“งั้นช่วยบอกหน่อยได้ไหมครับว่าสเปคของคุณจูเลียเป็แบบไหน?”
เขาถามต่อตามสคริปต์
“สเปคเหรอคะ?........ก็คงจะเป็คนที่ดูน่ารักๆ น่ะค่ะ เพราะว่าฉันชอบอะไรที่มันน่ารักมาก ๆ เลยค่ะ”
จูเลียตอบอย่างเขิน ๆ
“แล้วตอนนี้มีใครในใจหรือมีคนที่สนใจบ้างไหมครับ?”
หลังจบคำถามก็เกิดความเงียบอีกครั้งหนึ่ง
“อือ.........ก็มีนะคะ”
ฉันมองหน้ายุนด้วยแววตาที่หลงใหล
“อ่า........ครับแบบนี้ผู้ชายทั่วประเทศก็คงจะอกหักกันสินะครับเนี่ยงั้นเรามาเข้าเื่จริงจังกันเลยดีกว่านะครับกว่าที่คุณจูเลียจะกลายมาเป็ผู้มีอิทพลที่สุดในประเทศคุณผ่านประสบการณ์แบบไหนมาบ้างครับ ช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อย”
ยุนเหมือนจะนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะกลับมาจริงจัง
“ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าชีวิตฉันไม่ได้สวยหรูหรอกนะคะฉันเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจนคุณพ่อเป็ชาวนาที่มันจะโดนนายหน้ากดราคาผลผลิตอยู่เสมอ”
ฉันเริ่มเกริ่น
“ฉันเติบโตมาโดยมีแค่คุณพ่อที่เป็เหมือนทั้งแม่และพ่อในคนเดียวกันแต่ฉันไม่ได้รู้สึกขาดเลยค่ะคุณพ่อเลี้ยงฉันมาด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยมที่ฉันมาถึงจุดนี้ได้ก็เป็เพราะการสนับสนุนและการให้คำปรึกษาของคุณพ่อถึงแม้ว่าฉันจะเกเรหรือทำผิดไปบ้างในบางครั้ง”
นึกย้อนไปในความทรงจำตอนเด็กๆ
“ฉันเริ่มทำธุรกิจครั้งแรกตอนม.4เพราะฉันอยากจะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของพ่อ ด้วยการขายผลผลิตจากที่บ้านให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียน ส่วนใหญ่จะเป็ผลไม้ที่ปลูกไว้”
ทุกคนฟังอย่างตั้งใจ
“วันแรกฉันทั้งกลัวแล้วก็อายมากเลยแต่การได้รับเงินครั้งแรกมันทำให้ฉันรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกกลัวในตอนแรกมันเลยหายไปั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้”
ทุกคนพยักหน้าเพราะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเพราะพวกเขาก็เป็เหมือนกัน
“แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นเนื่องจากฉันไม่ได้มีเพื่อนเยอะ ของที่นำมาจึงขายไม่หมดมันก็จะเน่าเสียเอามาขายใหม่ไม่ได้หลังจากนั้นฉันก็ได้ให้เพื่อนสนิทหรือเพื่อนคนที่เคยมาซื้อไปกระจายข่าวถ้าใครอยากกินอะไรก็ให้มาสั่งไว้ก่อน พอทำแบบนี้ฉันก็จะไม่มีของเหลืออีกเลยค่ะ ตอนแรกฉันก็กังวนว่ามันจะขายได้น้อยกว่าเดิมรึเปล่าแต่ผิดคาดที่มันขายได้เยอะเป็เท่าตัว”
“การที่เรากลัวและกังวนมันไม่ได้ผิดหรอกนะคะมันเป็เื่ปกติของมนุษย์ แต่เมื่อเรากล้าที่จะลองดู กล้าที่จะลงมือทำผลลัพธ์ที่ได้มานั้นมันก็จะคุ้มค่า ถึงแม้ว่ามันจะล้มเหลวไปบ้างในบางครั้งแต่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าปัญหามันคืออะไรและลองแก้ไปเรื่อย ๆ ฉันเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้หรอกนะคะ”
ฉันเล่าเื่ราวการเริ่มต้นของการทำธุรกิจของฉันแบบเรียบง่ายและทุกคนก็ตั้งใจฟังอย่างดี
“เป็ประสบการณ์ที่เป็ประโยชน์กับพวกเรามากเลยล่ะครับต้องขอบคุณคุณจูเลียมากเลยนะครับที่มาพูดคุยกับพวกเราในวันนี้ ขอบคุณครับ!!”
ยุนโน้มตัวให้อย่างสุภาพก่อนที่เราจะเดินกลับเข้าไปหลังเวที
“สุดยอดไปเลยนะครับ”
ยุนพูดด้วยสีหน้าที่ประทับใจระหว่างที่เดินนำออกมา
“เื่ที่เล่าน่ะเหรอ”
ฉันถามพลางเดินตาม
“ครับตอนแรกผมคิดว่าพี่เป็ลูกเศรษฐีซะอีก”
เขาพูดพร้อมกับหันมา
“คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้นี่เนอะแต่ฉันก็ดีใจที่เกิดมา”
ฉันพูดตามที่คิดฉันดีใจที่ได้เกิดมาเป็ลูกของคุณพ่อ
เขาหันมาอีกครั้งหลังฉันพูดจบ
“ยุนระวัง”
ฉันใเมื่อเห็นเขากำลังจะก้าวไปอีกก้าวแต่มันเป็ขั้นบันได ฉันจึงดึงแขนเขาไว้แต่เหมือนจะไม่ทัน เขาก้าวขาออกไปซะแล้ว
โครมมม!!
