ความเงียบงันภายในห้องหอของฉินอ๋องนั้นหนักอึ้งราวกับอากาศที่ถูกแช่แข็ง แม้จะกั้นด้วยฉากไม้ฉลุลายเมฆมงคลแล้ว แต่จ้าวชิงเหยาก็ยังรับรู้ได้ถึงรัศมีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากอีกฟากหนึ่งของห้อง หลี่จ้าน ไม่ได้เดิน เขาเคลื่อนไหวบนเก้าอี้รถเข็นด้วยความเงียบเชียบและรวดเร็ว ราวกับว่า้าหลีกหนีจากความเป็จริงและจากชายาผู้แปลกหน้าของตน
ชิงเหยานั่งลงบนเตียงไม้ที่แข็งกระด้าง เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อคำขู่หรือคำสั่งห้ามของท่านอ๋องเลยแม้แต่น้อย ความสนใจของเธอมุ่งไปที่เื่อื่น— การเอาชีวิตรอด
สิ่งแรกที่ต้องทำคือการสำรวจทรัพยากร
ชิงเหยาไม่ได้ทะลุมิติมาพร้อมกับระบบอัจฉริยะหรือมิติพิเศษใดๆ มีเพียงสมองของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมประสาทเท่านั้นที่เป็อาวุธ เธอจึงต้องประเมินสภาพแวดล้อมและหาทางสร้างอุปกรณ์ที่จำเป็
“เสี่ยวเยว่” เธอเรียกสาวใช้ที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างเตียง
เสี่ยวเยว่รีบเข้ามาหาด้วยความกังวล “คุณหนูเ้าคะ ท่านอ๋อง... ท่านอ๋องโกรธแล้ว ท่านควรทำตัวอ่อนน้อมกว่านี้เ้าค่ะ”
“ความอ่อนน้อมไม่ช่วยให้เราเอาชีวิตรอดในคุกทองคำแห่งนี้ได้” ชิงเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ชวนให้เสี่ยวเยว่ขนลุก “เ้าจำสิ่งที่ข้าพูดไว้ให้ดี ตอนนี้เราต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอด”
ชิงเหยาลุกขึ้นเดินสำรวจพื้นที่ที่ถูกแบ่งให้เธอ นี่คือห้องขนาดกลางที่เชื่อมต่อกับห้องแต่งตัวและห้องน้ำเล็กๆ ที่ขาดความสะดวกสบายตามมาตรฐานสมัยใหม่
“ภายในห้องของเรา มีอะไรที่พอจะหามาใช้เป็ เข็มขนาดเล็ก และ เชือกด้ายที่เหนียวแน่น ได้บ้างหรือไม่?” เธอถาม
เสี่ยวเยว่สับสนกับคำถาม "เข็มเย็บผ้าและด้ายปักผ้าเ้าคะ? มีอยู่ในหีบเสื้อผ้าเ้าค่ะ แต่... ท่านจะนำมาทำอะไรหรือเ้าคะ?"
