ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 8 เลื่อนระดับ
วังวนที่เกิดจากยันต์เข้าฝัน ดึงดวงิญญาของจินให้เขามาอยู่ภายในความฝันของเป้าหมาย
ตอนนี้บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไปจากเดิมมาก มันมืดมิด ดูสับสนไปหมด
ทางเดินเบื้องหน้าดูขมุกขมัว สุดปลายทางมีแสงนวลส่องออกมา
เป็แสงสะท้อนของดวงจันทร์ที่กระทบลงบนผิวน้ำ มีร่างของชายผมขาวนั่งอยู่ที่ริมลำธาร
ทุกอย่างดูปกติดี เพียงแต่บนฟากฟ้าไม่ได้มีดวงจันทร์ปรากฏอยู่จริงๆ
จินที่บัดนี้ไม่ได้เป็ร่างิญญาโปร่งใสอีกต่อไปค่อยๆ เดินไปตามเส้นทางมืดๆ
ร่างชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวเดินตามทางมาเรื่อยๆ ในที่สุดก็หยุดอยู่ที่ด้านหลังของชายผมขาวซึ่งนั่งอยู่ริมน้ำ
“มาคัส พีไรซ์”
ชายหนุ่มชุดขาวค่อยๆ เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
ชายผมขาวที่นั่งริมน้ำค่อยๆ หันหน้ามาตามเสียง ขมวดคิ้วเล็กน้อยที่ได้ยินคนมาเรียกตนในที่แห่งนี้
“เ้าคือ?”
เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ข้าจิณณ์ พิไร จะเรียกว่าเป็บรรพบุรุษของเ้าก็ได้”
จิน ชายในชุดขาวพยายามตีหน้าขรึมที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงโบกมือขึ้นไปในอากาศหนึ่งครั้ง
ทันใดนั้น ความมืดมิดทั้งปวงพลันสลายหายไป ดวงอาทิตย์ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาจากทิศตะวันออก ลอยเด่นขึ้นสู่ฟากฟ้า
ลำธารสะท้อนแสงจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาทำให้เห็นพื้นที่โดยรอบที่เป็ลานโล่งๆ รายล้อมไปด้วยต้นไม้ขึ้นเรียงสลับกัน
ก้อนหินขนาดใหญ่ค่อยๆ ดันตัวขึ้นมาจากพื้นดินเื้ัชายชุดขาว ความสูงของมันราวๆ สะโพกของมนุษย์ทั่วไป
ชายชุดขาวที่อ้างตัวว่าเป็บรรพบุรุษหย่อนก้นลงนั่งที่ก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนนั้น
ส่วนชายผมขาวกำลังสับสนกับทุกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในชั่วพริบตา เขาหันมองไปรอบตัว สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ชายชุดขาวที่กำลังนั่งอยู่บนก้อนหิน ส่งยิ้มอันอบอุ่นมาให้ตน
“นี่...ข้าฝันอยู่...งั้นหรือ?”
ชายผมขาวเหมือนจะจับทางบางอย่างได้
“ใช่ นี่คือความฝัน แต่ไม่ใช่ความฝันที่เกิดจากจิตปรุงแต่งของเ้าเองหรอกนะ เป็ฝันที่ข้าสร้างขึ้นมาเพื่อพูดคุยกับเ้าโดยเฉพาะ”
จินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสงบราบเรียบ พยายามอธิบายให้ฟัง
“ฝันที่เ้าสร้างขึ้น? เดี๋ยวก่อน ตอนแรกเ้าบอกว่าเ้าคือบรรพบุรุษของข้า? แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่านี่ไม่ใช่ว่าข้าฝันไปเองเพราะความกังวล?”
สติของชายผมขาวเริ่มกลับมาแจ่มชัด แม้จะเป็ในโลกแห่งความฝัน แต่จินก็ได้ตั้งค่าให้โลกในความฝันนี้สามารถรู้สึกตัวอย่างเต็มที่ว่าตนเองฝันอยู่
“ใช่ข้าเข้าฝันเ้า และทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เป็สิ่งที่ข้าเนรมิตขึ้นมา ก็อย่างที่เ้าเห็นนั่นแหละ” จินเลื่อนมือไปจับก้อนหินที่ตนนั่งทับ ก่อนจะพูดต่อไปว่า
“และเพราะข้าเป็บรรพบุรุษของเ้า เ้าก็ไม่จำเป็ต้องระแวงอะไรไป ข้าจะไม่ทำให้ลูกหลานของตนเองต้องลำบากหรอก ถ้าพวกเ้าไม่ได้ทำเื่เลวร้ายอะไรน่ะนะ”
“ส่วนเื่ที่เ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเ้าไม่ได้ฝันฟุ้งไปเอง เอาเป็ว่าสิ่งที่ข้าจะมอบให้เ้าหลังจากนี้คงจะพอพิสูจน์คำพูดของข้าได้”
จินมองไปที่หน้าต่างระบบที่ลอยอยู่เบื้องหน้า ตอนนี้เขาตั้งค่าการใช้ยันต์เข้าฝันให้ผู้ฝันสามารถจดจำเื่ราวภายในฝันได้อย่างแม่นยำยามเมื่อตื่นนอน เรียกได้ว่าภายในความฝันแห่งนี้เขาควบคุมได้แทบจะทุกอย่าง
“เอาล่ะ ข้าก็เพิ่งตื่นจากหลับใหลอันยาวนานหลายร้อยปี เห็นระดับพลังของลูกหลานแต่ละคนแล้วก็อดเวทนาไม่ได้ อย่างแรกที่เ้าจะต้องเปลี่ยนก็ต้องเป็วิธีการฝึกฝนนี่แหละ”
“จงตั้งใจฟังให้ดี ในฐานะหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบัน เ้ามีหน้าที่จะต้องนำสิ่งนี้ออกไปบอกคนอื่นๆ ในตระกูลให้ได้ สิ่งนี้มีชื่อว่า'วิชาพยัคฆ์เมฆา'......”
