องค์ชายเก้าอย่างอวิ๋นถัง จงใจพูดกับถังเป่าว่า "เ้าช่างหน้าตาอัปลักษณ์ยิ่งนัก!" เพื่อยั่วโมโหนาง
เพราะองค์ชายเก้าเติบโตมาในวังหลังั้แ่เด็ก จึงรู้ซึ้งถึงความคิดของผู้หญิงดีที่สุด ไม่ว่าอายุจะมากหรือน้อย ผู้หญิงล้วนให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของตนเองมากที่สุด หากมีคนบอกว่านางอัปลักษณ์ เหอะ ๆ เกรงว่าองค์หญิงสิบสี่ผู้นี้คงจะร้องไห้โฮออกมาเป็แน่!
เหมือนกับองค์หญิงหกพี่สาวของเขา หากเขาบอกว่านางไม่สวย องค์หญิงหกจะต้องะเิอารมณ์ทันทีอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ไม่ได้พูดผิดเสียหน่อย องค์หญิงสิบสี่ที่ท่านพ่อเพิ่งรับมาคนนี้ ทั้งตัวเหลืองทั้งผอม ดูยังไงก็ไม่หน้าตาดีเท่าเขาเลยด้วยซ้ำ
ท่านแม่ของเขานั้นคือพระสนมอี๋เฟยผู้เลอโฉมและเป็ที่โปรดปราน!
องค์ชายเก้ายืนรอฟังเสียงร้องไห้ของถังเป่าอยู่หน้าเตียงัด้วยความลำพองใจ
ใครจะไปคาดคิดว่าถังเป่าจะไม่สนใจเลยว่าอวิ๋นถังพูดอะไร นางมองดูเด็กชายตรงหน้าด้วยดวงตาเป็ประกาย แล้วส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ
"พี่เก้า!"
นี่คือพี่ชายคนใหม่! คนที่ไม่เคยเห็น! แปลกใหม่จัง!
ถังเป่าตื่นเต้นเป็ที่สุด
"เก้า... พี่?" คิ้วทั้งสองข้างของอวิ๋นถังขมวดมุ่นจนเป็ลอนคลื่นเหมือนผิวน้ำที่ถูกลมพัด
เขาอุทานเสียงหลง เกือบจะะโตัวลอย "นี่มันคำเรียกบ้าอะไรกันเนี่ย!"
กู้เวิ่นสิงกลั้นหัวเราะลั่น "องค์ชายเก้า องค์หญิงสิบสี่ยังเล็กนัก นางเรียกท่านรัชทายาทว่า พี่รอง เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ"
ถังเป่าตบเตียงที่นางนอนอยู่ พลางเห็นด้วยอย่างยิ่ง "ใช่!"
พี่รองก็คือพี่ชาย พี่เก้าก็คือพี่ชาย ย่อมถูกต้องแล้ว!
จนถึงตอนนี้ถังเป่าก็ยังไม่รู้ตัวว่า สำเนียงที่นางคิดว่ามาตรฐานนั้น จริง ๆ แล้วมีความเป็เด็กน้อยที่น่ารักปนอยู่
"พี่เก้า!" เมื่อเผชิญหน้ากับพี่ชายคนใหม่ ถังเป่าจะยังรู้สึกเบื่อเหมือนเมื่อครู่ได้อย่างไร นางแทบอยากจะลุกขึ้นไปเกาะตัวพี่ชายทันทีเลย
เป็อย่างที่นางคิดไว้จริง ๆ ด้วย!
หาท่านพ่อเจอแล้ว หาพี่รองเจอแล้ว พี่ชายคนอื่น ๆ จะอยู่ไกลได้อย่างไร!
ไม่มีทาง!
องค์ชายเก้ารู้สึกว่าอารมณ์ของตนเองช่างแปลกประหลาด
ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจจะแกล้งเ้าก้อนกลมหน้าตาอัปลักษณ์คนนี้ แต่ทำไมพอถูกเรียก ‘พี่เก้า’ คำเดียว เขากลับรู้สึกเหมือนยอมรับนางเป็น้องสาวจริง ๆ จนไม่อยากแกล้งเ้าก้อนกลมนี้เสียแล้ว?
และหากมองดูดี ๆ จะพบว่า เ้าก้อนกลมนี้ก็แค่ตัวเหลืองนิดหน่อย ผอมนิดหน่อย จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้อัปลักษณ์ขนาดนั้นนี่นา!
