บทที่ 176
กลุ่มมือสังหาร
เสียงฝีเท้าคืบคลานภายในความมืดและความเงียบสงัด บริเวณด้านนอกมันปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน
เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงหิมะอย่างเบาบางร่างกายของกลุ่มคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้
ตัวตนที่เต็มไปด้วยความน่าสงสัยปรากฏกายออกมา
จวนของซูฉีมีบ่าวรับใช้ที่เป็นบุรุษที่เป็นผู้คุ้มกันอยู่บ้างอย่างประปรายแต่ว่ามันเองก็ไม่มาก
พวกเขาคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆเข้ามาภายในโจรแห่งนี้โดยผ่านการป้องกันที่ละหลวมจากบริเวณด้านนอก
ในช่วงยามดึกซูฉียังคงไม่หลับนางยังคงนั่งอยู่ภายในห้องของนางกำลังศึกษาเกี่ยวกับวิชาอักขระของตน
เพราะว่าในตอนนี้หลังจากพยายามมาเป็นเวลานานผลลัพธ์ที่มันปรากฏออกมาให้เห็นมันใกล้จะสมบูรณ์แล้ว
เพราะแบบนั้นในช่วงนี้นางจึงทำงานหนักกว่าในทุกทุกช่วง
มันผนวกเหมาะกับการเข้าหน้าหนาวในตอนนี้มาเข้าหน้าหนาวแล้วงานของนางเองก็น้อยลงเป็นเพราะว่าภายในสวนไม่สามารถเพาะปลูกได้งานของนางเลยน้อยลงไปด้วย
เพราะแบบนั้นในช่วงหน้าหนาวมันก็เลยมีเวลาที่ให้ซูฉีนั้นมาหมกมุ่นกับอคารได้อย่างเต็มที่
ในยามดึกที่ด้านนอกอากาศหนาวเน็บแสงจาก หินแสงที่ซูฉีผลิตขึ้นมาสว่างไสวไปทั่วทั้งห้อง
“ เอ๋!! ” ซูฉีสัมผัสได้ถึงบางอย่างหน้าเงยหน้าของตนเองขึ้นมองตรงไปด้านนอก
หลังจากที่นางเริ่มฝึกฝนพลังวิญญาณมากขึ้นมันอาจจะเป็นผลกระทบที่ตามมาจากการฝึกฝนพลังวิญญาณก็ได้ คือการที่นางนั้นมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมมากขึ้น
นางก็ไม่รู้ว่าประสาทสัมผัสของน้ำเฉียบคมขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่ว่าเมื่อรู้สึกตัวอีกทีซูฉีรู้สึกว่าตนเองมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่านักพักหลัง นางมักจะได้ยินรู้ว่าสามารถสัมผัสได้ถึงคนอื่นๆได้แม้จะอยู่ไกล
“ เสียงเท้าอย่างนั้นหรอด้านนอกในช่วงเวลาแบบนี้เนี่ยนะ ”
“ แถมยังเป็นบริเวณด้านหลังอีกหรือว่าจะมีคนรอบเข้ามาภายในจวน ”
ซูฉีสัมผัสได้ถึงคนที่กำลังรอบเข้ามาภายในจวนจากบริเวณด้านหลัง
นางมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมจึงได้ยินเสียงฝีเท้ามาจากด้านหลังจวน
เดิมทีแล้วนางก็มีภูมิคุ้มกันที่เข้าอยู่ภายในสวนแห่งนี้แต่มันเองก็ไม่มากนักในช่วงเวลาที่แบบนี้พวกเขาเองก็ต้องผัดเวรยามกันเข้ายามเพื่อไม่ให้ตนเองนั้นเป็นนั้นล้มป่วย
เพราะแบบนั้นยามในการเฝ้ามันเลยน้อยลง
ซูฉีว่างทุกอย่างที่ตนเองกำลังทำอยู่โรงนั่งมองตรงออกไปด้านนอกก่อนที่จะรีบเดินมุ่งตรงไปเพื่อไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเดินทางมาถึงประตูด้านหลังซูฉีตัดสินใจผักดันประตูออกไปด้านนอกแต่เมื่อประตูถูกดันเปิดออกไป
