ม่านพลังด้านนอกของเรือเหาะิญญาเกิดช่องโหว่ เงาร่างหนึ่งรุกรานเข้ามาอย่างรวดเร็วและลงมาหยุดยืนอยู่บนดาดฟ้า เขาคือผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงเทพ สวมชุดสีดำและคลุมศีรษะด้วยผ้าคลุมสีดำ แรงกดดันระดับแปลงเทพที่เขาแผ่ออกมานั้นกดทับลงบนร่างของทุกคน ราวกับมีูเาขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นกดทับจนผู้คนหายใจไม่ออก
"ผู้ใดบังอาจโจมตีเรือเหาะิญญาของหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลของข้า!" เสวียนจิ่วเซียนจวินะโก้องพร้อมกับร่อนลงมาจากท้องฟ้าด้วยท่าทางสง่างาม
"เสวียนจิ่ว ข้านี่แหละที่ตามหาเ้า!" อีกฝ่ายด่าสวนกลับมาประโยคหนึ่งก่อนจะลงมือโจมตีทันที ลูกไฟร้อนระอุะเิออกตรงหน้าแล้วพุ่งเข้าใส่เสวียนจิ่วเซียนจวินอย่างรวดเร็ว
เสวียนจิ่วเซียนจวินใอย่างมาก รีบป้องกันอย่างลนลานและจำเ้าของเสียงนั้นได้ "ส้านหงเซียว! เ้ามาได้อย่างไร?"
"เ้าขโมยเมียข้า ยังไม่ยอมให้ข้าตามมาหาอีกหรือ?"
ส้านหงเซียวโกรธจัดจนไฟลุกท่วม ลูกไฟั์ที่ลุกโชนตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็ลูกศรเพลิงนับไม่ถ้วน พุ่งเข้าใส่เสวียนจิ่วเซียนจวินอย่างรวดเร็ว ลูกศรเพลิงเ่าั้ทรงพลังมหาศาลจนไม่อาจต้านทาน เมื่อเฉี่ยวชนดาดฟ้าเรือเหาะิญญาก็จุดไฟให้ลุกโชนขึ้นทันที ทั้งที่เป็เปลวไฟสีส้มแดง แต่ไม่รู้ทำไม เจียงซินมองดูแล้วรู้สึกว่ามันมีสีเขียวปนแดงอยู่ด้วย
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับิญญาก่อกำเนิดสองคนที่คุมเรือไม่กล้าสอดแทรกเข้าไปในการต่อสู้ระหว่างผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทพ แต่เมื่อเห็นเรือเหาะิญญาถูกจุดไฟ ต่างก็รีบใช้ความสามารถของตนเพื่อดับไฟอย่างเร่งด่วน
ส่วนผู้ดูแลและลูกจ้างคนอื่น ๆ ของหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลรีบจัดระเบียบให้ผู้โดยสารอพยพไปยังห้องนิรภัยภายในเรือเหาะิญญา มีเพียงพวกของฉู่หลินเฟิงสามคนที่หลบเลี่ยงฝูงชน แอบย่องมาสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลจากจุดปะทะอย่างลับ ๆ เพราะพวกเขามีของวิเศษที่ฉีหลานชิงมอบให้ การต่อสู้ระดับแปลงเทพจึงไม่สามารถทำอันตรายพวกเขาได้
เสวียนจิ่วเซียนจวินใช้เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายพริบตา ในจังหวะที่อาคมของส้านหงเซียวเกือบจะถึงตัว เขาได้สลับตำแหน่งกับอีกฝ่าย ทิศทางของลูกศรเพลิงเ่าั้จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ส้านหงเซียวทันที สีหน้าของส้านหงเซียวเปลี่ยนไปเล็กน้อย ร่างกายของเขากลายเป็ลูกไฟลูกหนึ่งอย่างรวดเร็ว และหลอมรวมเข้ากับลูกศรเพลิงเ่าั้ จากนั้นลูกไฟนี้ก็พุ่งตรงเข้าใส่เสวียนจิ่วเซียนจวิน
แม้แต่ดาดฟ้าที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งเป็พิเศษ ก็ไม่อาจทนรับการโจมตีเช่นนี้จากผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทพสองคนได้ พลังจากการต่อสู้ของทั้งคู่ปะทะลงบนดาดฟ้าจนไม่นานดาดฟ้าก็แตกสลาย เผยให้เห็นค่ายกลหลากสีที่กำลังทำงานอย่างช้า ๆ อยู่ภายใน เมื่อการโจมตีตกลงมาอีกครั้ง ค่ายกลก็แตกกระจายเสียงดังโครม!
