เช้าวันจันทร์ น้ำฟ้าเพิ่งหย่อนก้นลงเก้าอี้ประจำตำแหน่ง พิมลักษณ์ก็พรวดพราดเข้ามารายงานข่าว
“คุณฟ้า ได้ข่าวใหญ่หรือยังคะ?”
“ข่าวอะไร?”
“คณะกรรมการบริหารประกาศสอบทุจริตค่ะ คนที่โดนห้าคนเป็คนสนิทของคุณกรินทร์หมดเลยนะคะ เื่ใหญ่เลยล่ะ”
“เกวลินล่ะ?”
“เธอยื่นหนังสือลาออกแล้วค่ะ ั้แ่ถูกคุณเนศด่าเอาตอนวันทำบุญขึ้นตึกใหม่ ก็มีคนปริศนาไปโพสกระทู้ในเว็บบอร์ดบริษัท คุณฟ้าไม่ได้อ่านเหรอคะ?”
“ไหนๆ ฉันยังไม่เห็นเลย?”
พิมลักษณ์รีบเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะให้กับน้ำฟ้าดู ผู้ช่วยแผนกคนสวยรีบกวาดสายตาตามตัวอักษรแต่ละบรรทัด
“ปากคนนี่ยาวกว่าปากกาจริงๆ ขนาดพี่นาห้ามแล้วนะ ยังมีมือดีกล้าโพสอีก”
“ทีแรก พิมคิดว่าเป็ฝีมือคุณฟ้าซะอีก?”
“ฉันนี่นะ? จะเอาเวลาที่ไหนมาทำเื่พวกนี้?” น้ำฟ้าพูดออกไปแล้วก็ชะงัก เธอกำลังจะพูดต่อว่าแต่ละวันเธอวุ่นวายอยู่กับเื่ของณัฐวุฒิจนไม่มีเวลาจะสนใจคนอื่น ต่อให้เป็เกวลินก็เถอะ
“่นี้คุณฟ้ายุ่งเื่อะไรเหรอคะ? พิมทักไปก็ไม่ค่อยตอบ”
“ก็...เออ...เื่ที่บ้านน่ะ”
พิมลักษณ์ทำหน้าไม่เชื่อถือ น้ำฟ้าจึงทำเป็ไล่อีกฝ่ายกลับไปทำงาน เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ยิ้มกริ่มที่เกวลินลาออกจากบริษัท คุณกรินทร์บิดาของเกวลินก็อาจจะติดร่างแหคดีทุจริตอีก แบบนี้ ครอบครัวนั้นก็คงจะย่อยยับแล้ว เธอแทบจะอดใจไม่ไหว โทรศัพท์ไปถามเื่นี้กับณัฐวุฒิ แต่พอคิดขึ้นได้ว่าอาจจะมีคนได้ยินและสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ หญิงสาวจึงคิดว่ารอตอนเลิกงานจะดีกว่า
่พักกลางวัน น้ำฟ้าตามพิมลักษณ์ไปรับประทานอาหารกลางวันที่โรงอาหาร ก่อนหน้านี้น้อยครั้งที่เธอจะเหยียบย่างเข้ามาเพราะติว่ารสชาติอาหารนั้นสุดจะทน แต่เพราะอยากฟังคนซุบซิบนินทาเื่เกวลินและกรินทร์ จึงยอมซื้อข้าวราดแกงมาบังหน้าจานหนึ่ง ละเลียดตัก ในขณะที่เอียงหูฟังปากชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์
"พอใจหรือยังคะคุณฟ้า?” พิมลักษณ์ขำคิกๆ มองข้าวในจานของเธอที่พร่องลงไม่กี่คำ
“พอใจแล้ว แต่ก่อนพวกเขาก็คงนินทาฉันแบบนี้เหมือนกันสินะ”
“ค่ะ ตอนนั้นมีคนใส่ร้ายคุณนี่คะ”
น้ำฟ้ายิ้มน้อยๆ เธอไม่จำเป็ต้องแก้ตัว ในเมื่อตอนนี้มีเกวลินที่กลายเป็นางร้ายในสายตาทุกคน เธอก็แค่ยืนนิ่งๆ ยิ้มสวยๆ ก็พอ เธอไม่ได้เป็หญิงสาวที่แสนดีสักหน่อย ในเมื่อยัดเยียดความผิดใส่คนที่เลวกว่าได้ก็ควรทำ
“พาฉันไปร้านกาแฟหน่อย อาหารกลางวันคงเป็แซนวิสเหมือนเดิมอีกแล้ว อาหารโรงอาหารสู้ที่คอนโดไม่ได้สักเสี้ยวเลยจริงๆ”
พิมลักษณ์ขมวดคิ้ว “คุณฟ้ามาพักคอนโดเหรอคะ่นี้? ไม่เห็นชวนพิมไปดูเลยค่ะ”
“เออ ฉันหมายถึง คอนโดของเพื่อนน่ะ เพื่อนฉันเขาทำอาหารอร่อย”
“เพื่อนคนไหนคะ? คุณฟ้าไม่ไปหาแก๊งเจ็ดดาวแล้ว ยังมีเพื่อนคบอยู่อีกเหรอ?”
