“ขอบคุณนะครับ ผมชอบมากเลยถ้าไม่ได้พี่คีย์ช่วยเลือกก็คงเลือกโต๊ะกับเก้าอี้ธรรมดามาแน่ ๆ”ผมนั่งบนเก้าอี้ลองขยับปรับเอนตามท่าทางต่าง ๆ ก็ต้องขอบคุณพี่คีย์ มันสบายมาก ปกตินั่งแต่เก้าอี้ธรรมดาเลยไม่เข้าใจว่าโต๊ะกับเก้าอี้แบบนี้มันต่างกันยังไง
“เราชอบก็ดีแล้ว พักผ่อนเถอะแล้วพรุ่งนี้จะไปมหา’ ลัยกี่โมง พี่จะเข้าไปหาเพื่อนที่คณะ”
“ผมนัดอาจารย์ไว้สิบโมงครับคงนานหน่อยไม่แน่ใจว่าต้องไปคุยกับอาจารย์ท่านอื่นเพิ่มเติมมั้ย”
“งั้นพรุ่งนี้ออกเก้าโมงนะ”หลังนัดแนะเวลาของพรุ่งนี้เสร็จคีย์ก็เดินออกไปปล่อยให้เนย์ได้มีเวลาส่วนตัว
“ฮาา” เนย์หงายหลังลงบนเตียงความเหนื่อยล้าของการทำงานเมื่อวานยังไม่หายไปทั้งหมด หรือไปนวดตัวดีมั้ยนะ อ่าไม่ได้สิ ต้องทำเรซูเม่นี่นาเขาเด้งตัวลุกจากเตียงหยิบแล็ปท็อปจากกระเป๋าขึ้นมาวางบนโต๊ะตัวใหม่ก่อนจะเริ่มอัปเดตงานและประสบการณ์ล่าสุดของตนลงไป
คีย์ออกจากห้องเนย์มาก็ไม่ได้รีบกลับเข้าไปในห้องตัวเองเขาเข้ามาจัดเรียงวัตถุดิบและอาหารแห้งที่ซื้อมาเข้าในตู้และกล่องถนอมอาหารก่อนโชคดีที่กลับเข้ามาเร็วไม่อย่างนั้นคนส่งของต้องมายืนรอแน่ ๆเพราะเมื่อจอดรถเสร็จก็มีโทรศัพท์เข้ามาทันที
อืม มื้อเย็นทำอะไรเบา ๆ แล้วกันยังอิ่มจากที่บ้านอยู่เลย เนย์ก็คงจะเหมือนกัน
คีย์เลือกทำสลัดผักกับไข่ต้มไม่รู้ว่าเนย์จะกินได้มั้ยแต่ถ้าไม่เดี๋ยวค่อยออกมาทำข้าวผัดให้แล้วกันเขาเอาไข่ออกมาต้มส่วนผักนั้นเขาเลือกซื้อแบบสำเร็จรูปมาอยู่แล้วถ้าจะกินก็นำออกมาจากตู้เย็นได้เลย
ก๊อก ก๊อก
‘ครับ’
“พี่ต้มไข่ไว้นะถ้าเราหิวก็เอาใส่สลัดผักในตู้เย็นได้เลย หรือจะให้พี่ผัดข้าวให้มั้ย”
“สลัดได้ครับ เผลอ ๆ อาจจะไม่ได้กินด้วยผมยังอิ่มอยู่ ขอบคุณนะครับพี่คีย์”เขาพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกมาและกลับเข้าไปยังห้องของตนเอง
“ต้องกลับมาออกกำลังกายสินะ”ปกติเขาก็มีออกกำลังกายด้วยการวิ่งหรือว่ายน้ำอยู่บ้าง แต่พอเข้ามหา’ลัยก็ไม่ค่อยทำเท่าไหร่
คีย์นั่งลงบนโต๊ะเพื่อเปิดเช็คอีเมลและข้อความที่ถูกส่งเข้ามาก่อนจะเริ่มทำงานและฝึกร้องเพลง
เช้าวันต่อมา
คีย์และเนย์ออกมาจากห้องนอนในเวลาใกล้เคียงกันเนย์อยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยตามระเบียบส่วนคีย์นั้นถูกต้องแค่เสื้อส่วนกางเกงแทนที่จะเป็กางเกงผ้าหรือสแลคก็เป็ยีนสีดำที่ขับให้เ้าตัวดูสูงมากขึ้น เพราะตื่นสายคีย์เลยไม่ได้ทำอะไรมากมื้อเช้าของทั้งคู่จึงเป็ขนมปังปิ้งกับโกโก้คนละแก้ว
“เสร็จแล้วโทรมาพี่คงนั่งคุยกับเพื่อนหน้าคณะนี่แหละ”
