บทที่12 ตระกูลหลิงประสบภัย 2
ณตระกูลหลิง
ยามนี้ตระกูลหลิงอาจมีสภาพแตกต่างจากหมื่นปีก่อนไปบ้างแม้คนภายนอกยังเห็นตระกูลหลิงอยู่ดีมีสุข แต่ไม่มีใครรู้ว่าพันปีก่อนตระกูลหลิงถูกกดดัน ถึงขั้นต้องยอมเสียสละรากฐานไปส่วนหนึ่งเพื่อให้ดำรงอยู่สืบไปได้
การสูญเสียครั้งนั้นส่งผลกระทบให้ตระกูลหลิงเผชิญความยากลำบากไม่น้อยไม่ว่าจะถูกเอาเปรียบ ตกต่ำลง หรือเกือบล่มสลายหายไปจากดาวเทียนไห่ตามกาลเวลาที่ผันเปลี่ยน
เลวร้ายไปกว่านั้นเป็ตระกูลหลิงมีตัวตนสูงสุดอยู่แค่ระดับนภา เท่านั้น ซ้ำยังแค่คนเดียวปัจจุบันตระกูลหลิงจึงแทบไม่ต่างอะไรจากตระกูลผู้บ่มเพาะทั่วไปในดาวเทียนไห่ยังดีที่ไม่ตกต่ำจนกลายเป็ตระกูลของคนธรรมดาสามัญ
ภายในห้องผู้นำตระกูลหลิง
ผู้นำตระกูลหลิงกำลังนั่งประชุมกับผู้าุโสามคนในตระกูลภายใต้บรรยากาศตึงเครียด
“ผู้าุโสูงสุดท่านคิดว่าอย่างไร” ชายชราหัวล้าน เครายาว กล่าวถามชายชราทรงภูมิ
“ข้าคิดเช่นเดียวกับเ้าผู้าุโสอง เราต้องย้ายไปอาศัยที่อื่น สถานการณ์ตอนนี้มีเพียงล่มสลายทั้งตระกูล”ผู้าุโสูงสุดคล้ายปลดปลง มองไปยังผู้นำตระกูล
“ผู้นำตระกูลคิดเห็นอย่างไรผู้าุโหนึ่ง ผู้าุโสอง รวมถึงข้าคิดเห็นตรงกันว่าต้องย้ายที่อยู่ทั้งตระกูล”
สายตาผู้าุโทั้งสามจับจ้องไปยังผู้นำตระกูลหลิง แม้เห็นใบหน้าชายวัยกลางคนดูนิ่งสงบไม่สะทกสะท้านทั้งสามล้วนเข้าใจว่ามันเป็ตัวเลือกอันแสนยากลำบาก สำหรับผู้นำตระกูล
“ข้าเห็นด้วยกับผู้าุโทุกท่านตามจริงข้าอยากย้ายตระกูลให้รู้แล้วรู้รอดไปแต่คนส่วนหนึ่งในตระกูลต่างไม่เห็นด้วย” ผู้นำตระกูลกล่าวถึงความยากลำบากผู้าุโทั้งสามทราบดีว่ามีคนไม่เห็นด้วยการโยกย้ายจึงอาจถูกขัดขวางและเกิดการต่อสู้ระหว่างคนในตระกูล
“คิดว่าอย่างไรที่พวกเราเลือกไปแต่ตัวสมบัติของบรรพบุรุษทิ้งเอาไว้” หญิงชราผู้นิ่งเงียบมาครู่หนึ่งเสนอความคิดไปผู้นำตระกูลจึงส่ายศีรษะ
“ไม่ได้เราต้องไปพร้อมสมบัติของบรรพบุรุษ ปล่อยทิ้งไว้ไม่เพียงเป็การสูญเสียแต่ยังหักหลังความเชื่อใจของบรรพบุรุษ” ผู้นำตระกูลปฏิเสธเพราะถูกฝากฝังตระกูลหลิงจากผู้นำตระกูลรุ่นก่อนให้ปกป้องสมบัติของตระกูลทุกชิ้นและคนในตระกูล แต่คนในตระกูลบางส่วนเลือกทิ้งได้
“ข้ามีแผนให้ผู้าุโสองไปหาคนที่้าไปกับเราเมื่อหาคน้าไปได้ ให้ผู้าุโสองพาทุกคนไปรวมตัวในป่าธารธาราส่วนผู้นำตระกูลกับข้าจะไปยังห้องสมบัติ เก็บทุกสิ่งเข้าแหวนมิติและสร้างภาพมายา ระหว่างนั้นให้ผู้าุโหนึ่งไปดึงดูดความสนใจคนไม่เห็นด้วยทุกคน”ผู้าุโสูงสุดเสนอทางออก ซึ่งทุกคนต่างมองราวกับเห็นด้วยทุกถ้อยคำ
