ค่ำคืนแรกหลังจากการกลับมา...
ภายในกระท่อมซอมซ่อแทบจะพังครืนลงมา เย่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่กลางความมืด ร่างกายเคยอ่อนเพลียจากการปีนป่ายถูกเยียวยาด้วยการโคจรพลังเพียงเล็กน้อย แต่จิตใจกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น... แข็งแกร่งกว่าภูผา
‘ความอัปยศอันมอบให้ข้า... ข้าจะตอบแทนด้วยความหวาดกลัวอันสาสม!’
เขาเริ่มโคจร "ลมหายใจอสูรเทวะ" อย่างเต็มกำลังเป็ครั้งแรกบนโลกเบื้องบน
ฟู่... ครืน...
ลมหายใจยาวลึกและหนักแน่น เส้นชีพจรเทพอสูรอันถูกหลอมใหม่ในร่างกายเริ่มขยายตัวออกอย่างช้าๆ พลังงานสีทองดำหนืดข้นราว "ธารโลหะหลอม" ไหลผ่านเส้นลมปราณอย่างค่อยเป็ค่อยไป ความร้อนแ่ๆ แผ่ซ่านไปทั่วลำตัว เป็ความอบอุ่นยืนยันว่า "คัมภีร์เทพอสูรเทวะ" กำลังตอบสนองต่อจิตใจอันมุ่งมั่นอย่างแท้จริง
ทันใดนั้น เย่เฉินก็เปิดดวงตาขึ้น!
เขาไม่ได้ใช้พลังงานจากอากาศรอบข้าง... แต่ใช้ "ความคับแค้น" เป็ตัวกระตุ้น!
‘ไอ้ขยะ! ระดับ 0! สวะ!’ ถ้อยคำเคยได้ยินมาตลอดสิบปี ถูกนำกลับมาวนซ้ำในห้วงสำนึก
ความโกรธและความอัปยศจากการถูกเหยียบย่ำ... เย่เฉินบังคับให้พุ่งตรงเข้าสู่ "ลายอักขระเทพอสูร" บนหน้าอก
วูบ! ตูม!
ลายอักขระตอบสนองต่อแรงผลักดันทางอารมณ์นั้น! พลังภายในเคยไหลเชื่องช้าพลันพุ่งทะยานราวกับม้าป่าหลุดจากบังเหียน! พลังภายในขยายตัวเล็กน้อยอย่างฉับพลัน จนเกิดเป็เสียง "ครืด" เบาๆ ในลำคอเย่เฉิน
เขาหลับตาลงอีกครั้ง... รอยยิ้มเ็าปรากฏมุมปาก
‘ดี... ความอัปยศของพวกเ้า... คือก้าวแรกสู่พลังที่แท้จริงของข้า!’
เย่เฉินบ่มเพาะพลังภายใต้ความมืดมิดของค่ำคืนนั้น โดยใช้ความคับแค้นเป็เชื้อเพลิงอันไม่มีวันหมดสิ้น รอคอยรุ่งอรุณแห่งการพิสูจน์ตนเอง
รุ่งอรุณมาเยือน...
เย่เฉินตื่นขึ้นมาก่อนแสงแรกจะมาถึงนานแล้ว ร่างกายไม่หลงเหลือร่องรอยความอ่อนเพลีย แต่จิตใจกลับสงบนิ่งดุจห้วงน้ำถูกแช่แข็ง
เขาสวมเสื้อผ้าชุดเดิมอันขาดวิ่นและเดินออกจากกระท่อม มุ่งหน้าไปยังลานหมู่บ้าน
เสียงประกาศอันดังของ หลิวซาน ดังขึ้นมาจากลานกลางหมู่บ้าน "วันนี้เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีทุกคนต้องเข้าร่วม 'การล่าสัตว์ป่าประจำปี'!..."
ทันทีที่เย่เฉินก้าวเท้าเข้าสู่ลานหมู่บ้าน สายตาดูถูกนับสิบคู่ก็พุ่งเข้าใส่ในทันที
หลิวเปา ยืนอยู่หัวแถวด้วยความผยองข้างบิดา เมื่อเห็นเย่เฉินเดินเข้ามา เขาก็แสยะยิ้มเยาะเย้ยอย่างเปิดเผย
"โอ้... เย่เฉิน! เ้ายังไม่ตายอีกรึ! ข้าว่าพลังงานในตัวเ้าหายไปหมดแล้วเสียอีก! พ่อว่าไงนะขอรับท่านพ่อ! มันยังเป็ 'ขยะระดับ 0' เหมือนเดิมรึเปล่า!"
หลิวซานเห็นเย่เฉินก็ยิ่งโกรธจัด เขาเดินตรงเข้ามาชี้หน้า
"ใช่! มันยังเป็ขยะเหมือนเดิม! และวันนี้! เ้าต้องเข้าร่วมการล่าสัตว์! อย่าคิดจะมาเดินขวางทางคนที่มีประโยชน์ต่อหมู่บ้านอย่างลูกชายข้า!"
