หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 - ทำให้คนกลัว

            “ผู้คุมกฎต่งเจ้าคิดผิดแล้ว ไม่ต้องพูดถึงความแน่วแน่และความรุนแรงในการใช้หอกของเขาเจ้าสังเกตเห็นฝ่ามือของเขาหรือไม่? นั่นคือหัตถ์ผลักภูผาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหัตถ์เขย่าสวรรค์ในหุบเขาโอสถทั้งเป็นทักษะเฉพาะของหลิ่วหยางอวี่ที่ฝึกฝนคัมภีร์หัตถ์คลุมสวรรค์ ถือเป็นเรื่องยากที่เลี่ยนชี่ขั้นเจ็ดจะฝึกฝนหัตถ์ผลักภูผาได้นอกจากนี้ สิ่งที่หาได้ยากที่สุดคือเจ้าตัวเล็กผู้นี้มีเจตนาสังหารรุนแรงมากเมื่อครู่โม่เฉินเพียงพูดเพื่อข่มขวัญอีกฝ่ายให้ยอมประนีประนอมเท่านั้นแต่เจ้าตัวเล็กกลับต้องการที่จะฆ่าเอ๋าเลี่ยจริงๆ”ซือคงส่ายหัวปฏิเสธความคิดเห็นของชายชรา จากนั้นก็วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น

            “ข้าจำฝ่ามือนั้นได้เป็นอย่างที่ท่านพูด แม้อยู่ต่อหน้าคู่ต่อสู้จำนวนมาก เขาก็ยังมีเจตนาสังหารศัตรูจิตใจของเขาโตกว่าอายุมาก” ผู้คุมกฎต่งพยักหน้าและกล่าว

            “ทำเครื่องหมายสีแดงยกระดับการติดตามและให้ความสนใจกับเยี่ยซางในระดับสีแดงแจ้งคนเบื้องบนกับทุกคนให้รู้ด้วย” ซือคงออกคำสั่งกับชายชรา

            เยี่ยซางและโม่เฉินกลับไปที่โรงเตี๊ยม

            พอพวกเขามาถึงก็เห็นว่ามีกลุ่มคนในโรงเตี๊ยมมารวมกันรอบๆเทียนอวี่และเสี่ยวจิน

            “เจ้ากำลังทำอะไร? ให้พวกเขาออกไป”โม่เฉินตะโกนใส่จางเต๋อชาง

            โม่เฉินพาเยี่ยซางเข้ามาในห้องของเขา “วันนี้เจ้าค่อนข้างไม่มีเหตุผล”

            เยี่ยซางมองไปที่โม่เฉินเขาไม่เข้าใจว่าทำไมโม่เฉินถึงพูดอย่างนั้น

            “มันไม่เหมาะที่จะฆ่าคนในสถานการณ์นั้นเราควรจับตาดูเขาเงียบๆ ก่อน แล้วรอจังหวะที่เหมาะสมถึงจะค่อยลงมือสังหารเขาภายหลังนอกจากนี้ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ข้าจะไปอธิบายให้ท่านอาจารย์ฟังได้อย่างไรเล่า?” โม่เฉินตบหน้าเยี่ยซาง

            “ศิษย์พี่ท่านไม่ได้บอกว่าจะทำอย่างนั้นหรือ?” เยี่ยซางสับสนเล็กน้อย

            “เป็นแค่ขู่ให้พวกเขาหวาดกลัวต่างหาก”โม่เฉินกล่าวอย่างช่วยไม่ได้

            “ครั้งหน้าข้าจะให้ศิษย์พี่ส่งสัญญาณบอกก่อน”เยี่ยซางกล่าว

            “ช่วงนี้เจ้าต้องระวังตัวที่เอ๋าอวี้ซานไม่กล้าสู้กับข้า ไม่ใช่เพราะเขากลัวเราแต่เป็นเพราะเขากลัวยอดเขาไท่เสวียน ยากที่จะบอกว่าเขาจะทำอะไรลับหลังเราหรือไม่”โม่เฉินกล่าวกับเยี่ยซาง

            “คนในสำนักเดียวกันหากมีความขัดแย้งก็แค่สู้กัน ทำไมต้องทำอะไรลับหลังเล่า?” เยี่ยซางกล่าวด้วยความประหลาดใจ

            “เจ้าโง่!เจ้าต้องรู้ว่ามีเพียงศิษย์พี่ศิษย์น้องสิบสามคนของเราเท่านั้นที่จริงใจที่สุดพวกเราสามารถร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันได้ แต่เทียบกับยอดเขาอื่นๆแล้วพวกนั้นค่อนข้างไม่แน่นอนหรือแย่ยิ่งกว่า” โม่เฉินบอกเยี่ยซางเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้คนเขาพบว่าหัวใจของเยี่ยซางนั้นบริสุทธิ์เรียบง่ายราวกับกระดาษว่างเปล่าส่วนความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับผลประโยชน์ของมนุษย์นั้นกลับยิ่งแย่ลงไปอีก

            “ข้าเข้าใจแล้ว”เยี่ยซางดูเหมือนจะเข้าใจหลังได้ฟังคำพูดของโม่เฉิน

            “มันค่อนข้างยากสำหรับเจ้าที่จะเข้าใจค่อยเป็นค่อยไปเถิด แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะไปทำภารกิจพวกนี้เล่า?” โม่เฉินไม่ต้องการกดดันเยี่ยซางเขาไม่ต้องการสร้างรอยดำในหัวใจที่บริสุทธิ์ของเยี่ยซาง

            “ข้าพร้อมตลอดศิษย์พี่ ท่านรอข้าที่นี่ ข้าจะไปจัดการกับหมาป่ากระหายเลือดก่อน จากนั้นจึงค่อยไปหาหญ้าเฮยเถี่ย”เยี่ยซางกล่าว

            “สิบสามเจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปเองหรือ? ถ้าเมื่อวานก็เป็นไปได้หรอกแต่วันนี้เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน อย่าละเลยการเฝ้าระวังศัตรูสิ” โม่เฉินกล่าว

            “เช่นนั้นก็ได้ศิษย์พี่ตามไปด้วยเถิด” เยี่ยซางเห็นด้วยเขารู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะคัดค้านโม่เฉิน

            หลังจากดื่มเสร็จแล้วเยี่ยซางและโม่เฉินก็เริ่มออกล่าหมาป่ากระหายเลือด

            ไม่นานหลังจากเยี่ยซางและโม่เฉินออกเดินทางหอค้ำสวรรค์ก็ได้ต้อนรับแขกพิเศษ เขาไม่ได้มารับภารกิจ แต่มาเพื่อมอบภารกิจ

            “เจ้าบอกว่าจะให้เริ่มตามล่าลูกศิษย์ของยอดเขาไท่เสวียนเยี่ยซาง หลังจากนี้หนึ่งเดือนใช่หรือไม่?” ซือคงถามขณะมองไปยังคนที่อยู่หลังม่านสีดำ

            บุคคลที่มามอบภารกิจนั้นสวมหมวกเนื่องจากไม่ต้องการเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของตนเอง

            “ลูกศิษย์คนที่สิบสามของหลิ่วหยางอวี่หัตถ์เขย่าสวรรค์แห่งยอดเขาไท่เสวียนของหุบเขาโอสถเราสามารถเคลื่อนไหวเรื่องนี้ได้ ราคาคือหินวิญญาณคุณภาพสูงสามสิบก้อน” ซือคงกล่าว

            “หินวิญญาณคุณภาพสูงสามสิบก้อน? การฆ่าผู้ฝึกตนระดับสี่ยังใช้เงินไม่มากเท่านี้”ชายสวมหมวกกล่าว

            “ก่อนอื่นข้าต้องบอกเจ้าว่าการฆ่าศิษย์ของยอดเขาไท่เสวียนนั้นมีความเสี่ยงมากนอกจากนี้เยี่ยซางไม่ได้ทำสิ่งชั่วร้ายใดๆ หากท่านต้องการว่าจ้างก็ต้องใช้หินวิญญาณคุณภาพสูงสามสิบก้อน”ซือคงพูดอย่างไม่ใส่ใจ