นี่คือค่ายกลที่ใช้ช่วยรักษาการทรงตัวของผู้โดยสารบนเรือเหาะิญญา เมื่อค่ายกลแตกสลาย ทุกคนจึงเสียหลักล้มระเนระนาดตามแรงสั่นะเืของเรือเหาะิญญา ฉู่หลินเฟิงและหลินเยี่ยนต้องใช้พลังิญญายึดตัวเองไว้กับเรือเหาะิญญาอย่างแ่า เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเหวี่ยงออกไปนอกเรือโดยไม่ตั้งใจ
เสวียนจิ่วเซียนจวินร้อนรนใจเป็อย่างยิ่ง หากเป็เช่นนี้ต่อไป เรือเหาะิญญาทั้งลำจะต้องพังทลาย แม้เขาจะสามารถใช้พลังบำเพ็ญระดับแปลงเทพเอาชีวิตรอดได้ แต่ผู้โดยสารคนอื่น ๆ คงยากที่จะรอดพ้นความตาย
หากมีคนตายมากขนาดนี้ ทางการและหอการค้าต้องสืบหาความจริงจนถึงที่สุดแน่นอน และหากพวกเขาพบว่าการโจมตีครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเขา ต่อให้ทางการจะปล่อยเขาไป แต่ครอบครัวของผู้โดยสารเหล่านี้ไม่มีทางปล่อยเขาไว้แน่
ไม่ว่าจะอย่างไรต้องปัดความผิดไปให้พ้นตัวก่อน!
เสวียนจิ่วเซียนจวินะโด่า "ส้านหงเซียว เ้าอย่ามาพูดเหลวไหล! ข้าจะไปทำเื่แบบนั้นได้อย่างไร!"
"ศิลาบันทึกภาพที่ข้าไว้ในห้องบันทึกไว้หมดแล้ว เ้ายังกล้าปฏิเสธอีก!"
ส้านหงเซียวโกรธยิ่งกว่าเดิม ร่างที่กลายเป็ลูกไฟของเขาพลันขยายใหญ่ขึ้นราวกับูเาลูกย่อม ๆ ปกคลุมเรือเหาะิญญาทั้งลำ เมื่อรู้ว่าไม่อาจปฏิเสธได้อีก เสวียนจิ่วเซียนจวินจึงเปลี่ยนแผนทันที "เรือเหาะิญญาลำนี้เป็ทรัพย์สินของหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหล เ้าจะแก้แค้นข้าก็แก้แค้นไป แต่อย่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์!"
"หอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลแล้วอย่างไร? ขอเพียงวันนี้เ้าและทุกคนในเรือเหาะิญญาลำนี้ตายอยู่ที่นี่ ก็จะไม่มีใครรู้ว่าข้าเป็คนทำ!"
