บทที่ 19 ฉันตั้งใจทำ
ห้าปีผ่านไป เธอดูเหมือนจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ยังคงมีน้ำเสียงหวานเลี่ยนเหมือนเดิม และชุดกระโปรงยาวสีแดงสดนั่น
เธอชอบเป็จุดสนใจของทุกคนเสมอ
“น้องสาวผมอยากมาให้ได้ ไม่มีทางเลือก ที่บ้านตามใจเธอจนเสียคน” เสียงอ่อนโยนของผู้ชายดังขึ้น
อันโหรวเบนสายตาไป เห็นชายหนุ่มสวมชุดลำลองสีน้ำเงิน ที่ติ่งหูมีต่างหูสีเงินวับวาว ดวงตารูปเมล็ดท้อชี้ขึ้น แต่กลับมาพร้อมกับน้ำเสียงนี้ อ่อนโยนแต่แฝงความเ้าชู้เล็กน้อย
ในเมื่อเรียกน้องสาว ชายคนนี้ก็ต้องเป็ถังซั่ว พี่ชายต่างมารดาของถังซือเถียน บุตรชายคนเดียวของตระกูลถัง
“พี่เฉิน” ถังซือเถียนจ้องพี่ชายของเธอ จากนั้นก็เดินไปหาจิ่งเป่ยเฉินอย่างรวดเร็ว เรียกเขาอย่างหวานหยด
จิ่งเป่ยเฉินไม่สนใจเธอ แต่กลับหันไปมองอันโหรวแทน “นั่งตรงนั้น”
หลังจากพูดจบ เขาก็ชี้ไปทางนั้น
ในบรรดาผู้ชายทั้งสามคน นอกจากชีเสิ่งเทียนที่ใเล็กน้อยแล้ว อีกสองคนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที สายตาจับจ้องไปที่อันโหรวด้วยความสงสัยใคร่รู้
อันโหรวยิ้มตอบกลับด้วยความสุภาพ
“นั่งลง” จิ่งเป่ยเฉินโบกมือ ดึงเธอลงนั่งข้าง ๆ เขาจนแทบจะชิดกัน
แต่เธอเพิ่งนั่งลงก็ต้องใกับเสียงที่ดังลั่น
“ผู้หญิงอัปลักษณ์คนนี้เป็ใคร ไม่ใช่คนรักใหม่ของนายใช่ไหม” ชายที่พูดคือิ่ลี่ที่เพิ่งกลับมาจากเยอรมนี เขาเสียงดังมาั้แ่เด็ก ส่วนอารมณ์ยิ่งร้อนแรงกว่า
ถังซือเถียนได้ยินแล้วไม่พอใจ “ไม่มีทางหรอก รสนิยมของพี่เฉินไม่แย่ขนาดนั้น ิ่ลี่ อย่าพูดเพ้อเจ้อ” พอพูดจบ เธอก็เกี่ยวผมยาว ๆ ด้วยท่าทางยั่วยวนสุดขีด
“ถังซั่ว นายต้องดูแลน้องสาวนายให้ดีนะ เธอไม่เคารพผู้ใหญ่เลย เรียกเขาพี่เฉิน แต่กลับเรียกชื่อฉันตรง ๆ เธอกล้าดีนัก!” เสียงของิ่ลี่ดังขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่จิ่งเป่ยเฉินยังขมวดคิ้ว
“นายถูกเรียกแบบนี้มาตลอด ฉันคิดว่านายคงชินแล้ว” ถังซั่วยักไหล่ แสดงความหมดหนทาง
เขาจะกล้าไปจัดการกับเ้าหญิงน้อยคนนั้นได้ยังไงกัน
หลังจากพูดจบ สายตาของถังซั่วก็มองไปที่อันโหรว “คุณผู้หญิงท่านนี้ ไม่แนะนำตัวเองหน่อยเหรอครับ”
น้ำเสียงอ่อนโยน สีหน้าอ่อนโยน แต่กลับแฝงความเย้ยหยัน
เขาและโอวหยางลี่แตกต่างกัน มองจากภายนอกโอวหยางลี่ดูให้ความรู้สึกอ่อนโยนกว่ามาก ส่วนถังซั่วแสดงออกถึงสไตล์ที่แตกต่างออกไป
อันโหรวกำลังจะตอบ ก็ได้ยินเสียงเ็าของผู้ชายดังขึ้น “อันอวี้หาน พนักงานแผนกวางแผนของบริษัท”
นี่เป็ครั้งแรกที่จิ่งเป่ยเฉินแนะนำผู้หญิง แค่พนักงานเท่านั้นเหรอ
เมื่อได้ยินชื่ออันอวี้หาน ิ่ลี่ก็มีความสงสัยในดวงตา เสียงเบาลงเป็ครั้งแรก “อันอวี้หาน? และคนนั้น อัน…” ยังพูดไม่ทันจบ ปากของเขาก็ถูกชีเสิ่งเทียนปิดไว้
“ิ่ลี่เพิ่งกลับมา วันนี้พวกเราพี่น้องมาฉลองกันให้เต็มที่เถอะ!” ชีเสิ่งเทียนเปลี่ยนเื่ ส่งสายตาให้ิ่ลี่ บอกให้เขาอย่าพูดมาก
ไอ้หนุ่มคนนี้ เพิ่งกลับมาเองแท้ ๆ อยากตายเร็วหรือไง!
