ดัสติน said
ผม.. “ดัสติน” อายุ 28ปี เื่รูปพรรณคงไม่ต้องบอก รู้ไว้แค่ว่าสาวๆต่อแถวขึ้นเตียงผมเป็ร้อยเป็พันก็พอ
ผมกลับมาเหยียบไทยในรอบ 8 ปีเพราะไปเรียนต่อและอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศตอนแรกผมตั้งใจว่าจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก แต่ตาแก่คนนึงที่แก่ตัวลงจนบริหารธุรกิจครอบครัวต่อไม่ไหว เลยขอร้องให้ผมกลับมารับ่ต่อ ด้วยเพราะสายเืเน่าๆ นั่นและนึกสงสารแม่ ผมเลยจำเป็ต้องยอม
และสาเหตุที่ผมไม่อยากกลับมาไทยเพราะตาแก่คนนึง ที่ผมจำใจต้องเรียกว่า “พ่อ” ....ตอนแม่ผมยังมีชีวิต ครอบครัวผมรวยมาก พ่อก็ยังหนุ่ม มีแรงฮึกเหิมเลยเกิดมีเมียน้อยแทบทุกจังหวัด
บางคนอยู่เป็ บางคนก็พยายามแสดงตัวหนักสุดก็บุกมาที่บ้าน เรียกร้องนั่นนี่ และทำร้ายแม่ผม จนในที่สุดแม่ผมก็ทรุดป่วยลง…
ในลมหายใจสุดท้ายของแม่ยังฝากให้ผมอยู่เคียงข้างพ่อ โดยขณะที่แม่ยังเอาแต่ห่วงพ่อพ่อผมยังนอนกกเมียน้อยอยู่ที่ไหนสักแห่ง และนั่นเป็สาเหตุที่ผมเกลียดพ่อจนเข้าไส้
…ตอนที่ไปแนะนำตัว ผมเหลือบไปเห็นเลขาสาวที่คาดว่าคงจะเป็หนึ่งในเด็กของพ่อ นั่งตาโต อ้าปากพะงาบๆอยู่
‘นี่น่ะหรอ คนที่จะให้เป็เลขาผม’
หน้าบ้านๆ ตัวเล็กๆ สะโพกก็ไม่มีนมไม่ต้องพูดถึง ไม่รู้ไปทำอี ‘ท่า’ ไหน พ่อถึงยกตำแหน่งเลขาให้ ทั้งๆที่เป็แค่เด็กจบใหม่ แถมไม่มีประสบการณ์งานด้านนี้เลยด้วยซ้ำ
“..หึ พอแก่ตัวหน่อยก็ตกต่ำลงเยอะเลยนะ”
ผมยืนมองรูปอดีตประธานที่แขวนโชว์บนกำแพงห้องใหญ่ก่อนจะแสยะยิ้มออกมา
“มาลองดูสิว่า เมียน้อยอย่างเธอจะหน้าด้านได้นานสักแค่ไหน..ลลิล”
หลังประชุมเสร็จ
ท่านประธานไปคุยธุรกิจเื่ย้ายหุ้นกับผู้ประกอบการรายอื่นต่อ โดยไม่ให้ฉันตามไป ทิ้งท้ายไว้แค่ว่า...
‘...เธอไม่ใช่เลขาฉันแล้วลลิล โน้นนน เ้านายเธออยู่ห้องที่ทำงานใหญ่ ตาแก่คนนี้จะกลับไปนอนดูหนังแล้ว...’
“เฮ้อ ฉันควรทำยังไงต่อล่ะ งั้น ..เริ่มที่ทำความรู้จักก่อนละกัน”
ฉันบ่นพึมพำ ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ แล้วเตรียมไปพบกับเ้านายคนใหม่
ก็อกๆๆๆ
“...เชิญครับ”
“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน คือขอแนะนำตัว.. ฉะ”
“ทราบครับ อ่านประวัติมาแล้ว”
“เอ่อออ ค่ะ”
“....”
“คือ ท่านประธาน..”
“ขอดูเอกสารย้อนหลังทั้งหมดที่พ่อทำไว้ด้วยครับ แล้วก็สรุปแผนการเงินย้อนหลัง 3 ปี ส่งก่อนบ่ายนี้”
“!!! คะ ?”
ท่านประธานวางปากกาในมือลงและกอดอกมองฉันด้วยสายตาที่เดาอารมณ์ไม่ได้
“ ทำงานกับผม ไม่ได้ใจดีเหมือนประธานคนเก่านะครับ...
1 ห้ามสงสัยสิ่งที่ผมสั่ง
2 ห้ามชักช้า
3 ห้าม ‘อ่อย’ “
เขาเน้นเสียงย้ำข้อที่ 3พลางมองฉันั้แ่หัวจรดเท้า
‘เดี๋ยวนะ ...อะไร!! คิดว่าฉันจะอ่อยเขาหรอ’
ฉันฝืนยิ้มและขมวดคิ้วกลับไปเพราะกำลังสงสัยนิดๆ ว่าที่พูดมานั้น คือหยอกแรงเฉยๆ หรือว่า...พูดจริงกันแน่
“ยืนบื้ออะไรครับ ไปทำงานสิ!!”
เฮือกกก~
ฉันรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากห้องตาประธานบ้านั่น ก่อนจะมาพักหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์อยู่หน้าห้อง
‘ชีวิตที่สุขสงบของแก หมดสิ้นแล้วยัยลิลเอ้ยยยย’
ฉันหัวฟูทั้งวัน เพราะตาประธานสั่งงานเรียกใช้ จิกหัวเร่ง ประหนึ่งฉันมี 10 ร่างจนต้องแอบมานั่งนวดเท้าตัวเองในห้องน้ำ ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูรอบที่ล้านของวันนี้
‘อีกแค่ครึ่งชั่วโมง ก็เลิกงานแล้วฮึบ ทนเว้ย!’