“สมเป็ผู้าุโสูงสุดแต่ข้าคิดว่าเราควรเริ่มลงมือทันที หลังประชุมเสร็จ หาไม่แล้วอาจไม่ทันการ” ผู้าุโสองกล่าวทันใดนั้นผู้นำตระกูลหลิงคล้ายตัดสินใจอะไรบางอย่างได้
“ผู้าุโสองกล่าวเช่นนั้นการประชุมถือว่ายุติ” ผู้นำตระกูลลุกขึ้นยืน สายตามองไปยังสามผู้าุโก่อนกล่าวต่อ
“ผู้าุโหนึ่งขอให้ท่านดึงดูดความสนใจให้ได้สามชั่วยาม ผู้าุโสอง ท่านรวบรวมคนเท่าที่รวบรวมได้หลังจากผู้าุโหนึ่งดึงดูดความสนใจไปสักครึ่งชั่วยาม
ส่วนข้ากับผู้าุโสูงสุดจะไปเอาสมบัติในครึ่งชั่วยามสุดท้ายและสร้างวุ่นวายในตระกูล เปิดทางให้ผู้าุโสองพาคนออกไป่เวลานั้นให้ผู้าุโหนึ่งเข้าไปสมทบกับผู้าุโสองด้วย”
“เป็ความคิดที่ดี” ผู้าุโทั้งสามกล่าวขึ้นพร้อมกันจากนั้นผู้าุโหนึ่งได้ออกไปจากห้องผู้นำตระกูลหลิง
หลังผู้าุโหนึ่งออกไปผู้นำตระกูลได้โยนแผ่นศิลาสามเหลี่ยมสีเงินรูปร่างแปลกตาให้ผู้าุโสอง
“รวมคนเสร็จขอให้ผู้าุโสองปา ‘ะเิศิลา’ ไปเหนือกลางตระกูล ข้าเชื่อว่าทุกอย่างจะราบรื่นกว่าเดิม”
“ผู้นำตระกูลช่างเลิศล้ำ”ผู้าุโกล่าวพลางรับะเิศิลา จากนั้นทุกอย่างก้ตกอยู่ในความเงียบกระทั่งครบเวลาครึ่งชั่วยาม ผู้าุโสองจึงออกไปจากห้อง
เวลานี้จึงเหลือเพียงผู้นำตระกูลหลิงและผู้าุโสูงสุด
ผ่านไปสักพัก
ผู้าุโสูงสุดยืนขึ้นแล้วกล่าวถามผู้นำตระกูลหลิง
“ผู้นำตระกูลยืนมานานเหตุไฉนไม่นั่งพัก”
“แค่รู้สึกเมื่อยเพราะนั่งนานเกินไป” ผู้นำตระกูลกล่าวพร้อมนำกระบี่สีเงินออกมาจากแหวนมิติผู้าุโสูงสุดเห็นก็เปลี่ยนสีหน้าไปครู่หนึ่ง
แต่ว่าไม่นานหลังจากนั้นผู้าุโสูงสุดได้นำกระบี่ออกมาจากแหวนมิติเช่นกัน เพราะผู้นำตระกูลหลิวได้พลิกตัวกระบี่ดึงดูดความสนใจผู้าุโสูงสุดให้เห็นอะไรบางอย่างสะท้อนอยู่บนตัวกระบี่
“ผู้าุโสูงสุดคิดว่ามันน่าขันรึไม่”ผู้นำตระกูลถามคำถามกำกวม แต่ผู้าุโสูงสุดกลับเข้าใจความหมาย
“เป็ข้าเองยังไม่แน่ใจน่าขันรึไม่ ล้วนอยู่ที่ช้าหรือเร็วกว่ากัน”
“ท่านกล่าวได้ดีข้าคิดว่าคมดาบข้าอาจช้ากว่าเล็กน้อย แต่ฟาดฟันต่อเนื่องได้ คิดว่าอย่างไร!?” ผู้นำตระกูลมองผู้าุโสูงสุด ก่อนเดินเข้ามาหาสุดท้ายทั้งสองจึงอยู่ห่างกันไม่กี่คืบ
เมื่อเห็นผู้นำตระกูลอยู่เบื้องหน้าผู้าุโสูงสุดจึงกล่าว “ข้าว่านั่น ยอดเยี่ยม แล้วเลือกไปทางไหนเล่า”
ผู้าุโสูงสุดกล่าวจบผู้นำตระกูลได้ยกกระบี่ไปใกล้คอผู้าุโสูงสุดผู้าุโสูงสุดก็ทำเช่นเดียวกับผู้นำตระกูล
“ท่านจำภาพหยินหยางที่เคยมอบให้ข้าครั้งอดีต เป็การส่วนตัวได้รึไม่ผู้าุโ” ผู้นำตระกูลถามอีกครั้งผู้าุโสูงสุดนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบด้วยรอยยิ้ม