“ได้ครับ เดี๋ยวเจอกันครับพี่คีย์”เขาวนรถมาส่งน้องที่หน้าคณะก่อนจะขับไปจอดในลานจอดรถด้านหลัง
“เห้ย คีย์! ทำไมจะมาไม่เห็นบอกเลยมาช่วยวิชาการเงินเลย เพิ่งส่งไปก็โดนโยนกลับมาแก้เลยเนี่ย”ผาะโเรียกเสียงดังเมื่อเห็นเพื่อนเดินเข้ามา
“มาไม่นาน เดี๋ยวก็กลับแล้ว” คีย์บอกก่อนจะสอดตัวนั่งบนโต๊ะตัวเดียวกับเพื่อน ๆ
“อิจฉาจริงง คนเรียนจบแล้วนี่สบายเนอะ”หวายบอกก่อนจะก้มลงเขียนงาน
“มึงไม่ต้องพูดหวายมีมึงที่ผ่านแล้วปั่นโปรเจคสบายใจ กูกับไอ้ผานี่ที่ต้องนั่งแก้งาน”
“ก็พวกมึงไม่ตั้งใจทำเองนี่หว่า”หวายยักไหล่ไม่สนใจ
“มาทำอะไรวะ” หวายถาม
“จะเข้ามาหาพวกมึงนี่แหละแต่เดี๋ยวก็กลับรอรับน้องด้วย”
“เออ สรุปมึงกับน้องนี่ยังไงนะ เื่ดาอีก” เจไดวางปากกาลงแล้วถามเพื่อนกะว่าถ้าไม่ได้คำตอบก็ไม่ทำงานต่อ
“ก็ไม่ยังไง กับดาก็จบกันไปแล้วไม่มีอะไรทั้งนั้น ส่วนน้องก็หมั้นกันแล้ว”ถึงจะบอกว่าหมั้นกันแล้วแต่ยังไม่ได้ไปเอาแหวนหมั้นเลยก็ถือว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้แล้วละกัน
“เออ ดีแล้ว มึงไม่รู้อะไรเหมือนว่าดาจะทะเลาะกับเด็กวิศวะคนนั้นมั้ง ไม่เห็นมารับมาส่งกันเหมือนเมื่อก่อนพวกผู้หญิงเล่าว่าโดนทิ้งแล้ว” ผาเล่าเื่ที่ได้ยินมาให้ฟัง
“ไม่ต้องไปสนใจ ปล่อยไปเหอะ จบแล้วก็ให้จบ”คีย์ตอบ ไม่สนใจเื่ของดาอีก
“แล้วตกลงเรียนจบนี่มึงจะเข้าไปทำงานกับพ่อเลยหรือเปล่า”หวายถามขึ้นบ้าง เพราะยังไงตอนนี้คีย์ก็เรียกได้ว่าเรียนจบแล้วเหลือแค่รอลงทะเบียนจบการศึกษาเท่านั้น
“ยัง กูสมัครค่ายเพลง SK Entertainmentไป รอผลอยู่”
“เชี่ยย กูจะมีเพื่อนเป็ไอดอลแล้วเว้ย” เจไดกับผาหันไปมองหน้ากันก่อนจะแกล้งยื่นกระดาษรายงานมาให้คีย์เซ็น
เสียงหัวเราะดังไปทั่วบริเวณนักศึกษาคนอื่นที่อยู่ใกล้เคียงก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะตรงนี้เป็จุดสำหรับนั่งเล่นนั่งพักผ่อนอยู่แล้วแถมบางโต๊ะยังเอากีตาร์มานั่งร้องเพลงเล่นด้วยเรียกได้ว่าเป็แหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่เดียวของคณะบริหาร
“อืม อาจารย์ว่าไม่ต้องดรอปก็ได้เพราะอย่างวิชาของอาจารย์ไม่มีคะแนนเข้าห้องยังไงก็อยู่ที่การสอบดังนั้นถ้าจะไม่ได้เข้ามาเรียนก็ไม่ใช่ปัญหาส่วนวิชาอื่นก็ลองไปถามอาจารย์เขาดูว่าทำยังไงได้บ้าง”
“ได้ครับ ขอบคุณอาจารย์มากเลยครับ”
“เื่เล็กว่าแต่ทำไมครั้งนี้ต้องหยุดเรียนยาวล่ะ”อาจารย์ที่ปรึกษาถามขึ้นเพราะปกติเ้าตัวก็มีหยุดเรียนไปทำงานบ้างแต่ไม่เคยหยุดยาวเป็เดือนแบบนี้
“ครั้งนี้เป็ละครเพลงมาจากต่างประเทศครับถ้าได้ทำน่าจะต้องเข้าไปดูซ้อมเยอะ”
