บทที่ 12 ฝึกทหาร น่าเบื่อกว่าที่คิด
กว่าจะทำโทษเหล่านักศึกษาที่มาสายกว่าจะรวมตัวนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งกันเสร็จ จนไปถึงพูดคุยกันเบื้องต้น เวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบหกโมงเช้าแล้วพอถึงเวลานี้ครูฝึกก็สั่งให้ทุกคนทำกายบริหารอย่างง่าย ๆเพื่อยืดเส้นยืดสายก่อนจะออกกำลังในตอนเช้า
“หิวกันหรือยัง !” ครูฝึกทหาระโถาม
“หิวแล้วครับ”
“หิวแล้วค่ะ”
ได้ยินเสียงะโตอบรับอย่างกระตือรือร้นครูฝึกทำหน้าขรึมกว่าเดิม “ดี! คนเราจะได้อาหาร ก็ต่อเมื่อลงแรง ไป วิ่งรอบสนามสามรอบ ใครวิ่งเสร็จไวก็ได้กินข้าวไว หัวแถวนำหน้า วิ่ง !”
เหล่านักศึกษาได้แต่โห่ร้องด้วยความเ็ปนี่มันนรกอะไรกัน ? ตื่นเช้าข้าวก็ยังไม่ได้กิน นี่ยังต้องมาวิ่งรอบสนามฟุตบอลตั้งสามรอบ แต่จะทำยังไงได้ต่อหน้าครูฝึกทหารหน้าตาโเี้แบบนี้ มีแต่ต้องทำตามไม่อย่างนั้นแล้วจากวิ่งรอบสนามสามรอบ อาจกลายเป็สี่รอบได้
“เป็ยังไง? เห็นใครมีแววบ้างไหม ?”
ครูฝึกทหารที่ทำหน้าที่ออกคำสั่งขณะกำลังจับตาดูพวกนักศึกษาที่วิ่งอย่างอ่อนล้าก็ได้ยินเสียงถามขึ้นมาจากด้านหลัง พอหันไปหาเ้าของเสียงก็พบว่าเป็หัวหน้าหน่วยของตัวเอง จึงรีบทำความเคารพอย่างง่ายหนึ่งครั้งแล้วตอบกลับไป “หัวหน้าเว่ย”
“ตามสบาย”หัวหน้าเว่ยพยักหน้า
ครูฝึกทหารชี้ไปทางนักศึกษาคนหนึ่งที่วิ่งอย่างไม่ช้าไม่เร็วท่ามกลางนักศึกษามากมายแล้วพูดว่า “ดูคนนั้นสิครับ ตอนนี้วิ่งมาสองรอบแล้วเหงื่อเขายังไม่ตกเลยสักเม็ดแถมยังดูไม่หอบเลย”
หัวหน้าเว่ยมองตามทิศทางที่ครูฝึกชี้นำไปก็พบกับนักศึกษาคนหนึ่งที่คล้ายกับกระเรียนในฝูงไก่ ไม่ใช่ว่าความสูงของนักศึกษาคนนี้เกินหน้าเกินตาคนอื่นแต่เป็หน้าตาของเขาต่างหากที่โดดเด่นออกมากว่าใครเพื่อนใช่แล้วนักศึกษาคนนี้ก็คือหวังเฟิงนั่นเอง
“เป็อย่างที่นายว่าจริงๆแถมดูจะเป็คนซ่อนคมเสียด้วย” หัวหน้าเว่ยมองเพียงครู่เดียวก็พอคาดเดานิสัยของหวังเฟิงออก มีความสามารถล้นเหลือ แต่ไม่คิดแสดงออกมาปะปนตัวเองอยู่กับฝูงชนคนธรรมดา รู้จักซ่อนความสามารถ นับเป็เื่ดีที่ไม่ใช่คนโอ้อวด
“แล้วคนอื่นล่ะ?” หัวหน้าเว่ยถามต่อ
ครูฝึกทหารแอบดีใจอยู่ลึกๆ แสดงว่าตัวเองเลือกคนไม่ผิด เลือกคนเก่งเข้าตาหัวหน้าเว่ยได้ถือว่าได้ทำประโยชน์ต่อหน่วย “ยังมีคนที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้าอีกสองสามคนครับ”
หัวหน้าเว่ยมองตามคนที่ครูฝึกทหารแนะนำก็พบว่าถึงจะสู้คนแรกไม่ได้ แต่สามคนนี้ก็หน่วยก้านไม่เลว เป็ต้นกล้าที่ดี “ทำตามขั้นตอนต่อไปก่อนฝึกจบค่อยเรียกพวกเขามาคุยกับฉัน”
หลังหัวหน้าเว่ยจากไปแล้วครูฝึกทหารก็รู้สึกขนตัวเองพองขึ้น ในการฝึกทหารมีธรรมเนียมอย่างไม่เป็ทางการอย่างหนึ่งคือจะหานักศึกษาต้นกล้าฝีมือดีมาเป็ทหารประจำหน่วยพิเศษหน่วยนี้จะเน้นการปฏิบัติการเฉพาะกิจ เน้นวางแผนปฏิบัติการเป็หลักมีบางครั้งถึงจะลงภาคสนามจริงบ้าง ดังนั้นความสามารถทางร่างกายจะต้องไม่ต่ำเกินไปเพียงแต่ความฉลาดจะต้องดี เมื่อมาคัดเลือกคนจากมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศมีหรือจะผิดพลาดได้ ?
