เขียนฝันป้านชา : สายหมอก
สายหมอก กริ๊ง!เสียงกระดิ่งกระทบกับประตูหน้าร้านทันทีที่ประตูถูกมือเล็กป้อมผลักให้เปิดออก ปรากฏเด็กชายใบหน้ากลมมนแววตาสุกใสที่กำลังกวาดสายตามองไปทั่วทั้งร้านด้วยความเคยชิน รอยยิ้มสยายกว้างขึ้นทันทีที่มองเห็นบุคคลที่เขารู้จัก“พ่อจ๋าๆ หมอกมาแล้ว”เสียงใสดังกังวานของเด็กชายวัยสองขวบทำให้คนที่อยู่ภายในร้านต้องหันไปมอง เมื่อพบกับใบหน้าที่ทอประกายสดใสถึงเพียงนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม‘เด็กที่ไหน น่ารักจัง’เสียงความคิดของลูกค้าภายในร้านแทบจะเหมือนกันหมด ทันทีที่มองตามร่างเล็กนั้นไปจนหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์กาแฟของร้าน“พ่อจ๋า หมอกคิดถึงพ่อจังเลย”เสียงพูดไม่ชัดบ้างเป็นบางคำยิ่งสร้างความเอ็นดูให้กับผู้คนที่กำลังใช้สายตามองตามอย่างช่วยไม่ได้ บางคนถึงขนาดคิดว่าถ้าเกิดพวกเขามีลูก ลูกของพวกเขาจะน่ารักแบบนี้หรือเปล่า?“พ่อจ๋าๆๆ”เสียงเรียกนั้นยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะใกล้ชิด เขียนฝันที่กำลังเหม่อลอยอยู่ถึงกับสะดุ้ง เมื่อเด็กชายเดินเข้าไปในเคาน์เตอร์แล้วดึงชายเสื้อของเขาอย่างสนุกสนาน พร้อมกับหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ“อ่า สายหมอกมาได้ยังไงครับ”เขียนฝันก้มตัวลงพูดกับเด็กชายด้วยรอยยิ้มเมื่อได้รับความสนใจจากเขียนฝันสายหมอกก็บิดตัวไปมา อมยิ้มและหัวเราะอย่างต่อเนื่องโดยไม่ตอบคำถามเด็กหนุ่มเลยสักนิดเดียว“หมอกไม่บอกพ่อจ๋าหรอก”“ถึงหมอกไม่บอกพ่อจ๋าก็รู้ครับ”“พ่อจ๋าจะรู้ได้ยังไง หมอกยังไม่ได้บอกพ่อจ๋าเลย”เด็กชายเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ก็เพราะพ่อจ๋าเก่งไงครับ”เขียนฝันยกมือขึ้นลูบผมสายหมอกอย่างเอ็นดูจากเหตุการณ์ในวันนั้นจนมาถึงวันนี้ก็สองปีกว่าแล้ว และสายหมอกก็คือเด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย เขาคิดแค่ว่าตัวเองมีพ่อคือเขียนฝันและแม่คือเขียนฟ้าสายตาสุกใสของเด็กน้อยทำให้เขารู้สึกสงสารหลานของตนเองทุกครั้ง หากในวันหนึ่งเขาโตขึ้นแล้วได้รับรู้ความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาจะรู้สึกอย่างไรไหนจะเรื่องตากับยายของเด็กน้อยคนนี้อีก เรื่องของสายหมอกพวกเขาไม่ได้บอกกับครอบครัวเลยสักครั้ง นับตั้งแต่เกิดมาไม่ว่าจะสูติบัตรหรือทะเบียนบ้านล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินในการย้ายเข้าไปอยู่กับคนที่พวกเขาไว้ใจมากที่สุดทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสายหมอกล้วนแล้วแต่เป็นความลับที่น้องสาวของเขาต้องปิดบังหลบซ่อนเอาไว้ ถึงแม้สายหมอกจะน่ารักขนาดไหนก็ไม่เคยมีสักครั้งที่ได้พบกับครอบครัวที่แท้จริง