ชิงเหยาไม่ตอบ เธอเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งไม้โบราณและสำรวจวัสดุต่าง ๆ อย่างละเอียด ในสายตาของศัลยแพทย์ประสาท เหล็กกล้าที่ใช้ทำเข็มเย็บผ้า อาจเป็ เข็มฝังเข็ม ชั้นดี หรือ ด้ายปักผ้าไหมที่เหนียวแน่น อาจกลายเป็ ไหมเย็บแผล หากได้รับการฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
“ไปเอาหีบเครื่องมือของเ้าของร่างเดิมมาให้ข้า” ชิงเหยาสั่ง
ขณะที่เสี่ยวเยว่ไปรื้อค้นข้าวของ ชิงเหยาใช้เวลาว่างในการสำรวจร่างกายของตนเอง เธอค้นพบว่าเ้าของร่างเดิมคือ คุณหนูผู้บอบบาง และ ขี้โรค อย่างแท้จริง ร่างกายอ่อนแอ ผิวซีด และมีร่องรอยของการถูกกดดันทางจิตใจอย่างหนักที่ทำให้สุขภาพทรุดโทรม
ถ้าฉันจะช่วยคนอื่นได้ ฉันต้องรักษาร่างกายนี้ให้แข็งแรงก่อน
ค่ำคืนนั้นดำเนินไปอย่างช้าๆ ในความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว หลี่จ้านไม่ได้ออกมาจากเขตของตนเอง และชิงเหยาก็ไม่ได้พยายามก้าวข้ามเส้นที่เขาขีดไว้ เธอใช้เวลาทั้งคืนในการปรับปรุงเครื่องมือพื้นฐาน
เธอเอาเข็มเย็บผ้ามาลับให้ปลายแหลมขึ้น และใช้ไฟจากตะเกียงฆ่าเชื้อซ้ำ ๆ เพื่อเตรียมชุดเครื่องมือสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
“คุณหนูเ้าคะ ท่านไม่นอนหรือ?” เสี่ยวเยว่ที่เฝ้ารับใช้อยู่ถามอย่างงงงวย
“นอนไม่ได้” ชิงเหยาตอบ “สมองของข้ายังทำงานอยู่” เธอพูดพลางหยิบกิ่งไม้แห้งเล็กๆ มามัดรวมกันแน่น เพื่อทำเป็ ที่หนีบ ชั่วคราว
ขณะที่ชิงเหยากำลังจดจ่ออยู่กับการสร้าง 'ห้องปฏิบัติการ' ขนาดย่อมของตนเอง เสียงเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบก็ดังขึ้นจากอีกฟากของฉากกั้น หลิ่งเฟิง องครักษ์เงาของฉินอ๋องกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
หลิ่งเฟิงประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาคิดว่าชายาผู้ถูกบีบให้แต่งงานจะร้องไห้คร่ำครวญ หรืออาจจะพยายามติดต่อกับผู้ที่อยู่เื้ัเพื่อวางแผนร้าย แต่นางกลับนั่ง... ลับเข็ม และ เผาเชือก อย่างตั้งใจ
นี่นางคิดจะวางแผนร้ายอะไรกันแน่? ความสงสัยในตัวชายาใหม่ยิ่งเพิ่มขึ้น
รุ่งเช้าของวันถัดมา จวนฉินอ๋องดูไม่แตกต่างจากวันวาน ยังคงเป็สถานที่ที่เ็าและไร้ชีวิตชีวา
ชิงเหยาถูกปลุกให้ตื่นแต่เช้าเพื่อเข้ารับการคารวะจากคนในจวน ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่มาร่วมพิธีต้อนรับชายาใหม่นั้นมีน้อยนิดและเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ นี่คือความอับอายทางการเมือง ที่ตระกูลจ้าวและฉินอ๋องต้องแบกรับ
หลี่จ้านปรากฏตัวในชุดสีเข้มที่เรียบง่าย เขาถูกผลักออกมาโดยหลิ่งเฟิง ใบหน้าของเขายังคงเ็าและว่างเปล่า ไม่แม้แต่จะสบตาชายาของตน
ในระหว่างที่ชิงเหยากำลังรินชาเพื่อคารวะสามีอย่างเป็ทางการตามมารยาท พ่อบ้านชราผู้ซื่อสัตย์ที่สุดของอ๋อง ลุงฟู่ ที่ดูแลจวนมาอย่างยาวนาน ก็เดินสะดุดบันไดขั้นสุดท้ายและล้มลง
เพล้ง!
