เดรสสีครีมถูกทาบลองบนร่างของหญิงสาวเพื่อหาชุดที่ดีที่สุดเพื่อไปงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ หญิงสาวเลือกชุดอยู่นานจนในที่สุดก็ลงตัวที่เดรสสีครีมซึ่งชุดนี้ช่วยขับผิวที่ขาวผ่องให้ดูงดงามยิ่งขึ้น เธอมองตัวเองในกระจกอย่างมีความสุข ก่อนจะค่อยๆก้าวไปที่กระจกบานใหญ่ช้าๆคล้ายต้องมนต์ แต่ทว่า...จู่ๆเสียงจากใครสักคนดังแทรกขึ้นทำให้เธอต้องหันไปมองด้วยความใ
“ใครอนุญาตให้เธอไป” หญิงสาวหันไปมองตามเสียงก่อนจะพบว่าเสียงใครคนนั้นคือ ศรัณย์ ซึ่งเป็สามีของเธอเอง
“พิ้งค์ได้รับอนุญาตจากคุณแม่ของคุณแล้วค่ะ ท่านอยากให้พิ้งค์มีส่วนร่วมในงานนี้”
“แต่ฉันไม่อนุญาต ลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอต้องปฏิบัติตัวยังไงพิชญ์สินี” ใบหน้าของเขาว่าเ็าแล้วหากแต่น้ำเสียงของเขากลับเ็ามากกว่า
“ตลอดระยะเวลาที่เราแต่งงานกันมาเกือบจะ 1 ปี พิ้งค์แทบไม่ได้ออกไปพบปะผู้คนเลยนะคะ แต่ครั้งนี้คุณแม่ของคุณเป็คนเชิญให้พิ้งค์ไปร่วมงานเอง พิ้งค์ผิดอะไรคะ” เขาก้าวเข้าไปหาเธอก่อนจะเริ่มส่งสายตาไม่พอใจ
“เธอไม่ได้ผิดที่ต้องไปร่วมงานนี้ แต่เธอกำลังผิดข้อตกลงระหว่างเรา ลืมไปแล้วหรือไงว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไรและเธอต้องทำตัวยังไงในระหว่างนี้ เอาเงินมาคืนฉันครบเมื่อไหร่ฉันคืนอิสระให้เธอทันที”
สายตาดุร้าย ซึ่งไม่ใช่การพูดเล่นแต่จริงจังเป็อย่างมากนั้นพาให้ฉันแทบกลืนลมหายใจ เมื่อทอดมองกลับไปที่ใบหน้าของเขา ฉันกลับเป็ฝ่ายไม่กล้าสบตา
ครอบครัวของฉันก่อนหน้าธุรกิจรุ่งเรืองดี แต่พักหลังที่เศรฐกิจเริ่มย่ำแย่ทำให้คุณพ่อและคุณแม่ของฉันต้องวิ่งเต้นหาเงินเพื่อมาลงทุน แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้างสักนิดทำให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ของครอบครัวฉันพังไม่เป็ท่า ท้ายที่สุดจึงต้องขอความช่วยเหลือจากตระกูลใหญ่อย่าง โชติเมธี เ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอีกมากมายในเครือ เป็จำนวนเงิน 30 ล้านบาท พ่อแม่ของฉันและเขาตกลงกันว่าเมื่อครบกำหนดชำระ 1 ปี เงินทุกบาทต้องถูกนำมาคืน แต่ไม่ได้เป็ไปตามข้อตกลงจึงทำให้เขาคิดว่าพ่อแม่ของฉันกำลังโกงเงินเขาอยู่ นับั้แ่นั้นมาทั้งสองครอบครัวก็เหมือนเป็ศัตรูกันไปโดยปริยาย
“พิ้งเข้าใจดีค่ะ”
“เข้าใจแต่ยังเลือกที่จะทำในสิ่งที่นอกเหนือจากการตกลง หรือว่าเธออยากแสดงตัวว่าเป็ภรรยาของฉัน?”