“ดีแล้วล่ะอาจารย์เห็นด้วยนะที่เธอออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกแบบนี้”
เนย์คุยกับอาจารย์เื่การลงเรียนของเทอมหน้าต่ออีกนิดหน่อยก็ออกจากห้องเพื่อไปคุยกับอาจารย์รายวิชาอื่นต่อ
ใช้เวลาไปเกือบสองชั่วโมงในการคุยกับอาจารย์ทั้งหมดสี่คนไม่ใช่ว่าอาจารย์ท่านไม่ให้หรอกแต่เป็เพราะทุกคนดันสนใจงานของเขาขึ้นมาเลยนั่งอธิบายกันยาวพอจบก็ได้คำอวยพรมาบอกว่าขอให้ผ่านการคัดเลือกส่วนเื่เรียนไม่มีปัญหาเพราะใช้คะแนนสอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เนย์เองก็เป็คนที่เรียนเก่งอยู่แล้วอาจารย์จึงไม่ห่วงอะไรนัก
‘เนย์คุยกับอาจารย์เสร็จแล้วครับพี่คีย์คุยกับเพื่อนอยู่หรืออยู่ที่ไหนครับ’
คีย์อ่านแชทที่เนย์ส่งมาก่อนจะตอบไปว่าให้มารอที่หน้าคณะส่วนเขาจะไปเอารถมารับ
“ไปก่อนนะ ไว้เจอกัน มีอะไรก็โทรมา”คีย์ลุกออกจากโต๊ะ ทำเอาเจได ผา และหวายมองหน้ากัน
“หวงน้องน่าดูขนาดพวกเรานั่งกันอยู่มันยังไม่พาน้องมาแนะนำสักคำ”
“เออจริง”เจไดรับคำผาที่ตัดพ้อเพื่อย่างไม่จริงจังนัก
เนย์ออกมายืนรอคีย์ที่ถนนด้านหน้าคณะไม่นานรถซีดานสีดำก็มาจอดเทียบ
“เป็ไงบ้าง”
“เรียบร้อยครับสรุปคือไม่ต้องดรอปแต่ต้องตามเนื้อหาที่อาจารย์จะออกสอบเอง”
“ดีแล้วล่ะ แล้วจะไปไหนต่อมั้ย”
“อ่า เนย์อยากไปดูที่โรงละครหน่อยครับวันนี้เขาเปิดรับสมัครทีมงานวันแรกไม่แน่ใจว่าคนจะเยอะมั้ย จริง ๆเนย์ตั้งใจว่าจะไปวันพุธ” น้องบอก วันพุธก็คืออีกสามวัน
“งั้นไปเลยนะ”ผมถามสถานที่กับน้องก่อนจะเปิดแผนที่นำทาง จริง ๆน้องบอกว่าจะบอกทางให้เพราะเ้าตัวเขาไปบ่อยแต่ผมอยากให้น้องนั่งสบาย ๆไม่ต้องมาห่วงบอกทางเลยเปิดเอาดีกว่า
“ให้ขึ้นไปด้วยมั้ย”เมื่อมาถึงเราก็จอดรถที่ด้านหน้าเพราะวันนี้ไม่ได้มีเปิดการแสดงอะไรทำให้ที่จอดโล่ง มีเพียงรถไม่กี่คันเท่านั้น
“ไม่เป็ไรครับ พี่รอเนย์ที่ร้านกาแฟดีกว่าเนย์ยังไม่มั่นใจว่าจะเข้าไปดูได้ถึงตรงไหนด้วย” น้องเดินตามเข้ามานั่งที่ร้านกาแฟมองคนที่เดินเข้าไปตามป้ายบอกทางครู่หนึ่งก่อนจะลุกออกไป
แม้จะมีเพียงการรับสมัครทีมงานเพียงอย่างเดียวแต่ก็นับได้ว่าโรงละครแห่งนี้มีผู้คนมากหน้าหลายตาแวะเวียนกันเข้ามาไม่ขาดสายโดยเฉพาะร้านกาแฟที่เขากำลังนั่งอยู่
เพราะเป็ร้านขนาดใหญ่มีโซนเวิร์คกิ้งสเปซให้ด้วยจึงทำให้นักศึกษาหรือกลุ่มฟรีแลนซ์มานั่งทำงานกันเกือบเต็มพื้นที่ยังไม่รวมกลุ่มที่จองห้องประชุมเอาไว้ด้วย ใช้พื้นที่ได้คุ้มจริง ๆเพราะแม้ว่าจะไม่มีละครให้ผู้คนเข้ามาชมแต่ยังมีร้านกาแฟและที่นั่งสำหรับทำงาน ถ้าเขาอยู่แถวนี้ก็อาจจะมานั่งทำงานบ่อยๆ การตกแต่งในร้านก็ทำได้ดีถึงจะต้องนั่งทั้งวันก็ไม่รู้สึกเบื่อ
