เหล่าศิษย์ต่างอาศัยอยู่ในตำหนักซึ่งเป็นหอคอยสูง 21 ชั้น หอคอยนี้เป็นหอคอยที่มีไว้เพื่อบ่มเพาะพลัง
ในสำนักเทียนอี้มีหอคอยฝึกฝนทั้งหมด 4 แห่งสายชนชั้นสูงและสายลอบสังหารมีสายละหนึ่งหอคอยส่วนหอคอยที่สี่เป็นที่ตั้งสนามประลองของสำนักเทียนอี้ และหอคอยฝึกฝนก็เป็นคอยที่สูงที่สุด
“หลินเฟิง เจ้าไม่อยู่หลายวัน ท่านอาจารย์ได้ให้คำแนะนำแก่พวกข้านั่นคือฝึกฝนในหอคอยเป็นเวลาสามเดือน”
ตอนนี้หลินเฟิงและคนอื่นๆ กำลังยืนอยู่ด้านล่างของหอคอยฝึกฝนและเงยหน้าขึ้นมองหอคอยฝึกฝนที่กว้างใหญ่ และหยวนซานก็กล่าวว่า “นี่คือด้านล่างของหอคอยฝึกฝน ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในหยวนชี่อันบริสุทธิ์เพราะมีกระแสการไหลเวียนของหยวนชี่ฟ้าดินอย่างไม่มีที่สิ้นสุดภายในห้องฝึกฝนทุกห้องล้วนเต็มไปด้วยหยวนชี่ฟ้าดินที่มากกว่าโลกภายนอกจึงเหมาะแก่การฝึกฝนเป็นอย่างยิ่ง”
“การเชื่อมต่อหยวนชี่อันบริสุทธิ์ ได้ผูกขาดทั่วทุกสารทิศของสำนักเทียนอี้การสร้างหอคอยทั้งสี่หอ ช่างเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่และยอดเยี่ยมจริงๆ”
หลินเฟิงที่ยืนด้านล่างของหอฝึกฝนก็สามารถรู้สึกได้ถึงการผันผวนของหยวนชี่ฟ้าดินที่พล่านไปทั่ว
“นอกจากนี้ถ้าไม่นับพระราชวังที่ตระกูลต้วนอาศัยอยู่สำนักเทียนอี้ก็จะมีหยวนชี่อันบริสุทธิ์มากที่สุดแม้แต่ลานศักดิ์สิทธิ์แห่งเสวี่ยเยว่ยังมีหยวนชี่อันบริสุทธิ์เพียงแค่สองแห่งเท่านั้นส่วนสถานที่อื่นๆ ที่อยู่นอกเมืองหลวงมีน้อยมากที่จะพบหยวนชี่อันบริสุทธิ์แม้แต่เหล่านิกายใหญ่ๆ ก็ยังไม่มี เพราะว่าหยวนชี่อันบริสุทธิ์ดังนั้นจึงมีผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งรวมตัวกันภายในเมืองหลวง”
หลินเฟิงพยักหน้าเล็กน้อยหยวนชี่อันบริสุทธิ์คือเป็นที่ปรารถนาของผู้ฝึกยุทธ์แม้แต่นิกายหยุนไห่ก็ยังไม่มีหยวนชี่อันบริสุทธิ์
“ดูเหมือนว่าสำนักเทียนอี้จะน่ากลัวกว่าที่คาดไว้”
หลินเฟิงคิดในใจ สำนักเทียนอี้แม้ชื่อเสียงจะไม่โดดเด่นและความแข็งแกร่งก็ไม่เพียงพอ นั่นเป็นเพราะว่าวิธีการรับสมัครศิษย์รวมทั้งการฝึกฝนศิษย์ของพวกเขา
ต้องมีจดหมายแนะนำถึงจะสามารถเข้าร่วมสำนักได้ นอกจากนี้การฝึกฝนของศิษย์ทั้งสามประเภทของสำนักและในอนาคตอาจจะได้ประลองยุทธ์กันชนชั้นสูงที่กลายเป็นมือสังหารนั้นไม่จำเป็นต้องรู้จักกับโลกภายนอก
พวกเขาเดินไปยังใจกลางของหอฝึกฝนและเห็นภายในหอคอยชั้นที่หนึ่งที่ค่อนค้างกว้างขวาง ตรงกลางจะเป็นที่โล่งและทั้งสี่ทิศมีทั้งหมดแปดห้องฝึกฝน ทั้งแปดห้องนี้ล้วนปิดประตูอยู่เพราะว่ามีคนกำลังฝึกฝนอยู่ในนั้นแล้ว
หลินเฟิงยืนอยู่ภายในหอฝึกฝนเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความผันผวนของหยวนชี่พล่านไปทั่วหอ ช่างน่ากลัวเสียจริง
“ไปกันเถอะ ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 10 ของหอฝึกฝน ไม่ใช่ส่วนของพวกเรา อย่างน้อยพวกเราต้องหาห้องฝึกฝนชั้นที่ 11 ขึ้นไป”
หยวนซานกล่าวกับหลินเฟิง หอฝึกฝนนี้ไม่ว่าจะอยู่ชั้นไหนก็ล้วนเป็นผลดีต่อการบ่มเพาะพลัง
เพราะหยวนชี่ฟ้าอันบริสุทธิ์ออกมาจากผืนดินดังนั้นจึงอุดมไปด้วยหยวนชี่ฟ้าดินอันมาจากธรรมชาติและเมื่ออยู่ชั้นบนหยวนชี่ฟ้าดินก็จะอ่อนลง