“ข้าจำได้ดีรวมถึงความหมายของมัน”
“ข้าเลือกขาว”ผู้นำตระกูลกล่าว ผู้าุโสูงสุดพลันกล่าวต่อ
“เ้าเลือกขาวข้าจึงต้องเอาสีดำไป แต่ว่าจำการไหลเวียนของหยินหยางได้รึไม่”
“ข้าจำมันได้ดี”ผู้นำตระกูลตอบด้วยรอยยิ้ม หากใครมาเห็นเป็ต้องเข้าใจว่าทั้งสองคือศัตรูต่อกัน
“กล่าวได้ไม่ผิดหวังเช่นนั้นเ้าพร้อมเริ่มคิดบัญชีรึยัง” ผู้าุโสูงถาม ผู้นำตระกูลจึงพยักหน้า
ทันทีที่ผู้นำตระกูลพยักหน้าผู้าุโสูงสุดได้เริ่มเคลื่อนไหวก่อนผู้นำตระกูลก้าวหนึ่ง
เขตแดนกระบี่!
เขตแดนกระบี่!
ผู้นำตระกูลหลิงใช้เขตแดนกระบี่ตามอึดใจต่อมากระบี่ของผู้าุโสูงสุดได้เคลื่อนไหวไปยังทิศทางตรงข้ามกับคอของผู้นำตระกูล
กระบี่ของผู้นำตระกูลก็เคลื่อนไปทิศทางตรงกันข้ามกับคอของผู้าุโสูงสุดเช่นกัน
กระบี่หยินหมุนวน!
กระบี่หยางหมุนวน!
หนึ่งผู้นำตระกูลหลิง หนึ่งผู้าุโตระกูลหลิงใช้เคล็ดวิชากระบี่เคลื่อนไหวไปยังทิศทางตรงกันข้าม
สามวินาทีต่อมาทิศทางทั้งสองพลันมีโลหิตสาดกระเซ็น ก่อนทั้งสองจะเคลื่อนไหวเป็วงกลมโลหิตยิ่งสามกระเซ็นยิ่งกว่าเดิม ซ้ำยังมีเสียงกรีดร้องเพราะว่าผู้นำตระกูลหลิงกับผู้าุโสูงสุด ได้สังหารผู้แอบลักลอบเข้ามายังห้องผู้นำตระกูลด้วยเคล็ดวิชาล่องหนกลมกลืนไปกับฟ้าดิน
สิบวินาทีต่อมาเสียงกระบี่ของทั้งสองได้ปะทะเข้ากับอะไรบางอย่าง
เคล้ง!
เคล้ง!
“ผู้าุโสาม”ผู้นำตระกูลอุทาน ทางด้านผู้าุโสูงสุดแค่นเสียงเ็า “หลิงเจีย”
“ตาย”หลิงเจียะโเสียงดัง ผู้าุโสูงสุดปลดปล่อยจิตสังหารตวัดกระบี่อย่างมีชั้นเชิง ปัดกระบี่ของหลิงเจียแล้วตัดศีรษะขาดออกจากร่างกายในกระบี่เดียว
ทางผู้นำตระกูล ยังคงตวัดกระบี่ปะทะกับผู้าุโสามแต่ผู้าุโสามดันหันไปเห็นหลิงเจียถูกสังหารจึงเปิดช่องว่างไปเสี้ยววินาทีทำให้ผู้นำตระกูลหลิวสังหารผู้าุโสามได้ง่ายดาย
“ไม่คิดว่าผู้าุโสามกับผู้าุโสี่ทรยศตระกูลจริงๆ” ผู้นำตระกูลกล่าว พลางสะบัดกระบี่ในมือให้คราบโลหิตที่ติดออกไปก่อนเก็บกระบี่ แล้วเดินไปหาผู้อาวุดสสูงสุดที่เก็บกระบี่ไปก่อนหน้า
“ศิษย์โง่ เ้าไม่เชื่ออาจารย์รึข้าเตือนเ้าไปหลายวันก่อนยังคิดไม่ตก” ผู้าุโสูงสุดกล่าวกับผู้นำตระกูลหลิวราวกับเป็คนในครอบครัวไม่เหมือนตอนแรก ราวกับเป็การแสดง
“ท่านก็กล่าวเกินไปอาจารย์”ผู้นำตระกูลหลิงถอนหายใจ
“ช่างเถอะ ช่างเถอะรีบไปเอาสมบัติ ก่อนพวกตระกูลเจียงมันจะมา ขืนช้าคงไม่พ้นล่มสลายเหมือนตระกูลกวง”
ผู้นำตระกูลมองผู้าุโสูงอย่างไม่ใส่ใจราวกับมันเป็เื่ปกติ แต่ก็อดกล่าวบางอย่างไม่ได้
“อาจารย์คิดว่าเราจะรอดไหม?”
