ผู้คุ้มกันตระกูลเย่รีบเข้าไปตรวจสอบ สักพักจึงะโด้วยเสียงสั่นเครือ “คุณเย่ตายแล้ว คุณเย่ตายแล้ว!”
“อะไรนะ เย่เทียนตายแล้ว!”
“มันเป็ไปได้ยังไง เกิดอะไรขึ้น เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลยนี่นา”
“ไอ้เด็กบ้านั่นต้องซ่อนอาวุธไว้แน่ ไม่งั้นเย่เทียนไม่มีทางเป็แบบนี้หรอก”
สมาชิกตระกูลเย่พากันตีโพยตีพายไปกันใหญ่
พวกเขาไม่รู้จักพลังิญญาซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลก ดังนั้นจึงมองว่ามันเป็แผนการของหลินอู๋เฉิน
เด็กคนนี้วางแผนไว้แต่แรก!
“แกกล้าฆ่าสามีของฉัน แกต้องตาย!” นางเหมยโกรธแทบคลั่ง
เมื่อวานเพิ่งได้รับข่าวการเสียชีวิตของลูกชายจากนั้นถัดมาอีกหนึ่งวันสามีก็เสียชีวิตต่อหน้า มันช่างไม่ยุติธรรมกับเธอเลย และเธอ้าให้หลินอู๋เฉินถูกหั่นเป็ชิ้นๆ ถึงจะพอใจ
“อย่ายั่วโมโหมัน!” ผู้นำตระกูลเย่มีสีหน้าเคร่งขรึม เขาเกรงว่านางเหมยอาจเป็รายต่อไปหากยังพูดอะไรไม่คิด
“พวกมดปลวกมันไม่เข้าใจอะไรเลย ฉันก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ฆ่าเย่ฟานทำไมถึงไม่เชื่อฉัน แต่ถ้าหากยังบ้าไม่เลิกก็ได้นะ จะได้เก็บกวาดที่นี่ให้สะอาดรวมถึงบริษัทของแกด้วย” หลินอู๋เฉินยังมีท่าทีสงบ
นี่คือการใช้'ดรรชนีไร้ิญญา'ฆ่าคนครั้งแรก ผลลัพธ์ทำให้เขาพึงพอใจไม่น้อย
สำหรับคนธรรมดาไม่มีใครหลบหรือป้องกันได้อยู่แล้ว
“ตระกูลเย่มีรากฐานที่สั่งสมมาชั่วอายุคน ไม่ใช่คนอย่างแก...”
ปุ๊...ร่างของหนึ่งในสมาชิกตระกูลเย่ล้มลงพื้น ศีรษะปรากฏหลุมเืไม่ต่างจากเย่เทียน
เขาตายในสภาพเดียวกัน
ทุกคนเริ่มหวาดกลัว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันผิดจากที่คิดไว้
ทำไมเหยื่อถึงได้กลายเป็มารร้ายแทนที่จะนอนบนเขียงหมูแล้วให้พวกเขาแร่เนื้อ
หลินอู๋เฉินเหยียดมือไปทางซ้ายแล้วทำมุทรา เก้าอี้อันหรูหราที่วางอยู่ตรงโถงอีกฝั่งได้ลอยมาหาเขาแล้วหยุดอยู่ตรงหน้า
เมื่อนั่งลงไปหลินอู๋เฉินก็เหยียดรอยยิ้มหยัน มองทุกคนไม่ต่างจาก'แมลง'ที่กำลังปีกสั่นและพร้อมที่จะบินหนีทุกเมื่อ
“เกิดอะไรขึ้น เมื่อกี้นี้มันเกิดอะไรขึ้น...”
มีใครบางคนตั้งคำถาม แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถตอบคำถามนี้ได้
หลินอู๋เฉินที่นั่งอยู่ตรงนั้นจงใจส่งแรงกดดันทางิญญาที่ท่วมท้น เพียงเท่านี้พวกเขาถึงกับตัวสั่น ต้องรีบก้มศีรษะตามสัญชาตญาณ
“คุกเข่า!” เป็แค่น้ำเสียงเรียบง่ายแต่กลับทรงพลัง
สมาชิกตระกูลเย่ไม่มีใครสามารถต่อต้าน ทุกคนพากันคุกเข่า ไม่เว้นแม้แต่เ้าตระกูล
“ฉันเองก็ไม่อยากจะฆ่าทุกคนหรอกนะ ยังไงซะชีวิตกว่าจะเกิดมาก็ไม่ใช่ง่ายๆ แค่ก้มหัวลงแล้วขอโทษฉัน บางทีฉันอาจจะไว้ชีวิตก็ได้” หลินอู๋เฉินที่นั่งอยู่ตรงนั้นเหมือนกับผู้ไต่สวนคดีในชั้นศาล และแน่นอนว่าเขามีสิทธิ์ดังกล่าว
“ต้องขอโทษคุณหลินด้วย เป็พวกเราเองที่ไม่เห็นูเาไท่ซาน ไม่รู้ว่าคุณหลินเป็ถึงยอดปรมาจารย์ การตายของเย่ฟานหรือสมาชิกในตระกูลเราจะไม่สืบสาวเอาความ เพราะงั้นได้โปรดปล่อยตระกูลเย่เรา นอกจากนั้นผมยังจะชดใช้ค่าเสียหาย...เงินห้าสิบล้านหยวน บ้านพักตากอากาศและบริษัท...” ด้วยความกลัวผู้นำตระกูลเย่ไม่นึกเสียดายทรัพย์สมบัติที่สั่งสมมา
เขาเกิดมาก่อนเด็กรุ่นใหม่ มีความเข้าใจในโลกใบนี้มากกว่า
เมื่อก่อนเคยได้ยินคุณพ่อบอกว่ามีปรมาจารย์อยู่บนโลกใบนี้แต่ตอนนั้นเป็เด็กเลยไม่เชื่อ ฟังว่าเป็นิทานเื่หนึ่ง
แต่อย่างใดก็ตามสิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ผู้นำตระกูลเย่เชื่อสิ่งที่ได้ยินมาอย่างไร้ข้อกังขา
ชายหนุ่มคนนี้คือสัตว์ประหลาดที่มีชีวิต
ไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลเย่สามารถสู้ได้!
