ไอริณยิ้มแล้วก็ส่ายหัว "ริณบอกไป พี่กิตก็คงไม่รู้จักหรอกค่ะ เอาว่าสักวันหนึ่งพี่กิตคงจะได้เจอพี่เขาแน่ๆ ถ้าพี่กิตไม่มาหายไปจากชีวิตริณซะก่อนนะ"
เอ๊ะ... ทำไมพี่จะต้องมาหายไปจากชีวิตริณด้วยล่ะจ๊ะ ตอนนี้เราก็อยู่ใกล้ๆกันแค่นี้ จากชั้นเก้าลงมาชั้นเจ็ด จากชั้นเจ็ดขึ้นไปชั้นเก้า แหม... พริบตาเดียวเอง"
"พูดดีไปเถ๊อะ... แล้วสมัยก่อนเป็ไงล่ะ สัญญาว่าปิดภาคเรียนคราวหน้าจะแวะลงไปเที่ยวไปหาริณ และก็ดำริว่าจะไปสอนภาษาอังกฤษให้ริณอีกด้วย แล้วพอถึงเวลาจริงๆก็ไม่เห็นหัวอีกเลยจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ยังไงล่ะ... ชิ !"
"อ้าว... พี่เคยไปสัญญาไว้อย่างนั้นเรอะ ? เอ... พี่ไม่เห็นจะจำได้เลยนะน้องริณ สงสัยว่ามันจะนานไปจนพี่ลืมซะล่ะ ฮ่าๆ"
"ผู้ชายก็เป็ซะอย่างงี้ล่ะ... ริณล่ะเบื่อนัก... เชอะ !"
ทั้งชิทั้งเชอะของไอริณตอนนี้มากันครบครัน ผมเองตอนนี้ก็เลยแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่เมื่อมองเห็นเธอทำหน้าค้อนประหลับประเหลือก แล้วก็ทำเบือนหน้ามองไปทางอื่น
"เอาล่ะ..." ไอริณหันกลับมายิ้มเหมือนเดิม "แล้วเื่ที่บ้านแฝดของพี่กิตน่ะ ตอนนี้พี่กิตจะทำยังไง ตอนนี้ริณเองก็รู้เื่ไปกับพี่แล้ว พี่กิตอยากจะให้ริณช่วยอะไรก่อนเป็อันดับแรกล่ะ...?"
"เออใช่..." ผมขมวดคิ้วขึ้นมาทันที "คุยไปคุยมาจะกลายเป็เล่นไปซะเองแล้วพี่นี่... คืองี้ พี่เคยคิดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะกลับไปคุยกับเจ๊ร้านขายของชำที่ดูเหมือนว่า จะรู้เื่อะไรๆแต่เก่าก่อนในบริเวณหมู่บ้านจัดสรรค์นั้นอยู่ไม่น้อย เจ๊แกดูเป็กันเองและดูท่าทางแล้วคงจะเล่าทุกอย่างที่แกรู้ให้พี่ฟังหมดทุกอย่างแน่ๆ ปัญหาคือท่าทางผัวของแกดูจะหึงๆเจ๊แกอยู่เหมือนกัน เพราะอยู่ดีๆก็มีผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาชวนเมียตัวเองคุยอยู่นานสองนาน คราวก่อนนั้นพี่กับเจ๊ก็เลยต้องสต็อบเื่ที่คุยกันยังไม่จบไว้ก่อน แล้วพี่ก็มาคิดว่า ถ้าหากไปหาแกอีกคราวหน้าก็จะชวนใครสักคนไปเป็เพื่อนเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดกันสักหน่อย เออ... ตอนนั้นพอพี่นึกไปนึกมาก็นึกถึงน้องริณพอดีเลยนะ เพราะพี่จำกิตติศัพท์ของน้องริณที่เขาลือกันได้ว่าน้องริณเป็คนไม่กลัวผี แถมยังสนใจเื่พวกนี้มากๆ พี่ก็เลยคิดว่าเดี๋ยวจะลองติดต่อน้องริณดูว่าพอจะไปเป็เพื่อนพี่ได้ไหม เพราะถ้าขืนพี่ไปชวนพวกเพื่อนๆในกองบก.ชั้นเก้าให้ไปเป็เพื่อนก็รับรองได้ว่า ไอ้พวกนั้นจะกลัวกันหัวแทบหดั้แ่ได้ยินคำว่าผีแน่ๆเชียว..."
