หลังจากเข้ามาในห้องทั้งฟางเซียนและซูเหวินต่างพากันนั่งเงียบไม่มีใครพูดอะไร ฟางเซียนจึงเป็คนเริ่มชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบที่ทำให้เธออึดอัดแบบนี้
"พรุ่งนี้ท่านพี่จะขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีกหรือไม่เ้าค่ะ"
"ไป..ข้าต้องไปดูกับดักที่วางดักสัตว์ไว้ด้วย แล้วเ้าเป็อย่างไรบ้าง หายป่วยแล้วจริงๆรึ ไปให้ท่านหมอตรวจดูให้แน่ใจดีหรือไม่"
"ห่ะ...หายแล้วเ้าค่ะ ไม่ได้เ็ปตรงไหนแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณที่เป็ห่วงข้าเ้าค่ะ" พูดจบก็นั่งจ้องหน้าสามี ั้แ่เจอกันในฝันจนถึงตอนนี้
หลินฟางเซียนพึ่งได้มองหน้าสามีของนางชัดๆก็ตอนนี้แหละ 'โหหหห!! คนบ้าอะไรมันจะหล่อขนาดนี้เนี่ย ์ช่างปั้นมาจริงๆเลย พูดแล้วก็อิจฉาตัวเองที่ได้สามีหล่อ อิอิ'
"ข้าขอโทษด้วยที่ทำให้เ้าต้องมาลำบากกับข้าแบบนี้" อยู่ๆเซียวซูเหวินก็พูดขึ้น เพราะรู้สึกสงสารหลินฟางเซียนและน้องๆทั้งสองคนที่ต้องมาลำบาก และก็นึกโทษตัวเองที่ไม่สามารถทำให้ทุกคนอยู่สุขสบายเหมือนครอบครัวอื่น
"ข้าไม่ได้ลำบากเลยเ้าค่ะ ท่านพี่ไม่ต้องมาขอโทษข้า ข้าอยู่ที่นี่ข้ามีความสุขมากเลยเ้าค่ะ เมื่อก่อนข้าเหมือนอยู่คนเดียวด้วยซ้ำ ชีวิตของข้าที่ต้องอาศัยอยู่กับครอบครัวของท่านลุงเป็ยังไงบ้างท่านพี่ก็น่าจะได้ฟังมาบ้าง หลังจากที่ท่านพ่อท่านแม่จากข้าไปชีวิตข้าก็ไม่เคยมีความสุขอีกเลย แต่ข้าก็ดีใจนะเ้าค่ะที่ได้แต่งงานกับท่าน เพราะอย่างน้อยท่านก็เป็คนดี ถึงแม้ท่านอาจจะไม่ชอบข้าก็ตามแต่ท่านก็ไม่เคยทำร้ายข้าเหมือนกับคนพวกนั้น เป็ข้าซะอีกที่ต้องขอบคุณท่านที่ไม่รังเกียจข้า"ฟางเซียนตอบออกไปเพราะเธอคิดอย่างนั้นจริงๆ ไหนๆก็พูดแล้วก็เปิดใจคุยกันเลยก็แล้วกัน ยังไงซะชีวิตนี้ก็ต้องอยู่กับเขาแล้วนี่ ถือซะว่าพูดแทนิญญาของหลินฟางเซียนก็แล้วกัน
"ข้าไม่เคยรังเกียจเ้าเลยนะ แต่ข้าแค่กลัวเ้าจะอายชาวบ้านที่ต้องมาแต่งงานกับคนจนๆเช่นข้า"
"ข้าไม่เคยอายเลยเ้าค่ะ ต่อให้ลำบากกว่านี้ข้าก็ไม่อายเพราะข้าไม่ได้ไปทำร้ายใคร ไม่เคยไปทำอะไรให้ใครเดือดร้อน ตอนนี้ท่านพี่และน้องๆคือครอบครัวของข้าแล้ว ถ้าอย่างนั้นเรามาช่วยกันสร้างครอบครัวของเรากันเถอะเ้าค่ะ ั้แ่ที่ข้าแต่งกับท่านชีวิตนี้ข้าก็ขอฝากไว้กับท่านแล้วเ้าค่ะ ข้าอาจจะไม่ใช่คนที่ดี ไม่ใช่คนที่ท่านรัก แต่ข้าก็อยากให้ท่านเปิดใจให้ข้าบ้างสักนิดก็ยังดีนะเ้าค่ะ และข้าขอสัญญาว่าชีวิตนี้ข้าจะมีท่านเป็สามีแค่คนเดียว ต่อให้วันนึงท่านจะทิ้งข้าไป ตัวข้าก็จะไม่แต่งกับชายอื่นอีกแน่นอน"