"พี่เก้ามานั่งนี่เร็ว!"
ถังเป่าไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากเตียง และเพราะอยากใกล้ชิดกับพี่เก้า นางจึงได้แต่กวักมือเรียกให้อวิ๋นถังมานั่งข้าง ๆ
กู้เวิ่นสิงถอยหลังออกไปเล็กน้อย เพื่อเปิดทางให้อวิ๋นถัง แต่ในใจของเขากลับคิดว่าองค์ชายเก้าคงจะไม่ยอมเดินเข้ามาหรอก
ทว่ากู้เวิ่นสิงกลับเห็นองค์ชายเก้าเดินเข้ามาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ และเชื่อฟังคำพูดขององค์หญิงสิบสี่เป็อย่างมาก
นี่ใช่เ้าปีศาจน้อยตัวแสบที่คอยป่วนวังหลังคนเดิมหรือเปล่านะ?
อวิ๋นถังนั่งลงข้าง ๆ ถังเป่า พร้อมกับแสร้งถามด้วยน้ำเสียงดุ ๆ ว่า "ข้านั่งลงมาแล้ว เ้าอยากจะทำอะไร!?"
นอกจากอยากใกล้ชิดกับพวกพี่ชายแล้ว ถังเป่าก็ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น!
นางโผเข้ากอดอวิ๋นถังอย่างแรง ท่ามกลางดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความใของเด็กชาย "จุ๊บ" นางประทับจุมพิตลงบนแก้มของเขาเสียงดังสนั่นเสียแล้ว!
อื้ม นี่แหละคือพิธีต้อนรับพี่ชายของถังเป่า!
คุณอาเทพเซียนเคยบอกว่า ท่านพ่อและพวกพี่ชายจุติลงมาโลกมนุษย์ จึงจำถังเป่าไม่ได้แล้ว
แต่ไม่เป็ไร ขอเพียงถังเป่าจุ๊บให้บ่อยเข้า สักวันท่านพ่อและพวกพี่ชายจะต้องจำถังเป่าได้แน่นอน!
ดังนั้นั้แ่พบจักรพรรดิคังซี ถังเป่าจึงตั้งใจใช้วิธีที่คุณอาเทพเซียนบอกอย่างจริงจัง
แต่สิ่งที่ถังเป่าไม่รู้ก็คือ
เพียงแค่ ‘จุ๊บ’ เหล่านี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ท่านพ่อและพวกพี่ชายของนางหวั่นไหวแล้ว!
อวิ๋นถังลูบแก้มตัวเองอย่างแข็งทื่อ ยังคงรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่หลงเหลืออยู่
แต่ว่า...
เขามักจะเป็คนที่รักสะอาดมาก ทว่าครั้งนี้กลับไม่รู้สึกว่าสกปรกเลยสักนิด?
นี่... นี่มันแปลกเกินไปแล้ว!
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่แขนของอวิ๋นถังกลับโอบกอดร่างเล็ก ๆ ของถังเป่าไว้โดยไม่รู้ตัว เพราะกลัวว่านางจะตื่นเต้นเกินไปจนหัวทิ่มตกจากเตียงัลงไป!
"เ้า... เ้านั่งดี ๆ ! เป็เด็กผู้หญิง ต้องรู้จักสำรวม!" อวิ๋นถังพูดตะกุกตะกักจนลิ้นพันกัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ลืมที่จะสั่งสอนถังเป่าสองสามคำ
"แล้วก็... เ้า... เ้าไปจุ๊บคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ได้อย่างไร? โดยเฉพาะกับเด็กผู้ชาย!"
ถังเป่ากระพริบตาปริบ ๆ แล้วพูดอย่างไร้เดียงสาว่า "แต่ว่า พี่รองบอกว่าถังเป่าทำแบบนี้ได้แค่กับท่านพ่อและพี่ชายเท่านั้น! คนอื่นทำไม่ได้เพคะ!"
ประโยคนี้ถูกประมวลผลในหัวของอวิ๋นถังแล้วเขาก็เข้าใจ
"เหอะ ที่แท้รัชทายาทก็บอกเ้าไปแล้ว เสียแรงที่ข้าอุตส่าห์มีน้ำใจ!" อวิ๋นถังพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉา
ที่แท้ เขาไม่ใช่คนแรกที่ถูกเรียกว่า ‘พี่’ รัชทายาทเจอเ้าก้อนกลมนี้ก่อนแล้ว!