“ไม่ค่ะ พิ้งค์เข้าใจดีว่าพิ้งค์อยู่ในสถานะอะไร ถ้าการไปร่วมงานครั้งนี้ทำให้คุณไม่สบายใจพิ้งค์ก็จะไม่ไปค่ะ”
“อีกไม่กี่เดือนจะครบกำหนดที่เธอให้คำมั่นสัญญาฉันไว้ ว่าครบรอบแต่งงาน 1 ปี เมื่อไหร่เธอจะคืนเงินฉันให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้วทำไมฉันไม่เห็นว่าจะมีวี่แววอะไรเลย”
“ใกล้จะครบกำหนด แต่ก็แค่ใกล้แต่ยังไม่ถึงวันไฟนอลนี่คะ ยังไงเงิน 30 ล้านบาท คุณได้คืนแน่นอนค่ะ”
“ครบกำหนดเมื่อไหร่ฉันจะรอดูว่าเธอจะทำได้อย่างที่พูดไว้มั้ย คืนนี้ฉันอาจกลับดึกเธอนอนก่อนได้เลยไม่ต้องเปิดไฟไว้รอ อ๋อ แล้วก็เตรียมตัวให้ดีอีกสองวันฉันจะพาย้ายไปอยู่คอนโด”
“เื่ย้ายออกไปอยู่คอนโด ความจริงแล้วคุณย้ายออกไปอยู่คนเดียวก็ได้นี่คะ ส่วนพิ้งค์ก็อยู่ที่บ้านไป ไหนๆเราก็แทบไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่แล้ว”
“ฉันไม่ได้อยากอยู่กับเธอ ไม่ต้องคิดว่าการที่ฉันให้เธอย้ายไปอยู่ด้วยจะหมายความว่าแบบนั้น เธอมีหน้าที่เปรียบเสมือนแม่บ้านคนหนึ่งแล้วเพราะอะไรฉันต้องไปเสียเงินจ้างคนอื่น จริงมั้ย”
“ค่ะ”
หลังจากที่เขาพูดจบก็เดินออกจากห้องไปดื้อๆ หญิงสาวได้แต่มองตามเขาและคิดอยู่ในใจว่า อยากโผล่มาตอนไหนก็มา บทจะไปก็ไปแบบดื้อๆ เธอพ่นลมหายใจออกช้าๆด้วยความหนักใจก่อนจะหันไปมองตัวเองในกระจก อุตส่าห์มีโอกาสได้ใส่ชุดสวยๆแต่ไม่มีโอกาสได้ออกไปไหน หญิงสาวหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาก่อนจะพ่นลมหายใจหนักอีกครั้ง
คำคืนที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัดชวนให้เธอนอนครุ่นคิดหาวิธีนำเงินมาคืนเขาให้ได้ แม้ว่าเธอจะติดต่อกับที่บ้านอยู่เรื่อยๆในเื่การทยอยขายที่ดิน รวมถึงร้านอาหารในสาขาต่างๆที่ถูกปิดไป แต่เงินก็ยังไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้คืนเขาได้ทั้งหมด หญิงสาวใช้โทรศัพท์ในการหาช่องทางเพื่อให้ตนมีรายได้เสริม จนกระทั่งเปิดไปเจองานถ่ายแบบ ถ่ายรีวิวสินค้าต่างๆที่ชวนให้เธอเกิดความสนใจ
แอด~
“โอ๊ะ! ใหมด” หญิงสาวยกมือขึ้นมาทาบอกด้วยความใที่จู่ๆศรัณย์เปิดประตูเข้ามา
“ทำไมยังไม่นอนอีก” เขาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฟุ้งไปทั่วห้อง
“เอ่อ...พอดีพิ้งค์นอนไม่หลับค่ะ เลยนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” เธอตอบเขาพร้อมกับเดินไปช่วยถอดเสื้อสูทเขาออก และนำไปแขวนไว้ให้เขาเป็อย่างดี
“คิดจะทำอะไรของเธอ” น้ำเสียงนิ่งแต่กลับปนความดุร้ายอยู่ในนั้น ทำให้เธอรีบหันไปมองก่อนจะเห็นว่าเขากำลังจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เธอเปิดทิ้งเอาไว้ เมื่อรู้ก็รีบเดินมาหยิบแล้วกดปิดโทรศัพท์ไปทันที
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร” เธอซ่อนโทรศัพท์ไว้ด้านหลังพร้อมกับส่ายหน้าไปมา
“หมดปัญญาขนาดที่ต้องหางานแบบนี้ทำแล้วเหรอ”
“แค่ดู ไม่ได้คิดจะทำสักหน่อย” เขาหันมามองหน้าเธอ แต่กลับกระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม
“หึ อย่างเธอก็คงทำได้แต่งานพวกนี้ ไม่มีความสามารถอย่างอื่น”
“คุณศรัณย์คะ พิ้งค์แต่งงานกับคุณเพื่อเป็การประกันว่าครอบครัวของพิ้งค์จะหาเงินมาคืนคุณให้ได้ แต่ไม่ใช่ให้คุณมาดูถูกพิ้งค์แบบนี้นะคะ ต่อให้พิ้งค์จะทำงานอย่างว่าแต่พิ้งค์ก็สามารถหาเงินมาคืนคุณได้ไม่ใช่เหรอคะ ยังต้องสนใจอีกเหรอว่าพิ้งค์จะหาเงินมาด้วยวิธีไหน”
“งานที่เปลืองร่างกายมันมีศักดิ์ศรีตรงไหน?”
“มีค่ะ ทุกอาชีพมีเกียรติและศักดิ์ศรี คุณต่างหากที่โลกแคบ”
“พิชญ์สินี!” หญิงสาวกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่เมื่อถูกเขาส่งเสียงดังและใช้สายตาข่มขู่
“เอาเป็ว่าเงิน 30 ล้าน คุณได้คืนแน่นอนค่ะ” เธอเลือกที่จะตัดจบเพราะไม่อยากทะเลาะกับเขา
“เมื่อไหร่?”
“มีมาคืนแน่นอนค่ะ ไม่ต้องห่วง”
“อีกกี่เดือน? กี่ปี? หรืออีกกี่ชาติ?” น้ำเสียงและแววตาที่จริงจังจ้องจะเอาชนะเธอให้ได้ ทำให้เธอต้องหลบสายตาและทำได้แค่นิ่งเงียบ
“...”
“อย่าเก่งแต่ปาก”
“ถ้าคุณอยากได้เงินคืนเร็วๆ คุณก็ให้พิ้งค์ทำงานสิคะแต่นี่คุณปิดกั้นพิ้งค์แบบนี้ แล้วเงินจะได้มาจากไหน”
“พ่อแม่เธอต้องเป็คนหามาคืนฉัน แต่เธอคือตัวประกันที่จะทำให้พ่อแม่เธอไม่โกงฉัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าฉันจะสั่งให้เธอทำอะไรหรือห้ามให้ทำอะไร เธอก็ต้องปฏิบัติตาม งานอย่างอื่นมาเยอะแยะฉันไม่เคยห้าม หรือถ้ายังคิดว่าอยากจะทำงานพวกนั้นอยู่อีก ฉันก็ไม่จำเป็ต้องใจดีกับเธออีกต่อไป”
“คุณจะทำอะไร!” หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆเขาก็ก้าวเข้ามาหาเธอ แค่นั้นไม่พอยังผลักร่างเธอให้นั่งลงบนเตียงอีกด้วย
“ฉันใจดีกับเธอแค่ไหนที่แต่งงานกันมาฉันไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเธอเลย”
“...” แววตาของเธอมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ ว่าเขากำลังจะสื่อถึงเื่อะไรกันแน่
“ทั้งที่ฉันรู้ว่าฉันเสียเปรียบเธอแค่ไหน ฉันก็ยังมองข้ามเื่นี้ไป”
“คุณกำลังจะบอกว่า คนแต่งงานกันนานขนาดนี้จะต้องมีอะไรกันแล้วอย่างนั้นเหรอคะ” คำถามแม้อาจดูไร้เดียงสา แต่เธอก็พอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เื่จริงที่ั้แ่แต่งงานกันมาเธอกับเขาไม่เคยนอนด้วยกันเลยสักครั้ง
“แล้วเธอคิดว่าฉันไม่มีอารมณ์ทางเพศเลยรึไง ฉันต้องอดทนแค่ไหนเวลาเห็นเธอใส่เสื้อผ้าบางๆสั้นๆ”
“พิ้งค์ว่าเราจะออกนอกเื่ไปไกลแล้วนะคะ คุณเมามากรีบไปอาบน้ำเถอะค่ะจะได้พักผ่อน” เธอพยายามเบี่ยงเบนประเด็น แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยผ่าน
“ถ้าคิดจะทำงานแบบนั้น เธอก็ต้องผ่านฉันก่อนเป็คนแรก” ร่างสูงเข้ามาผลักร่างเธอให้นอนลงบนเตียง จากนั้นก็ขึ้นมาคร่อมร่างเธอเอาไว้
“หยุดนะ! อย่าคิดทำอะไรบ้าๆแบบนี้!”
“หยุดงั้นเหรอ ทำไมฉันต้องหยุดในเมื่อที่ผ่านมาฉันใจดีกับเธอมามากพอแล้ว!”
“คำก็เสียเปรียบ สองคำก็ใจดีมามากพอแล้ว ให้ตายเถอะ! แล้วคิดว่าพิ้งค์มีความสุขที่อยู่กับคุณนักรึไง พิ้งค์อยากจะใช้หนี้คุณให้จบๆเราจะได้หย่ากันสักที!”
“มีเงิน 30 ล้านมาคืนฉันเมื่อไหร่ ฉันเซ็นใบหย่าให้เธอทันที แต่ตอนนี้ดูเหมือนฉันยังไม่ทันได้แม้แต่อะไรคืนมาเลย รวมทั้งตัวเธอที่อยู่กับฉัน ฉันก็ไม่เคยทำอะไรสักอย่าง”
“หึ ถ้าคุณคิดอย่างนั้นก็เอาเลย เอาให้สาแก่ใจคุณ อยากจะทำอะไรก็เชิญไหนๆก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่”
“เธอกล้าท้าทายฉันงั้นเหรอ ดี!” หญิงสาวเริ่มมีแววตาเกรงกลัวเมื่อรู้ว่าเขาจะทำแบบนั้นจริงๆ ซึ่งสวนทางกลับสิ่งที่เธอคิด เขาไม่แม้แต่จะเมตตาเธออีกต่อไป
“คุณศรัณย์...”
“ก่อนจะไปถอดเสื้อผ้าให้ใครดู ฉันต้องได้เห็นก่อนเป็คนแรก!”
ฟึ่บ!
“กรี๊ด!!!”