ตอนแรกที่มาคัสเริ่มฟังเขาก็ยังคงมีความคลางแคลงใจอยู่บ้าง แต่ยิ่งฟังเนื้อหาจากคนที่อ้างตัวว่าเป็บรรพบุรุษ ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้าง
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยเรียนรู้มาเกี่ยวกับการฝึกฝนพลังมันช่างตื้นเขินยิ่งนัก
คำพูดทุกอย่างของชายชุดขาวตรงหน้าเปิดโลกด้านการฝึกฝนของเขาใหม่อีกครั้ง ทุกถ้อยคำสะท้อนบางสิ่งที่ลึกซึ้งที่ตัวเขาเองก็เข้าใจได้ไม่หมด
ซึ่งชายชุดขาวก็ยกตัวอย่างได้อย่างตรงประเด็นและเห็นภาพ ทั้งยังเนรมิตสิ่งต่างๆ ขึ้นมาอธิบายให้เขาเข้าใจแก่นแท้ของมันมากยิ่งขึ้น
เมื่อถ่ายทอดจนจบ มาคัสก็ตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิด
จินเองก็ไม่รีบร้อนให้มาคัสใคร่ครวญไตร่ตรองต่อไป เมื่อเห็นว่าถึงเวลาอันสมควรเขาก็ถามคำถามไปหลายคำถาม
บางคำถามก็ง่าย และหลายคำถามก็ยากจนมาคัสต้องคิดคำตอบอยู่นาน
หลายครั้งที่คำตอบนั้นผิดไป แต่จินก็ช่วยแก้ไขความเข้าใจผิดให้อย่างใจเย็น จากนั้นจึงเริ่มอธิบายแก่นแท้ของวิชา'พยัคฆ์เมฆา'ทั้งหมดให้หัวหน้าตระกูลพีไรซ์ฟังอีกครั้งหนึ่ง
ที่เขาอธิบายย้ำให้ฟังอีกครั้งเป็เพราะไม่อยากให้มาคัสลืมเลือนแม้แต่ข้อความเดียว ในฐานะผู้รับมอบวิชา มาคัสจะต้องนำมันไปถ่ายทอดให้สมาชิกตระกูลฝึกฝนได้ถูกต้อง
จินถามคำถามมาคัสอีกหลายต่อหลายรอบ จนแน่ใจแล้วว่ามาคัสจดจำเนื้อหาได้หมดจึงปล่อยให้มาคัสลองฝึกฝนวิชาดู โดยที่ตัวเขาจะคอยดูแลอยู่เคียงข้างเผื่อว่าจะมีข้อผิดพลาดอะไร
ผ่านไปไม่นานนัก
“นี่......จะเพิ่มระดับทั้งๆ ที่อยู่ในฝันเลยงั้นหรือ”
จินจ้องมองชายผมขาวหัวหน้าตระกูลที่นั่งอยู่เบื้องหน้า รับรู้ได้ถึงมวลพลังที่อัดแน่นพร้อมจะทะลวงระดับขึ้นไป
ส่วนตัวมาคัสเองเริ่มไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง หมุนเวียนพลังไปตามวิชาบ่มเพาะที่เรียนรู้มาใหม่ มันทำให้พลังที่สั่งสมมานานของเขาปะทุออกมาอย่างเต็มที่
จินเองไม่รู้เช่นกันว่าร่างกายของมาคัสในตอนนี้เป็เช่นไร แต่พลังที่เห็นในฝันนั้นราบรื่นดี เขาเพียงช่วยชักนำพลังที่รุนแรงเกินไปให้หมุนเวียนอย่างพอดิบพอดีมากขึ้นก็เท่านั้น
จากนั้นไม่นาน อเวกระดับที่ห้าคนแรกในรอบหลายสิบปีของตระกูลพีไรซ์ก็กำเนิดขึ้น!
มาคัสค่อยๆ ลืมตา ขยับแขนเล็กน้อย ััพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายใน เป็ที่แน่ชัดว่าเขาได้ข้ามระดับมาแล้ว ระดับที่ใน่ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะข้ามมาถึง
บัดนี้เขากลายเป็อเวกระดับที่ห้าอย่างเต็มภาคภูมิ!
“ขอบคุณบรรพบุรุษ!”