เสียงดังสนั่นพร้อมกับเสียงร้องอย่างเ็ปของลุงฟู่ ทันใดนั้นเืสีแดงก็ไหลซึมออกมาจากศีรษะที่กระแทกพื้นและข้อเท้าที่บิดผิดรูป
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที! คนรับใช้กรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก หลิ่งเฟิงรีบเข้าประคองลุงฟู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะนี่คือผู้ที่เปรียบเสมือนครอบครัวของอ๋อง
“ท่านอ๋อง! รีบเรียกหมอหลวง!” หลิ่งเฟิงรีบเสนอ
แต่ก่อนที่หลี่จ้านจะสั่งการ จ้าวชิงเหยาก็เคลื่อนไหวแล้ว
เธอเคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณของแพทย์ที่เห็นผู้ป่วยฉุกเฉิน
ชิงเหยาไม่ได้รอคำอนุญาต เธอพุ่งเข้าไปทันที โดยไม่ได้สนใจว่าการกระทำของตนเป็การ ก้าวข้ามเขต และละเลยคำสั่งของฉินอ๋อง
เธอคุกเข่าลงข้างลุงฟู่อย่างรวดเร็ว มือที่เคยถือมีดผ่าตัดก็เริ่มทำงานทันที
“เสี่ยวเยว่! ผ้าพันแผลสะอาด! เร็วเข้า!” ชิงเหยาสั่งเสียงเด็ดขาด
เธอประเมินอาการาเ็ของลุงฟู่อย่างรวดเร็ว: ศีรษะมีาแฉกรรจ์ที่ต้องห้ามเืทันที, ข้อเท้าหัก
“ข้อเท้าหักงอผิดรูปอย่างรุนแรง ถ้าขืนเคลื่อนไหวผิดวิธีจะทำให้าเ็ถาวร!”
หลี่จ้านที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น จ้องมองการกระทำของชายาด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวผู้นี้ไม่ได้ดูเหมือนคุณหนูผู้บอบบาง แต่กลับเป็ ผู้บัญชาการ ที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาด
“เ้ากำลังทำอะไร! ถอยไป!” หลิ่งเฟิงร้องห้ามด้วยความไม่ไว้วางใจ “อย่าได้คิดจะวางยาพิษลุงฟู่เด็ดขาด!”
“วางยาพิษ? ข้ากำลังจะช่วยชีวิตเขา!” ชิงเหยาตอบกลับอย่างไม่ลดละ ดวงตาของเธอมุ่งมั่น “ถ้าอยากให้เขาพิการถาวร เ้าก็ดึงเขาออกไปตอนนี้!”
เธอหันไปหยิบผ้าสะอาดที่เสี่ยวเยว่ยื่นให้ จากนั้นก็ใช้เทคนิคการกดแผลที่รวดเร็วและแม่นยำเพื่อห้ามเืที่ศีรษะ
“ท่านอ๋อง! ข้าต้องทำการจัดข้อเท้าเข้าที่ และห้ามเืก่อนที่าแจะติดเชื้อ!” ชิงเหยาร้องขออย่างหนักแน่น “ข้าขอไม้ดามที่เรียบ และผ้าพันแผลสะอาดให้มากกว่านี้!”
หลี่จ้านจ้องมองใบหน้าของชิงเหยาอย่างไม่กะพริบตา เขาััได้ถึง ความจริงใจ และ ความสามารถ ที่แผ่ออกมาจากเธออย่างแท้จริง สายตาที่มุ่งมั่นและมือที่เยือกเย็นนั้น... ทำให้เขานึกถึงแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่
"หลิ่งเฟิง..." หลี่จ้านพูดเสียงต่ำ "ทำตามที่ชายาบอก"
หลิ่งเฟิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แต่เขาไม่เคยขัดคำสั่งของอ๋อง เขาจึงรีบทำตามอย่างรวดเร็ว
ชิงเหยาไม่รอช้า เธอใช้วิธีการจัดข้อเท้าเข้าที่แบบเร่งด่วน โดยใช้เทคนิคที่แม่นยำตามหลักศัลยกรรมกระดูก แม้จะไม่มีเครื่องมือที่สมบูรณ์ แต่เธอก็ทำได้อย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกก!” ลุงฟู่ร้องออกมาด้วยความเ็ป