"เ้าได้ยินแล้วใช่ไหมไอ้ขยะ! เ้าต้องไปทางป่าด้านตะวันตก! ไปทางที่พวกสัตว์เล็กๆ อยู่! อย่ามาเกะกะทางของนักล่าที่แท้จริงอย่างพวกเรา!" หลิวเปาะโพร้อมผลักไหล่เย่เฉินเบาๆ ด้วยความดูถูก
เย่เฉินยืนนิ่ง... เขาไม่ตอบโต้ด้วยคำพูดใด แต่เงยหน้าขึ้นสบตากับหลิวเปาตรงๆ
ดวงตาของเย่เฉินสงบและลึกล้ำ... ราวกับกำลังมองสิ่งมีชีวิตน่าสมเพช
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วดุจสายฟ้า... หลิวเปาผู้เคยได้ใจเมื่อถูกสบตา พลันรู้สึกถึง ความกดดันที่มองไม่เห็น เข้ามาบีบอัดจิติญญา ความรู้สึกเย็นเยียบและหนักอึ้งทำให้เขาทรุดถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว!
‘อะไรกัน! นี่มัน... แรงกดดันอะไร! ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสูง!’ หลิวเปาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก
เย่เฉินไม่พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่ละสายตาจากหลิวเปาอย่างเชื่องช้า แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางป่าด้านตะวันตกตามคำสั่ง
กลุ่มของหลิวเปาเดินลึกเข้าไปในป่าด้วยความประมาท พวกเขากำลังหัวเราะเยาะเย้ย และไม่ได้สังเกตว่าพวกตนได้เดินเข้าไปในอาณาเขตของสัตว์อสูรระดับกลางแล้ว
เย่เฉินเดินเข้าสู่ป่าตามกลุ่มของหลิวเปาไปในทิศทางที่สวนกัน แต่เขาไม่ได้เดินตามรอยเท้าพวกเขา เย่เฉินเลือกเส้นทางซ่อนเร้นและมิดชิดกว่า
ขณะกำลังเดินไปตามร่องรอยสัตว์เล็กอันคุ้นเคย จู่ๆ ชีพจรพลังเทพอสูร ภายในร่างก็ส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรง
วูบ!
เย่เฉินชะงักฝีเท้าทันที ป่าที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงสัตว์เล็กๆ บัดนี้กลับเงียบสงัดราวป่าช้า
เขาโคจรลมหายใจอสูรเทวะเล็กน้อย รวบรวมพลังงานไปที่ปลายจมูกเพื่อตรวจจับกลิ่น
‘กลิ่นนี้...’
กลิ่นคาวเืผสมกับกลิ่นสาบเฉพาะตัวของ "หมาป่าพิษ" โชยมาตามลม มันเป็สัตว์อสูรระดับกลางอันตรายและไม่เคยปรากฏตัวในเขตล่าสัตว์ของหมู่บ้านมาก่อน!
เย่เฉินเดินตามร่องรอยกลิ่นนั้นไปอย่างเงียบเชียบ และเขาก็พบความจริงน่าใยิ่งกว่า...
ร่องรอยหมาป่าพิษมิได้เดินไปทางอื่น แต่มันกำลัง "สะกดรอยตาม" กลุ่มของหลิวเปาผู้ส่งเสียงเอะอะอยู่เบื้องหน้า!
‘นี่คือโอกาสที่์มอบให้ข้า!’
ความแค้นและความ้าที่จะพิสูจน์ตนเองพลันลุกโชนขึ้นมา เย่เฉินเปลี่ยนจากการล่าสัตว์เล็ก มาเป็การ "ล่าผู้ล่า" โดยมีกลุ่มของหลิวเปาเป็เหยื่อล่อผู้กำลังเดินเข้าสู่กับดักด้วยความอวดดี
กลุ่มของหลิวเปาเดินมาถึงบริเวณพุ่มไม้หนา และทันใดนั้น...
แคว๊ก!
เสียงคำรามอำมหิตดังขึ้นจากพุ่มไม้หนา! ร่างใหญ่โตของ "หมาป่าพิษ" ะโออกมา มันมีขนสีน้ำตาลไหม้ ปลายเขี้ยวยาวเหยียดเคลือบด้วยพิษสีเขียวอ่อน ดวงตาฉายแววความกระหายเือย่างบ้าคลั่ง
"อ๊ากกก!"
กลุ่มเด็กหนุ่มผู้เคยโอ้อวดพลันตื่นตระหนกจนสิ้นสติ พวกเขาทำได้เพียงกรีดร้องและทิ้งอาวุธหนีตายไปคนละทิศละทาง หมาป่าพิษตะปบเข้าที่ไหล่ลูกน้องคนหนึ่งของหลิวเปาจนเือาบ ก่อนมันจะหันเป้าหมายไปยัง หลิวเปา ซึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้วยความหวาดกลัว!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง...
ฟุ่บ!
ร่างหนึ่ง... ผอมบาง... พุ่งทะยานเข้ามากั้นกลางระหว่างหมาป่าพิษกับหลิวเปา ด้วยความเร็วอันไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า
เย่เฉินมาถึงตัวหมาป่าแล้ว!