“รอดหรือไม่รอดข้าไม่อาจล่วงรู้ รู้เพียงแต่ว่า หากเรายังมีชีวิตสักคนพร้อมสมบัติตระกูลหลิงต้องกลับมารุ่งโรจน์ในสักวัน แต่เวลานี้ต้องรีบไปเอาสมบัติ”ผู้าุโสูงสุดกล่าว
แม้ว่ามันเร็วกว่ากำหนดผู้นำตระกูลก็พยักหน้าและออกจากห้องไปพร้อมกับผู้าุโสูงสุด โดยไม่ลืมปิดผนึกห้องไว้เพราะไม่คิดเก็บกวาดหรือกลับมายังตระกูลอีกต่อไป เนื่องจากตัดสินใจจากไปตามแผนหาไม่แล้วคงตกตายยกตระกูล
เวลาค่อยๆเดินผ่าน
ด้านผู้าุโหนึ่ง
ผู้าุโหนึ่งได้ใช้หยกนภาสร้างเื่เรียกรวมคนมายังลานกว้างใน่เย็น ประกาศจัดการแข่งขันในตระกูลกล่าวถึงกฎและของรางวัลสำหรับผู้เข้าร่วม ทั้งยังใช้กลอุบายแยกคนทรยศกับคนที่้าไปจากตระกูลด้วยสัญญาณลับ
“ใคร้าเข้าร่วมการแข่งขันโปรดแยกเป็สองกลุ่มและมาลงทะเบียน” ผู้าุโหนึ่งกล่าวพร้อมนำโต๊ะ เก้าอี้กระดาษ หมึกและพู่กันออกมา
ทางด้านผู้าุโสองที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนเ่าั้ด้วย เริ่มส่งสัญญาณให้คนที่้าไปจากตระกูลแสดงแกล้งทำว่าไม่้าเข้าร่วมการแข่งขันทีละสองสามคน
ไม่นานก็เหลือเพียงกลุ่มคนทรยศลงทะเบียนส่วนคนที่เหลือเริ่มกระจายออกไปจากตระกูลตรงไปสู่ป่าธารธาราตามคำบอกกล่าวของผู้าุโสอง
ณ ห้องสมบัติ
ผู้นำตระกูลได้เข้ามาพร้อมผู้าุโสูงสุดซึ่งคนเฝ้าสมบัติให้เข้าไปง่ายดายเพียงแสดงสัญลักษณ์ประจำตัว
หลังจากเข้ามาในห้องสมบัติ
ผู้นำตระกูลได้กอบโกยสมบัติทั้งหมดเข้าแหวนมิติก่อนร่วมมือกับผู้าุโสูงสุดสร้างภาพมายาหลอกตา
จากนั้น!
ทั้งสองได้ออกจากห้องสมบัติไปคนเฝ้าห้องสมบัติกลับเข้าไปตรวจสองสมบัติภายใน โชคดีที่ไม่พบความผิดปกติจึงไม่คิดสงสัย
หลังทั้งสองออกไปจากห้องสมบัติก็เริ่มสร้างความวุ่นวายในตระกูลด้วยการปลอมตัว และทำลายบ้านเรือนบางหลังด้วยพลังกับเสียงอึกทึก สร้างความปั่นป่วนให้คนทรยศที่ไม่รู้เื่อะไรสักอย่าง
เมื่อครบเวลาสามชั่วยาม
ผู้าุโสองได้ใช้ะเิศิลาสร้างความใ และความโกลาหลให้คนที่เหลือในตระกูลก่อนเริ่มเคลื่อนไหวออกจากตระกูลไปสู่จุดนัดพบพร้อมกับผู้าุโหนึ่ง
ในเวลาเดียวกัน
ผู้นำตระกูลกับผู้าุโสูงสุดเห็นสัญญาณจึงหยุดสร้างความวุ่นวาย และเคลื่อนไหวออกจากตระกูลหลิงไปจุดนัดพบ