ฉันให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะลุกออกไปเผชิญหน้ากับตาปีศาจอีกรอบ
“ไปไหนมาครับ ผมเรียกตั้งนานคิดว่ามัวไปเอ้อระเหยที่ไหน”
“ขอโทษค่ะ ลิลไปหะ..”
“เอาเอกสารชุดนี้ไปแก้ตามที่ผมมาร์คไว้ให้นะครับแล้วก็… ไม่เสร็จ ไม่ต้องกลับบ้าน”
ตุ๊บ!
ตาประธานปีศาจ กึ่งส่งกึ่งโยนเอกสารปึกหนาให้ฉัน ก่อนจะหมุนเก้าอี้ หันหลังไปเล่นโทรศัพท์
‘ไอ้บ้านี้มัน….’
“ค่ะ! ท่านประธาน”
ฉันแกล้งกะแทกเสียงใส่ ก่อนจะยกเอกสารปึกหนาออกมาพิมพ์เล่มใหม่
ตอนนี้เป็เวลาสามทุ่มกว่าแล้ว พนักงานแผนกอื่นกลับกันหมดเหลือแค่ฉัน กับตาปีศาจนั่น
ก็อกๆ
ฉันหันไปตามเสียงเคาะ ก็เจอพี่ รปภ. ยืนยิ้มแฉ่ง ถือไฟฉายรออยู่
“คะ?”
“วันนี้คุณลิลอยู่ดึกจังเลยครับผมเห็นไฟเปิดอยู่เลยเข้ามาดู”
“อ่อค่ะ พอดีลิลมีงานต้องเร่งทำเยอะ”
“ครับ งั้นเดี๋ยวผมต้องล็อคทางออกประตูหน้านะครับคงต้องรบกวนคุณลิลลงทางหลังตึก”
“อ่อ ได้ค่ะ”
ฉันบอกพี่ รปภ. ก่อนจะหันกลับมาก็ต้องใเพราะท่านประธาน(ปีศาจ) แง้มประตูมากอดอกมองฉันหลบตาก่อนจะกลับไปนั่งโต๊ะตัวเอง
“ข้อ 3…”
“คะ?”
“ที่บอกว่า ‘ห้ามอ่อย’ ผมหมายถึงกับทุกคนนะครับไม่ใช่แค่กับผม”
“!!! นะ นี่คุณ..”
“พ่อผมละสายตาไปนิดเดียว แดดิ้นถึงกับขนาดจะหาดุ้นอันใหม่ไว้ใช้ที่บริษัทเลยหรอ… ก็เข้าใจอยู่หรอกนะว่าหนอนเหี่ยวๆ ของคนแก่คงไม่สะใจคุณ แต่ว่า ถ้าจะ ‘ร่าน’ ก็ไปร่านที่อื่นครับไม่ใช่ในบริษัทของผม”
นี่เขาพล่ามอะไรกัน ฉันไปทำอะไรให้นี่เราพึ่งเจอกันวันแรกนะ
“มันจะมากไปแล้วนะคะ ท่านประธาน”
ฉันตอบกลับด้วยมือไม้ที่สั่นเพราะความโกธรก่อนจะเดินไปประจันหน้ากับเขา
“หึ ไม่มากไปหรอก ..สำหรับเด็กเอาเต้าใต่อย่างเธอน่ะ”
เพี้ยะ!
ฉันเผลอตัว ตบหน้าเขาไปด้วยความโมโห
“นี่ เธอ..!!”
เขากัดฟันกรอด แล้วคว้าคอบางๆ ของฉันบีบจนหายใจแทบไม่ออก ฉันทั้งข่วน ทุบตี พยายามแกะมือหนา แต่ไม่เป็ผลคนตรงหน้าใช้แรงบีบมากขึ้น สายตาที่ดุร้ายเหมือนสัตว์พร้อมขย้ำเหยื่อ ขมับที่มีเส้นเืปูดขึ้นมา บ่งบอกว่าเขาก็มีอารมณ์โกธรไม่น้อยไปกว่ากัน
ฉันเริ่มหายใจติดขัด ใบหน้าแดงอมเขียวก่อนที่ตาดำจะเริ่มเหลือกขึ้น
พลั้ก!
“แค้กๆๆ เฮือกกก แค้กๆๆ”
หญิงสาวถูกผลักลงพื้น เธอกำคอตัวเองไว้หายใจหอบถี่ น้ำตาไหลด้วยความกลัวชายตรงหน้า
“ฮึก… ฉันไปทำ ฮึก อะไรให้คุณ แค้กๆๆ”
“เพราะผู้หญิงมักมากอย่างพวกเธอครอบครัวฉันถึงเป็แบบนี้ … อีพวก ‘เมียน้อย’ ”
ปัง!!
ชายหนุ่มพูดคำหลังด้วยเสียงแ่เบาก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องปิดประตูใส่อย่างแรง
หญิงสาวรีบคว้ากระเป๋าวิ่งลงตึกเธอวิ่งมาไม่เท่าไร แข่งขาก็อ่อนแรงและล้มลงกับพื้น เธอปิดใบหน้าร้องไห้อย่างหนัก คอที่ช้ำจ้ำเป็
รอยนิ้ว เข่าที่ถลอกจากการล้มตัวเธอสั่นเทาด้วยความกลัว สมองสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เขาพึ่งเจอกับเธอแค่วันเดียว ทำไมถึงทำกับเธอได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ชอบ ก็แค่ไล่เธอออกทำไมต้องมาทำร้ายร่างกายกันด้วย