“ฉันไม่ได้ฆ่าเย่ฟาน ต้องบอกอีกสักกี่ครั้งฮะ!” หลินอู๋เฉินไม่สบอารมณ์ ด้วยการแสดงออกของเขายิ่งทำให้บรรยากาศกดดัน สมาชิกที่เหลือไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่ก้มหน้าอยู่ตรงนั้น
เป็ผู้นำตระกูลเย่ร้องกล่าว “คุณหลินได้โปรดใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆ พูดคุยกัน เมื่อวานเราพบผู้หญิงคนหนึ่งหล่อนบอกว่าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด...เย่เหรินมัวนั่งเซ่ออะไรอยู่อีก รีบไปพาตัวผู้หญิงคนนั้นมาเร็ว!”
“เข้าใจแล้วครับพ่อ” เย่เหรินรีบวิ่งออกไปอย่างไร้เรี่ยวแรง
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหากบอกว่าไม่กลัวจนตัวสั่นก็คงแปลก
จะเห็นได้ว่าแผ่นหลังของเขาตอนนี้มีเม็ดเหงื่อออกจนชุ่ม
ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับผู้หญิงทำงานบาร์
ทันทีที่มาถึง หล่อนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบสารภาพด้วยความกลัว
มันเป็เื่ปกติสำหรับเธอที่ต้องสารภาพ
นอกจากนั้นกลางห้องโถงยังมีศพนอนตายสองศพ เป็ใครจะกล้าปิดปากสนิท
ได้ฟังเื่ราวทั้งหมดจากปากของหล่อน ผู้นำตระกูลเย่พลันมีสีหน้าดำคล้ำ รวมถึงสมาชิกตระกูลที่เหลือ ล้วนอยากเข้าไปอัดเธอให้เละ
กล้าดียังไงมากล่าวหาคนที่ไม่ได้ทำผิด
แถมคนคนนี้ยังน่ากลัวมากอีกด้วย
แต่ทว่าไม่มีใครกล้าขยับเข้าไปทำร้ายเธอ เพราะการมีอยู่ของหลินอู๋เฉินนั้นทรงพลังเกินไป
“ฉันพอจะรู้ตัวคนร้าย” หลินอู๋เฉินกล่าว
“ท่านปรมาจารย์โปรดบอก คนที่มันกล้าใส่ร้ายท่านปรมาจารย์ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่คนดี มัน้าให้ตระกูลเย่แตกหักกับท่านและล่มสลาย ผมจะต้องกำจัดมันให้ได้!” ผู้นำตระกูลเย่กำหมัดแน่น
“เมื่อวานนี้เย่ฟานแข่งรถที่สนามแข่งหย่าถิง เขาขัดแย้งกับหยางจื่อ”
“หยางจื่อ...” ผู้นำตระกูลเย่พึมพำกับตัวเอง รวมถึงสมาชิกทั้งหมดก็มีความคิดที่ไม่ต่างกัน
“เอาล่ะ ฉันต้องเสียเวลาเดินทางมาที่นี่ ค่าน้ำมันไม่ใช่น้อยๆ จะชดใช้ฉันยังไง”
คำพูดของหลินอู๋เฉินทั้งอหังการทั้งไม่เห็นใครอยู่ในสายตาซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลก
โดยเฉพาะผู้นำตระกูลเย่มองว่ามันเป็เื่ปกติ
ด้วยความแข็งแกร่งของปรมาจารย์ หากโกรธขึ้นมาทุกอย่างที่นี่จะพินาศ
ตระกูลเย่จะถูกทำลายและเขาเองก็ไม่อยากเห็น
“เย่เหรินรีบไปนำเงินสดห้าสิบล้านหยวนมา นอกจากนั้นต้องเอาบ้านพักตากอากาศมาด้วย รวมถึง...หนังสือโอนสิทธิ์บริษัทอิเล็กทรอนิกส์...” ถึงแม้จะรู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่น แต่การสูญเสียครั้งนี้ก็ทำให้ผู้นำตระกูลเย่หน้าดำคล้ำ แก่ชราลงอีกหลายปี
เย่เหรินทำงานได้คล่องแคล่ว ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับเงินสดจำนวนหนึ่ง
หลังจากตรวจสอบแล้วหลินอู๋เฉินพยักหน้าเล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้ผู้นำตระกูลเย่คลายกังวล