อันโหรวหรี่ตา เมื่อเห็นสายตาสงสัยของถังซั่ว เธอก็รีบทำหน้าตาปกติ
“นั่งลงให้หมด” เมื่อบอสใหญ่พูดจบ ทุกคนก็เลิกเสียงดัง ิ่ลี่ถึงกับนั่งลงที่เก้าอี้อย่างว่าง่าย
ถังซือเถียนส่งเสียงหึในลำคอ และกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะนั่งลงข้างพี่ชาย
“นายไปเยอรมนีนานขนาดนี้ ครั้งนี้ทำไมถึงรู้ว่าต้องกลับมาแล้ว” จิ่งเป่ยเฉินรินเหล้าพลางมองิ่ลี่ไปด้วย
“กลับมาแต่งงาน” ใบหน้าของิ่ลี่เปลี่ยนสีในทันที มือเคาะโต๊ะอยู่เป็ระยะ
อันโหรวมองเขาปราดหนึ่ง เขาคงถูกบังคับให้แต่งงาน แรงกดดันทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแต่งงานเท่านั้น
ถังซือเถียนไม่ให้เกียรติเขาเลยแม้แต่น้อย เธอส่งเสียงฮึดฮัดใส่ “ิ่ลี่ ไอ้คนอ่อนแอ พี่ชายฉันอายุมากกว่านายหนึ่งปี เขาก็ถูกบังคับให้แต่งงานเหมือนกัน แต่เขาไม่ยอมแต่งงานง่าย ๆ หรอก”
คำพูดของเธอเต็มไปด้วยความดูถูก ทำให้ิ่ลี่โมโหขึ้นมา “เ้าเด็กนี่ ต้องเอาไปฝึกให้ดีจริง ๆ ซะแล้ว!”
ชีเสิ่งเทียนเห็นิ่ลี่กำลังจะลุกพรวดขึ้น เขาก็อดส่ายหัวไม่ได้ สองคนนี้ ั้แ่เด็กจนโตยังทะเลาะกันอยู่เหมือนเดิม
คู่กัดที่ผูกพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น และเข้ากันได้ดี น่าเสียดายที่ซือเถียนหมายปองแต่จิ่งเป่ยเฉินคนเดียว
อย่างไรก็ตาม จิ่งเป่ยเฉินไม่คิดว่าสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจจะถูกหญิงกล้าหาญคนหนึ่งพูดออกมา
อันโหรวมองคู่หูสุดฮาตรงหน้า แล้วยิ้มจนตาโค้ง “ฉันว่าพวกคุณสองคนเข้ากันได้ดี ถ้าจับคู่กันน่าจะดีนะคะ”
แน่นอนว่าเสียงของเธอแหบแห้ง เธอไม่อยากเปิดเผยเสียงที่แท้จริงต่อหน้าคนอื่น เหมือนกับใบหน้าของเธอ
เมื่ออันโหรวพูดจบ ิ่ลี่และถังซือเถียนต่างพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกัน มองอีกฝ่ายด้วยสายตารังเกียจ
ถังซือเถียนจ้องมองอันโหรว “เสียงของคุณไม่ไพเราะเลย เหมือนกับอีกา แต่ก็เข้ากับหน้าตาของคุณดี”
“อืม งั้นก็อย่าฟังสิ จะได้ไม่ต้องทรมานตัวเอง” อันโหรวโต้กลับ ถังซือเถียนหน้าเสียทันที แต่เธอไม่กล้าทำอะไรต่อหน้าจิ่งเป่ยเฉิน ได้แต่มองพี่ชายถังซั่วด้วยสายตาน่าสงสาร
ดวงตาของถังซั่วเต็มไปด้วยความสงสัย ในใจชื่นชมเธออย่างยิ่ง
ผู้หญิงที่จิ่งเป่ยเฉินพามานั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ
“พี่เฉิน วันนี้อาหารเกือบทั้งหมดฉันเป็คนสั่ง มีแต่อาหารที่พี่ชอบทั้งนั้น” ถังซือเถียนเห็นพี่ชายไม่ช่วย จึงหันไปออดอ้อนจิ่งเป่ยเฉินด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยน แต่กลิ่นน้ำหอมที่ฉุนจัดทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาตอบรับเสียงเ็า แต่วินาทีต่อมากลับหันไปมองอันโหรว “คุณชอบอาหารรสชาติอ่อน ๆ หรือเปล่า”
“ฉันไม่เลือกกิน” อันโหรวใเล็กน้อย แต่ก็ตอบอย่างสง่างาม
“อืม เสิร์ฟอาหารได้” จิ่งเป่ยเฉินพยักหน้า ก่อนจะโบกมือให้พนักงานที่รอคอยอยู่ด้านนอกยกอาหารเข้ามาเป็แถว
ในดวงตาของถังซั่วและิ่ลี่เต็มไปด้วยความสงสัย พลางคิดว่าตาตัวเองมีปัญหาหรือเปล่า
จิ่งเป่ยเฉินดีกับผู้หญิงหน้าตาอัปลักษณ์คนนี้ขนาดนี้เชียวเหรอ ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจผู้หญิงและมีอาการจำหน้าคนไม่ได้หรอกเหรอ...