"ขอบใจเ้ามากนะเซียนเออร์ที่ยอมแต่งกับข้า ข้าก็ขอสัญญากับเ้าเช่นกันว่าข้าจะไม่มีหญิงอื่นนอกจากเ้า ข้าจะมีเ้าเป็ภรรยาเพียงคนเดียวเท่านั้น"
"ขอบคุณนะเ้าค่ะ" พูดจบก็นั่งยิ้มหวานให้กับสามีของนาง
"อื้มมม..นอนเถอะ เ้าพึ่งหายป่วยต้องพักผ่อนให้มากๆ" เซียวซูเหวินที่เห็นภรรยานั่งยิ้มให้แบบนั้นก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะหลินฟางเซียนไม่เคยยิ้มแบบนี้ให้กับเขามาก่อน จึงได้แต่บอกให้นางนอนไปแบบนั้น
"หลับฝันดีนะเ้าค่ะท่านพี่" พูดจบก็ทิ้งตัวลงนอน
พอได้เปิดใจคุยกันแล้วทั้งสองคนต่างก็รู้สึกดีมากขึ้น ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนวันที่ผ่านๆมาแล้ว จากนั้นหลินฟางเซียนก็ทิ้งตัวลงนอน ส่วนซูเหวินก็ห่มผ้าให้นางแล้วเขาก็ทิ้งตัวนอนลงข้างๆ
กว่าหลินฟางเซียนจะข่มตาหลับได้ก็เข้ายามห้ายแล้ว 'ใครมันจะไปหลับลงล่ะ ั้แ่เกิดมายังไม่เคยนอนกับผู้ชายเลย ขนาดพี่ชายทั้งสองคนก็ยังไม่เคย อย่าถามถึงแฟนนะเพราะยังไม่เคยมี แต่นี่อะไรยังไง ฉันต้องมานอนกับผู้ชายเนี่ย 'ว่าแต่..นอนกับคนหล่อแถมได้ชื่อว่าเป็สามีแบบนี้ก็ไม่แย่นะ อิอิ' หลังจากนอนคิดอะไรคนเดียวอยู่สักพักฟางเซียนก็หลับไป
"ฮืมมมม"
"ขอโทษด้วยที่ข้าทำให้เ้าตื่น นี่พึ่งยามอิ๋นเองเ้านอนต่อเถิด" เซียวซูเหวินที่ตื่นขึ้นมาเพื่อจะขึ้นเขาไปดูกับดักสัตว์ เมื่อเห็นว่าตัวเองทำให้ภรรยาตื่นก็รีบบอกให้นางนอนต่อทันที
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านพี่จะไปดูกับดักสัตว์แล้วหรือเ้าค่ะ"
"อืมมม เ้านอนต่อเถอะข้าไปดูกับดักก่อนสายๆหน่อยเดี๋ยวข้าจะกลับมา"
"เ้าค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะเ้าค่ะ"
"อืมม" แม้จะรู้สึกว่าั้แ่หลินฟางเซียนฟื้นขึ้นมาก็ดูแปลกไป ดูนางจะพูดมากขึ้น ไม่เขินอายแล้ว แต่เซียวซูเหวินก็ไม่พูดอะไรแล้วเดินออกจากบ้านไป
หลินฟางเซียนตื่นมาตอนเช้าเวลาก็เข้าสู่ยามเหม่าพอดี เธอจึงลุกออกจากที่นอนไปล้างหน้า เสร็จแล้วก็เดินไปที่ครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าไว้รอสามีและน้องๆของสามีด้วย ซึ่งอาหารก็เหมือนเดิมเพราะในครัวมีแค่มันเทศกับไก่ที่เหลือจากเมื่อวานหนึ่งตัว ส่วนเครื่องปรุงก็มีแค่เกลือที่คิดว่าวันนี้ก็คงจะหมดแล้ว
"พี่สะใภ้ทำอะไรอยู่ขอรับ หอมมากเลย" เซียวเทียนิและเซียวเหว่ยเถียนหลังจากตื่นนอนก็เดินตามกลิ่นอาหารมาทันที
