ตอนที่ 15: มนตราซ่อนรอย และการประสานจิตข้ามเขตแดน
สายลมหมอกสีม่วงที่พัดมาจากทุ่งกระดูกกลลวงหอบเอา กลิ่น กำมะถันและกลิ่นซากศพเน่าเปื่อยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้าของน้ำมนต์และโมนาบนดาดฟ้า อุณหภูมิรอบตัวลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเกือบติดลบ ิัของโมนาเริ่มปรากฏรอยผื่นแดงจากการัักับหมอกพิษจางๆ ที่ลอยขึ้นมาตามลม
"หมอกนั่น... มันกัดกร่อนิั" โมนาขมวดคิ้ว เธอเกร็งกล้ามเนื้อดึงพลังอีโว-ยีนขึ้นมาสร้างออร่าสีทองปกคลุมร่างกาย แต่มันกลับส่งผลให้เธอหอบหายใจหนักขึ้น "น้ำมนต์... ถ้าเราต้องฝ่าทุ่งกระดูกนั่นไป ฉันคงใช้พลังความเร็วไม่ได้นาน หมอกนั่นมันสูบมานาในอากาศไปจนหมด"
‘เอเต้... มีทางพรางตัวไหม?’ น้ำมนต์ถามผ่านกระแสจิตในหัวอีกครั้ง ‘ถ้าเราออกไปโต้งๆ พวกแมงป่องกระดูกพวกนั้นได้รุมสับเราเป็ชิ้นๆ แน่’
‘มีสิเ้าโฮสต์สมองเลื่อย!’ เอเต้ตอบกลับในโสตประสาท ‘แต่นายต้องใช้อาคม 'กำบังตน' ระดับสูง ซึ่งนายคนเดียวพรางตัวได้ แต่ยัยหนูโมนาไม่มีวิชาอาคม หล่อนมีแต่พลังยีน ถ้าข้าไม่ช่วยเชื่อมกระแสจิตของนายเข้ากับหล่อน หล่อนก็จะเป็เป้าลอยเดี่ยวๆ ให้ไอ้พวกแมงป่องกิน!’
‘แล้วต้องทำยังไง?’
‘ข้าจะใช้พลังงานประมวลผลของข้า ทำหน้าที่เป็ 'สะพานเชื่อมคลื่นสมอง' ระหว่างนายกับโมนา นายแค่ต้องจับมือหล่อนไว้ นึกภาพม่านอาคมสายขาวให้ครอบคลุมร่างหล่อนด้วย ข้าจะส่งกระแสจิตของนายไปก้องในหัวหล่อนเอง เพื่อให้หล่อนคุมลมหายใจตามจังหวะสวดของนาย!’
น้ำมนต์หันไปหาโมนา ยื่นมือขวาที่ยังพอมีแรงส่งไปให้เธอ "โมนา... จับมือผมไว้ครับ"
โมนามองหน้าน้ำมนต์ด้วยความประหลาดใจ แต่เธอก็ยื่นมือที่สวมถุงมือนาโนเข้ามาวางบนฝ่ามือของเขาอย่างไม่ลังเล ทันทีที่ผิวัักัน กระแสไฟฟ้าระดับไมโครจากเอเต้ก็แล่นผ่านมือของน้ำมนต์เข้าสู่ระบบประสาทของโมนาทันที!
วิ้ง...
โมนาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงนุ่มลึกของน้ำมนต์ดังกังวานขึ้นภายในหัวของเธอเอง โดยที่ปากของน้ำมนต์ไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย!
‘โมนา... ได้ยินผมไหมครับ?’ เสียงของน้ำมนต์ก้องอยู่ในมโนสำนึกของเธอ
‘น้... น้ำมนต์? นี่นาย... พูดในหัวฉันเหรอ?!’ โมนาอุทานกลับทางความคิดด้วยความตื่นเต้นและใ
‘เอเต้ช่วยเชื่อมคลื่นสมองชั่วคราวครับ’ น้ำมนต์อธิบายผ่านกระแสจิต ‘จากนี้ไปในทุ่งกระดูก เราต้องห้ามส่งเสียงเด็ดขาด พวกแมงป่องกระดูกมันไร้ดวงตา แต่มันจับแรงสั่นะเืของเสียงและลมหายใจ ให้คุณหายใจเข้าออกตามจังหวะที่ผมส่งไปในหัวนะ’
‘แหมๆ ... สวีทกันทางจิตประหนึ่งคู่รักในเทพนิยายเลยนะ!’ เสียงของเอเต้แทรกขึ้นมาในหัวของทั้งคู่ คราวนี้โมนาได้ยินเสียงเอเต้ก้องในหัวด้วยเช่นกัน! ‘ยัยหนูเทควนโด้! ทำตามที่เ้าหน้าจืดมันบอก ปรับลมหายใจตามจังหวะสวด 'นะโม พุทธายะ' ในหัวมันซะ ม่านอาคมจะช่วยกลบกลิ่นเืและกลิ่นไอพลังงานของเธอเอง!’
โมนานิ่งเกร็งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง ปล่อยจิตให้ดิ่งลงตามจังหวะเสียงสวดมนต์ของน้ำมนต์ที่ถ่ายทอดผ่านกระแสจิต รอยสักยันต์บนแผ่นหลังของน้ำมนต์เรืองแสงสีเขียวนวล ก่อนจะแผ่ม่านพลังงานบางๆ คล้ายหยดน้ำกางออกครอบคลุมร่างของทั้งสองคนไว้จนกลมกลืนไปกับสายลม
"ไปกันเถอะ..." น้ำมนต์พึมพำเสียงแ่เบาด้วยปากจริง
ทั้งคู่ก้าวลงจากดาดฟ้าผ่านซากบันไดเหล็ก มุ่งหน้าสู่ 'ทุ่งกระดูกกลลวง' ท่ามกลางหมอกสีม่วงที่หนาทึบ สองมือยังคงจับกันแน่น ท่ามกลางฝูงอสูรแมงป่องกระดูกนับร้อยตัวที่ย่างสามขุมอยู่รอบกาย โดยไม่มีตัวใดรู้เลยว่า... สองนักรบผู้พิชิตประตูมิติกำลังเดินผ่านข้างลำตัวของพวกมันไปในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตร!
การทดสอบจิตวิทยาและความเงียบในนรกมิติ... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!