บทที่ 8
ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนก่อน หลังจากที่จูเฟยหลินได้อ่านบัญชีกิจการเครื่องเขียนสกุลจูแล้วนางก็ได้พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของสกุลจูล้วนเป็ขาจรทั้งสิ้น มิมีลูกค้ารายใหญ่ที่เป็รายได้หลักของร้านเลยแม้แต่น้อย เมื่อสอบถามพี่ชายของนางก็ทราบว่าที่เมืองซีอานมีสำนักศึกษาใหญ่2 แห่ง ได้แก่สำนักศึกษาหยางิ และสำนักศึกษาฮุ่ยหนิง สำหรับสำนักศึกษาฮุ่ยหนิงนั้นเดิมเป็ของบิดาของซิ่นหลี่ ฮูหยินของจิ้งเจิ้งหลี่ นั่นย่อมทำให้สิทธิการซื้อขายเครื่องเขียนผูกขาดกับสกุลจิ้งไปโดยมิต้องคิด จูเฟยหลินจึงเสนอแผนจิ้งจอกเดินตามรอยเท้าเสือให้แก่พี่ชายของนางโดยเอาวิธีการสกุลจิ้งมาปรับใช้กับสกุลจู เริ่มจากการสำรวจตลาดหาข้อมูลการใช้อุปกรณ์เครื่องเขียนของเหล่าบัณฑิตในสถานศึกษาหยางิ
“สำนักศึกษาหยางิมีบัณฑิต ประมาณ 300 คน พี่ใหญ่ท่านให้คนไปสำรวจคนจำนวน 75 คน ว่าในแต่ละเดือนพวกเขาใช้เครื่องเขียนใดบ้าง ซื้อจากที่ไหนในราคาเท่าไหร่”
“บัณฑิตเ่าั้ถือตัวยิ่งนัก คงมิยอมให้ความร่วมมือง่ายๆ”
ใบหน้าหวานยิ้มอ่อนโยน จูลู่จิวมองน้องสาวแล้วอดขนลุกไม่ได้ ช่างเป็รอยยิ้มที่แผงความน่าหวาดกลัวโดยแท้
“บางทีเราก็ต้องลงทุนนิดหน่อยเ้าค่ะ”
จูเฟยหลินให้พี่ชายนำพู่กันที่ค้างอยู่ในร้านมาหลายปี แต่สภาพใช้งานได้ดีออกมาหากบัณฑิตท่านใดให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม จะได้พู่กัน1ด้ามเป็การตอบแทน แน่นอนเหล่าบัณฑิตพวกนั้นแม้จะถือตัวในทีแต่ความคลั่งไคล้ในการเรียนมีมิน้อยเพียง1 ชั่วยามแบบสอบถาม 75 ชุดก็เสร็จตามที่จูเฟยหลิน้า นางจัดการคัดแยกรายการที่เหล่าบัณฑิตเหล่านันจำเป็ต้องใช้ จากนั้นคำนวณราคาสินค้าทั้งราคาทุนและกำลัง นั่งบวกลบคูณหารอยู่นานจนจูลู่จิวยังตาลายสุดท้ายได้ขอสรุปรายการสิ้นค้าที่เหล่าบัณฑิตใช้ พร้อมทั้งราคารับราคาขายของสินค้า
“ราคาสินค้าที่เราขายคำนวนโดยเฉลี่ยแล้วคิดกำไรเพิ่มจากราคารับซื้อประมาณ30 % ข้าจะขอลดราคาสินค้าลง 10% สำหรับเหล่าบัณฑิตที่มีการสั่งสินค้าล่วงหน้า อ่อ...ข้าจะขอพี่ใหญ่เขียนรายการสินค้าในร้านเราพร้อมราคาสัก 500 ชุด โดยเขียนรายการเหล่านี้ไว้ในรายการต้นๆ จากนั้นให้เหล่าบัณฑิตเลือกใส่จำนวนที่้าด้านหลัง แล้วสรุปยอดการสั่งซื้อไว้ท้ายสุด”
“ข้าค่อนข้างจะไม่เข้าใจเท่าไหร่”
“เช่นนั้นใน่แรกข้าจะไปกับท่าน แต่ที่สำคัญเราต้องไปพบคนผู้หนึ่งก่อน”
คนผู้หนึ่งที่นางกล่าวถึงมิใช่ใครที่ไหน คือ อาจารย์หวู่ เหวินชิง อาจารย์ผู้ดูแลสำนักศึกษาหยางิ นั่นเอง ด้วยชื่อเสียงซื่อตรงและโผงผางดุดันทำให้น้อยคนนักที่จะมาขอพบเขา การมาเยือนของคุณชายใหญ่สกุลจูและเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย
“พวกท่านมีธุระใดจงเร่งกล่าวมา ข้ามีเวลามิมากนัก”