เนย์เดินตามคนที่ดูท่าทางจะมาสมัครเป็ทีมงานวันนี้จนมาถึงหน้าห้องพร้อมกับป้ายประกาศและทีมงานรออยู่
“มาสมัครเป็ทีมงานใช่มั้ยครับ เชิญครับเชิญเลยตอนนี้ไม่มีคิวพอดี” ยังไม่ทันที่เนย์จะปฏิเสธก็เดินดันหลังให้เข้ามาด้านในห้องจะถอยหลังกลับก็ไม่ได้เพราะกรรมการทั้งห้าที่นั่งอยู่ด้านในเห็นเขาแล้วและกำลังมองอยู่
(ตัวหนังสือเอียงจะเป็การใช้ภาษาอังกฤษ)
“สวัสดี เชิญนั่งก่อน”
“สวัสดีครับ ผมชื่อเนย์” เนย์เอ่ยทักทายก่อนจะหยิบเรซูเม่ออกจากกระเป๋าโชคดีที่เขาปริ้นและติดมันมาด้วย
“ยินดีที่ได้รู้จักเนย์ระหว่างที่พวกเราทำความรู้จักคุณผ่านเรซูเม่ ทำไมคุณไม่เล่าให้เราฟังล่ะว่าทำไมถึงอยากมาร่วมงานกับเรา” กรรมการผู้หญิงที่ดูเป็คนอารมณ์ดีเอ่ยบอกเขา
“เพราะว่าละครเพลงเื่นี้เป็ละครที่ผมชอบครับผมมีโอกาสได้บินไปดูโปรดักชันที่ลอนดอนเมื่อหลายปีก่อนตอนนั้นผู้กำกับคือมิสเตอร์พอลผมประทับใจมากเมื่อรู้ข่าวว่าละครเื่นี้มาเปิดออดิชันในประเทศก็ตั้งใจมาสมัครเลยครับ”
“อืม จากเรซูเม่ที่คุณเขียนมาดีมากเลยนะคุณทำมาหลายโปรฯ มาก ๆ ลองเล่าหน่อยสิ ว่างานไหนที่คุณชอบหรือประทับใจมากที่สุด”
“โปรดักชัน jekyll and hyde ครับเพราะโปรฯนั้นเป็โปรแรกของผมที่ได้ขึ้นมาเป็ AssistanceStage Manager เป็งานที่หนักมากสำหรับผมตอนนั้น ผิดพลาดก็เยอะโดยเฉพาะเื่ฉากที่ผมต้องเข้าดู ผมเกือบพลาดไปหนึ่งฉากตอนนั้นคนงานแขวนฉากสลับบาร์กัน โชคดีที่ Stage Manager กับ Deputyลงมาช่วยรีเช็ก ไม่อย่างนั้นผมคงแย่แน่ ๆ” ระหว่างที่เนย์เล่านั้น ไม่มีเลยสักครั้งที่จะหลบตาจากกรรมการแถมยังยิ้มอย่างภูมิใจตลอดเวลา
“เล่าเื่โปรดักชันแรกของคุณให้ฟังได้มั้ยทำไมถึงเข้ามาทำงานละครล่ะ” กรรมการผู้ชายอีกคนถามขึ้น
“พ่อของผมเขาเป็ Show Director ให้กับคอนเสิร์ตและการแสดงครับั้แ่เด็กจึงได้วิ่งเล่นอยู่ในโรงละครและฮอลล์แสดงคอนเสิร์ตตลอดรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็คนชอบดูละครและการแสดงต่าง ๆ ไปแล้วโตขึ้นเลยอยากที่จะลองทำดู ก็เลยลองเข้าไปทำในละครของโรงเรียนหลังจากนั้นก็ทำมาตลอด เปลี่ยนตำแหน่งมาเรื่อย ๆ ครับ”
“ขอบคุณที่มาในวันนี้นะถ้ายังไงเราจะให้คนติดต่อกลับไป หวังว่าจะได้เจอกันเร็ว ๆ นี้” กรรมการผู้หญิงคนแรกเอ่ยก่อนที่เขาจะเดินออกมา
ละครเื่มีต้นฉบับเป็ภาษาอังกฤษเห็นว่าจะมีการแปลบทและทำการแสดงเป็ภาษาไทยกรรมการที่มาคัดเลือกในวันนี้คงจะเป็ฝั่งโปรดิวเซอร์และบริษัทที่นำละครเข้ามา