รันต์ขับรถมาจอดอยู่ริมทางหลวงนอกเมือง เพราะอยากจะจัดระเบียบข้อมูลในสมอง ด้วยการตากลมและมองรถที่แล่นผ่านไป
เขาเป็ตำรวจมา 12 ปี เคยผ่านฉากสยองมานับครั้งไม่ถ้วน เคยเห็นศพ เคยถูกยิง เคยสูญเสียเพื่อนร่วมงาน แต่ไม่มีครั้งไหนที่เขานั่งนิ่งข้างทางแบบนี้ เพราะไม่รู้จะตีความสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นยังไง
เขาเอื้อมมือหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลจากเบาะข้างคนขับ เปิดออกอ่านอีกครั้ง
เอกสารที่นิชาให้มา ละเอียดจนน่าใ ราวกับเธอรู้ว่าต้องสืบหาอะไรตรงไหน
รันต์เก็บเอกสารก่อนโยนกลับไปบนเบาะ มองออกไปที่แสงไฟถนน
สมองของเขาพยายามหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลสำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโกดัง เขาเป็คนที่เชื่อหลักฐานและเหตุผล ไม่ใช่เื่เหนือธรรมชาติ แต่คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ทุกข้อที่เขาคิดขึ้นมา ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันบิดเบือน เหมือนพยายามใส่ชิ้นจิกซอว์ผิดรูปเข้าไปในช่อง
สารเคมี สารหลอนประสาท การสะกดจิต ทุกข้อตอบไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงรู้เื่คดีนี้ได้ลึกขนาดนี้ ตอบไม่ได้ว่าเธอไปยืนอยู่หน้าสตูดิโอรินรดาทำไม ทำไมแววตาของเธอถึงดูเหมือนคนที่แบกความสูญเสียส่วนตัว
รวมถึง เธอทำให้เขาเห็นภาพหลอนแบบนั้นได้อย่างไรกัน
แต่เขาเองก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเป็ห่วง ราวกับรู้ว่าเธอ้าความอ่อนโยนจากใครสักคนในขณะนี้
รันต์สะบัดหัวสลัดความฟุ้งซ่านก่อนจะสตาร์ทรถ แล้วขับออกไป ตอนนี้เขายังไม่มีคำตอบ แต่เขาจะหาคำตอบให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกิน
ในคืนเดียวกัน วินนั่งอยู่ในห้องทำงานที่บ้าน แบบมืดๆ มีแค่แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้นที่ส่องสว่าง
หน้าจอแสดงโปรไฟล์ของนิชา วรโชติธนัชชนันท์ ข้อมูลสาธารณะทั่วไปที่เขาอ่านผ่านตามาแล้วก่อนส่งข้อความหาเธอครั้งแรก แต่คืนนี้เขาอ่านมันละเอียดกว่าเดิม
ประวัติการศึกษา ครอบครัว เพื่อน ธุรกิจ กิจกรรมสังคม วินอ่านทุกบรรทัดอย่างช้าๆ แล้วเปรียบเทียบกับสิ่งที่เขาสังเกตเห็นจากการพบกันสองครั้ง มีบางอย่างที่ไม่ตรงกัน
ตามในโซเชียลมีเดีย นิชาก่อนอุบัติเหตุเป็คนหุนหันพลันแล่น ชอบปาร์ตี้ ขี้โวยวาย และไม่เคยแสดงความสนใจเื่ศิลปะหรือปรัชญาเลย
แต่นิชาที่เขาพบในงานกาล่าและที่ร้านอาหารริมน้ำ โต้ตอบได้ฉับไว พูดจาชั่งน้ำหนักก่อนทุกครั้ง และมีความลึกในดวงตาที่เขาไม่เคยเห็นในไฮโซสาวประเภทนั้น
ถึงจะเกือบตายมา แต่มันก็ไม่ได้อธิบายว่าทำไมนิสัยถึงเปลี่ยนไปเหมือนเป็คนละคน
วินลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปที่สวนด้านล่างที่มืดสนิท เขามีคนที่จ้างไว้ทำงานแบบนี้ คนที่หาข้อมูลในที่ที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึงได้ และไม่เคยตั้งคำถาม
พรุ่งนี้เช้าเขาจะโทรหาคนนั้น เขา้ารู้ว่านิชาหลังอุบัติเหตุเป็คนเดิมหรือไม่ ก่อนที่มื้อค่ำวันเสาร์จะมาถึง
ถ้าไม่ใช่ เขาต้องรู้ว่าเธอคือใคร
และถ้าเธอรู้เื่ที่เขาไม่อยากให้ใครรู้...