“เห็นแก่พวกนายที่กระตือรือร้นจะปล่อยไปสักครั้งก็แล้วกัน อ้อ...คนที่ฉันบอกว่าชื่อหยางจื่อเป็บอดี้การ์ดให้ตระกูลถัง”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกจากปาก ก็ทำให้สมาชิกตระกูลเย่หลายคนครุ่นคิด
ไม่แน่มันอาจเป็ความขัดแย้งระหว่างธุรกิจ และนั่นก็ไม่ใช่เื่ที่ปล่อยไปได้ง่ายๆ
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับตระกูลถัง ตัวการคือหยางจื่อคนเดียว ต่อให้พวกนายสู้กับตระกูลถังไปก็เปล่าประโยชน์” ต่อให้ไม่มีใครพูดอะไร หลินอู๋เฉินก็คาดเดาความคิดได้ไม่ยาก
“ความหมายของคุณหลินคือ...” ผู้นำตระกูลเย่ถาม
“แค่ฆ่าหยางจื่อ ทุกอย่างก็จบ” หลินอู๋เฉินลุกขึ้นยืน แล้วหันหลังเตรียมจะเดินออกไป แต่ในขณะนั้นอยู่ๆ เขาก็หยุดเดินแล้วหันกลับมาพูดกับคนตระกูลเย่ “หลังจากที่ฉันออกไปจากที่นี่ ถ้าหาก้าส่งคนมาจัดการฉันก็ได้นะ จะรออยู่ที่ป่านหลงวิลล่า”
“คุณหลินล้อเล่นแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของคุณหลิน เป็ไปได้ยังไงที่คนธรรมดาอย่างพวกเราจะสู้ได้” ผู้นำตระกูลเย่กล่าวเถรตรง
ต่อหน้าปีศาจร้ายตรงหน้า เกรงว่าโอกาสล้างแค้นคงไม่มี
หลินอู๋เฉินไม่ได้พูดอะไร เมื่อเขาออกไปจากตระกูลเย่ ทุกคนจึงกลับมาหายใจสะดวกอีกครั้ง
..............
“คุณพ่อ เื่จะจบแบบนี้ไม่ได้นะ เขาฆ่าสามีของฉัน ไม่ว่ายังไงก็ต้องฆ่าหลินอู๋เฉินให้ได้!” นางเหมยคำราม หล่อนกอดสามีในสภาพไร้ลมหายใจ
“หุบปาก เย่เทียนตายด้วยน้ำมือของปรมาจารย์หลิน นั่นถือว่าเป็เกียรติของเขาแล้ว!” ผู้นำตระกูลตวาด เสียงของเขาดังก้องทั่วห้องโถง และทุกคนก็เห็นด้วยกับความคิดนี้
การเป็ศัตรูกับหลินอู๋เฉินไม่ใช่เื่ฉลาด
นี่ไม่ต่างจากนำไข่ไปกะเทาะหิน
ผู้นำตระกูลเย่ไม่สนใจนางเหมย กล่าวต่อว่า “รีบไปสืบข้อมูลของหยางจื่อ คราวนี้อย่าให้มีข้อผิดพลาดเด็ดขาด!”
“เข้าใจแล้วครับ แล้วตระกูลถัง...จะให้จัดการยังไงดีครับ”
“ตระกูลถัง? เราจะจัดการอะไรได้ ในเมื่อคุณหลินพูดถึงขนาดนั้น ก็มีแต่ต้องทำตามคำสั่ง หลังจากนี้เราจะผูกมิตรกับตระกูลถัง!”
“รับทราบครับ”
“จริงสิเย่เหริน ลูกสาวของนายเรียนอยู่ที่วิทยาลัยชุนเหลียนใช่ไหม”
“ครับคุณพ่อ ตอนนี้เธออยู่ข้างนอก มีอะไรหรือเปล่าครับ” เย่เหรินถาม เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
“ไม่มีอะไร แค่อยากให้ลูกของนายสานสัมพันธ์กับคุณหลิน”
“อะไรนะครับ...”
“จะคัดค้านฉันเหรอ?”
“เปล่าครับ แต่เื่แบบนี้...ควรที่จะให้เด็กๆ เป็คนตัดสินใจเอง”
ผู้นำตระกูลเย่พ่นลมจากจมูก “ผายลม! ตระกูลเย่เป็ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ในชุนเหลียน แล้วนายเห็นแล้วใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ต่อหน้าความแข็งแกร่งของคุณหลินเราไม่ต่างจากเนื้อบนเขียง ไม่สามารถต่อต้านได้เลย ดังนั้นทำไมนายถึงไม่เข้าใจ ว่าควรจะใช้โอกาสนี้สานสัมพันธ์กับคุณหลิน ใช้ลูกของนายเป็สะพานเชื่อมความสัมพันธ์!”