บทที่ 32 ปฏิกิริยาของผู้คนในคอนโด
ช่วงเช้าประมาณสิบโมงเศษ เด็กชายลูกครึ่งต่างชาติผมทองเหมือนฟางข้าวต้องแสงแดด สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเดินดุ่ยลงบันไดคอนโดมายังชั้นหมายเลขเจ็ด เจ้าตัวถือโทรศัพท์มือถือของตนเอาไว้ในมือซ้าย ส่วนมือขวากำแน่นแล้วเคาะไปที่ประตูห้องหญิงสาวรุ่นพี่ที่รู้จักกันดีก๊อก ก๊อก“พี่เร พี่เรครับ พี่เร!!” เรียกผสมเคาะประตูไปพลาง ฉับพลันไม่ถึงครึ่งนาที บานประตูก็เปิดออก ทว่าที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่หญิงสาวเจ้าของห้องที่มิวต้องการพบ“โอ๊ะ Hi สวัสดีเจ้าหนูมิวชั้นสิบสี่ สวัสดีๆ” หญิงสาวผมสีน้ำตาลเปิดประตูพรวดออกมาทักทายด้วยสำเนียงติดภาษาอังกฤษแจ่มใส ด้วยเสื้อผ้าโดดเด่นกับสร้อยเครื่องประดับหลากสีแวววับเกือบกระแทกใส่ร่างมัธยมตัวเล็ก โชคดีที่เจ้าตัวหลบได้ทันท่วงที“อ้าว พี่ไพลิน สวัสดีครับ!!!” มิวเอ่ยพลางยกมือไหว้ “หายไปนานมาก! กลับจากเที่ยวรอบโลกแล้วมีของฝากไหมครับ?” “มีสิ เพียบอยู่เดี๋ยวเอาไปฝากน้าวิมลด้วยนะ” “คุณย่าแก้วเจ้าของสบายดีนะครับ” “แกร่งเหมือนเดิม เตะปี๊บให้กระเด็นได้เลยจ้า” “แล้วไหงพี่มาอยู่ชั้นเจ็ดห้องพี่เรได้ล่ะเนี่ยครับ?” “แหม ห้องพี่อยู่ชั้นเก้า บันไดก็มาได้” “กวนอ่ะพี่ไพลิน ไม่เปลี่ยนเลย” “แน่นอน มิวก็เหมือนเดิมดีนี่” พูดจบทั้งสองก็หัวเราะคิกคัก“พี่ยังไม่ตอบผมเลยว่าพี่มาทำอะไรห้องพี่เร” เด็กชายถาม“หืม อยากรู้เรื่องของพวกเราสองพี่สาวอย่างนั้นเหรอจ๊ะเจ้าหนูมิ---แอ๊ก!” ระหว่างที่หลานสาวเจ้าของคอนโดกำลังยิ้มมุกพูดอยู่พลันกระดาษเอสี่ที่ม้วนเป็นกระบองกลมก็มาแพ่นกบาลเธอจนร้องเสียงหลง“ถ้าว่างก็มาช่วยฉันต่อสิย่ะ แม่คุณไพลิน!” เรวดีปรากฏตัวพร้อมแยกเขี้ยว เธออยู่ในชุดลำลอง กางเกงวอร์ม รวมผมหางม้าคล้ายกับคนกำลังมาออกกำลังกายยามเช้า“โอ้ย แค่หยอกเจ้าหนูมิวเท่านั้นเอง” พูดพลางลูบหัว“หยอกอะไรของเธอย่ะ ว่างขนาดนี้ไปช่วยตรวจเรซูเม่ให้ก่อนสิ” “Boo ไม่ต้องสมัครงานใหม่หรอก เศรฐกิจตกไวรัสกระจุยแบบนี้งานหายาก มาทำงานกับMeดีกว่าน่าเพื่อน” หญิงสาวกอดคอเพื่อนซี้พร้อมยิ้มหวาน แต่อีกฝ่ายปัดออกมาแล้วยัดกระดาษเอสี่หนาให้อีกฝ่าย“จะไปตรวจไหม เดี๋ยวก็ทุ่มด้วยไปรษณีย์เลย” กล่าวพลางจับไปรษณีย์สีแดงหน้าห้องมาเป็นอาวุธ“No