ญาติพี่น้องที่พวกเขาสนิทสนมเขียนฝันนึกแล้วก็ได้แต่เศร้าใจ ทำให้แววตาที่มองเด็กน้อยหม่นลงทันที“พ่อจ๋าๆ”สายหมอกเอ่ยเรียกเขียนฝันอีกครั้งแต่เด็กหนุ่มก็ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดกริ๊งเสียงประตูหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้ง ปรากฏร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในร้านด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ทำให้ใบหน้าหวานละมุนเพิ่มขึ้น เมื่อเห็นเด็กชายกำลังซนดึงชายเสื้อพี่ชายฝาแฝดของเธอรัว ๆ“สายหมอกอย่าทำแบบนั้นสิครับ เดี๋ยวเสื้อพ่อจ๋าก็ขาดกันพอดี”คนมาใหม่พูดคล้ายดุคนตัวเล็ก แต่แววตานั้นสะท้อนความรักใคร่ออกมาอย่างชัดเจน“ก็พ่อจ๋าไม่สนใจหมอกเลย”เด็กชายเอ่ยบอกเขียนฝันที่หลุดจากความคิดของตนเองได้ยินเช่นนั้น ก็ได้แต่แย้มรอยยิ้มมองเด็กชายด้วยใบหน้าอ่อนโยน“แล้ววันนี้หมอกไม่ไปโรงเรียนเหรอครับ”เขียนฟ้าพูดพลางหอมแก้มที่อ้วนกลมเหมือนกับซาลาเปาฟอดใหญ่จนสายหมอกต้องส่ายหน้าหลบ“พ่อจ๋าอย่าหอม”เด็กชายพูดพลางหลบอย่างจั๊กกะจี้ หัวเราะคิกคักชอบใจในมุมของร้านกาแฟอีกฝั่ง ป้านชาหันไปมองตามเสียงดังของเด็กชายก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่พอใจ เขายังคงต้องการสมาธิในการสเก็ตช์ภาพให้เสร็จ แต่เสียงของคนทั้งสามกลับดังกลบ แม้หลายคนในร้านกาแฟจะไม่คิดอะไร ซ้ำยังหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอหรือกดถ่ายรูป แต่เขากลับรู้สึกว่าพื้นที่นี้ไม่สงบอีกต่อไปแล้วในการทำงานเขาก้มหน้าลงก่อนจะใช้มือกวาดชุดอุปกรณ์สำหรับสเก็ตช์ภาพกลับไปไว้ในกระเป๋าที่เขาถือมาด้วย ก่อนจะปิดสมุดวาดภาพเล่มนั้นลงเสียงพูดคุยของโต๊ะข้างๆยิ่งทำให้ป้านชานึกไม่พอใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักเด็กแต่เขาไม่ชอบเสียงดังโดยเฉพาะเวลาที่เขามีสมาธิกับการวาดรูป“ครอบครัวนั้นน่ารักจังเนอะ แกว่าไหม”“ใช่ๆ น่ารักมากเลยแหละ”นักศึกษาสาวที่นั่งโต๊ะข้างๆพูดก่อนจะมองไปที่ป้านช้าหนหนึ่ง ในใจอดคิดไม่ได้ว่าถ้าได้พ่อของเด็กหน้าตาดี ๆ แบบนี้ ลูกของเธอคงจะหน้าตาน่ารักมากแน่ ๆ เลย“เป็นผู้ชายที่อบอุ่นมาก เสียดายจังมีครอบครัวแล้วอ่ะ”เพื่อนอีกคนมองเขียนฝันด้วยแววตาที่สะท้อนความเสียดายอย่างชัดเจนป้านชาเหลือบมองเขียนฝันและคนในครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียกเด็กหนุ่มคนนั้นเสียงดังเพื่อจะได้ออกไปจากร้าน หามุมสงบๆในการทำงานศิลป์ต่อ“น้องครับ คิดเงินด้วยครับ”เขียนฝันได้ยินถึงกับชะงักในที่สุด เขาหลงลืมไปได้อย่างไรว่ามีบุคคลหนึ่งอยู่ภายในร้านนี้ด้วย เด็กหนุ่มชำเลืองมองน้องสาวที่ก้มหน้าก้มตาเช็ดมุมปากให้กับสายหมอกแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ“ได้ครับ”เขาตะโกนตอบกลับพร้อมกับเดินไปยังโต๊ะของป้านชา