"อ้าว..ตื่นกันแล้วหรือ เ้าสองคนไปล้างหน้ากันก่อน ข้าทำอาหารใกล้จะเสร็จแล้วพอดี" หลินฟางเซียนบอกกับทั้งสองคน
"ขอรับ // ขอรับ" ทั้งสองขานรับพร้อมกัน
หลังจากทำอาหารเสร็จหลินฟางเซียนก็เดินออกมาที่หน้าบ้าน เพื่อสำรวจรอบๆบ้าน ยิ่งเห็นสภาพบ้านที่พร้อมจะพังลงมาได้ตลอดเวลาแบบนี้ยิ่งทำให้รู้สึกเศร้า บ้านที่เหมือนกระท่อมมากกว่า ไม้ที่ผุๆพังๆกันลมกันฝนแทบจะไม่ได้แบบนี้ 'เฮ้อออ!! อดทนอีกสักนิดนะเดี๋ยวฉันนี่ล่ะที่จะทำให้ทุกคนอยู่ดีกินดี จะทำให้พวกที่คอยดูถูกครอบครัวของฉันมันกระอักเืไปเลย เชอะ!!'
"พี่สะใภ้ มีอะไรให้ข้ากับน้องเล็กช่วยหรือไม่ขอรับ พวกข้าสองคนรดน้ำผักเสร็จแล้ว" เซียวเหว่ยเถียนที่เห็นหลินฟางเซียนเดินออกมาจากบ้านก็รีบถามขึ้น
"ไม่มีหรอก เ้าสองคนหิวหรือยัง ถ้าหิวก็ไปกินกันก่อนก็ได้นะ กว่าท่านพี่จะกลับมาคงอีกสักพัก" หลินฟางเซียนบอกกับทั้งสองคน
"ไม่หิวขอรับ ข้ากับน้องเล็กจะรอกินพร้อมพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนตอบ
"เหว่ยเถียน เทียนิ เ้าอยู่บ้านกันหรือป่าว" ระหว่างที่หลินฟางเซียนกำลังยืนคุยกับน้องๆสามีอยู่ที่แปลงผัก ทั้งสามคนก็ได้ยินเสียงคนมาเรียก
"อ่ะ นั่นเสียงท่านยายซู่เจินนี่ขอรับ" เซียวเทียนิ
"พวกเราออกไปหาท่านยายกันเถอะ เ้าสองคนไปล้างมือกันก่อนแล้วค่อยตามพี่สะใภ้มานะ" หลินฟางเซียน
"ขอรับ / ขอรับ"
"ท่านยาย มานั่งพักก่อนเ้าค่ะ มาหาพวกข้าแต่เช้ามีเื่อะไรหรือไม่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"อ้าว..นังหนูเ้าหายดีแล้วรึ พอดียายเอาข้าวมาให้ เห็นเ้าไม่สบายอยู่ ยายเลยกลัวข้าวพวกเ้าจะไม่พอกินกันนะ" ท่านยายซู่เจิน
"ข้าหายดีแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณท่านยายที่เมตตาพวกข้า" หลินฟางเซียนตอบออกไปด้วยความซึ้งใจ
"หายดีแล้วก็ดีแล้ว ว่าแต่เหว่ยเถียนกับเทียนิไม่อยู่ด้วยรึทำไมยายไม่เห็นเลย"
"อยู่ขอรับท่านยาย พวกข้าสองคนอยู่นี่ขอรับ" เซียวเทียนิที่กำลังวิ่งมาหาตอบขึ้น
"อ่อ..ตอนแรกยายไม่เห็นเลยคิดว่าไม่อยู่บ้านกัน ถ้าอย่างนั้นยายกลับก่อนล่ะนะเดี๋ยวตาจะรอนาน" เมื่อนั่งคุยกันได้ไม่นานนักนางซู่เจินก็ขอตัวกลับบ้านของตนทันที
"เ้าค่ะ / ขอรับ / ขอรับ" ทั้งสามคนขานรับพร้อมกัน
"ท่านยายมาทำอะไรหรือขอรับพี่สะใภ้" เซียวเหว่ยเถียนถามขึ้น
