ตอนที่ 11 ...สีดำ (18+)
“ฉันถามว่าทำไมนายถึงอยู่ที่นี่ ตอนที่ฉันกำลังอาบน้ำอยู่”“เออ... วลาดบอกให้ฉันมาอาบน้ำ ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังอาบอยู่ ขอโทษ...”ผมค่อย ๆ หันหน้ากลับไปประจันกับเรือนร่างของเธออีกครั้ง เรือนร่างที่แทบทำให้หัวใจหยุดเต้น ส่วนที่ควรโค้ง โค้งกลมกลึงอย่างสวยงาม ส่วนที่ควรเว้าเว้าอย่างตรึงตา ไรขนอ่อน ๆ ที่ปกคลุมร่างกาย และเลยไปด้านล่างนั่น... ผมเผลอจ้องมองเรือนร่างของเธออย่างเหม่อลอย “ฉันถามว่านายมองอะไร”ผมสะดุ้งจากคำถาม จนเผลอตอบอะไรโง่ ๆ ออกไป“สีดำ... เอ่อ... ดวงตาของเธอมองบางมุมสีน้ำเงินเข้มจนเหมือนเป็นสีดำเลยนะ”“นายไม่ได้กำลังมองหน้าฉันอยู่”...ทำไมผมไม่เคยได้เจอเธอตอนสถานการณ์ปกติ ๆ บ้างเลยนะผมคิดย้อนไปถึงแฟ้มกระดาษที่มีชื่อของเธอเขียนอยู่เอาไว้ พร้อมกับตราประทับสีแดงที่ประทับเอาไว้บนหน้าปกซึ่งเขียนไว้ว่า “อันตราย”ภายในแฟ้มมีรูปถ่ายหลาย ๆ ใบของเธอหนีบเอาไว้อยู่ด้านใน รูปโดยส่วนมากเป็นรูปที่แอบถ่ายเธอจากไกล ๆ และไม่ค่อยชัด แต่มีรูปหนึ่งที่เป็นรูปถ่ายครึ่งตัวของเธอ ทำให้เห็นใบหน้าของเธอได้อย่างชัดเจนนั่นคงเป็นการพบกันครั้งแรกของผมกับเธอความรู้สึกแรกของผมคือ สวย... ผู้หญิงที่สวยขนาดนี้จะเป็นปีศาจอย่างนั้นหรือ?แต่พอได้อ่านข้อมูลจากเอกสารหลาย ๆ แผ่นภายในแฟ้มผมก็เริ่มค่อย ๆ เกิดความรู้สึกที่ผสมปนเปกันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งหวาดกลัว ทั้งเกลียดชัง และทั้งยังหลงใหลในรูปลักษณ์ของเธอเอกสารระบุว่าเธอเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นภัยต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก และอยู่เบื้องหลังของเหตุฆาตกรรมสยองขวัญหลาย ๆ เหตุการณ์ที่ยังจับตัวผู้ร้ายไม่ได้ในโลกนี้รายชื่อของสถานที่มากมายบนหัวกระดาษหลายแผ่นบูดาเปสก์... โปขระ... ลอนดอน...เอกสารแผนหนึ่งที่แนบอยู่กับรูปถ่ายครึ่งตัวของเธอ เขียนข้อมูลของเธอเอาไว้ชื่อ: เรย์ อิวะซะกิ ฉายา/ชื่ออื่น ๆ: Nine lives Ray (เรย์เก้าชีวิต)อายุคะเน: 300 ปีถิ่นกำเนิด: ไม่ปรากฏระดับพลัง: ระดับสามพลังพิเศษ: ไม่ทราบด้วยส่วนสูงถึง 175 เซนติเมตร... เกือบหกฟุต และสัดส่วนที่แน่นหนันของสายเลือดชาวเคลต์ที่ได้มาจากฝั่งของพ่อผนวกกับผมสีดำขลับ และเสน่ห์ลี้ลับแห่งชาติตะวันออกที่ได้มาจากฝั่งของแม่ ทำให้เรือนร่างที่มักจะซ่อนตัวอยู่ใต้เสื้อโค้ทสีดำนั้นน่าค้นหาเป็นอย่างมากทรินิตี้ติดตามสืบเกี่ยวกับเธอมาร่วมร้อยปี ข้อมูลจำนวนมากถูกบันทึกลงไปในฐานข้อมูลของพวกเขา จนในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจว่าระหว่างเรย์อยู่ที่ญี่ปุ่นอีกครั้งในรอบสิบปี