แววตาของหลินเฟิงเป็นประกาย จากนั้นเขาก็พยักหน้าและเดินขึ้นบันไดจากโถงตรงกลางไปยังชั้นบนของหอฝึกฝน
เมื่อมุ่งสู่ชั้นสูงๆ ไม่เพียงแต่หยวนชี่ฟ้าดินจะเบาบางลงแม้กระทั่งพื้นที่ก็ยังแคบมากขึ้น
เมื่อมาถึงชั้นที่ 10 หลินเฟิงพบว่าทั้งแปดห้องฝึกฝนนั้นมันเล็กมากคนสองคนไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้ และทำอะไรก็ไม่สะดวกสบายแม้แต่โถงตรงกลางก็สามารถรับรองคนได้เพียง 20 คนเท่านั้นและเมื่อเทียบกับโถงของชั้นที่ 1 มันเล็กกว่ามาก
นอกจากนี้พื้นที่ที่ไม่ได้กว้างขวางนัก ได้มีชายหนุ่มชุดดำนั่งอยู่ตรงนั้นซึ่งกำลังหลับตาอยู่
“เขากำลังทำอะไร?”
ในสายตาของหลินเฟิงเป็นประกายไปด้วยความสงสัย ชั้นที่ 10 นี้ มีห้องฝึกฝนว่างอยู่หนึ่งห้องในนั้นไม่มีใครอยู่แต่คนผู้นี้ไม่ไปฝึกฝนข้างในห้อง กลับมาฝึกฝนข้างนอก?
แววตาของหยวนซานเป็นประกาย จากนั้นกล่าวด้วยโทนเสียงต่ำว่า “เมื่อฝึกที่ห้องฝึกฝนจำเป็นต้องมีหินหยวน และหลายๆ คนก็ไม่มีหินหยวนหรือกล่าวได้ว่าพวกเขามี แต่ไม่ยอมนำออกมาใช้ กลับไปใช้ของคนอื่น”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ไม่สบายใจของหยวนซาน หลินเฟิงจึงนึกประหลาดใจใช้ของคนอื่นงั้นหรือ?
“พวกเขารอให้คนอื่นเปิดห้องฝึกฝน จากนั้นพวกเขาก็จะปล้นห้องฝึกฝน”
หยวนซานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นชายหนุ่มชุดดำที่หลับตาอยู่ก็ได้ลืมตาขึ้นแล้วกวาดสายตามองไปที่หยวนซาน
“ในเมื่อรู้ แล้วทำไมต้องพูดเรื่องไร้สาระเช่นนี้ห้องฝึกฝนนั่นกล้าที่จะใช้ก็ใช้ ไม่ใช่เอาแต่พูดจาเช่นนี้ ออกไปซะ!”
ชายหนุ่มชุดดำกล่าวอย่างเย็นชา ไม่เจือน้ำเสียงสุภาพเลยสักนิด
หลินเฟิงและคนอื่นๆ ต่างตกใจ จิ้งหยุนที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้กล่าวว่า “หยวนซาน เรื่องเช่นนี้ ทางสำนักไม่ว่าอะไรบ้างเลยเหรอ?”
ชายหนุ่มชุดดำมองไปที่จิ้งหยุนราวกับว่าเป็นคนโง่ ทางสำนักมาเอี่ยว?ช่างน่าหัวเราะเสียจริงๆ
“จิ้งหยุน การต่อสู้ที่หุบเขาเมฆพายุ ทางนิกายก็มีเอี่ยวด้วยงั้นหรือ?”
หลินเฟิงกล่าว จากนั้นจิ้งหยุนพยักหน้าเล็กน้อย สำนักและนิกายล้วนทำเพื่อให้เหล่าศิษย์แข็งแกร่งขึ้นแล้วบางปัญหาและความขัดแย้งจะกลายเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาแข็งแกร่งโลกของกฎแห่งธรรมชาติที่ซึ่งผู้เข้มแข็งที่สุดจึงจะอยู่รอดใครจะไปสนใจเรื่องนี้กัน
“ออกไปจากที่นี่ซะ! อย่ามารบกวนการฝึกฝนของข้า”
ชายหนุ่มชุดดำกล่าวอย่างหงุดหงิดสีหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงการเหยียดหยันและดูหมิ่น กฎนี้ยังมีหลายๆคนที่ยังไม่เข้าใจ สำหรับคนที่เพิ่งเข้าสำนักมาใหม่
“หลินเฟิง ถ้าหากเขากล้าที่จะรอเข้าห้องฝึกฝนของคนอื่น ความแข็งแกร่งอย่างน้อยน่าจะอยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่3 พวกเราไปกันเถอะ”
หยวนซานกล่าวกับหลินเฟิง เมิ่งฉิงนั้นไม่ได้ตามมาดังนั้นหยวนซานไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถตีเสมออีกฝ่ายได้เนื่องจากไม่รู้ความแข็งแกร่งของคนเหล่านี้ ถ้าจากไปจะน่าเป็นการดีที่สุด
อย่างไรก็ตามหลินเฟิงก็ยังคงยืนนิ่งได้แต่กะพริบตา
“ขอบเขตจิตวิญญาณขั้นที่ 3!”