อาศัยร่างกายของตนบดบังโต๊ะของชายหนุ่มคนนี้“หกสิบบาทครับ”เขียนฝันบอกราคากาแฟป้านชาหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าก่อนจะส่งให้เด็กหนุ่ม เมื่อได้เงินทอนแล้วจึงคว้าเอาสมุดวาดรูปที่อยู่ใกล้ๆติดมืออออกไปจากร้านทันทีเขียนฝันมองตามร่างสูงใหญ่ของคนที่เร่งรีบแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเมื่อเห็นว่าตอนนี้เขียนฟ้ายังคงนั่งก้มหน้าคุยมือถืออยู่ที่เดิม ส่วนเด็กชายตัวน้อยกำลังวิ่งตรงมาหาเขาด้วยรอยยิ้มเช่นเดิมสายตาของเด็กน้อยมองตามร่างของป้านชาแล้วก็คว้าจับมือของเขียนฝันแน่นเบะปากเบาๆอย่างน่ารัก“พ่อจ๋า ทำไมคนนั้นน่ากลัวจัง”“หืม สายหมอกกลัวคนแปลกหน้าด้วยเหรอ? ปกติเห็นไม่กลัวนิเรานะ”เขียนฝันจับแก้มป่องนั้นอย่างหมั่นไส้“หมอกไม่ได้กลัวสักหน่อย”สายหมอกยืดอกบอก “ใช่ไหมครับ แม่จ๋า”สายหมอกเอ่ยเรียกเขียนฟ้า แต่เวลานี้สายตาของหญิงสาวกลับจับจ้องมองไปตามร่างที่กำลังเดินออกห่างไปจนลับสายตาอย่างสงสัยเพราะเหตุใดทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นๆอย่างประหลาด“มีอะไรงั้นเหรอฟ้า”เขียนฝันกลัวว่าน้องสาวจะจดจำผู้ชายคนนั้นได้จึงรีบเอ่ยถามขึ้น“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่ฝันทำงานเถอะ ฟ้ากับหมอกนั่งรออยู่ตรงนี้ได้ไม่รบกวนพี่ฝันทำงานแล้ว”เขียนฟ้าเอ่ยบอก“มานี่มาเจ้าตัวแสบ”มือเรียวเอื้อมไปจับแขนป้อมของบุตรชายก่อนจะลากจูงให้ไปนั่งลงตรงมุมร้านประจำเขียนฝันแอบถอนหายใจ ก่อนจะหมุนตัวมาเก็บกวาดแก้วกาแฟและทำความสะอาดโต๊ะ แต่สายตากลับเหลือบมองไปเห็นกระเป๋าดินสออยู่ตรงมุมหนึ่งของพื้นจึงได้หยิบขึ้นมาดูว่าเป็นของลูกค้าคนไหนทำตกไว้กันแน่สุดท้ายจึงพอคาดเดาได้ว่ากระเป๋าดินสอพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับวาดรูปเหล่านี้เป็นของชายหนุ่มที่รีบออกไปจากร้านคนนั้นนั่นเอง“ฟ้า พี่ฝากร้านหน่อยนะ พอดีลูกค้าลืมกระเป๋าเอาไว้นะ คงยังไปไม่ไกลเท่าไร ”“ใช่คนเมื่อกี้ไหมคะ?”เขียนฟ้าเอ่ยถามเธอรู้สึกคุ้นมากจริงๆแต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก“ใช่ เดี๋ยวพี่รีบวิ่งเอาไปให้เขาแล้วจะรีบกลับมา”“ให้ฟ้าเอาไปให้ดีกว่าไหมคะ”เขียนฟ้าเสนอตัวเพื่อช่วยเหลือ แต่เขียนฝันกลับรีบปฏิเสธเขาจะให้เขียนฟ้าไปคืนของได้ยังไงกัน ถ้าเกิดว่าคนทั้งคู่เจอกัน น้องสาวของเขานั้นแหละที่จะมีแต่ความเจ็บช้ำ เวลาผ่านมาเกือบสามปีแล้ว เรื่องบางเรื่องควรปล่อยให้มันจมหายกลายเป็นอดีตไปคงดีที่สุด“ไม่เป็นไร พี่ไปเองดีกว่า