จะเป็นการกลับมาญี่ปุ่นครั้งสุดท้ายของเธอผมนึกถึงรูปของเธอในเสื้อโค้ทอีกครั้งและครั้งนี้เรือนร่างนั้นไม่ได้มีสิ่งใด ๆ ปกคลุมอีกแล้ว“ตกลงนายมองอะไร” เรย์ถามผมด้วยเสียงสั่นจากความไม่พอใจ“ไม่ ๆ ไม่ได้มองอะไรทั้งนั้น” ผมเริ่มลนลานจนทำตัวไม่ถูก “ทำไมนายยังมีหน้ากลับมาที่นี่อีก หลังจากก่อเหตุวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น”“เออ เธอนั่งลงก่อนมั้ย คือฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลยถ้าเธอยืนจ้องหน้าฉันอยู่แบบนี้”เรย์ก้มลงไปมองร่างเปลือยเปล่าที่อวบอัดไปทุกสัดส่วนของตัวเอง“นายเขินที่จะมองเหรอไง ไม่มีโดมินาริคนไหนใส่ใจเรื่องร่างเปลือยของคนอื่นหรอกนะ พวกเราภูมิใจในทุกสิ่งที่เป็นเรา”แต่ผมไม่มีสมาธิน่ะซิ ไอ้การล้างสมองของพวกทรินิตี้นี่มันทำให้ผมลืมเรื่องราวการเป็นโดมินาริไปหมดเลยเหรอไงเนี่ย ทั้ง ๆ ที่ผมยังมีความทรงจำเรื่องอื่น ๆ มากมายไปหมด“ฉันไม่ชอบหน้านายเลย และไม่เคยชอบหน้าพวกสตรัคเกอร์คนไหนสักคน” เรย์พูดด้วยเสียงสั่น และกำหมัดแน่น พร้อมกับพุ่งเข้ามากระชากคอผมผมแข็งเกร็งไปแทบทุกส่วนในร่างกายจากแรงที่เธอบีบรัดเข้ามา ผมพยายามออกแรงขัดขืนและง้างมือของเธอออก “เรย์ปล่อย ปล่อยฉัน ฉันหายใจไม่ออก”แล้วเธอก็กดผมลงไปใต้น้ำ ร่างเปลือยเปล่าของเธอกระโดดขึ้นมาคร่อมร่างของผม พร้อมกับเพิ่มมืออีกข้างเข้ามารัดกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงของผมผมพยายามดิ้นสุดแรง แต่ก็มิอาจสู้แรงเธอได้แม้แต่น้อยตัวผมเริ่มกระตุก ปอดผมเริ่มแสบร้อนจากการขาดอาการ ฟองอากาศจำนวนมากพุ่งออกมาจากปากพร้อม ๆ กับที่ผมกรีดร้องร่างผมกระตุกแรง และผมก็รู้สึกผ่อนคลายไปทั่วทั้งร่างผม... ผมหายใจในน้ำได้?เรย์ปล่อยสองมือจากคอของผมผมรีบยันตัวขึ้นมาจากน้ำอย่างตระหนกตกใจ“บ้าเอ๊ย ไม่มีทางอะไรที่จะทำให้นายตายได้เลยหรือไงวะเนี่ย” เรย์สบถดังพร้อมเหวี่ยงกำปั้นทุบน้ำกระจายแตกเป็นฝอยกระเด็นไปทั่ว“เธอเป็นบ้าอะไรของเธอวะ เจอกันก็เอาแต่จ้องจะฆ่ากัน” ผมเอื้อมมือไปจับคอพยายามสลัดความรู้สึกเมื่อกี้ออกไป“ใครจะฆ่าใครก่อน? นายตอบมาซิ!” เรย์ตะคอกจนตัวสั่น “ตอบ!”ผมหน้าชากับคำถามของเธอ“ก็ฉันโดนล้างสมอง เอ่อ.. ที่พวกเธอเรียกว่าสตรัคนั่นแหละ ฉันจะไปรู้ได้ไงวะ ว่าฉันเป็นพวกเดียวกับพวกเธอ” ผมเสียงดังกลับในแววตาสีน้ำเงินเข้มของเรย์เหมือนกำลังสั่นไหว และมีความรู้สึกมากมายปนเปอยู่ เสียงเธออ่อนลงเล็กน้อยเล็กน้อย แต่ยังแฝงด้วยความโกรธอยู่“เพราะแบบนั้นแหละ ฉันถึงเกลียดสตรัคเกอร์ เกลียดมาก เกลียดจนอยากจะกำจัดให้หมด...” เธอนิ่งไป“จำไว้คาล หรือว่าจริง ๆ นายจะชื่ออะไรก็ตาม ฉันกับนายอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้” แล้วเธอก็หมุนตัวเดินออกจากบริเวณไป เรือนร่างที่ส่วนเว้าเว้า ส่วนโค้งโค้ง ของเธอยังดึงดูดสายตาของผมอยู่ ผมสังเกตเห็นว่าผิวที่เนียนเรียบของเธอมีรอยแผลเป็นอยู่ที่ด้านหลังไหล่ข้างซ้าย รอยแผลนั้นกลับทำให้ร่างของเธอดูมีเสน่ห์น่าค้นหามากขึ้นไปอีกรอยแผลเป็นของเธอ อาการพิการของอาเบล...โดมินาริก็ไม่ได้คงกระพันหรือเป็นอมตะเหมือนกันซินะ.............................................................ผมค่อย ๆ ตั้งสติ รวบรวมพลังทั้งหมด แล้วลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำเช็ดหัวเช็ดตัวจนแห้ง แล้วก็หยิบเอาเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ผมหยิบมาจากตู้เสื้อผ้ามาสวมใส่ มันเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว กับกางเกงผ้าสีน้ำตาล ดูแล้วเรียบร้อยจนไม่น่ามาอยู่บนร่างกายของผมได้เลยพอผมเดินออกไปจากห้องน้ำก็พบกับวลาดิเมียร์ยืนยิ้มปากกว้างอยู่“เพื่อน นายดูดีไม่หยอกเลยนะ ฮ่ะฮ่ะ อาบน้ำเป็นยังไงบ้าง” วลาดิเมียร์ยิ้มถาม “นายรู้?” “รู้เรื่องอะไร?” วลาดิเมียร์ทำหน้างงหรือว่าหมอนี้ไม่รู้เรื่องที่เรย์อยู่ในห้องน้ำจริง ๆ? ช่างมันเหอะ“ว่าแต่นายมาทำอะไรหน้าห้องน้ำเนี่ย” “ก็มารอพานายไปพบกับท่านหญิงวายาน่ะซิ มา ตามมา” วลาดิเมียร์พาผมเดินผ่านทางเดินกว้างและผ่านห้องที่น่าสนใจหลายห้อง สถานที่ที่เรียกว่าบ้านของอาเบลนั้น มันเหมือนกับโรงแรมหรือหอพักมากกว่าจะเรียกว่าบ้านมากมีประตูห้องมากมายฝังตัวอยู่ตามกำแพงตลอดทางเดินมีห้องหลาย ๆ ประเภทที่เหมือนจะมีไว้รองรับคนจำนวนมาก เหมือนห้องอาหารก่อนหน้านี้ที่ผมได้พบกับพวกวลาดิเมียร์ครั้งแรก ระหว่างทางวลาดิเมียร์พยายามเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ผมฟังมากมายเกี่ยวกับโดมินาริซึ่งผมไม่เหลือความทรงจำอยู่เลย รวมไปถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากความคิดที่แตกต่างกันของกลุ่มโดมินาริต่าง ๆ จนก่อให้เกิดเหตุการณ์แบบเมื่อวาน แล้ววลาดิเมียร์ก็วกกลับมาเรื่องที่ผมเป็นคนถามเขาก่อนหน้านี้“เมื่อกี้ที่หน้าห้องน้ำ นายถามฉันว่าฉัน ‘รู้’ เรื่องอะไรนะ?”“คือว่าฉันเจอเรย์อยู่ในห้องน้ำน่ะ...”แล้วผมก็เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้กับวลาดิเมียร์ฟังทั้งเรื่องที่เธอไม่ชอบหน้าผม และเรื่องที่เธอพูดถึงเรื่องของสตรัคเกอร์ แต่ผมไม่ได้บอกวลาดิเมียร์เรื่องรอยแผลเป็นที่ผมเห็นพอผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้วลาดิเมียร์ฟัง เขาก็ดูเคร่งขรึมขึ้นอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน“คาล ฉันไม่แน่ใจว่าฉันควรเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้นายฟังหรือเปล่า แต่เอาเป็นว่า นายช่วยทนกับเรย์หน่อยละกัน ยายนั่นมีความทรงจำกับสตรัคเกอร์ที่ไม่ค่อยดีนัก และถ้าเธอทำอะไรที่เกินเหตุไป นายก็มาบอกฉันละกัน เผื่อฉันจะช่วยอะไรได้บ้าง” ความทรงจำที่ไม่ค่อยดีนัก..?