เปลี่ยนรสนิยมแล้วหรือไง? อย่าบอกนะว่าหายเศร้าจากความรักเก่าแล้ว?
“ดื่มนมนะ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์” จิ่งเป่ยเฉินวางกระป๋องนมนำเข้ายี่ห้อซิลค์ไว้ตรงหน้าเธอ
“ฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว ดื่มเหล้าแล้วจะเสียงานเสียการ”
ิ่ลี่ทนดูปฏิสัมพันธ์อันอบอุ่นของสองคนตรงหน้าไม่ไหว “วันนี้เป็วันต้อนรับฉันกลับมานะ อย่ามาโชว์ความหวานให้ฉันเห็นสิ! วันนี้ต้องดื่มจนเมากลับบ้าน!”
ถังซือเถียนทนไม่ได้ โดยเฉพาะกับคำว่าโชว์ความหวาน เธอปาชามและตะเกียบด้วยความหงุดหงิด แต่พอมองจิ่งเป่ยเฉิน เขาไม่มีท่าทีจะโต้แย้งเลยสักนิด
หรือว่าเขายอมรับแล้ว?
ไม่มีทางหรอก!
ถ้าแพ้ให้ผู้หญิงคนก่อน ๆ เธออาจจะยอมรับได้ แต่ผู้หญิงแก่และน่าเกลียดตรงหน้านี่มาจากไหนกัน!
ถังซือเถียนหันไปมองพี่ชาย แล้วพูดเสียงเบา “พี่ ช่วยสืบเื่ผู้หญิงแก่คนนี้หน่อยสิ”
“เื่นี้เธอห้ามยุ่ง”
ถังซั่วขมวดคิ้ว ไม่อยากให้เธอเสี่ยง
ไม่ว่ารูปร่างหน้าตาของอันอวี้หานจะเป็ยังไง เพียงแค่หลายปีมานี้ เธอเป็ผู้หญิงคนแรกที่เข้าใกล้จิ่งเป่ยเฉิน ใครก็ห้ามแตะต้องเธอ
ถังซือเถียนหงุดหงิดใจอย่างมาก แม้แต่พี่ชายยังไม่ช่วย ดูเหมือนครั้งนี้เธอต้องลงมือเอง
“มา ดื่ม!” ิ่ลี่ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
ไวน์นี้เป็ลาฟิต ปี 90 การดื่มแบบนี้ช่างสิ้นเปลืองจริง ๆ ตรงกันข้ามกับจิ่งเป่ยเฉิน เขากำลังค่อย ๆ ลิ้มรสอย่างสง่างามสุด ๆ
อันโหรวไม่คิดว่างานเลี้ยงครั้งนี้จะยาวนานขนาดนั้น และถึงแม้จิ่งเป่ยเฉินจะค่อย ๆ จิบไวน์ แต่ก็ยังเมาอยู่ดี!
ในบรรดาผู้ชายทั้งสี่คน มีเพียงถังซั่วเท่านั้นที่ยังมีสติอยู่
“นายดื่มได้ไม่มากเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ” ถังซั่วเขย่าแก้วไวน์ มองไปที่จิ่งเป่ยเฉิน
จิ่งเป่ยเฉินหรี่ตาเล็กน้อย ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “ฉันตั้งใจทำแบบนั้น”
ประโยคนี้ทำให้อันโหรวงงไปเลย ตั้งใจแกล้งเมาหรือตั้งใจดื่มจนเมา? อะไรแบบนี้มันตั้งใจได้ด้วยเหรอ?
ช่างมันเถอะ ยังไงเธอก็ต้องไปแล้ว เด็ก ๆ ทั้งสองคนยังรออยู่ ถ้าไม่กลับไปตอนนี้ กลัวว่าจะร้องไห้กันอีก
แต่พอเธอก้าวเท้าออกไป ข้อมือก็ถูกผู้ชายคนหนึ่งคว้าไว้ “ใครอนุญาตให้คุณไปได้”
อันโหรวรู้สึกเจ็บที่ข้อมือ เธอถูกจับให้นั่งอยู่กับที่ ขยับตัวไม่ได้เลย
ดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อยจ้องมองเธออย่างกับเหยี่ยว สายตานั้นมีความหมายบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ มันเหมือนกำลังค่อย ๆ ฆ่าเธอ
จิ่งเป่ยเฉินยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ มือค่อย ๆ ยกขึ้นเชยคางเธอ “คุณ...แต่งหน้าด้วยเหรอ”
ดวงตาที่ใสกระจ่างราวกับแสงดาวที่มอบความปรารถนาให้เขา
ถ้าการแต่งหน้าสามารถเปลี่ยนผู้หญิงตรงหน้าให้กลายเป็เธอได้...
คิดได้ดังนั้น สายตาของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปในทันที