บทที่ 29 ถวนถวนจะทำเื่เลวร้ายอะไรอีก
เยี่ยถวนถวนพยายามกดศีรษะของพี่รองไว้ เพื่อให้เขารีบหนีออกไปจากด้านล่าง
จากนั้นนางก็ประคองมือน้อย ๆ เดินเข้าไปทางประตูหน้า
“ท่านพ่อ ท่านอาิ พวกท่านกำลังปรึกษากันเื่จะออกไปเที่ยวหรือเ้าคะ?” เ้าตัวน้อยทักทายอย่างกระอักกระอ่วน
พยายามใช้ความน่ารักเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤต
แต่ท่านอ๋องเก้าไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกได้ง่าย ๆ
“ดึกดื่นป่านนี้ไม่นอน แอบมาแนบหูฟังใต้หน้าต่าง แล้วยังอยากจะออกไปเที่ยวอีกหรือ?”
เยี่ยถวนถวนปีนขึ้นไปนั่งบนตักของท่านพ่อ “ไม่ใช่เ้าค่ะ ไม่ใช่ ถวนถวนเป็เด็กดี ถวนถวนไม่อยากออกไปเที่ยว ที่จริงแล้วเป็พี่รองต่างหากที่อยากออกไปเที่ยว”
เยี่ยจ้านเพิ่งเดินออกไปไม่ไกล ทำให้เขาได้ยินคำพูดนี้พอดี
เขาเซถลาจนเกือบจะล้ม
ช่างเป็เ้าเด็กแคระจอมทรยศจริง ๆ นางทรยศเขาอีกแล้ว
คราวหน้าเขาต้องดึงผ้าผูกผมบนหัวของนางออกมาให้ได้!
เสียงล้มของเยี่ยจ้านไม่ดังนัก เยี่ยถวนถวนจึงไม่ได้ยินเป็ธรรมดา
แต่สำหรับท่านอ๋องเก้าและิชิวผู้มีวรยุทธ์สูงส่ง ทั้งสองคนได้ยินมันอย่างชัดเจน
ท่านอ๋องเก้ามีสีหน้าปกติ เพียงแต่มุมปากกระตุกเล็กน้อย
ส่วนิชิวกลับไม่มีความยับยั้งชั่งใจเช่นนั้น เขาอดกลั้นอยู่ไม่ได้แล้ว จึงหัวเราะออกมา
ฮ่า ๆ ๆ ๆ ไม่คาดคิดจริง ๆ เยี่ยจ้านเ้าเด็กจอมเผด็จการผู้นั้นก็มีคู่ปรับด้วยหรือ ฮ่า ๆ ๆ ๆ นางช่างเป็ตัวป่วนพี่ชายจริง ๆ ฮ่า ๆ
น่ารักมาก!
ในตอนนี้ ท่านอ๋องเก้าฟังเ้าตัวน้อยโง่เขลาพูดจาเหลวไหลด้วยความสนใจ แล้วพูดแทรกว่า “อืม เมื่อเป็เช่นนั้น หากพี่รองของเ้าไม่เชื่อฟัง ก็ให้เขาคัดหนังสือเพิ่มอีกสิบรอบ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เ้าตัวกลมน้อยก็ร้องว่า “หา! ต้องคัดอีกสิบรอบเลยหรือ?”
แต่พี่รองเพิ่งคัดไปสองรอบก็จับตะเกียบไม่ไหวแล้วนะ นี่มัน...