“ขอบคุณมากวลาด ว่าแต่เราจะถึงห้องรับแขกหรือยังเนี่ย?” ผมซาบซึ้งใจที่วลาดิเมียร์แสดงความห่วงใยให้กับผมจริง ๆ และก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาที่จะได้เจอกับวายาอีกครั้ง เพราะเอ่อ... เมื่อวานเราก็เริ่มต้นกันไม่ค่อยดีเช่นกันนี่ผมเริ่มต้นกับผู้หญิงโดมินาริไม่ดีเลยสักคนเหรอไงกันเนี่ย?“ไม่ต้องใจร้อนคาล ลงบันไดข้างหน้านี่เราก็จะถึงแล้วล่ะ”วลาดยังคงเล่าอะไรต่ออีกสองสามอย่างเกี่ยวกับการวางตัวตอนเจอวายา แต่มันแทบจะไม่เข้าหัวผมเลย เพราะอยู่ ๆ ผมก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอกับวายา... ท่านหญิงวายา... อีกครั้งประตูห้องรับแขกเปิดออกผมมองเข้าไปยังห้องที่เพดานสูง กว้างขวาง และมีพนังด้านหนึ่งเป็นกระจกเปิดกว้างทำให้เห็นสวนด้านข้างเกือบจะทั้งหมดแสงที่สาดส่องเข้ามาแทบจะทำให้ผมลืมไปเลยว่าเราอยู่ใต้ทะเล เพราะแลดูไปแล้วมันคลับคล้ายกับแสงแดดอ่อน ๆ กลางฤดูใบไม้ผลิที่ส่องเข้ามาอย่างอบอุ่นเงาร่างสองร่างนั้นยืนอยู่สองข้างถัดไปด้านหลังของโซฟาตัวใหญ่ ผมพอจะจำได้ว่าคนตัวใหญ่ชื่อว่าอมาร็อค และคนที่ร่างเล็กกว่าชื่อว่าโทคูลาทั้งสองยังคงใส่ชุดสูทสีดำและแว่นตาดำ เมื่อเห็นผมมองไปยังพวกเขา ทั้งสองผงกหน้าให้ผมเล็กน้อยและเมื่อสายตาผมเลื่อนลงไปยังโซฟา ผมก็รู้สึกแปลกใจกับภาพลักษณ์ที่แตกต่างไปจากการพบกันเมื่อคืนเหลือเกิน วันนี้วายาแต่งกายในชุดยาวสีแดงอมชมพูอ่อน ๆ เปิดไหล่ เผยให้เห็นผิวสีน้ำตาลแดงของเธออย่างน่ามอง ชุดยาวสีแดงอมชมพูตัวนี้ยาวไปเกือบถึงข้อเท้าของเธอ บริเวณหน้าอกยาวไปถึงแขนทั้งสองข้างคล้ายแขนเสื้อเป็นผ้าระบายบางอย่างสีแดง ชุดคอดลงตรงส่วนเอว และบานออกลงไปเป็นกระโปรงระบายบนหัวของเธอประดับไปด้วยมงกุฎสีเงินวงเล็ก ๆ วงหนึ่งมองไปแล้วราวกับว่าเป็นเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากเทพนิยายเมื่อเธอเห็นผม เธอก็ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่เจิดจ้าและอบอุ่นยิ่งกว่าแสงที่ส่องเข้ามาทางกระจกห้องหลายเท่า“เมื่อวานขอโทษที่เราเริ่มต้นตอนเจอกันไม่ดีเท่าไร และถึงเป็นอย่างนั้นนายก็ยังมาช่วยปกป้องฉันจากระเบิดของอันเดดอีกด้วย ฉันจึงอยากมาขอบคุณนายด้วยตัวเอง แล้วก็..”“ออกไปเดินเล่นในสวนกันมั้ย”ใจผมเต้นแรงจังจบตอนที่ 11