ตอน 11 เทศกาลโคมไฟมีคำขอของท่าน
"งั้นพรุ่งนี้ข้าจะพาเ้าไปเที่ยวเทศกาลโคมไฟในเมืองจะพาเ้าไปกินของที่เ้าอยากกิน พาเ้าไปปล่อมโคมไฟ เขียนคำอธิษฐาน "
-เทศกาลโคมไฟจีน มีความเชื่อว่าถ้าจุดโคมลุยและเขียนคำปรารถนาของตนเองลงไปจะเป็การอ้อนวอนร้องขอต่อเทพเซียนได้หากเขียนคำขอนั้นร่วมกันกับคนรักจะช่วยทำให้ทั้งสองสมหวังในรัก อยู่เย็นเป็สุขบางคนเชื่อว่าการเขียนคำขอลงบนโคมลอยจะทำให้คำขอนั้นเป็จริง
----------------------------------------- คืนเทศกาลโคมลอยณ เมืองหลวง-----------------------------------
ผู้ตรวจการหลี่และฮูหยินน้อย นั่งรถม้ามาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟคืนนี้เป็ค่ำคืนแสนอบอุ่น หวานละมุนไปด้วยความรักของทั้งสองคน ฉงปินตามใจภรรยามากภรรยาอยากกินอยากได้อะไรตามใจทุกอย่าง....
"ท่านพี่ มาดูนี่สิ สวยไหม "
หลิงเล่อจูงมือฉงปินมาที่ร้านปิ่น ....
"เ้าชอบอันไหน "
"ข้าชอบปิ่นนี้ท่านพี่ว่าถ้าข้าใส่มันจะสวยไหม"
"พ่อค้า ปิ่นนี้ราคาเท่าไหร่ "
"ปินร้านข้า ราคา 10 ตำลึง"
"ข้าหมายถึงถ้าข้าจะซื้อท่านทั้งหมดนี้"
หลิงเล่อทำสีหน้าใ ดึงแขนฉงปินออกไปจากร้านปิ่น
"บ่นพึมพัม แต่ในใจลึกๆก็แอบดีใจเขินอายมากที่สามีตามใจ ข้าแค่บอกว่ามันสวย แต่ข้าไม่ได้้าให้ท่านเหมาร้านปิ่นท่านใช้เงินสิ้นเปลืองเกินไปแล้ว...ถ้าท่านใช้จ่ายเก่งขนาดนี้งั้นคราวหน้าข้าจะไม่ให้พามาเที่ยวแล้วนะ"
หลิงเล่อแกล้งทำหน้างอน
"เอาล่ะๆ ภรรยาอย่าทำท่าทีเช่นนั้นถ้าเ้าไม่อยากให้ข้าสิ้นเปลืองข้าก็จะตามใจเ้า "
"เ้ามาดูนี่สิ ร้านนั้น ยิงธนู หากยิงเข้าเป้าของรางวัลเป็ปิ่นหยก ข้าจะนำปิ่นหยกนั้นมาให้เ้า"
ฉงปินตรงเข้าไปที่นั่น จ่ายเงินแล้วหยิบธนูคันเล็กเก่าๆขึ้นมาจากร้านข้างทาง
"พ่อค้า ถ้าหากว่าข้ายิงเข้าจุดสีแดงท่านจะมอบของรางวัลปิ่นหยกให้ภรรยาของข้าหรือไม่"
"แฮ่ๆ แน่นอนนายท่าน หากท่านยิงเข้า 3 ครั้งติดกันของรางวัลย่อมเป็ของท่าน"
ได้เลย พูดจบ ฉงปินยิงธนูครั้งเดียว ควบ 3 ดอก ทั้งสองดอก ยิงเข้าเป้าสีแดงในคราวเดียวกัน
คนที่นั่นต่างตกตะลึก ปรบมือโห่ร้องยินดีอึ้งในความเก่งกาจของเขากันยกใหญ่
หลิงเล่อรู้สึกภูมิใจในตัวฉงปินมากยิ่งมีเสียงโห่ร้องยินดีจากผู้คนมากเท่าไหร่นางยิ่งรู้สึกว่าสามีของนางเก่งกาจน่าเกรงขามกว่าใครๆวินาทีนั้นนางรู้สึกมีความสุขมาก รู้สึกดีใจที่วันนั้นได้แต่งงานกับหลี่ฉงปินผู้แสนดีมิได้แต่งกับขุนนางที่เลวร้าย
ฉงปินนำปิ่นหยกนั้นมาปักผมให้หลิงเล่อด้วยความใส่ใจ
ปักเสร็จเอียงหน้ามองอยู่ครู่หนึ่ง...