วินปิดหน้าจอแล็ปท็อป ความมืดสนิทเข้าครอบงำใบหน้าที่เรียบเฉยและนิ่งสนิทเสมอ
รินนอนไม่หลับ
เธอนอนอยู่บนเตียงของนิชาในความมืด มองเพดานที่เธอมองมาหลายคืนแล้ว ร่างกายเหนื่อยแต่สมองกลับไม่ยอมหยุด
เธอนึกถึงรันต์ในโกดัง ตอนที่เขาถามว่าเธอเป็ใคร แล้วเมื่อเธอไม่ยอมตอบ เขาก็ไม่ได้กดดัน แค่พยักหน้าและถามต่อในสิ่งที่เขาต้องรู้จริงๆ
มันไม่ใช่วิธีตอบสนองที่เธอคาดไว้ เธอเตรียมรับมือกับการซักถาม การไม่เชื่อ หรือแม้แต่การขู่ว่าจะจับ แต่ไม่ได้เตรียมรับมือความเงียบแบบนั้น
เธอไม่แน่ใจว่าเขารู้หรือเปล่า ว่าเธอไม่ใช่นิชา เขาฉลาดพอที่จะสังเกตเห็นรอยร้าวในพฤติกรรม แต่ตำรวจอย่างเขาคงไม่คิดว่ามีิญญาสิงร่างอยู่หรอก เขาน่าจะคิดว่าเธอเป็คนที่รู้จักกับรินรดาและซ่อนบางอย่างไว้ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดทั้งหมด
เธอพลิกตัวมองนาฬิกา ตีสอง
รินพยายามข่มตานอน แต่ภาพในห้องทำงานของวินในคืนวันครบรอบโผล่มาทุกครั้งที่เธอหลับตาและกำลังจะผล็อยหลับ
เธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ลุกขึ้นนั่ง ชันเข่าขึ้นมากอดไว้แล้วมองออกไปที่หน้าต่าง
แสงไฟจากโคมไฟหน้าบ้านส่องสว่างจนท้องฟ้ายามดึกไม่ได้มืดสนิท
เธอนึกถึงสตูดิโอที่เธอเช่าไว้ตอนเป็ริน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะอยู่ในสภาพไหน
ภาพวาดทิวทัศน์แม่น้ำเ้าพระยายามเย็นที่วาดค้างไว้จะยังตั้งอยู่ที่เดิมหรือไม่
เธอนึกถึงนัท นึกถึงสตูดิโอที่พวกเธอเคยนั่งคุยกันทุกวันเสาร์ นัทชอบซื้อขนมมาฝาก ชอบเถียงกันเื่สีที่รินใช้ในภาพ ชอบชมผลงานของริน แต่ก็มักพูดว่าทำไมต้องโศกเศร้าตลอดเวลา ทำไมไม่วาดภาพที่มีความสุขบ้าง
“ฉันจะเอาตัวการที่ทำให้เธอหายไปมาลงโทษ ขอเวลาอีกนิดนะ” รินพึมพำในความมืด เสียงของเธอแ่เบาจนเกือบไม่มีเสียง
เธอไม่รู้ว่านัทได้ยินไหม แต่การพูดออกมาทำให้รู้สึกเบาใจขึ้นเล็กน้อย
รินนอนลงอีกครั้ง หลับตา ครั้งนี้เธอปล่อยให้ความเหนื่อยพาเธอไปสู่ห้วงฝันเอง
ความคิดสุดท้ายก่อนหลับคือเื่วิน เขากำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ เขากำลังวางแผนอะไรอยู่บ้าง และเขารู้สึกระแวงเธอมากแค่ไหนหลังคืนที่ร้านอาหาร
เธอหวังว่าเขาจะระแวง เพราะคนที่ระแวงมักจะพลาด
เหลืออีก 87 วัน