เมื่อพูดถึงตอนท้าย ส้านหงเซียวถึงกับหัวเราะออกมา การโจมตีของเขายิ่งรุนแรงขึ้น ค่ายกลป้องกันของเรือเหาะิญญาถูกทำลายลงทีละชั้น ปรมาจารย์ค่ายกลซ่อมแซมได้ไม่ทันกับความเร็วในการทำลายของเขา ค่ายกลหลายแห่งที่ใช้พยุงการบินของเรือเหาะิญญาได้รับความเสียหาย ทำให้เรือเหาะิญญาทั้งลำค่อย ๆ ร่วงหล่นลงสู่ทะเลเมฆ
"ศิษย์พี่รอง ท่านดูแลศิษย์น้องหญิงด้วย ข้าจะไปเดี๋ยวเดียว"
ฉู่หลินเฟิงหยิบยันต์ที่ดูเหมือนทำจากแผ่นทองคำออกมา หลังจากกระตุ้นอุปกรณ์ป้องกันแล้ว เขาก็เตรียมจะเข้าไปหยุดความขัดแย้งนี้ ส่วนเจียงซินจำได้ว่านั่นคือยันต์ะเืฟ้า ยันต์เพียงแผ่นเดียวสามารถปลิดชีพผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทพได้ทันที
ใช้ตอนนี้ไม่เป็การสิ้นเปลืองหรอกหรือ?
ทารกน้อยส่งเสียง "แอ๊ แอ๊ แอ๊" ร้องอย่างร้อนใจในอ้อมกอดของหลินเยี่ยน
[ศิษย์พี่ห้า อย่าไปนะ! ใช้ยันต์ะเืฟ้าะเิส้านหงเซียวเนี่ยนะ การใช้ยันต์ะเืฟ้าไปะเิใส่ส้านหงเซียว ก็เหมือนจิ๋นซีฮ่องเต้ให้กำเนิดหูไห่ ต่อให้ชนะก็ยังขาดทุนย่อยยับ! ส้านหงเซียวตอนมีชีวิตมีค่าตั้งแปดหมื่นศิลาิญญาระดับสูงเลยนะ! พวกเราจับเขาแบบเป็ ๆ ไปรับเงินรางวัลดีกว่า!]
ท่าทางที่กำลังจะพุ่งออกไปของฉู่หลินเฟิงชะงักลง ศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อน เพียงพอให้เขาได้กินของดี ๆ ไปอีกหลายมื้อเลย แต่พลังของยันต์ะเืฟ้านั้นรุนแรงเกินไป ลงมือครั้งเดียวถึงแก่ความตาย
ต่อให้ปาให้พลาดนิดหน่อยเพื่อให้ส้านหงเซียวปางตาย ฉู่หลินเฟิงก็ไม่กล้าให้เขามาอยู่ใกล้ตัว เพราะระดับแปลงเทพที่พิการก็ยังเป็ระดับแปลงเทพ พลังของทั้งสองฝ่ายห่างชั้นกันเกินไป ส้านหงเซียวสามารถโต้กลับพวกเขาได้ทุกเมื่อ
เมื่อเห็นฉู่หลินเฟิงและหลินเยี่ยนมีสีหน้าลังเล เจียงซินก็นึกขึ้นได้ว่าพวกเขามีพลังบำเพ็ญเพียงระดับแก่นทองคำ การจะให้ไปจับส้านหงเซียวระดับแปลงเทพนั้นเป็เื่ที่ยากลำบากสำหรับพวกเขาจริง ๆ
[ซิวโก่ว เ้าไปเถอะ]
เจียงซินปล่อยเ้าหมาน้อยนำโชคที่ซ่อนอยู่ในฝ่ามือออกมา ซิวโก่วทำหน้ามึนงง หูตก หดตัวลีบ และพยายามถอยหลังหนีอย่างสุดชีวิต
พวกเขายังสู้อันดับแปลงเทพไม่ได้ แล้วมันจะสู้ได้หรือ? มันก็แค่ระดับิญญาก่อกำเนิดเองนะ!
[ั้แ่นี้เป็ต้นไป เ้าคือยอดสุนัขระดับหลอมความว่างเปล่า! ไม่มีงานที่ยาก มีแต่สุนัขที่กล้าหาญ! ไปเลย เ้าหมาลมกรด!]