เนื่องจากตื่นมาก็ถึงเวลากินข้าวทันที ผมของถังเป่าจึงยังไม่ได้หวี ตอนนี้เส้นผมของนางจึงชี้โด่เด่ไปทุกทิศทาง ขณะที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของอวิ๋นถังอย่างมีความสุข
"อะแฮ่ม" เมื่อต้องเผชิญกับสายตาของกู้เวิ่นสิงและโกวหง อวิ๋นถังก็เริ่มรู้สึกขัดเขิน "ทำไมสายป่านนี้แล้ว เ้ายังไม่ลุกจากเตียงอีก?"
เขาทำหน้าจริงจัง "รอจนท่านพ่อเสร็จสิ้นการว่าราชการและกลับมา หากเห็นเ้ายังนอนอืดอยู่ ต้องโดนตีก้นน้อย ๆ แน่! เร็วเข้า ได้เวลาลุกแล้ว"
คิ้วเล็ก ๆ ของถังเป่าขมวดเข้าหากันทันที
นางลูบก้นน้อย ๆ ของตัวเอง ซึ่งเป็ส่วนที่มีเนื้อเพียงสองจุดนอกจากพุงน้อย ๆ แล้วรู้สึกสงสารตัวเองยิ่งนัก
"คางคกจะตีตูดถังเป่า... เบา ๆ หน่อยได้ไหมเพคะ... มันเจ็บนะ"
คางคกอะไรกัน! อวิ๋นถังผู้จนปัญญาจึงต้องพูดว่า "...ถ้าเ้าลุกขึ้น ท่านพ่อก็จะไม่ตี พี่เก้าจะเป็พยานให้เ้าเอง"
น่าเสียดายที่ถังเป่าฟังคำพูดเพียงครึ่งเดียว นางได้ยินแค่ประโยคหลังของอวิ๋นถังที่ว่า พี่เก้าจะเป็พยานให้เ้าเอง
เ้าก้อนกลมดีใจจนเหมือนขนมบัวลอยลูกโตที่แตกออก ดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในอ้อมกอดของอวิ๋นถัง
"พี่เก้าดีที่สุดเลย!"
มุมปากของอวิ๋นถังยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่ปากกลับพูดสวนทางกับใจว่า "อย่าดิ้น! ระวังตกนะ!"
จนกระทั่งถังเป่ายอมหยุดนิ่ง อวิ๋นถังเด็กชายวัยเก้าขวบผู้เ้าเนื้อกลับมีอาการหอบเล็กน้อย
ในตอนนั้นเอง กู้เวิ่นสิงที่ดูละครฉากนี้จนจบ จึงค่อย ๆ อธิบายเหตุผลที่ถังเป่า ‘นอนอืด’ ให้อวิ๋นถังฟัง
"เมื่อคืนนี้องค์หญิงสิบสี่เกิดไข้สูงกะทันหัน เพิ่งจะลดลงเมื่อเช้านี้เองพ่ะย่ะค่ะ ดังนั้นฮ่องเต้จึงทรงอนุญาตให้องค์หญิงสิบสี่นอนพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้ดีก่อน"
"ไข้สูงงั้นหรือ?"
อวิ๋นถังได้ยินดังนั้นก็ไม่อาจนั่งเฉยได้อีกต่อไป เขายื่นมือไปแตะหน้าผากกว้างของถังเป่าเพื่อลองดู โชคดีที่อุณหภูมิปกติแล้ว
"กินยาหรือยัง?"
"หมอหลวงว่าอย่างไรบ้าง?"
"เ้าจะลุกขึ้นมาทำไม? รีบนอนพักผ่อนเดี๋ยวนี้เลย!"
องค์ชายเก้าผู้ไม่เคยปรนนิบัติใคร กลับบ่นพึมพำเหมือนแม่นม และยังลุกขึ้นจัดการด้วยตัวเอง โดยการยัดเ้าก้อนกลมถังเป่าเข้าไปในผ้าห่ม และดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดจนถึงคางของถังเป่าอย่างละเอียดถี่ถ้วน
แต่นี่มันเดือนหกนะ ถังเป่ากระพริบตาปริบ ๆ ทำปากยื่นแล้วพูดว่า "พี่เก้า ถังเป่าร้อนเพคะ..."
อวิ๋นถังถลึงตาใส่ "ร้อนอะไรกัน เ้าไม่ร้อน!"