เมื่อรู้สึกตัว มาคัสรีบเปลี่ยนแปลงท่าทาง นั่งคุกเข่าทำความเคารพจินในทันที
“ไม่เป็ไร เื่เล็กน้อย เ้าจงนำวิชานี้ไปเผยแพร่ในตระกูลเสีย ตระกูลเราจะต้องยิ่งใหญ่กว่านี้”
คำพูดที่ออกจากปากของจิน ทำให้เกิดความมุ่งมั่นในแววตาของมาคัส โดยที่จินเองก็ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
“เอาล่ะนั่นเป็เพียงสิ่งแรกที่ข้าจะมอบให้เ้า ยังมีอีกหลายสิ่งที่เ้าจะต้องจดจำให้ได้ก่อนจะตื่นจากฝัน”
จินไม่ได้สนใจท่าทีของมาคัสที่เริ่มเทิดทูนตัวเขามากนัก เริ่มอธิบายแปลนธุรกิจที่เขาได้มาจากระบบเป็อย่างต่อไปทันที
มีทั้งสูตรโอสถรักษา และแผนงานในการดำเนินธุรกิจต่างๆ อย่างครบวงจร
จินอธิบายหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้มาคัสจดจำจนขึ้นใจ
“ธุรกิจนี้จงนำไปให้ภรรยาของคาเบโร่ดูแลเสีย แม้ว่านางจะไม่ได้เก่งกาจเหมือนคาเบโร่ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนัก ทั้งยังเป็คนที่ไว้ใจได้ทีเดียว”
“ฝากเื่นี้ให้นางดูแลเป็หลัก แล้วให้คาเบโร่มาช่วยเหลือเื่ยิบย่อยเอาก็ได้ จะได้ไม่เป็ภาระคาเบโร่จนเกินไป”
ซายาโกะเป็หญิงสาวที่แต่งเข้าตระกูลพีไรซ์มาก็หลายปีแล้ว ทั้งยังมีหลานชายตัวน้อยให้กับหัวหน้าตระกูลด้วย แต่กระนั้นมาคัสก็ไม่เคยมอบหมายหน้าที่สำคัญให้เธอเลย
ในพิธีเคารพบรรพชน เธอที่นับว่าเป็สายเืนอกตระกูลกลับมอบแต้มระบบให้จินมากกว่าสมาชิกตระกูลบางคนเสียอีก
เื่นี้ทำให้จินจับจ้องไปที่หญิงคนนี้ สะใภ้คนนี้มีความจริงใจไม่เลวทีเดียว สมควรมีบทบาทในตระกูล จินจึงอดไม่ได้ที่จะพูดส่งเสริมไป
“ได้ ข้าจะบอกนางให้นางดูแลเื่นี้ด้วยตัวเอง”
มาคัสตกปากรับคำ
“แล้วก็อีกเื่ ในเมื่อเ้ากลายเป็อเวกระดับที่ห้าเรียบร้อยแล้ว ข้าขอให้เ้าเป็ผู้นำในการเดินทางตามหาแคนซัสในครั้งนี้”
เมื่อเห็นว่ามาคัสที่สีหน้ากังวล จินก็พูดต่อไปว่า
“ที่ตระกูลแห่งนี้ข้าจะดูแลเอง ข้าคิดว่าการตามหาแคนซัสไม่น่าจะเป็เื่ง่าย การมีอเวกระดับห้าอยู่ในกลุ่มน่าจะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จได้มากขึ้น ไม่ต้องห่วง ข้าจะมอบเครื่องราง และอุปกรณ์สวมใส่เอาไว้ให้เ้าด้วย เมื่อตื่นมาเ้าจะพบมันเอง นำมันไปด้วยในการเดินทางครั้งนี้”
“แล้วขอให้พวกเ้ากลับมาภายในเจ็ดวัน ถือว่าเป็ภารกิจจากบรรพชนก็แล้วกัน”
“อ้อ อย่างสุดท้าย ฝากเ้ากำชับสมาชิกคนอื่นด้วยให้มากราบไหว้บรรพบุรุษที่ศาลบรรพชนบ่อยๆ วันละครั้งได้ยิ่งดี ส่วนพิธีบูชาบรรพชนนี่ก็ขอให้จัดถี่ขึ้นอีกหน่อย เอาเป็เดือนละครั้งไปเลย บรรพชนทั้งหลายคงอยากให้ลูกๆ หลานๆ ไปหาบ่อยๆ เหมือนข้านั่นแหละ เดี๋ยวจะลืมเลือนบรรพชนกันไปเสีย”
“เอาล่ะ นี่ก็ใกล้จะเช้าแล้ว เ้าจงไปจัดการเื่ราวทั้งหลายเถิด”
เมื่อจินพูดจบ ก็ไม่ได้ปล่อยให้มาคัสได้ถามไถ่อะไรมาก เขาออกจากฝันไปในทันที
บรรยากาศโดยรอบเริ่มกลับมาขมุกขมัวอีกครั้ง สายตาของมาคัสค่อยๆ พร่าเลือน ภาพทุกอย่างกลายเป็สีดำสนิท
ทุกอย่างล่องลอย สุดท้ายสติก็ดับไป