"พอดีท่านยายกลัวพวกเราไม่มีข้าวกิน ท่านเลยเอาข้าวมาให้นะ" ฟางเซียนตอบน้องๆด้วยรอยยิ้ม 'อย่างน้อยๆก็ยังมีคนที่หวังดีและคอยช่วยเหลือครอบครัวของเราบ้าง ไม่ได้มีแต่คนที่คอยแต่จะทำร้ายซะทีเดียว'
"พี่สะใภ้ พี่รอง ท่านตากับท่านยายใจดีกับครอบครัวเรามากเลยนะขอรับ ตอนที่พี่สะใภ้ยังนอนไม่ฟื้น ท่านยายก็คอยมาดูแล้วก็ยังแบ่งข้าวมาให้พวกเราด้วย ถึงแม้ท่านตากับท่านยายก็ลำบากแต่ก็ยังแบ่งมาให้พวกเรา" เซียวเทียนิพูดออกไปตามที่คิด
"ท่านตากับท่านยายช่างมีเมตตากับพวกเราจริงๆ เดี๋ยววันนี้หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วเราขึ้นเขาไปหาเก็บของป่าดีหรือไม่ เผื่อได้เยอะเราจะได้แบ่งไปให้ท่านตาท่านยายด้วย" หลินฟางเซียน
"ดีขอรับ / ดีขอรับ"
"ถ้าอย่างนั้นเ้าสองคนนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่สะใภ้จะเอาข้าวนี้ไปหุงก่อน" หลินฟางเซียนบอกกับทั้งสองคน
"ขอรับ / ขอรับ"
แล้วหลินฟางเซียนก็เดินตรงไปที่ครัวเพื่อหุงข้าว 'โชคดีจังวันนี้ฉันจะได้กินข้าวแล้ว' ใช้เวลาไม่นานเท่าไรข้าวก็สุก ฟางเซียนเลยอุ่นน้ำแกงไก่ต่อ เมื่อเสร็จทุกอย่างแล้วจึงเดินออกจากครัวมาหาน้องๆที่หน้าบ้าน
"อ้าว..ท่านพี่ กลับมาแล้วรึเ้าค่ะ เหนื่อยหรือไม่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนเดินออกมาจากครัวก็เจอกับเซียวซูเหวินที่กำลังนั่งคุยอยู่กับน้องๆของเขาอยู่
"อืมมม..ไม่เหนื่อยเท่าไร" เซียวซูเหวิน
"พี่สะใภ้ วันนี้พี่ใหญ่ได้ไก่มาตั้งสี่ตัวเลยนะขอรับ มีแต่ตัวใหญ่ๆทั้งนั้นเลยขอรับ" เซียวเทียนิ
"ดีจังเลย ว่าแต่ท่านพี่หิวหรือไม่เ้าค่ะ งั้นพวกเราไปกินข้าวกันเถอะเ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"อืมมม /ขอรับ / ขอรับ"
จากนั้นทั้งสี่คนก็พากันไปกินข้าว ในระหว่างที่นั่งกินข้าวกันอยู่ก็ได้พูดคุยกันบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็หลินฟางเซียนที่เป็คนชวนคุยเพราะนางอยากทำความคุ้นเคยกับทุกคน จึงพยายามหาเื่ชวนทุกคนคุยกัน จึงทำให้บรรยากาศขณะที่กินข้าวกันอยู่ดูไม่อึดอัดสำหรับนางเกินไป
"ท่านพี่ ท่านจะเอาไก่ไปขายในเมืองหรือไม่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"อืม เ้าจะเก็บเอาไว้ทำอาหารหรือไม่" เซียวซูเหวินตอบภรรยา
"เอ่อออ..ถ้าอย่างนั้นข้าขอเก็บไว้สักสองตัวได้หรือไม่เ้าค่ะ พอดีข้าอยากแบ่งไปให้ท่านยายซู่เจินสักตัวนะเ้าค่ะ อีกตัวนึงข้าจะเก็บไว้ทำอาหารตอนเย็นเ้าค่ะ"