เจียงซินตบลงที่หลังของซิวโก่ว ซิวโก่วขดตัวเป็ก้อน ต่อต้านอย่างรุนแรง ไม่ยอมก้าวไปข้างหน้า ทว่าร่างกายของมันกลับพุ่งทะยานออกไปโดยไม่อาจควบคุมได้ ในขณะเดียวกัน มันรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ส่งมาจากจุดที่เจียงซินตบเมื่อครู่ ตบะของมันพุ่งสูงขึ้นเป็ขั้น ๆ จากระดับิญญาก่อกำเนิดขึ้นสู่ระดับแปลงเทพ และในพริบตาเดียวก็พุ่งจากระดับแปลงเทพขึ้นสู่ระดับหลอมความว่างเปล่า
มันรู้สึกว่าร่างกายเต็มไปด้วยพลัง!
หึ พวกมนุษย์อ่อนแอ!
พลังระดับหลอมความว่างเปล่าพุ่งออกจากร่างแผ่ซ่านไปทั่วทุกทิศทางของเรือเหาะิญญา ฉู่หลินเฟิงและหลินเยี่ยนถูกพลังนี้กวาดผ่าน ทั้งคู่ต่างรู้สึกใจสั่นสะท้านตามสัญชาตญาณ จากนั้นในหัวของสองศิษย์พี่ศิษย์น้องก็ปรากฏภาพท่าทางที่สั่นเทาและอ่อนแอของซิวโก่วเมื่อครู่ และนึกถึงคำคำหนึ่งขึ้นมาพร้อมกัน สุนัขอาศัยบารมีนาย
ผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทพสองคนที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดถึงกับชะงักมือพร้อมกันด้วยความใ และมองไปยังเงาสีดำที่พุ่งมาจากไหนไม่รู้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ส่วนซิวโก่วหยุดนิ่งกลางอากาศ มองลงมายังพวกเขาจากเบื้องบนพร้อมแยกเขี้ยวอย่างดุร้าย และส่งเสียงคำรามที่ทรงพลังว่า "โฮ่ง!"
เมื่อเห็นว่าส้านหงเซียวก็ใเช่นกัน เสวียนจิ่วเซียนจวินจึงดีใจอย่างยิ่ง "ไม่ทราบว่าเต้าจวินท่านใดที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ?"
ซิวโก่ว "โฮ่ง!"
ข้าคือสุนัขเต้าจวินของเ้า!
โดยปกติแล้ว สัตว์อสูรเมื่อถึงระดับิญญาก่อกำเนิดจะสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ และเมื่อถึงระดับแปลงเทพจะสามารถแปลงร่างเป็มนุษย์ได้ จึงไม่ค่อยมีกรณีที่สื่อสารกันลำบาก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเต้าจวินระดับหลอมความว่างเปล่าที่เอาแต่ร้อง "โฮ่ง" เสวียนจิ่วเซียนจวินจึงรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาทันที
ส่วนส้านหงเซียวเห็นดังนั้นก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้ช่วยของเสวียนจิ่วเซียนจวิน จึงเบาใจลง เขาประสานมือคารวะ และกล่าวกับซิวโก่วอย่างนอบน้อม "ขอเต้าจวินโปรดอภัย ข้ามีเื่แค้นส่วนตัวกับเ้านี่ แก้แค้นเสร็จแล้วข้าจะไปทันที หากเป็การรบกวนเต้าจวิน พวกเราจะย้ายที่เดี๋ยวนี้"
เงินรางวัลที่กำลังจะได้จะบินหนีไปแล้ว เจียงซินเริ่มร้อนใจ
[ห้ามให้พวกเขาไป! ซิวโก่ว จับส้านหงเซียว!]
ซิวโก่วไม่ได้ยินเสียงในใจของนาง มันเพียง้าอวดตบะระดับหลอมความว่างเปล่าของตนเอง เมื่อเห็นว่าส้านหงเซียวคิดจะจากไป มันจึงใช้ตบเดียวฟาดเขาลงมาทันที
‘ท่านปู่หมาอย่างข้าอนุญาตให้เ้าไปแล้วหรือ? หมอบลง แล้วรับกรรมซะ!’