พอดีเลย ความแข็งแกร่งของเขาก็อยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 3 เหมือนกัน
“ในเมื่อที่นี่มีห้องฝึกฝนว่างอยู่ ทำไมเจ้าไม่ใช้ล่ะ? จะขึ้นไปทำไมกัน?”
หลินเฟิงกล่าวอย่างเรียบเฉย ทำให้หลายๆ คนประหลาดใจโดยเฉพาะชายหนุ่มชุดดำนั่น แววตาของเขาเผยให้เห็นถึงความสนใจออกมา
“ศิษย์ใหม่ก็คือศิษย์ใหม่ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดว่าเข้ามายังสำนักเทียนอี้แล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ”
“หลินเฟิง อย่าโจมตี”
หยวนซานกระซิบ พวกเขาจำเป็นต้องฝึกฝนที่นี่สามเดือนสามเดือนก็ต้องจ่ายด้วยหินหยวน 2 - 3ร้อยก้อน นี่เป็นจำนวนที่มาก ตอนนี้เขายังไม่ได้จ่ายแต่จะไปหาห้องฝึกฝนที่ถูกกว่านี้ นอกจากนี้พวกเขาจะไม่ทิ้งการฝึกฝนสามเดือนนี้ไปอย่างแน่นอน
“ไม่มีปัญหา!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่ปรากฏขึ้นตรงมุมปากของหลินเฟิงในเมื่ออีกฝ่ายต้องการแย่งชิงห้องฝึกฝนและหลินเฟิงต้องการเห็นว่าเขาแข็งแกร่งจริงๆ หรือไม่
หลินเฟิงเดินตรงไปยังข้างๆ ห้องฝึกฝน และเหลือบมองหินหยวนที่มีรอยบุ่มที่หม่นมัวไร้แสงนั่น
“ต้องใส่หินหยวนในนี้ใช่ไหม?” หลินเฟิงถามหยวนซาน
หยวนซานพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่แล้ว ทุกๆห้องฝึกฝนล้วนมีกฎ เพียงแค่ใส่หินหยวนเข้าไปในรู ก็จะสามารถเข้าไปได้ภายในห้องฝึกฝนจะอุดมไปด้วยหยวนชี่ฟ้าดิน จึงเหมาะแก่การฝึกฝนอย่างยิ่ง”
เป็นขั้นตอนที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก จากนั้นหลินเฟิงหยักหน้าเล็กน้อยและกล่าวกับหยวนซานว่า“ถ้าฝึกฝนเป็นเวลาสามเดือน ต้องใช้หินหยวนเท่าไรถึงจะสามารถใช้ได้?”
“ห้องฝึกฝนชั้นที่ 4 ถึงชั้นที่ 10 ของหอฝึกฝน จะต้องจ่ายด้วยหินหยวนสามก้อนในแต่ละวัน”
300หินหยวน!!!
หลินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น การฝึกฝนจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเดิมทีแล้วหินหยวนนั้นมีค่ามาก คนที่อยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณถึงจะใช้ได้การที่มีหินหยวนจำนวนมากมาย มันไม่ง่ายเลยที่จะนำออกมา
หลินเฟิงครุ่นคิค ทันใดนั้นหยวนชี่ฟ้าดินที่เข้มข้นพลันออกมาจากมือของหลินเฟิงจึงทำให้หยวนซานแปลกประหลาดใจ
“หินหยวนระดับกลาง”
หลินเฟิงมีหินหยวนระดับกลาง
“หินหยวนระดับกลางสามก้อน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาแล้ว?” หลินเฟิงถาม
“แน่นอน! หินหยวนระดับกลาง 1 ก้อนเทียบเท่าได้กับหินหยวนระดับต่ำ100 ก้อนนอกจากนี้ยังผลิตหยวนชี่ฟ้าดินที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์ออกมาได้มากขึ้นด้วย”หยวนซานกล่าวขณะพยักหน้า
แต่ชายหนุ่มชุดดำที่อยู่ข้างๆใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโลภปรากฏบนใบหน้าเขา
ศิษย์ใหม่มีแม้กระทั่งหินหยวนระดับกลางและหยิบออกมาได้อย่างง่ายดายแล้วยังแย่งชิงห้องฝึกฝนของเขาไป นี่มันทำเกินไปแล้ว!