"เหมาะสม เหมาะสมกับสาวงามเช่นเ้าเสียจริงหวังว่าน้องหญิงจะไม่ถือว่าของขวัญชิ้นนี้ที่มาต่ำต้อยเกินฐานะของเ้า"
"ั้แ่แต่งเข้าจวน ไม่มีองค์หญิงที่สูงส่ง ... มีเพียงแค่อวี่หลิงเล่อของท่านพี่เท่านั้น... "
หลิงเล่ออยากอยู่กับฉงปินแค่สองคน
"จิงเป่า.... เ้ากลับจวนเถอะ "
ฉงปินเห็นเช่นนั้นทำหน้างุนงงว่าทำไมอยู่ดีๆภรรยาไล่ให้สาวใช้ของตนเองกลับจวน
หันไปมองหน้าเจ๋อชวง กับ ฉางหว่าน
ฉางหว่านกระซิบหูหลี่ฉงปิน
"นางเพียง้าจะอยู่กับท่านในคืนนี้แค่สองคน.... งั้นท่านยัง้าให้พวกข้าอยู่คอยระวังภัยให้หรือไม่...."
"เอ่อ...น้องหญิงเ้าให้จิงเป่ากลับไปกะทันหันเช่นนี้ เกรงว่านางจะออกมาเสียทีเสียแล้วงั้นมิสู้ให้เจ๋อชวง กับ ฉางหว่าน พานางไปเดินเที่ยวเ้าเห็นว่าอย่างไร.. นางดูแลฮูหยินของข้ามานาน ให้นางได้ผ่อนคลายสักหน่อยเถอะ"
ฉงปินหยิบถุงเงินออกมา1000ตำลึงยื่นให้ฉางหว่าน..
"เ้านำเงินนี้ไปพานางเที่ยวให้ทั่วเทศกาลแล้วพานางกลับจวนก่อนเวลา2 ชั่วยาม"
"ท่านพี่ ... ข้าเกรงว่านางจะเกิดเื่.."
"น้องหญิงอย่ากังวลเลย..มีเจ๋อชวงกับฉางหว่านไปเป็เพื่อนนาง งั้นเราไปซื้อโคมลอยกันเถอะพี่จะพาเ้าไปวาดคำอธิษฐานลงบนโคม... พี่จะวาดร่วมกับเ้าในโคมเดียวกัน"
"ทะท่านพี่... รู้หรือไม่ว่าขอลอยโคมเดียวกับข้าวาดคำอธิษฐานร่วมโคมใบเดียวกับข้า หมายความว่าเช่นไร..."
หลี่ฉงปินยิ้มเขินออกมา หัวเราะเล็กน้อย
"ข้าเป็ขุนนางแผ่นดิน ย่อมรู้ ย่อมรู้"
(หากเขียนคำขอนั้นร่วมกันกับคนรักจะช่วยทำให้ทั้งสองสมหวังในรักอยู่เย็นเป็สุข บางคนเชื่อว่าการเขียนคำขอลงบนโคมลอยจะทำให้คำขอนั้นเป็จริง)
ทั้งสองจูงมือกันเดินไปกลางถนนท่ามกลางผู้คนมากมายที่ไปร่วมเทศกาลโคมลอย...พบร้านขายโคมลอยของยายเฒ่าผู้หนึ่ง...ทั้งสองนั่งวาดคำขอลงบนโคมร่วมกัน...หลังจากนั้นลงเรือเพื่อจะไปปล่อยโคมกลางน้ำ..
หลังจากแยกตัวจากกันกับฮูหยินและฉงปินเจ๋อชวงรู้ว่าฉางหว่านมีใจให้กับจิงเป่า... จึงอาศัยจังหวะผู้คนชุลมุนในเทศกาลเพื่อแยกตัวออกไปก่อนจะแยกตัว เจ๋อชวงส่งสัญญาณให้ฉางหว่านเป็รหัสลับของทั้งสองคนที่ใช้ติดต่อกัน.... ตลอดเวลานั้น เป็ฉางหว่านพาจิงเป่าเที่ยว นางอยากทำอะไรอยากไปที่ไหนเขาตามใจนางทั้งหมด....