เย่เฉินไม่พูด แต่รวบรวม "พลังเทพอสูร" ทั้งหมดที่บ่มเพาะได้มาสู่หมัดขวาอย่างเงียบเชียบ ลายอักขระบนหน้าอกเรืองแสงสีทองแดงจางๆ ภายใต้เสื้อผ้าขาดวิ่น
หมาป่าพิษรู้สึกถึงภัยคุกคามยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเจอ มันอ้าปากกว้างหมายจะขย้ำร่างผู้มาขวางทาง...
ปัง!
เย่เฉินปล่อยหมัดเดียว!
หมัดที่อัดแน่นด้วย "วิถีอสูร" อันหลอมรวมกับกายเนื้อแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ทะลุทะลวงเข้าสู่กะโหลกหมาป่าพิษอย่างง่ายดาย
เสียงกะโหลกถูกบดขยี้ดังสนั่นน่าสยดสยอง เืสีดำและสมองกระฉูดออกมาจากาแ ร่างกายหมาป่าพิษอันเคยแข็งแกร่งและดุดัน ล้มตึงลงกับพื้นทันที... สิ้นใจตายคาที่ด้วยหมัดเพียงหมัดเดียว!
ความเงียบที่น่าขนลุกเข้าปกคลุมทั่วป่าแทนที่เสียงกรีดร้องและเสียงคำราม
เย่เฉินยืนนิ่งอยู่ข้างซากหมาป่าพิษ หมัดขวาไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน เขาค่อยๆ หันไปสบตากับหลิวเปา...
ดวงตาของเย่เฉินเต็มไปด้วย "ความดูถูกเหยียดหยาม" ที่แท้จริง เขามิได้พูดอะไรสักคำ แต่สายตานั้นสื่อว่า:
‘เ้า... ขยะระดับ 3... เกือบต้องตายด้วยอสูรที่ข้าสังหารด้วยหมัดเดียว!’
เย่เฉินละสายตาจากหลิวเปาอย่างช้าๆ แล้วเดินจากไป ทิ้งให้กลุ่มเด็กหนุ่มอยู่กับความหวาดกลัวและซากสัตว์ร้ายที่ "ไอ้ขยะระดับ 0" ได้สังหารทิ้งไว้เป็หลักฐาน
เย่เฉินไม่รอคำขอบคุณ ไม่สนใจความหวาดกลัวที่ปะทุอยู่ด้านหลัง เขายืนนิ่งอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะหมุนตัวและเดินจากไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งซากหมาป่าพิษผู้สิ้นใจอย่างอนาถไว้กลางป่า
หลิวเปา ยังคงทรุดตัวอยู่กับพื้นดินเปียกชื้น ใบหน้าซีดขาวจนเห็นเส้นเืฝาด เขาไม่ได้รู้สึกดีใจที่รอดตาย แต่ความกลัวกลับกัดกินจิตใจอย่างรุนแรง
‘หมัดเดียว... มันใช้หมัดเดียว...’
กลุ่มเด็กหนุ่มที่เหลือค่อยๆ คลานออกมา พวกเขาไม่กล้าส่งเสียง ไม่กล้าแม้แต่จะมองตามแผ่นหลังที่กำลังเดินห่างออกไปของเย่เฉิน
หลิวเปาใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะรวบรวมสติให้ลุกขึ้นยืนได้ ร่างกายสั่นสะท้าน เขามองซากหมาป่าพิษขนาดใหญ่นอนจมกองเื...
‘นี่คือการดูถูก... นี่คือการตอกย้ำว่าข้าและพวกพ้องอ่อนแอไร้ค่า!’ หลิวเปาคิดในใจอย่างเ็ป
เย่เฉินเดินกลับสู่หมู่บ้านสกุลหลิวในยามเที่ยง เขาส่งกลิ่นคาวเืจางๆ และคราบดินโคลนกลับมาด้วย แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้
ไม่มีใครพูดอะไร... แต่ทุกคนรู้แล้วว่า "ไอ้ขยะระดับ 0" ที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำ... ได้กลับมาพร้อมกับอำนาจที่ไม่อาจประเมินค่าได้
เย่เฉินกลับเข้าสู่กระท่อมของตนอีกครั้ง เขาไม่สนใจเสบียงอาหาร ไม่สนใจงานหลวงที่หลิวซานสั่งไว้
เขาเพียงแค่นั่งขัดสมาธิลงกลางกระท่อม หลับตาลง แล้วเริ่มโคจร "ลมหายใจอสูรเทวะ" อีกครั้งอย่างรวดเร็ว เพื่อเปลี่ยน "ชัยชนะแรก" และ "ความตื่นตระหนก" ที่เขาหว่านไว้ ให้กลายเป็พลังอันมั่นคง
‘ความกลัว... ได้ถูกหว่านลงไปแล้ว...’
‘หลิวเปา... ข้าจะให้เวลาเ้าได้ลิ้มรสความหวาดกลัวนี้อีกไม่นาน...’
[จบตอนที่ 11]