ไอริณยิ้มละมัย "ดีจัง ที่พี่กิตยังอุตส่าห์นึกถึงริณขึ้นมาได้ แต่ก็นั่นแหล่ะนะ... แค่นึกขึ้นมาได้เพราะจำได้แค่ว่าริณเป็คนไม่กลัวและสนใจเื่ผีแค่นั้นเองใช่ไม๊ล่ะ...?"
ผมอดหัวเราะขึ้นมาหน่อยนึงไม่ได้ "แหม... ก็ถ้าพี่รู้ว่าน้องริณคนนี้ก็คือน้องริณคนนั้น พี่ก็คงจะไม่ต้องคิดอะไรให้มันปวดหัวหรอก คงจะรีบแจ้นมาหาหรือมาคุกเข่าอ้อนวอนขอความช่วยเหลือต่อหน้าน้องน้องริณซะก่อนหน้านี้แล้วล่ะคร้าบบบ..."
ไอริณเท้าคางหัวเราะคิกก่อนถามว่า "งั้นสรุปว่า... เราจะไปหาเจ๊ร้านขายของชำกันก่อนสินะ...?"
"ก็คงต้องไปหาเจ๊แกก่อน เพราะพอมามีเหตุการณ์ที่พี่ได้ฝันเห็นผู้ชายที่ชื่อสิงห์และผู้หญิงที่ชื่อนุชรวมทั้งพวกไอ้โรจน์แล้ว พี่ก็ยิ่งจะต้องไปถามเจ๊แกว่า คนเ่าั้มีตัวตนจริงๆกันหรือเปล่า และถ้ามีบุคคลเ่าั้อยู่จริงๆเราก็อาจจะสรุปได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความฝันของพี่นั้นก็คงจะเป็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจริงๆในอดีตด้วยกระมัง ?"
"ริณว่าใช่แน่นอน... คือถ้าพี่กิตไม่ได้มดเท็จเล่าเื่พวกนี้ให้ริณฟังสนุกๆอ่ะนะ"
"ปัดโธ่เอ๊ย... น้องริณเห็นพี่เป็คนที่ชอบเื่แบบนี้มาั้แ่เมื่อไรกัน เกิดมาั้แ่เด็กจนโตพี่ไม่เคยเชื่อเื่พวกนี้เลยสักนิด ถ้าวันนั้นไม่เห็นกับตาล่ะก็ วันนี้พี่เองก็คงจะไม่ได้มานั่งมาคุยปรึกษาเื่พวกนี้อยู่กับน้องริณจนถึงตอนนี้ล่ะม้าง..."
ไอริณยิ้มกริ่ม "งั้น... พรุ่งนี้เราจะไปลุยกันเลยใช่ไม๊... ?" พรุ่งนี้ริณจะได้เบรคเื่อื่นๆให้หมดเลย"
"พี่แล้วแต่น้องริณจ้ะ ถ้าพรุ่งนี้ได้เลยก็ดี งั้น... เดี๋ยวพี่จะได้บอกกองบก.ชั้นเก้าว่าพรุ่งนี้พี่จะไม่เข้ามา"
จากนั้นผมกับไอริณก็ได้คุยเื่สัพเพเหระกันอีกนิดหน่อยก่อนจะแยกย้ายกันออกไปและตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะมาเจอกันตอนเที่ยงวันที่ร้านกาแฟอเมซอนหน้าปากซอยทางเข้าสำนักพิมพ์นี้ก่อน...
ก่อนแยกย้ายกันไป ไอริณยังอุตส่าห์หันกลับมาแซวว่า คืนนี้ระวังจะฝันระทึกอีกนะ ผมก็เลยแค่ส่งยิ้มกลับไป
แต่พอถึงตอนดึก หลังจากที่ผมได้เข้านอนไปแล้วผมก็ไม่รู้สึกว่าจะฝันอะไรอีกเลย
แต่สุดท้าย.. ก็มีเื่ระทึกขึ้นมาจนได้... แต่คราวนี้คนที่เจอเหตุการณ์กลับเป็จันซะเอง...!