น้ำฟ้าถึงกับสะอึก พิมลักษณ์รู้ดีกว่าั้แ่ปีนั้นที่เธอถูกเกวลินใส่ร้าย น้ำฟ้าก็กลายเป็คนโดดเดี่ยว เธอเหลือเพียงแก๊งเจ็ดดาวที่คบหาด้วย ตอนนี้เธอตัดสินใจออกจากแก๊งนั้นแล้ว ต่อไปคงต้องหาเพื่อนใหม่
ผู้หญิงจากฝ่ายบุคคลสองคนยืนมองผู้ชายที่นั่งจิบกาแฟอยู่ริมหน้าต่าง “นั่นผู้จัดการฝ่ายไอทีคนใหม่ใช่ไหม?”
“ใช่ ได้ยินว่าโสดด้วยนะ นิสัยดี สุภาพเรียบร้อย”
“หน้าตาแบบนั้นโสดแน่นะ”
“แต่ญาติเขาที่อยู่แผนกบุคคลยืนยันเองเลยนะ เห็นว่าแฟนที่คบกันมาหลายปีหนีไปแต่งงานกับนักธุรกิจต่างชาติั้แ่เมื่อห้าปีก่อน”
“หา! นานขนาดนั้นยังไม่ยอมมีแฟนใหม่อีก”
“คนเรา ถ้าเคยถูกทิ้งแบบนี้ก็คงจะมีปมด้อย เขาอาจจะตั้งใจทำงานหาเงินให้รวยๆ เวลามีผู้หญิงคนใหม่จะได้ไม่ต้องถูกทิ้งอีก”
น้ำฟ้ากับพิมลักษณ์มองไปตามเสียงวิจารณ์แล้วก็หันมาสบตากัน ผู้ชายคนนั้นเรียกได้ว่าดูดีมากจนไม่กล้าละสายตา
“คุณฟ้า ไหนๆ ท่านประธานก็มีลูกมีภรรยาแล้ว สนใจผู้จัดการแผนกหล่อๆ บ้างไหมคะ?”
น้ำฟ้ายิ้ม นึกขำไปกับคำพูดของพิมลักษณ์ “ก็ดีนะ ตอนนี้ฉันก็ไม่อยากได้ผู้ชายรวยๆ แล้วล่ะ ได้หล่อ นิสัยดี มีความรับผิดชอบก็เข้าท่านะ”
ชายหนุ่มที่นั่งจิบกาแฟหันมามองทางเธอพอดี เขายิ้มแล้วค้อมศีรษะน้อยๆ ให้เธอ น้ำฟ้าเป็หนึ่งในหญิงสาวที่ติดอันดับหนึ่งในสิบคนสวย การศึกษาดี ครอบครัวมีฐานะประจำบริษัท เขาจึงได้เห็นรูปและรู้จักภูมิหลังของเธอก่อนจะได้พบตัวจริง
“คุณฟ้า เขายิ้มให้คุณฟ้าด้วยค่ะ”
“ฉันเพิ่งเคยเจอหน้าเขาครั้งแรก ทำไมเขายิ้มให้ฉันล่ะ?”
“คุณฟ้าเป็คนดังในบริษัทนะคะ ถ้าเขาจะรู้จักคนก่อนมาเห็นตัวก็ไม่น่าแปลกใจ”
หญิงสาวหน้าเสีย “พิม เขาคงไม่ได้ยินเื่แย่ๆ ของฉันหมดแล้วนะ”
พิมลักษณ์ยิ้มแหยๆ “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เื่ซุบซิบเกี่ยวกับคุณน่ะ น้อยที่ไหนล่ะคะ?”