ชั่วขณะนั้นฉันรู้สึกถึงแรงกระแทกแล้วก็รู้สึกเหมือนกระดูกอันเปราะบางของฉันมันหักและมีร่างหนัก ๆทับฉันจนแทบจะหายใจไม่ออก
เขาพยายามลุกออกจากตัวฉันทำให้ฉันกลับมาหายใจออกอีกครั้ง ความเจ็บที่ขาทำให้ฉันลืมเื่ที่เราใกล้ชิดกันซึ่งเป็โมเม้นที่โรแมนติกสำหรับในนิยาย แต่สำหรับฉันในตอนนี้มันไม่ใช่เลย!!
“พี่!!เป็อะไรไหม?”
สีหน้าเขาดูใมาก
“อือ........เจ็บ”
ยุนพยายามพยุงตัวฉัน
“เจ็บเหรอ?เจ็บตรงไหน? หัวไม่ได้กระแทกใช่ไหม?”
เขาถามด้วยแววตาที่ตื่นตระหนก
“ตายแล้วเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!! พี่จูเลีย!!”
เด็กสาวและคนอื่น ๆวิ่งเข้ามาดูเพราะได้ยินเสียงดัง
“เป็อะไรมากไหมคะ?”
เธอถามด้วยความเป็ห่วง
“แค่รู้สึกเจ็บที่ขาน่ะ”
ฉันรวบรวมสติตอบออกไป
หวังว่าคงจะไม่หักใช่ไหม? ได้โปรด
เพราะฉันี้เีฟังคำบ่นของเอซแล้ว
“งั้นไปดูอาการที่ห้องพยาบาลก่อนนะคะ อยู่ห้องถัดไปเอง”
เธอบอก
ชายหนุ่มหน้าตาดูดุดันและคมเข้มเดินเข้าไปช่วยยุนพยุงตัวจูเลียแล้วพาเดินไปที่ห้องพยาบาลที่อยู่ติดกัน
ดีนะที่อยู่ไม่ไกลแต่เจ็บมากเลยแหะ จะบ้าตายสติเกือบหลุดแล้ว แต่จะทำให้คนอื่นวุ่นวายไม่ได้ อดทน ๆๆ เหมือนกับที่เคยทำมา
หญิงสาวตัวเล็กที่เดินนำเปิดประตูห้องพยาบาลให้แล้วกวาดตามองรอบๆ ห้อง
“ดูเหมือนอาจารย์ห้องพยาบาลจะไม่อยู่เดี๋ยวหนูไปเรียกมาให้นะคะ รอสักแปปนะคะ ยุนฝากดูแลพี่จูเลียหน่อยนะแล้วก็อย่าลืมรักษาแผลตัวเองด้วย”
หญิงสาวตัวเล็กบอกเมื่อพูดจบเธอก็รีบออกจากห้องไป
ซีและยุนจึงพาจูเลียไปนั่งบนเตียงไม้สีขาวตัวใหญ่ที่วางอยู่มุมห้อง
“พี่เจ็บมากไหม?”
ยุนถามขึ้นด้วยสีหน้ากังวล
ชายหนุ่มคนที่มาด้วยกันแตะไหล่ยุนเบาๆ และแยกตัวออกจากห้องไปและไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องให้
“ยุนไปหยิบกล่องยาในตู้มาให้หน่อยสิ”
ฉันเลี่ยงที่จะตอบเพราะมันเจ็บมาก
“ครับ”
เขาเดินไปหยิมมาตั้งบนโต๊ะข้างเตียง
“มานั่งนี่สิ”
ฉันบอกให้เขามานั่งใกล้ๆ
“เอ่อ........ครับ”
เขาเดินมานั่งเก้าอี้สีขาวที่วางอยู่ข้างๆ เตียงอย่างเชื่อฟัง
“เจ็บนิดหน่อยนะ”
ฉันเริ่มทำความสะอาดแผลถลอกของเขาแล้วก็ทายา
“พี่ต้องทำแผลของตัวเองก่อนสิครับ”
เขาพูดด้วยสีหน้าเป็ห่วง
“อยู่นิ่งๆ สิ”
ฉันแปะพลาสเตอร์ยาให้เขาอย่างเบามือ
“เป็ยังไงบ้างครับช่วยบอกอาการหน่อยครับ”
เสียงเสียงทุ้มต่ำฟังดูเหนื่อยหอบถามอาการ
“เจ็บขาน่ะค่ะ”
ฉันตอบหลังจากที่แปะแผลให้ยุนเสร็จพอดี
“ขอดูขาหน่อยนะครับ”
เขาเดินมาจากข้างหลังยุนเผยให้เห็นชายหนุ่มรูปร่างบางๆ ภายใต้ชุดสีขาว ดวงตาสีเขียวมรกตที่ผมสีดำปิดไปมิด
“......................”
ฉันใกับภาพตรงหน้าเป็อย่างมาก