"อ๊ะ.... ท่านฉางหว่าน ข้ามัวเดินสนุกไปหน่อยไม่เห็นว่าท่านเจ๋อชางจะตามเรามา... จะทำเช่นไรดี เราจะต้องไปตามหาเขาหรือไม่... " จิงเป่าเริ่มสับสนกระวนกระวาย
ฉางหว่านผู้เ็า แต่หัวใจอบอุ่น โรแมนติก ไม่พูดอะไรอุ้มจิงเป่าที่กำลังเดินรอบตัวเขาอยู่ด้วยความกระสับกระส่าย... อุ้มพานางขึ้นไปบนหลังคาหอสำนักสังคีต... ตายแรกนางใกลัว...แต่ฉางหว่านกอดนางไว้แน่นในอ้อมกอด.... สายตาที่เ็าสะกดที่นางทำให้นางรู้สึกเขินอาย
"....ท่านปล่อยนะ ท่านอย่ามาเข้าใกล้ข้าเกินไปชายหญิงไม่ควรเข้าใกล้... "
"เ้าจะให้ข้าปล่อยจริงหรือไม่ ... งั้นลองมองลงไปข้างล่างสิ "
จิงเป่าใกลัว เอามือโอบกอดคอฉางหว่านแน่น... ฉางหว่านเห็นนางกลัว ยิ่งโอบเอวนางแน่นขี้นค่อยๆสอนนางนั่งบนหลังคา...จนนางสามารถนั่งได้....จึงค่อยหาเื่พูดคุยกับนาง
"... ท่านพาข้าขึ้นมาบนนี้ทำไม... "
"เ้าอยากรู้ใช่ไหม...ว่าทำไม..งั้นเ้ามองไปตรงนั้นสิ ฉางหว่านชี้นิ้วไปให้จิงเป่ามองตามที่เขาชี้"
"นั่นคือเซียวเจ๋อชวงที่ท่านถามหา... เขากำลังมุ่งหน้าไปที่จวนหลี่.... "
"ตรงนั้นเป็คุณหนูของเ้ากับนายท่านหลี่ฉงปินของข้า วาดโคมที่ริมสระน้ำ"
"ตรงนั้นเป็สะพานคู่รักพวกเขากำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม...."
ฉางหว่านทั้งพูดบรรยายอย่างมีความสุขจนลืมว่าจิงเป่านางเป็หญิงสาวบริสุทธิ์.....หันหน้ามาอีกที....
"เอ๋อ....จูบ...จูบเหรอ... "
"ข้า ข้าาา ขะ ข้า ไม่ได้ตั้งใจจะชี้เป้า... งั้นเ้าไม่ต้องดู ปิดตาของเ้าซะ.... "
ด้วยความไร้เดียงสาของจิงเป่า นางปิดตาตัวเองจริงๆ...
"อ๋าาาาา ถ้าให้ปิดตาแบบนี้ข้าก็มองไม่เห็นอะไรเลยน่ะสิ รวมถึงใบหน้าของท่าน..."
ฉางหว่านที่ได้ยินคำนั้น. รู้สึกใจเต้นแรง ดีใจขึ้นมา..
" เ้าว่าอะไรนะกลัวไม่เห็นใบหน้าของข้าหรือ"
ด้วยความดีใจ ฉางหว่านรีบดึงมือนางที่ปิดตาออกด้วยความอ่อนโยนเอาใบหน้าของตัวเองเข้าใกล้นางมาก เพียงแค่ปลายนิ้วมือใบหน้าของพวกเขาก็จะชนกัน..
จิงเป่ามองใบหน้าอันงดงามของฉางหว่าน...
นางเองก็มีใจให้ฉางหว่านนานแล้วเพียงแต่ไม่มีโอกาสแสดงออกเพราะกลัวถูกมองว่าต่ำต้อยจึงเก็บไว้ในใจ...แต่เมื่อวันนี้สถานการณ์เป็ใจ...นางตัดสินใจ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีก...กระทั่งใบหน้าของทั้งสองแนบกัน... ปากของนางชนปากของฉางหว่าน... เพียงแค่นั้นฉางหว่านทนไม่ไหว... เอามือทั้งสองข้างโอบกอดรัดนางไว้จูบอย่างดูดดื่มไม่ให้จิงเป่าดิ้น.... ในที่สุดคืนนั้นจิงเป่ากับฉางหว่านก็ได้พูดความในใจต่อกัน....