“ถ้างั้นก็ช่างเถอะ กลับไปทำงานได้แล้ว”น้ำฟ้ารีบตัดบท
ณัฐวุฒิเล่าเื่ราวที่ตนสืบทราบให้กับธนาฟัง ท่านประธานบริษัทสกายกิฟต์ถึงกับตกตะลึง ที่ผ่านมาเขาเคยคิดว่าตนเองเป็เป้าการวางแผนฆ่าแต่ตอนนี้ทั้งน้องชายและคนในครอบครัวกำลังตกอยู่ในอันตราย
“ในเมื่อเขาคิดจะกำจัดฉันให้ได้ ฉันก็ควรจะเป็เหยื่อล่อสิ”
“บอสคิดจะ....”
“หาโอกาสให้พวกเขาลงมือซะ”
ณัฐวุฒิถูกส่งไปติดต่อซื้อโรงงานซอสแห่งหนึ่งที่ปิดกิจการไปั้แ่่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิดสิบเก้า
“คราวนี้แกก็ส่งข่าวออกไปว่าฉันจะเข้าไปดูโรงงานแห่งนั้นเพราะอาจจะซื้อ ส่งข่าวให้ทั้งสองฝ่ายได้รู้ พวกเขาต้องหาคนไปดักที่นั่นแน่ พื้นที่ปิดเหมาะแกการลอบยิง เื่นี้นอกจากเราสองคนแล้ว บอกแค่ธเนศก็พอ”
“ผมจะเตรียมบอดี้การ์ดคอยดูแลครอบครัวบอสอย่างเต็มที่ครับ”
“ดี อย่าให้พวกมันคิดจะฉวยโอกาสมาจับตัวคนในครอบครัวฉันได้ล่ะ คงต้องให้เนศเป็คนเฝ้าพวกเขาไว้”
“แต่ว่าคุณผัก”
“ปิดให้มิด ฉันไม่อยากให้ภรรยาเป็ห่วง”
“ครับ”
น้ำฟ้าแปลกใจที่ณัฐวุฒิเงียบหายไปถึงห้าวัน โดยไม่ส่งข้อความหรือโทรศัพท์มาสั่งงานเธอเหมือนเคย หญิงสาวรู้สึกหงุดหงิดคล้ายกับเขาใช้งานเธอแล้วก็เลิกสนใจ
‘คนบ้า! เสร็จงานฆ่าโคถึก ห้าวันแล้วไม่มาสนใจไยดีฉันสักนิด’
ลึกๆ น้ำฟ้านึกเป็ห่วงเขา สิ่งที่ณัฐวุฒิทำล้วนเป็เื่เสี่ยงภัย ตอนนี้เขาย้ายตามธนาไปทำงานที่ตึกใหม่ในบริษัทสกายกิฟต์ เธอจะหาคนไปสืบข่าวเขาก็ยาก จู่ๆ ถ้าคิดจะไปตีสนิทกับเนตรดาวผู้ช่วยของณัฐวุฒิก็กลัวเนตรดาวจะไปบอกเขา
“คุณฟ้า เป็อะไรคะ? ดูหงุดหงิดชอบกล”
น้ำฟ้ามองหน้าพิมลักษณ์ เธอรีบดึงมือผู้ช่วยของตนเองไปหลบบันไดหนีไฟ “พิม เธอมีคนรู้จักอยู่สกายกิฟต์บ้างไหม?”
“อยากรู้เื่อะไรคะ?”
“อยากสืบความเคลื่อนไหวของพี่นาน่ะ”
พิมลักษณ์เลิกคิ้ว “คุณฟ้ายังหวังในตัวท่านประธานใหญ่อยู่เหรอคะ?”
“ไม่ใช่นะ ฉันแค่อยากรู้ว่าตอนนี้พี่นากับทีมงานกำลังทำอะไรอยู่? หรือว่ามีโปรเจคอะไรใหม่ๆ”
“ไม่ยากค่ะ ถ้าอยากรู้ เดี๋ยวพิมให้เพื่อนที่ย้ายไปทำงานที่นั่นสืบให้”
“ดีๆ สืบเื่ทีมเลขาของพี่นามาให้ด้วย”
***************