ฟ้าไม่เห็นหน้าเขาฟ้าจะตามเขาเจอได้ยังไง”เขียนฝันแย้งก่อนจะเปิดประตูร้านเดินออกไปทันทีเพื่อไม่ให้น้องสาวทันได้กล่าวอะไรต่อเขียนฝันวิ่งออกมาได้สักพักก็เจอกับป้านชาที่กำลังเดินกลับมาพอดีทั้งคู่ชะงักมองหน้ากันนิ่งๆ เป็นเขียนฝันเองที่เอ่ยบอกพร้อมกับยื่นกระเป๋าดินสอคืนให้กับชายหนุ่ม“นี่ครับกระเป๋าของคุณ”“ขอบคุณครับ”ป้านชาเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นมือออกไปรับมาที่จริงเขาเพียงแค่รู้สึกหงุดหงิดเลยรีบออกมาจากร้าน แต่เมื่อเห็นว่าเขียนฝันต้องวิ่งเอากระเป๋ามาให้แบบนี้เขาก็กลับรู้สึกผิดที่ไม่พอใจเด็กหนุ่มก่อนหน้านี้ไปที่จริงแล้ว พนักงานร้านกาแฟคนนี้ก็ถือว่าเป็นคนดีมีน้ำใจคนหนึ่งหากเขาไม่ได้กระเป๋านี้ไปด้วยก่อนเข้าเรียน มีหวังคงได้วุ่นวายน่าดู“ไม่เป็นไรครับ คราวหลังก็ระวังๆหน่อย”“ครับ”ป้านชารับคำระหว่างที่ทั้งสองไม่ได้กล่าวอะไรกันอีกนั้น เสียงมือถือของป้านชาก็ดังขึ้นมาทำให้เขียนฝันต้องเป็นฝ่ายเอ่ยขอตัวลาเขาเหลือบมองป้านชาหนหนึ่ง แววตาทอประกายลึกล้ำจนยากที่ใครจะอ่านออก ภายในใจของเขียนฝันมีเพียงแค่เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจนั้นของน้องสาวดังก้องขึ้นมาในหัวแม้เวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน เขาก็ไม่เคยลืมมันได้ลงสักวันบางครั้งความแค้นที่คิดว่าคงไม่มีโอกาสเอาคืน บางครั้งมันอาจพอมีโอกาสอยู่บ้างก็เป็นไปได้ป้านชายิ้มตอบรับกับคนปลายสายขณะกำลังก้าวขาเดินออกห่างจากเขียนฝันไปเรื่อย ๆ ร่างสูงใหญ่ที่สะท้อนความสุขนั้นทำให้เขียนฝันรู้สึกขัดหูขัดตาจนยากจะสงบใจเขาตัดสินใจสลัดความคิดส่วนนั้นออกก่อนจะกลับเข้าไปที่ร้านกาแฟต่อ เขียนฟ้ามองพี่ชายที่มีบรรยากาศแปลกตาไปจากเดิมด้วยความสงสัยส่วนสายหมอกนั่งวาดรูปเล่นต่อบนเก้าอี้อย่างที่เคยทำ“แม่จ๋าๆ”เด็กชายเอ่ยเรียกมารดาตน“ว่ายังไงครับ”“สวยไหมครับ หมอกวาดเอง”เด็กชายโชว์ภาพวาดคดเคี้ยวแปลกตาในกระดาษให้กับเขียนฟ้าดูหญิงสาวเห็นภาพวาดนั้นก็ถึงกับชะงัก หัวใจคล้ายถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น“นี่พ่อจ๋า แม่จ๋า และสายหมอก”เสียงใสดังกังวานของเด็กชายทำให้เขียนฝันที่มองอยู่ไม่ไกลต้องกัดฟันแน่นไม่ต่างจากภายในใจของเขียนฟ้าเธอเป็นแม่ที่ทำให้ลูกชายต้องเกิดมาไม่มีครอบครัวที่สมบูรณ์ ไม่มีพ่อแท้ๆที่คอยดูแลการโกหกของเธอกับพี่ชายในวันนี้ ในอนาคตสายหมอกก็ต้องรู้ว่าคืออะไร เธออดเป็นกังวลไม่ได้ว่าลูกชายของเธอจะเสียใจมากขนาดไหน“สวยไหมครับ?”“อืม สวยมากเลย”เขียนฟ้าพยักหน้าทั้งๆที่น้ำตาคลอเขียนฝันได้แต่มองอย่างเจ็บปวดหัวใจ บางครั้งเขาก็อยากให้คนที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาเป็นแบบนี้ต้องเจ็บปวดหัวใจมากกว่าใช่! ผู้ชายคนนั้นต้องได้รับความเจ็บช้ำมากกว่าที่พวกเขาได้รับเป็นพันเท่าทวีคูณ