริษัทเกิดเื่อย่างนี้แวบแรกที่เขาคิดกลับไม่ใช่ว่าอนาคตจะมีเงินไปใช้ชีวิตอย่างหรูหราไหมแต่กลับ้าใช้ความสามารถของตนรักษาบริษัทไว้
นาทีนี้อยู่ๆ เธอก็อยากร้องไห้ทันที
เพราะซูฮ่าวในเวลานี้ กลายเป็คู่ชีวิตในอุดมคติของเธออย่างแท้จริงแล้ว!
ซูฮ่าวเห็นไป๋เหวินหลิงจ้องเขาอยู่ตลอด เบ้าตาของเธอแดงก่ำเล็กน้อย เขาก็ตะลึงงัน ก่อนจะพูดด้วยความเป็ห่วง “เหวินหลิงถ้าไม่สบายวันนี้ก็กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ วางใจเถอะนะ มีฉันคอยจัดการอยู่ด้วย บริษัทไม่ล้มละลายแน่นอน”
“ฉันไม่เป็ไร ก็แค่เมื่อวานเท้าซ้ายแพลงเพราะสวมรองเท้าส้นสูง ตอนนี้ยังเจ็บนิดหน่อย”ไป๋เหวินหลิงส่ายหน้าแล้วปิดบังความรู้สึกภายในใจ
ซูฮ่าวฟังอย่างนี้แล้ว ก็หรี่ตาเล็กน้อยเขายื่นมือออกไปถอดรองเท้าที่อยู่บนเท้าซ้ายของเธอ
ภายใต้การห่อหุ้มของถุงน่องได้เผยเท้าน้อยๆที่ขาวใสเหมือนหิมะคู่หนึ่ง ช่างเกลี้ยงเกลาเหมือนหยกนุ่มนวลเหมือนผ้าแพรต่วน
“นาย… นายจะทำอะไร?” ใบหน้าน้อยๆของไป๋เหวินหลิงแดงระเรื่อ เธอทั้งอายทั้งใ และ้าจะผลักซูฮ่าวออก
“อย่าขยับ!” มือยังไม่ทันได้ร่วงลงบนตัวของซูฮ่าวกลับเห็นเขาเงยหน้ามองตนเองด้วยสายตาที่ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้
สายตาที่แข็งกระด้างและเผด็จการนี้ทำให้ไป๋เหวินหลิงตัวสั่นมือที่ผลักไปครึ่งหนึ่งคิดไม่ถึงว่าจะหยุดลงทันที
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอเห็นสายตาอย่างนี้ของซูฮ่าวใน่สองเดือนที่ผ่านมานี้
จอมบงการ บ้าอำนาจ ไม่มีเหตุผล!
แต่เื้ัของสายตานี้จริงๆ แล้ว กลับมีแต่ความเป็ห่วงเป็ใยและการปกป้อง!