            “ข้าขอคิดดูก่อนแล้วกัน”ชายสวมหมวกลุกขึ้นและจากไป ราคานี้ต่างจากที่เขาคิดไว้มากเกินไป

            “เป็นภารกิจจากคฤหาสน์เจ้านครหรือ?” ผู้คุมกฎต่งกล่าวหลังจากเข้ามาในห้อง

            “พวกมันไม่กล้าทำตอนนี้ถึงได้เลื่อนงานออกไปหนึ่งเดือน ทำเป็นหมาขโมยไก่1” ซือคงหัวเราะอย่างดูถูกเหยียดหยาม

            “เขาจะมาอีกหรือไม่?” ผู้คุมกฎต่งถามหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

            “คราวหน้าถ้าข้าไม่อยู่ที่นี่ให้เพิ่มราคาขึ้นอีกพยายามอย่ารับงานนี้ไว้ในมือของเจ้า หากเจ้ารับไปก็ให้หาเหตุผลที่จะถอนมันออกเสียคนเหล่านั้นในยอดเขาไท่เสวียนล้วนไม่สามารถยั่วยุได้หรอกอย่าไปยั่วยุพวกเขาจะดีกว่า แม้หอค้ำสวรรค์ของเราจะไม่กลัวแต่ถ้าพวกเขามุ่งเป้ามาที่พวกเรา จะเป็นเรื่องยุ่งยากเอาได้”ซือคงกล่าวกับผู้คุมกฎต่ง

            “ท่านวางใจเถิดข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร” ผู้คุมกฎต่งกล่าว

            เยี่ยซางและโม่เฉินไม่รู้ว่ามีคนอื่นคิดถึงพวกเขาอยู่โม่เฉินระมัดระวังตัวมากแต่เขาไม่ได้หวาดกลัว อย่างไรก็ตามถ้าเอ๋าอวี้ซานต้องการจัดการกับเยี่ยซางจริงๆชายคนนั้นจะต้องฆ่าทั้งเขาและเยี่ยซาง เพราะถ้าเรื่องนี้รั่วไหลออกไปแล้วสิ่งที่รออยู่ก็มีแต่ความหายนะเท่านั้น แม้ฐานการบ่มเพาะของเอ๋าอวี้ซานนั้นจะสูง แต่โม่เฉินยังคงมั่นใจว่าเขาสามารถหนีได้ดังนั้นเขาจึงสรุปว่าเอ๋าอวี้ซานไม่กล้าลงมือ

            ทั้งสองใช้เวลาหนึ่งวันในการขี่อินทรีปีกสีทองและเทียนอวี่ไปยังภูเขาชางหลางที่มีหมาป่ากระหายเลือดอยู่

            ตามคำอธิบายภารกิจหมาป่ากระหายเลือดฝูงนี้มีจำนวนประมาณสองร้อยกว่าตัวหมาป่ากระหายเลือดธรรมดามีพลังอยู่ในระดับหนึ่งองครักษ์ของราชาหมาป่าอยู่ในระดับสองช่วงต้นส่วนราชาหมาป่ากระหายเลือดอยู่ในจุดสูงสุดของระดับสองข้อกำหนดของงานคือต้องการหัวของราชาหมาป่ากระหายเลือด

            อันที่จริงแล้วภารกิจนี้ไม่ต่างจากการล้างบางฝูงหมาป่ากระหายเลือดนักอย่างไรแล้วก็เป็นเรื่องยากที่จะฆ่าราชาหมาป่าได้สำเร็จโดยไม่ต้องฆ่าหมาป่ากระหายเลือดทั้งฝูงจึงถือเป็นหนึ่งในงานที่ยากที่สุดของภารกิจระดับป้ายเหล็กดำ แม้แต่ผู้บ่มเพาะระดับสองจวี้หยวนก็ยังไม่มีใครกล้ารับงานนี้คนเดียวเยี่ยซางคิดว่าร่างกายของเขาแข็งแรงและสามารถต่อสู้ได้นานทั้งหอกสังสารวัฏยังเหมาะสำหรับภารกิจต่อสู้แบบกลุ่มแล้วรางวัลของภารกิจก็เช่นกันสูงมาก เป็นทองคำห้าร้อยตำลึง2กับหินวิญญาณระดับกลางอีกสิบก้อน

            สำหรับคนอื่นๆระยะทางสองพันลี้จะใช้เวลาไม่น้อยกว่าครึ่งเดือนในการเดินทางดังนั้นการจะทำภารกิจนี้ภายในเวลาหนึ่งเดือนก็ถือว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นมากอย่างไรก็ตามเยี่ยซางกับโม่เฉินก็ไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้

            หลังจากดื่มสุราหนึ่งขวดกับโม่เฉินพร้อมกินเนื้อตากแห้ง เยี่ยซางก็โบกมือให้อีกฝ่ายแล้วจึงถือหอกสังสารวัฏมุ่งหน้าไปยังหุบเขาของหมาป่ากระหายเลือด

            เมื่อมาถึงเยี่ยซางก็ขี่เทียนอวี่เพื่อค้นหาที่ซ่อนตัวของหมาป่ากระหายเลือดตอนนี้เขาได้กินเต็มอิ่มและดื่มอย่างเพียงพอแล้ว จึงเห็นว่าถึงเวลาต้องไปฆ่าพวกมัน

            โม่เฉินขอให้อินทรีปีกทองคำและเที่ยนอวี่รออยู่ที่เดิมจากนั้นเขาก็ตามเยี่ยซางไปโดยอยู่ห่างกันประมาณร้อยจั้งเขาไม่กล้าปล่อยให้เยี่ยซางออกไปคนเดียวเพราะอย่างไรที่นี่ก็มีหมาป่ากระหายเลือดมากกว่าสองร้อยตัวถ้าเยี่ยซางถูกกัดเข้าแล้วก็เมื่อกลับไปเขาก็รอถูกศิษย์พี่และศิษย์พี่หญิงกัดซ้ำได้เลย!

            เมื่อเยี่ยซางอยู่ห่างจากหุบเขาหมาป่ากระหายเลือดราวสองหรือสามลี้หมาป่ากระหายเลือดก็ปรากฏตัวขึ้น พวกมันเป็นหมาป่ากระหายเลือดลาดตระเวน

            เขาถือหอกสังสารวัฏแล้วพุ่งตัวไปแทงเข้าที่คอของหมาป่าที่กระหายเลือดทันทีจากนั้นจึงตัดคอของหมาป่ากระหายเลือดด้วยการสะบัดหอกสังสารวัฏแล้วโยนศพออกไป

            ฉับพลันนั้นหมาป่ากระหายเลือดตัวที่สองก็ปรากฏตัวขึ้นเยี่ยซางตัดคอของมันด้วยหอกก่อนที่มันจะได้เข้ามาใกล้ด้วยซ้ำ

            เมื่อกลิ่นเลือดกระจายออกไปก็มีหมาป่ากระหายเลือดจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ปรากฎตัวออกมาโจมตีเยี่ยซาง แต่เด็กหนุ่มก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเขาไม่ยอมให้ตัวเองต้องเผชิญกับการโจมตีจากด้านหลังของของหมาป่ากระหายเลือดขณะเวลาเดียวกันหอกสังสารวัฏก็แทง สะบัด ผ่า ทุบและบุกโจมตีหมาป่ากระหายเลือดอย่างดุเดือด

            --------------------------------------------------------------

            1 ทำเป็นหมาขโมยไก่หมายถึง คนที่หลอกลวงผู้อื่นโดยการปิดบังตัวเองแกล้งทำตัวเป็นสุนัขเพื่อขโมยไก่ของมีค่า หรือทำบางอย่างที่ไม่ดีลับหลัง /ซ่อนการกระทำของตนไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าตนเป็นผู้กระทำ

            2 ตำลึง เป็นหน่วยน้ำหนักของจีน 1 ตำลึงประมาณ 50 กรัม

    คล้ายกับเรื่องหมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】 ที่คุณอ่าน