หวังเฟิงเกาะกลุ่มคนที่วิ่งความเร็วปานกลางพอวิ่งครบสามรอบแล้วก็หยุดพักเหมือนคนอื่น ๆเพียงแต่สิ่งที่ต่างกันคือหวังเฟิงดูไม่ต่างกับการเดินเหินธรรมดา
“แฮ่กๆ เหล่าต้า แฮ่ก ๆ นายไม่เหนื่อยบ้างเหรอ” โม่เฟยนั่งหอบเป็หมาอยู่ข้างต้นไม้ อดทึ่งไม่ได้ที่เห็นหวังเฟิงยังเป็ปกติสุขอยู่
“ฝึกมาเยอะน่ะเลยไม่เหนื่อยเท่าไหร่” หวังเฟิงกวาดสายตาแล้วก็เห็นไห่ชิงหยุน กับโจวมู่หลางที่กำลังจะวิ่งครบสามรอบแล้วเช่นกันจึงกวักมือเรียกทั้งสองคนมาพักตรงที่ตัวเองอยู่
ทั้งสองคนเดินมาพร้อมกับปากที่อ้ากว้างหอบหายใจหนักหน่วง พอถึงจุดหมายก็นอนแผ่ลงกับพื้นท่าทางดูน่าสงสารกว่าโม่เฟยเสียอีก
หวังเฟิงมองแล้วก็ได้แต่ส่ายศรีษะ“ฉันว่าพวกนายต้องออกกำลังบ้างนะ”
ทั้งสามคนมองหน้ากันพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วยเพราะตอนที่วิ่งรอบสนามสามรอบเมื่อกี้นี้ พวกเขาโดนผู้หญิงแซงหน้าไปหลายคนขายหน้าลูกผู้ชายชะมัด แถมสภาพของพวกเขาตอนนี้ก็น่าอนาถมากมีสาวมากมายต่างเห็นสภาพหมดท่าของพวกเขา ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมถึงมีสาว ๆมองมาตรงนี้เยอะน่ะหรือ ? นั่นก็เพราะหน้าตาหล่อเหลาของเหล่าต้าที่ยืนท้าแสงอาทิตย์อยู่ตรงนี้
“ทำไมฉันรู้สึกว่าไม่อยากมีเหล่าต้าแล้วสิ”ไห่ชิงหยุนบ่นออกมา
โจวมู่หลางเองก็เห็นด้วย“มีเหล่าต้าอยู่ ความหล่อของพวกเราก็ถูกบดบังหมด”
โม่เฟยได้ยินก็ถึงกับกุมขมับแต่จะไปว่าสองคนนั้นก็คงไม่ได้ เพราะมันก็คือเื่จริงที่ต้องยอมรับ ถ้าไม่ได้มีหน้าตาพอๆกันกับหวังเฟิง รับรองได้ว่าหากอยู่ด้วยกันกับเขาก็มีได้แต่เป็ไม้ประดับเสริมบารมีให้แน่นอนว่าโม่เฟย ไม่ได้สนใจเื่นี้ เขาตั้งเป้าไว้แล้วว่าถ้ายังเรียนไม่จบจะไม่มีแฟนเด็ดขาด !