แอ๊ด!!!! เสียงประตูถูกดันเปิดเมื่อประตูถูกเปิดออกไปจนเสร็จดวงตามองตรงไปด้านหน้า พบเห็นเพียงแค่ความว่างเปล่า
ความหนาวเย็นจากฤดูหนาวในยามราตรีพัดผ่านมากระทบร่างกายของซูฉีที่ใส่เสื้อผ้าไม่มิดชิด
นางแสดงความสงสัยมองตรงออกไปบนลานด้านหลังจวนที่ว่างเปล่า
นางขมวดคิ้วเข้าหากันตอนนี้ใบหน้าของคุณหนูตกอับผู้นี้กำลังแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยออกมา
นางมั่นใจว่านางได้ยินเสียงฝีเท้ามาจากบริเวณด้านหลังนี้จริงๆ
แต่เหตุใดเมื่อเดินทางมาถึงแล้วในตอนนี้กลับไม่พบเจอใครเลย
“ นี่มันอะไรกันถ้ามั่นใจว่าได้ยินเสียงฝีเท้ามาจากตรงนี้เนี่ยเหตุใดจึงไม่มีใครอยู่ ”
หลังจากที่ยืนงงและสงสัยอยู่สักพัก ซูฉีก็ตัดสินใจปิดประตูแล้วเข้าไปสะสางงานของตนเองต่อ
ห่างออกมาจากจวนของซูฉีประมาณหนึ่งถนน
กลุ่มมือสังหารที่สวมใส่ชุดสีดำสนิทกำลังวิ่งหนีบางอย่าง พวกมันมีจำนวนแปดถึงเก้าคนเป็นบุรุษร่างกายกำยำในตอนนี้กำลังวิ่งหนีคมเขี้ยวแห่งความตายที่ไล่ตามมา
“ นี่มันอะไรกันทำไมไม่มีใครบอกว่าคนพวกนั้นอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ด้วย? ” เสียงของมือสังหารดังขึ้นอย่างหวาดกลัว
“ ข้าเองก็ไม่รู้ขอรับได้รับ การว่าจ้างในครั้งนี้ไม่มีใครบอกว่ามีคนพวกนั้นเป็นคนคุ้มกัน ”
“ เวรเอ๊ยรู้อย่างนี้ไม่น่ารับงานภายในเขตของกองทัพกองทัพเกราะดำตั้งแต่แรก ”
ในขณะที่พวกมันกำลังวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวเสียงฝีเท้าทีไล่ตามหลังมาอยู่อยู่ก็หายไป
พวกมันที่กำลังวิ่งอยู่หยุดชะงัก “ หายไปแล้วหรือว่าตามไม่ทันแล้ว? ”
“ ไม่รู้สิขอรับถึงอย่างไรพวกเราก็รีบซ่อนตัวก่อนเถอะไม่เช่นนั้นมันอาจจะเกิดเรื่องได้ ” พวกมือสังหารตกลงกัน
แต่ในขณะที่พวกมันจะทำการเคลื่อนไหวอีกครั้งเพื่อไปซ่อนตัว เสียงฝีเท้าที่หายไปอยู่อยู่ก็ปรากฏขึ้นรอบกายของพวกมันในชั่วพริบตา
พวกเขาปรากฏกายออกมาเป็นกลุ่มคน ที่สวมใส่ชุดสีดำสนิทมีจำนวนประมาณเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น
พวกเขาแตกต่างจากพวกมือสังหารพวกนี้พวกเขาไม่ได้ปิดบังตนเอง ทั้งหมดเปิดเผยใบหน้าแต่เพียงแค่สวมใส่ชุดสีดำสนิทเท่านั้นและมีกระบี่เล่มยาวอยู่ภายในมือ
พวกมันเมื่อเห็นคนพวกนั้นปรากฏกายออกมาพวกมือสังหารแสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจ
ทั้งที่พวกมันมีจำนวนคนที่มากกว่าแต่เมื่อเห็นคนพวกนี้ปรากฏกายออกมาพวกมันกลับแสดงท่าทางที่หวาดกลัวออกมายังเห็นได้ชัด
“ หน่วยเงา… ”
นี่คือเหตุผลที่พวกมันหวาดกลัวขนาดนี้หน่วยเงา อันเลื่องชื่อของกองทัพเกราะดำ
พวกเขาถือว่าเป็นคนที่ลึกลับถ้ามองถึงตัวตนแล้วก็แตกต่างจากพวกคนธรรมดาทั่วไปที่อาศัยอยู่ภายในกองทัพ
เขาเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้เปิดเผยตนเองมักจะเข้าร่วมการทำภารกิจภายใต้คำสั่งของแม่ทัพหวง
ถ้ามองถึงตามความเป็นจริงพวกเขาเองก็เหมือนสายลับคนพวกนี้มักจะรวบรวมข้อมูลหลายหลายอย่างมาให้กับทางกองทัพ
ถ้าให้จัดตามความเป็นจริงพวกเขามีคุณสมบัติในการรวบรวมข้อมูลที่เยี่ยมยอดแต่ว่ามันเองก็ไม่ได้เพียงแค่นั้น
ฝีมือการต่อสู้ของพวกเขาก็ถือว่าไม่เป็นรองใคร มีผู้คนเล่าขานว่ากองทัพหน่วยเงาเพียง 10 คน สามารถสังหารพวกนักรบได้เป็น 100 คน
“ จะเอาอย่างไรดีขอรับหัวหน้าพวกเราจะทำยังไงดี!! ” หนึ่งในมือสังหารพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
พวกมันต้องหาวิธีในการจัดการกับสถานการณ์ที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้
คนที่เป็นคนออกคำสั่งกับการทำภารกิจในครั้งนี้มันกัดฟันแน่นตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ “ ช่วยไม่ได้ในตอนนี้ได้แต่เดินหน้าแล้วพวกเราโจมตี ”
คำสั่งถูกสั่งออกมาหลังจากนั้นมันเองก็มีการต่อสู้เกิดขึ้นบริเวณบนถนน
เสียงของกระบี่กระทบกันอยู่เพียงแค่ไม่กี่จังหวะก่อนที่มันจะเงียบสงัดลง
เสียงกระบี่ที่เงียบสงัดลงใน เพียงไม่กี่ลมหายใจที่เกิดการปะทะ ตัดภาพมาอีกทีนึงพวกมือสังหารพวกนั้นนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น
แม้ว่าพวกมันจะมีจำนวนคนประมาณเกือบ 10 คนกับอีกฝ่ายที่มีจำนวนน้อยกว่าพวกมันถึงครึ่งนึงแต่พวกมันเองก็ไม่สามารถสู้พวกคนจากกองทัพพวกนี้ได้เลย
ระดับฝีมือนั้นต่างกันเกินไปในช่วงไม่กี่ลมหายใจที่มันเกิดการประทะขึ้นคนพวกนี้ก็แทบจะจำภาพเหตุการณ์ในการปะทะนั้นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
หน่วยเงาเดินเข้ามาหาหัวหน้ามือสังหารที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นด้วยสภาพที่สะบักสะบอม “ มีคนอยากพบพวกเจ้า ”
“ ว่าอย่างไรนะ? ”
“ แค่ก!!! ” หัวหน้ามือสังหารกระอักเลือดมันดูเหมือนว่าจะโดนเล่นงานไปไม่น้อยถึงอยู่ในสภาพแบบนี้
“ จับตัวพวกมันไป.. ” หน่วยเงาหันไปสั่งคนที่เหลือ
…
เบื้องหน้าของพวกมือสังหารที่มีสภาพสะบักสะบอม ในตอนนี้คือแม่ทัพหวงนั่งอยู่ด้านหน้าของพวกนั้น
หวงเจียวลู่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่เท้าคางแล้วก็มองตรงมาที่พวกมันที่กำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหน้า
พวกมือสังหารพวกนี้พวกมันเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาของแม่ทัพร่างกายของพวกมันก็แข็งทื่อ
จิตสังหารอันน่าหวาดกลัวพุ่งทะยานเข้ามาใส่พวกมันยังไม่ทันตั้งตัว “ อ๊า….เออ ”
“ ใครส่งพวกเจ้ามา ” หวงเจียวลู่ถาม
“ คือว่า… คนที่ส่งพวกข้ามา ” ในอกของพวกมือสังหารเต้นรัวราวกับจะระเบิดออกมาเสียให้ได้
จบบท