“ข้า…”
จูลู่จิวค่อนข้างตื่นเต้น ใบหน้าคมดุดันของอาจารย์ หวู่ เหวินชิง ทำเอาเขาเหงื่ือแตกจนชุ่มเสื้อ เมื่อส่งสายตาไปหาเด็กสาวข้างกายกลับพบเพียงรอยยิ้มจางๆ นางมิกลัวอาจารย์ หวู่ เหวินชิงเลยหรือไรกัน
“พวกเรามาเจรจาขายของ”
ใบหน้าของจูลู่จิวซีดขาวในทันทีก่อนจะเปลี่ยนเป็ดำคล้ำ นาง...นางกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไร งานนี้เขาคงไม่ทันอ้าปากป้อยอสิ่งใดก็คงถูกอาจารย์ หวู่ เหวินชิงให้คนมาจับไปโยนนอกสถานศึกษาอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใดเสียงหัวเราะจากคนหน้าเข้มก็ทำให้เขาตระหนกอีกครั้ง
“เยี่ยม...ข้าชอบเ้า เ้าหนู จงเจรจาการค้าเ้ามา”
จูเฟยหลินยิ้มกว้างกว่าเดิม ก่อนหยิบกระดาษหนาขึ้นมา 1 ปึก อาจารย์ หวู่ เหวินชิงมองแผ่นกระดาษตรงหน้าก่อนหยิบมาดูอย่างสนใจพลางพยักหน้าอย่างชื่นชม
“ทำการบ้านได้ยอดเยี่ยมนัก”
“ขอบคุณอาจารย์หวู่ที่เอ่ยชม”
ท่าทางยอมรับคำชมโดยมิถ่อมตนของจูเฟยหลินยิ่งทำให้เขาหัวเราะอารมณ์ดีเข้าไปใหญ่
“และนี่คือผลจากการทำการสอบถามครั้งนี้”
จูเฟยหลินส่งกระดาษอีกใบให้อาจารย์ หวู่ เหวินชิง ในนั้นมีรายการเครื่องเขียนที่เหล่าบัณฑิตต้องซื้อในแต่ละเดือน สรุปยอดราคารวมทั้งหมดเป็ค่าเฉลี่ยเรียบร้อย อาจารย์ หวู่ เหวินชิง เอามือลูปเคราสีขาวขณะที่อ่านใบสรุปนั้น ในใจนับถือคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก
“ว่าต่อสิข้ากำลังฟังเ้าอยู่ เด็กน้อย”
“เท่าที่ข้าทราบบัณฑิตที่สถานศึกษาของท่านส่วนใหญ่เป็เพียงประชาชนชั้นกลางที่มิได้ร่ำรวยนัก แน่นอนเมื่อพวกเขาตัดสินใจเข้ามาศึกษาทางบ้านย่อมขาดแรงงานในการหาเลี้ยงมิพอยังต้องเสียค่าใช้จ่ายมิน้อยในการศึกษา จะดีหรือไม่ถ้าเราจะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายนั้นให้กับครอบครัวเหล่าบัณฑิต”
อาจารย์ หวู่ เหวินชิง พยักหน้าตามอย่างเห็นพ้อง จูเฟยหลินยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนอธิบายสั้นๆ
“หากท่านยินยอม สกุลจูของข้าจะขอรบกวนสถานศึกาาท่านเดือนละ 1 ครั้ง”
“เพราะเหตุใด”
“ประการที่ 1 เพื่อความสะดวกของเหล่าบัณฑิต และไม่ทำให้พวกเขาเสียเวลา
ประการที่ 2 รับรายการสินค้าที่เหล่าบัณฑิต้า พร้อมส่งสินค้าที่เหล่าบัณฑิตได้สั่งเอาไว้
สุดท้ายประการที่ 3 เพื่อนำเสนอสินค้าตัวอย่างที่มีในร้านสกุลจู แน่นอนทางร้านของเรายังให้ส่วนลดราคาลง 1 ใน 10 ให้แก่บัณฑิตสำนักศึกษาหยางิ ที่ได้สั่งสินค้าเอาไว้ล่วงหน้า”
เพียงเข้าให้ถูกทางอาจารย์ หวู่ เหวินชิง ก็ยินยอมและเห็นพ้องกับนางอย่างมิต้องสงสัย นับจากนั้นสำนักศึกษาหยางิจึงผูกการขายกับสกุลจู
.............................................................................................................................