"ได้ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จข้าจะรีบเอาไก่ไปขาย เ้าอยากจะได้อะไรหรือไม่" เซียวซูเหวินถามภรรยา
"ไม่มีเ้าค่ะ ข้าว่าหลังจากกินข้าวเสร็จแล้วข้าจะเข้าป่าไปหาดูว่าพอจะมีอะไรที่ข้าพอจะเก็บมากินหรือนำไปขายได้บ้างหรือไม่" หลินฟางเซียน
"เ้าพึ่งหายไข้ อย่าพึ่งไปเลย พักผ่อนอีกสักสามสี่วันก่อนเถิด" เซียวซูเหวิน
"จริงอย่างที่พี่ใหญ่พูดนะขอรับ ข้าว่าพี่สะใภ้ควรพักผ่อนให้มากๆหน่อย" เซียวเหว่ยเถียนก็เห็นด้วย
"เอ่ออ..ก็ได้เ้าค่ะ ข้าขอโทษนะเ้าค่ะที่ทำให้ทุกคนลำบากแบบนี้" หลินฟางเซียนที่รู้สึกว่าตัวนางเป็ภาระให้กับทุกๆคนจึงได้แต่ขอโทษพวกเขา
"เ้าไม่ต้องคิดมากหรอก เป็ครอบครัวเดียวกันแล้วพวกเราก็ต้องดูแลกันแบบนี้แหละถูกต้องแล้ว" เซียวซูเหวินตอบออกไป เพราะเขาไม่เคยคิดว่านางเป็ภาระเลยสักครั้ง
"ใช่ขอรับ / จริงด้วยขอรับ"
พอเห็นทุกคนต่างก็เป็ห่วงนางแบบนี้ ในใจลึกๆก็รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เพราะอย่างน้อยๆในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีที่ได้เกิดใหม่ในครอบครัวนี้ ถึงจะจ๊นนนแสนจนก็เถอะ หลังจากกินข้าวกันอิ่มแล้ว ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไป โดยที่เซียวซูเหวินก็นำไก่เข้าไปขายให้กับร้านอาหารในเมือง เซียวเหว่ยเถียนและเซียวเทียนิก็พากันนำไก่ไปให้ท่านตาเฉียวิเลี่ยนและท่านยายซู่เจินสองสามีภรรยา ส่วนหลินฟางเซียนก็เก็บจานชามไปล้าง จากนั้นพอเหว่ยเถียนและเทียนิกลับมาบ้านหลังจากเอาไก่ไปให้ท่านตาท่านยาย ฟางเซียนก็ชวนทั้งสองคนไปดูแปลงผักเพราะไม่รู้จะทำอะไร 'คนสมัยนี้คงยังไม่รู้จักการนำมูลสัตว์มาทำเป็ปุ๋ยสินะ ผักพวกนี้ถึงมีสภาพทั้งต้นเล็ก ทั้งเหี่ยวเฉาแบบนี้' ฟางเซียนได้แต่คิดเงียบๆคนเดียว จากนั้นจึงชวนเหว่ยเถียนและเทียนิช่วยกันทำแปลงเพื่อปลูกผักเพิ่ม เพราะพื้นที่รอบๆบ้านยังพอมีเหลือที่จะให้ปลูกผักอื่นๆเพิ่ม และนี้ก็คือสิ่งที่ฟางเซียนทำเป็ประจำในทุกๆวันระหว่างที่อยู่บ้าน ถึงแม้จะยังไม่มีเมล็ดผักมาปลูกก็ตาม และที่ยังไม่มีเมล็ดมาปลูกก็เพราะพวกเธอยังไม่มีเงินที่จะซื้อเมล็ดผักนะสิ เพราะตอนนี้แค่เงินจะซื้อข้าวก็ยังหายากแล้วก็แสนจะลำบากมากเลยจริงๆ เวลาเอาไก่ป่าที่ซูเหวินล่ามาได้ไปขายที่โรงเตี๊ยมก็ได้ราคาไม่กี่อีแปะ เงินที่ได้มาจากการนำไก่ไปขายจึงพอแค่ซื้อข้าวเท่านั้น วันนี้ก็เข้าวันที่เจ็ดแล้วที่ฟางเซียนได้มาเกิดใหม่ที่นี่ ชีวิตในแต่ละวันก็หมดไปกับการทำแปลงผักเตรียมไว้ปลูกผักซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้ปลูกตอนไหน แต่นางก็ยังทำเพราะไม่อยากอยู่เฉยๆ ส่วนซูเหวินก็เข้าป่าั้แ่เช้ามืดทุกวัน บางวันก็กลับมากินข้าวที่บ้าน่สายๆ แต่บางวันก็เข้าป่าไปทั้งวัน ฟางเซียนก็จะทำอาหารห่อไปให้ก่อนเข้าป่า วันนี้ก็เช่นกัน ซูเหวินได้บอกกับฟางเซียนว่าจะไปล่าสัตว์กับเฉินตงสหายของเขา เขาและเฉินตงจะเข้าป่าลึกกว่าเดิมเพราะอาจจะโชคดีได้สัตว์ใหญ่กลับมาบ้าง และไปครั้งนี้พวกเข้าต้องค้างคืนในป่า ฟางเซียนจึงทำอาหารง่ายๆห่อให้สามีของนางไว้กินเวลาหิว
"เหว่ยเถียน เทียนิ เ้าพวกเราไปหาจับปลาที่ลำธารด้านหลังนี้ดีหรือไม่" หลินฟางเซียนเอ่ยถาม
"ปลาหรือขอรับ แต่ปลามันคาวมากเลยนะขอรับ พวกชาวบ้านไม่มีใครเอามากินหรอกขอรับ" เหว่ยเถียนตอบ
"จริงอย่างที่พี่รองว่าขอรับ อีกอย่างปลามันว่ายน้ำเร็วมากเลยนะขอรับ เราคงจะจับมันได้ยาก" เซียวเทียนิ
"อืมมม..แล้วไม่มีใครเอาปลาไปทำอาหารบ้างเลยหรือ" หลินฟางเซียน
"ข้าเคยได้ยินชาวบ้านเขาพูดกันว่ามีแต่ที่ร้านอาหารนะขอรับที่เอาปลามาทำอาหารขาย" เซียวเหว่ยเถียนตอบออกไป
เมื่อได้ยินที่เซียวเหว่ยเถียนพูดมาเช่นนั้น หลินฟางเซียนก็คิดออกแล้วว่านางจะหารายได้จากไหนที่จะทำให้ครอบครัวของนางมีเงินเพิ่มขึ้น 'ถ้าเราจับปลาไปขายบ้างจะได้ราคาดีมั้ยนร้า แล้วเราจะใช้วิธีไหนไปจับปลาล่ะเนี่ย หรือจะลองขุดหลุมเหมือนในยูทูปที่เคยดูดีมั้ยนะ ไม่ลองก็ไม่รู้เพราะเราก็ไม่เคยไปจับปลาแบบนี้มาก่อน เอาว่ะ!! ไม่ลองก็ไม่รู้ ลองเลยดีกว่า' เมื่อคิดได้แล้วจึงหันไปมองหน้าเซียวเหว่ยเถียนกับเซียวเทียนิทันที
"แล้วถ้าพวกเราจับปลาไปขายบ้างล่ะ พวกเ้าว่าจะขายได้หรือไม่" หลินฟางเซียน
"ขายได้สิขอรับ แต่ปลามันจับยากมากเลยนะขอรับ เพราะแบบนี้พวกชาวบ้านถึงได้ไปหางานอื่นหรือไม่ก็ไปหาล่าสัตว์เก็บสมุนไพรไปขายกัน ไม่มีใครมาหาจับปลาขายกันหรอกขอรับพี่สะใภ้" เซียวเหว่ยเถียน
"ถ้าพี่สะใภ้คนนี้มีวิธีจับปลาล่ะ พวกเ้าสองคนสนใจจะไปจับปลาด้วยกันหรือไม่" หลินฟางเซียนถามน้องๆทั้งสองคน เพราะนี่คือหนทางหาเงินที่นางพึ่งคิดได้
"ไปขอรับ / ข้าอยากไปขอรับ" ทั้งสองคนตอบพร้อมกัน
"ถ้าเช่นนั้นเราไปเตรียมของไปจับปลากันเถอะ ถ้าหากจับได้เยอะเราจะได้เอาไปขายกันดีหรือไม่" หลินฟางเซียนบอกกับทั้งสองคน
"ดีขอรับ / ดีมากเลยขอรับ"