“พักพอแล้ว พวกเราก็รีบไปที่โรงอาหารกัน”หวังเฟิงพูดจบก็เดินนำทุกคนไปที่โรงอาหารหลักของมหาวิทยาลัย
หลังจากใช้เวลากินอาหารเช้ากันเรียบร้อยเหล่านักศึกษาก็ถูกเรียกรวมตัวกันที่สนามอีกครั้ง รอบนี้ครูฝึกทหารได้สอนเกี่ยวกับการทำความเคารพผู้บังคับบัญชาในรูปแบบต่างๆ ่บ่ายก็มีการเข้าฐานฝึก พอจบหนึ่งวันเหล่านักศึกษาก็พาร่างกายที่อ่อนล้าล้มลงบนเตียงอย่างทรมาน
ในวันที่สองครูฝึกทหารยังคงให้เหล่านักศึกษาวิ่งรอบสนามพร้อมกับเริ่มให้วิดพื้น เสริมสร้างสมรรถนะของร่างกาย และเริ่มฝึกการเดินสวนสนาม ส่วนวันอื่นๆก็ฝึกคล้ายกัน ทำอยู่อย่างนี้จนเข้าวันที่เจ็ด ซึ่งเป็วันสุดท้าย หวังเฟิงพร้อมกับเพื่อนอีกสามคนก็ถูกครูฝึกทหารเรียกตัวมาพบในห้องหนึ่ง
ครูฝึกทหารอยู่ในชุดลายพรางสีเขียวเข้ม ทำท่าเท้าแขนอยู่กับโต๊ะกวาดตามองนักศึกษาทั้งสี่คนที่ยืนเรียงหน้ากระดานกันอยู่
“พวกเธอรู้หรือเปล่าว่าทำไมถึงถูกเรียกตัวมาที่นี่” ครูฝึกทหารถามขึ้น
“ไม่รู้ครับ”ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน
ครูฝึกทหารลดมือลงมองหน้าทั้งสี่สลับกัน “ผมจะพูดตรง ๆ แล้วกัน เรากำลังเปิดรับสมัครทหารพิเศษพวกเธอสนใจเข้าร่วมกับหน่วยของพวกเราไหม ?”
ทั้งสี่มองหน้ากัน มีหนึ่งในนั้นดวงตาเป็ประกายขึ้นมารีบหันไปถามครูฝึกทหารว่า “แบบนี้พวกเราก็ต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยใช่ไหมครับ”
“ไม่ต้องนี่คือโครงการพิเศษของรัฐบาล ที่ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ หากพวกเธอเลือกที่จะเป็ส่วนหนึ่งของหน่วยวิชาอิสระ วิชาบังคับบางวิชา สามารถเปลี่ยนเป็วิชาที่เรียนในหน่วยได้หลังจากจบหลักสูตร ก็จะถูกบรรจุในหน่วยทันที แน่นอน เงินเดือนคงสู้บริษัทเอกชนที่รับพวกเธอตอนเรียนจบไม่ได้แต่เื่สวัสดิการ รับรองว่าดีกว่าแน่”
หวังเฟิงไม่ได้สนใจเื่หน่วยอะไรนี่อยู่แล้ว จึงนิ่งเฉยส่วนอีกสามคนที่เหลือ มีหนึ่งคนที่แววตาดูเป็ประกายขึ้นมาพอสอบถามรายละเอียดจนแน่ใจแล้ว เขาก็ได้ลงชื่อสมัครไป
ครูฝึกทหารเห็นมีคนหนึ่งลงชื่อก็ดีใจ เพียงแต่คนที่ดีที่สุดในกลุ่มคือไอ้หนุ่มหน้าหล่อคนนี้ดันมีท่าทีเฉยเมย จึงถามขึ้น “เธอล่ะ ? ไม่สนใจเหรอ”
“ผมอยากเรียนแบบปกติมากกว่าครับ”
ได้ยินคำตอบ ครูฝึกทหารได้แต่แอบเสียดายอยู่ในใจ เพราะหวังเฟิงเป็ต้นกล้าที่ดีมากจริง ๆ ‘พลาดเด็กคนนี้ไปหวังว่าหัวหน้าคงจะไม่ว่าอะไรมากหรอกนะ ?’ ครูฝึกทหารคิดในใจจากนั้นก็ไล่ทั้งสามคนที่ไม่สนใจสมัครเข้าหน่วยกลับไป
พอหวังเฟิงกลับมาที่ห้องก็ถูกรูมเมททั้งสามคนถามขึ้นทันทีด้วยความเป็ห่วง พอหวังเฟิงบอกว่าถูกเรียกตัวไปให้เข้าหน่วยพิเศษทุกคนก็ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“เหล่าต้ารับข้อเสนอของครูฝึกไหม ?”
“สมกับเป็เหล่าต้า”
หวังเฟิงรีบโบกมือ “ฉันไม่ได้รับข้อเสนอของครูฝึกเป็ทหารไม่มีอะไรน่าสนใจ”
โจวมู่หลางรีบพยักหน้า “คิดอีกทีฉันก็ว่างั้นเหมือนกันเป็ทหารต้องคอยทำตามคำสั่งของหัวหน้า แถมยังต้องฝึกนรกอีกแค่ตอนฝึกทหารฉันก็จะตายแล้ว”
“ฉันยังจำหน้าตอนนายลิ้นห้อยได้อยู่เลย”
พอโม่เฟยพูดแบบนี้ทุกคนก็หัวเราะออกมาด้านโจวมู่หลางที่ชอบความครึกครื้น เห็นว่าบรรยากาศกำลังดีเลยชวนทุกคนไปฉลองที่คลับดอกไม้อีกครั้ง ฉลองที่ฝึกทหารจบสักหน่อยเพราะคราวก่อนที่เขาไป ยังส่องสาวๆ ได้ไม่เต็มที่เลย