เยี่ยถวนถวนรู้สึกใจอ่อนลงเล็กน้อย
“จริง ๆ แล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือถวนถวนอยากขี่ม้าของท่านพ่อที่ชื่อว่าทิงเฟิง จึงอยากไปด้วย”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ิชิวรู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย “ไม่ได้หรอกจวิ้นจู่น้อย ม้าของท่านพ่อเ้าไม่ให้ผู้อื่นขี่”
หากพลัดตกลงมาเมื่อไหร่ ต้องร้องไห้จ้าแน่นอน
เยี่ยถวนถวนเบ้ปาก นึกถึงเื่นี้แล้วก็รู้สึกโมโห ม้าของท่านพ่อทำไมถึงได้เข้าหายากกว่าม้าของจวนอ๋องเสียอีก
ิชิวฉวยโอกาสปลอบนาง “ม้าของท่านพ่อเ้าตัวดำปี๋ไม่สวยเลย เ้าขี่ไม่ได้ก็ไม่เป็ไร บนเขาิซานอามีม้ามากมาย ยังมีม้าที่เป็สีขาวทั้งตัวด้วย อยากขี่หรือไม่?”
ม้าทั้งตัวสีขาวเชียวหรือ? ดวงตาของเยี่ยถวนถวนเปล่งประกายทันที “โอ้โห…”
ท่านอ๋องเก้าลุกขึ้นอุ้มเ้าตัวน้อยขึ้นมา แล้วเดินออกไปอย่างไร้ความปรานี “ถึงเวลานอนแล้ว”
ิชิวรีบวิ่งตามไปหมายจะกล่าวอีกสองสามคำ แต่ใครเลยจะคาดคิดว่าเยี่ยจิ่นหานเพียงแค่ขยับปลายเท้าก็ลอยหายไปเสียแล้ว
ลอยหายไป...
ไปแล้ว...
หัวหน้าค่ายิพิงประตูห้องพลางถอนหายใจอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ นิสัยของเยี่ยจิ่วช่างแย่ลงทุกทีเสียจริง
ไม่เพียงแค่แย่ลงเท่านั้น ยังขี้งกอีกด้วย
…
รุ่งเช้าวันถัดมา
พี่น้องจากกองทหารม้าและค่ายิหวังได้รวมตัวกันพร้อมแล้ว
ท่านอ๋องเก้ากำลังกล่าวปราศรัยอยู่ด้านหน้า ส่วนไป๋จีอุ้มจวิ้นจู่น้อยเลือกม้าอยู่
จากนั้นิชิวก็เดินเข้ามาพูดอย่างออดอ้อนว่า “มานี่มา ให้อาิอุ้มหน่อย” พลางแย่งตัวเด็กน้อยมาจากอ้อมแขนของไป๋จีทันที
“ไปกันเถิด อาิจะพาเ้าไปดูม้าอีกมากมาย”
เยี่ยถวนถวนโอบคอิชิวไว้ “ท่านอาิ ถวนถวนขอม้าเพิ่มอีกสักตัวได้หรือไม่เ้าคะ?”
หืม? ิชิวกลอกตาไปมา “ถวนถวนจะทำเื่ไม่ดีอะไรอีกล่ะ?”
เยี่ยถวนถวนมองซ้ายทีมองขวาที “ไม่มีอะไรเ้าค่ะ”
“บอกความจริงกับอาิเถิด”
ถวนถวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเข้าไปกระซิบบางอย่างข้างหูของิชิว
ไป๋จีที่ยืนอยู่ไม่ไกลก้มลงมองอ้อมกอดของตนที่ว่างเปล่า
ทันใดนั้นก็เข้าใจว่าทำไมท่านอ๋องของเขากับหัวหน้าค่ายิถึงไม่ถูกกันเช่นนี้
หัวหน้าค่ายิผู้นี้ ช่างไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย!
หนึ่งชั่วยามต่อมา ทุกคนออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ตงซาน
ขบวนเคลื่อนไปตามเส้นทาง ทุกอย่างดูเหมือนจะไม่มีปัญหา
ยกเว้น... บรรดาองครักษ์เงาที่เพิ่มเข้ามาอยู่ท้ายขบวนและบุคคลที่พวกเขาคุ้มกันอยู่
ท่านอ๋องเก้าดึงบังเหียนม้า สีหน้าบึ้งตึง “เยี่ยจ้าน มาที่นี่เดี๋ยวนี้!”
เ้าคัดหนังสือเสร็จแล้วหรือถึงกล้าตามมา!