เมื่อทั้งสามคนเตรียมของที่จะไปจับปลาครบแล้วก็พากันเดินไปที่ลำธารด้านหลังบ้าน นี่เป็ครั้งแรกที่หลินฟางเซียนจะได้หาปลาด้วยตัวเอง เพราะชาติที่แล้วนางแค่เคยดูคลิปในยูทูปเท่านั้น ไม่เคยได้เห็นหรือเคยจับปลาด้วยตัวเองจริงๆแบบนี้เลยสักครั้ง 'หวังว่าจับปลาวิธีนี้จะได้ผลนะ เฮ้อออ!! ขอให้ได้ปลาทีเถอะเ้าค่ะลูกช้างจะอดตายกันแล้ว ฮือๆๆๆ' ระหว่างที่กำลังจะเดินไปที่ลำธาร ฟางเซียนก็ได้แต่ภาวนาในใจ
เมื่อเดินมาถึงลำธาร หลินฟางเซียนก็สอนวิธีทำหลุมดักปลาง่ายๆให้น้องๆทั้งสองคน นางสอนให้น้องๆทั้งสองคนขุดหลุมข้างลำธาร เมื่อขุดหลุมเสร็จก็นำกิ่งไม้มาปกคลุมปากหลุมเอาไว้ ในใจก็หวังว่ามันจะสามารถดักปลาได้จริงๆ เพราะนี่คือความหวังในการหารายได้เข้ามาใช้จ่ายในครอบครัวของนางอีกทาง
"พี่สะใภ้ แค่ขุดหลุมแบบนี้ก็จะได้ปลาหรือขอรับ" เซียวเทียนิถาม
"ข้าก็ไม่แน่ใจเท่าไร แต่เราลองวิธีนี้ดูก่อน ถ้าวิธีนี้ไม่ได้ผลเราค่อยช่วยกันคิดหาวิธีอื่นก็ได้หนิ" หลินฟางเซียนตอบ
"แล้วเราต้องทำยังไงต่อหรือขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนถามขึ้น
"ไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะ พรุ่งนี้เช้าเราค่อยมาดูหลุมพวกนี้กันว่าจะมีปลาเข้าไปอยู่ในหลุมที่พวกเราขุดไว้หรือไม่ นี่ก็เสร็จแล้วพวกเรากลับบ้านกันเถอะ" เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว หลินฟางเซียนก็ชวนน้องๆกลับบ้าน แต่ก่อนจะกลับบ้าน หลินฟางเซียนก็มองไปเห็นต้นไผ่ที่ขึ้นไม่ไกลจากลำธารมากนัก 'อ๊ะ..ต้นไผ่นี่นา จะใช่ไผ่หวานมั้ยนะ แล้วมันจะมีหน่อไม้มั้ยนร้าาา' คิดๆไม่นานฟางเซียนก็ไม่อยากรอช้ารีบชวนน้องๆไปดูทันที
"นั่นมันต้นไผ่หนิ พวกเราไปดูกันเถอะ เผื่อจะมีหน่อไม้ให้พวกเราเก็บกลับบ้านไปทำอาหารบ้าง" หลินฟางเซียนคิดแล้วก็ตั้งท่าจะเดินไปที่กอไผ่นั่นทันที
"ไม่ต้องไปหรอกขอรับพี่สะใภ้ มันไม่อร่อยหรอกขอรับ" พอเห็นฟางเซียนชวนไปเก็บหน่อไม้ เทียนิก็หน้าเสียแล้วตอบออกมาทันที
"จริงอย่างที่น้องเล็กว่าขอรับ พวกข้าเคยกินครั้งนึงมันขมมากๆเลยขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนช่วยยืนยันอีกเสียง
"ข้าว่าเราไปดูก่อนดีหรือไม่ ข้ามีวิธีทำให้มันไม่ขมนะ พวกเ้าอยากลองกินของอร่อยๆหรือไม่เล่า" เซียวฟางเซียนพูดขึ้นอีกครั้ง
"จริงหรือขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนถามพร้อมกับมองสบตากับน้องชาย
"จริงสิ ข้าจะหลอกพวกเ้าไปทำไมกัน ไปกันเถอะ..ไปดูว่ามีหน่อไม้หรือไม่" หลินฟางเซียนพูดจบก็เดินนำหน้าเด็กชายทั้งสองไปทันที