กลัวแล้วจ้า Noความรุนแรงค่า” ไพลินพูดแซวเสียงหลงเดินกลับเข้าไปด้านใน ปล่อยให้เรยืนจังก้าหน้าประตูกับมิว“ไพลินเพิ่งมาตะกี้มาช่วยพี่ทำข้อมูลสมัครงานใหม่น่ะ” เรวดีบอก “ว่าแต่มิวมาหาพี่เนี่ย มีเรื่องอะไรหรือ?” “ผมมีของดีจะให้ดู พอดีจะซ้อมเพลงแล้วไปเห็นในเน็ตพอดีน่ะครับ” ผมจบเด็กชายก็ยื่นมือถือให้เรวดีดู มันเป็นคลิปวิดิโอยาวไม่กี่นาทีและชื่อที่แสนสะดุดตา“Podcast สยองขวัญกับนักเขียนชื่อดัง? เหรอ” หญิงสาวหรี่ตาเพ่งผ่านแว่นแล้วหันมาทางมิว “พอดีพี่ไม่ได้เข้าอินเทอร์เน็ตเท่าไร ดังเหรอ?” “โห น้องว่าน้องตกเทรนร้อยล้าววิวแล้วนะ พี่เรเข้าระดับหลุดโคจรแล้วอ่ะ” หญิงสาวหยักไหล่ นิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ล่ะ” เธอถาม จังหวะนั้นร่างผมน้ำตาลก็เดินกลับมาพอดี“เกี่ยวกับเราทุกคนเลยพี่ ก็เนี่ย เรื่องคอนโดเราและพี่นักเขียนที่ว่าก็คือพี่คิดไง ดูสิพี่ ใส่แมสท่าทางหน้าตาเค้าโครงนี่เด้ะๆ” พูดพลางเปิดวิดิโอรายการคลอไปให้ฟัง“หา นายคิดเนี่ยนะ” เมื่อเรกับไพลินตั้งใจฟังดีๆ ก็พบว่าเสียงในคลิปคล้ายกับคิดอย่างมาก ทั้งเรื่องราวที่พูดกับเหตุการณ์ก็ฟังดูเข้าเค้าอย่างยิ่งยวด“หว่าย ไม่อยากจะเชื่อ” เรพึมพำ“Wow คุณคิดดังขนาดนั้นเลยเหรอ?” ไพลินพูดอย่างชื่นชม“ชื่อผลงานจะติดชาร์ตขายดีสัปดาห์ที่สิบสี่แล้วครับ ไม่พอนะ คลิปล่าสุดคือคนดูเป็นล้านเลยครับ ดังทั่วAEC ไม่สิ Worldwide แล้วมั่งครับ” “คลิปอะไรล่ะ?” มิวหันมือถือไปทางตนก่อนกลับไปเปิดอีกวิดิโอหนึ่งภาพที่ไพลินเห็นคือมีคนล้มแล้วกระชากหน้ากากคิด เขาล้มแต่มีแดดส่องกล้องพอดี ในแสงสว่างนั้นมีภาพชั่วขณะกะพริบติดตาเป็นร่างคนไวๆ ทว่าในสายตาเรวดี เธอเห็นกระทั่งคุณชายเอาตัวมาบังอย่างชัดเจน“โอ้ มาย ก๊อต” ไพลินร้อง ส่วนเรวดีทำหน้าอึ้งกับภาพตรงหน้า “เนี่ยพี่ แม่ผมไม่อยู่ไม่รู้จะไปพูดกะใคร จะไม่ให้ผมไม่เอามาให้พวกพี่ดูได้ไงเนี่ย ประเด็นร้อนร้อยล้านวิวแบบนี้” “พวกพี่เหรอ จะให้ใครดูอีกล่ะ” “พี่เวิร์คอ่ะครับ แต่เคาะแล้วพี่เขาไม่เปิดประตู สงสัยยังไม่ตื่น เลยมาหาพวกพี่ก่อน…” “เวิร์ครู้นี้ได้เป็นตั้งกระทู้ในเว็บแน่” “หวังว่าจะหายจากอาการซึมซะทีนะครับ” “What happen นายเวิร์คเป็นอะไรเหรอ?” “เสื้อไฟไหม้น่ะ” “หา” คิ้วของแววไพลินขมวดขึ้นมาในทันทีที่ได้ยินคำตอบจากเรและมิว