“อดทนไว้นะลุงฟู่” ชิงเหยากระซิบเบาๆ แต่การเคลื่อนไหวของมือกลับรวดเร็วและเด็ดขาด
เมื่อข้อเท้าถูกจัดเข้าที่อย่างเรียบร้อยและพันผ้าดามไว้แล้ว ชิงเหยาลุกขึ้นยืนอย่างเหนื่อยหอบ เธอหันไปหาหลี่จ้านที่ยังคงนั่งมองเธออย่างประเมินค่า
“าแที่ศีรษะไม่ลึกนัก แต่จำเป็ต้องเย็บและฆ่าเชื้อ! ส่วนข้อเท้า ข้าได้จัดเข้าที่แล้ว แต่จำเป็ต้องพักฟื้นและได้รับยาที่ถูกต้อง มิเช่นนั้นจะพิการได้”
เธอไม่ขอโทษสำหรับการละเลยคำสั่งห้าม แต่เธอใช้ผลงานพิสูจน์ตนเอง
หลี่จ้านเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เ็าแต่แฝงความสนใจ: “พาเขาไปพักในเรือนที่เงียบสงบที่สุด จัดหา สิ่งของทั้งหมดที่ชายา้า โดยห้ามมีผู้ใดขัดขวาง และ... ชายาจ้าว”
หลี่จ้านชี้ไปยังฉากกั้นที่ถูกเธอเดินผ่านไปอย่างไม่แยแสเมื่อครู่ “หากเ้าก้าวข้ามเส้นในสถานการณ์ที่ ไม่จำเป็ ข้าจะไม่ไว้ชีวิตเ้า”
ชิงเหยาเข้าใจดีว่านี่คือการ ให้อิสระทางการแพทย์ แลกกับ การเชื่อฟังทางการเมือง
เธอโค้งคำนับเล็กน้อย “ข้าจะรักษาลุงฟู่ให้ดีที่สุด เพื่อแสดงความสามารถของข้าต่อท่านอ๋อง”
ทันใดนั้น ดวงตาของชิงเหยาก็เหลือบไปเห็นรอยแผลเป็เก่าที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของหลิ่งเฟิง รอยเย็บที่ไม่สมบูรณ์ และ การติดเชื้อเรื้อรัง ที่เป็าแเก่าจากสนามรบ
นี่แหละ... ทางเข้าของฉัน
ชิงเหยาส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจไปยังหลี่จ้าน ก่อนจะรีบพาเสี่ยวเยว่ไปยังห้องของลุงฟู่ ทิ้งให้หลี่จ้านอยู่กับหลิ่งเฟิงที่ยังคงตกตะลึงกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและเด็ดขาดของชายาที่เพิ่งมาถึง
“ท่านอ๋อง...” หลิ่งเฟิงเอ่ยอย่างไม่สบายใจ “นาง... ดูไม่เหมือนคนที่พวกเขาส่งมาเพื่อวางแผนร้าย”
หลี่จ้านเงยหน้ามองหลิ่งเฟิง ดวงตาของเขาเผยความลับที่ซ่อนอยู่ “ไม่ว่านางจะมาด้วยเจตนาใด... นางทำให้ข้าเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เคยเห็น คือ ทักษะทางการแพทย์ที่แท้จริง แต่... หลิ่งเฟิง เ้าจงจับตามองนางให้ใกล้ชิดที่สุด อย่าปล่อยให้สายตาของเ้าคลาดเคลื่อนไปจากนางแม้แต่วินาทีเดียว”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่จ้านมองไปยังทิศทางที่ชิงเหยาจากไป เขาััได้ถึง ความกดดันทางการเมือง ที่เพิ่มขึ้น การที่อ๋องพิการได้รับชายาที่เป็ตัวซวยไม่ได้ทำให้ศัตรูพอใจ แต่มันทำให้พวกเขาระแวงถึงแผนการที่ซ่อนอยู่ และการปรากฏตัวของแพทย์ผู้แปลกประหลาดนี้... จะทำให้สถานการณ์วุ่นวายขึ้นอย่างแน่นอน
ไม่ว่าอย่างไร... ข้าจะใช้ความสามารถของนางให้เป็ประโยชน์สูงสุด ก่อนที่นางจะเป็อันตรายต่อข้า หลี่จ้านคิดด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก