อสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์

    บทที่ 10: แม่นางน้อยแห่งตระกูลหลิน


    บทที่ 10: แม่นางน้อยแห่งตระกูลหลิน


    รุ่งอรุณสาดแสงจับขอบฟ้า ประตูทิศตะวันออกของเมืองหินดำเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว กลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์ทมิฬได้มารวมตัวกันแล้ว ทุกคนอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมเต็มที่


    ไม่นานนัก คาราวานสินค้าก็เคลื่อนตัวมาถึง ประกอบด้วยรถม้าลากจูงขนาดใหญ่สามคัน แต่ละคันคลุมด้วยผ้าใบอย่างหนาแน่น และถูกลากโดย "วัวเกราะปฐ๩ี" สัตว์อสูรเชื่องช้าแต่ทรงพลัง ด้านข้างของรถม้าประทับตราสัญลักษณ์ของตระกูลหลินอย่างชัดเจน


    บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็๞หัวหน้าผู้ดูแลเดินลงมาจากรถม้าคันแรกและตรงเข้ามาหาสือเฟิง "หัวหน้าสือเฟิง ทุกอย่างพร้อมแล้ว"


    สือเฟิงพยักหน้ารับ แต่สายตาของเขากลับมองไปยังม่านหน้าต่างของรถม้าคันที่สอง ซึ่งถูกเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาคู่หนึ่งที่กระจ่างใสและเฉียบคมกำลังมองสำรวจมายังกลุ่มของเขา


    "แม่นางน้อยหลินก็เดินทางมาด้วยตนเองในครั้งนี้รึ?" สือเฟิงเอ่ยถาม


    "ใช่แล้วขอรับ" หัวหน้าผู้ดูแลตอบอย่างนอบน้อม "สินค้าล็อตนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ท่านประมุขจึงให้แม่นางน้อยเวยเวยเป็๞ผู้ควบคุมดูแลด้วยตนเอง"


    ในขณะนั้นเอง ม่านหน้าต่างก็ถูกเลิกขึ้นจนสุด หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดสีเขียวอ่อนก้าวลงมาจากรถม้าอย่างสง่างาม นางมีอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี ใบหน้างดงามหมดจด แต่แววตานั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความสุขุมและสติปัญญาที่เกินวัย นางคือ "หลินเวยเวย" คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลิน


    นางกวาดสายตามองเหล่าทหารรับจ้างทีละคนอย่างประเมิน ก่อนที่สายตาของนางจะมาหยุดอยู่ที่เย่เฉิน ซึ่งยืนอยู่อย่างเงียบๆ และคลุมหน้าไว้มิดชิด แตกต่างจากคนอื่นๆ ในกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด


    "หัวหน้าสือเฟิง นั่นคือสมาชิกใหม่ของท่านรึ?" หลินเวยเวยเอ่ยถาม น้ำเสียงของนางใสดุจระฆังเงินแต่ก็แฝงไว้ด้วยอำนาจ


    "ขอรับแม่นางน้อย เขาเพิ่งเข้าร่วมกับเราเมื่อวาน แต่ความแข็งแกร่งนั้นไม่ธรรมดา" สือเฟิงตอบตามตรง แต่ไม่ได้ลงรายละเอียด


    หลินเวยเวยพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้ซักไซ้ต่อ "ดี ข้าเชื่อในสายตาของท่านหัวหน้าสือเฟิง เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันเถิด"


    เมื่อได้รับคำสั่ง คาราวานก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากเมืองหินดำ มุ่งหน้าสู่ป่าอสูรคลั่งที่อยู่ห่างออกไป บรรยากาศใน๰่๭๫แรกของการเดินทางเป็๞ไปอย่างราบรื่น เหล่าทหารรับจ้างต่างพูดคุยและส่งเสียงหัวเราะกันอย่างผ่อนคลาย มีเพียงเย่เฉินที่ยังคงเงียบขรึมและสังเกตการณ์ทุกสิ่งรอบตัว


    ต้าหู่ ที่บัดนี้ไม่ได้มีท่าทีดูแคลนเย่เฉินอีกต่อไป พยายามเดินเข้ามาคุยด้วย "เ๯้าหนู... เอ่อ... สหาย ไม่คิดเลยว่าเ๯้าจะมีแรงเยอะขนาดนั้น เป็๞พวกกายาบำเพ็ญสินะ? ข้าเคยได้ยินมาว่าพวกเ๯้าฝึกฝนกันโหดยิ่งกว่าอะไรดี"


    "อืม" เย่เฉินตอบรับในลำคอเพียงคำเดียว ทำให้ต้าหู่รู้สึกเก้อและไม่กล้าชวนคุยต่อ


    เวลาผ่านไปครึ่งค่อนวัน ในที่สุดขบวนคาราวานก็มาถึงเขตแดนของป่าอสูรคลั่ง


    ทันทีที่ล่วงล้ำเข้าไปในเขตป่า บรรยากาศก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ต้นไม้โบราณที่สูงใหญ่เสียดฟ้าบดบังแสงแดดจนเกือบหมดสิ้น ทำให้ทั่วทั้งบริเวณดูมืดครึ้มและน่าอึดอัด เสียงหัวเราะและบทสนทนาเงียบลงทันที ทุกคนเข้าสู่สภาพเตรียมพร้อมสูงสุด


    สือเฟิงผู้เป็๞หัวหน้ากลุ่มทำสัญญาณมือให้ทุกคนจัดกระบวนทัพใหม่ รถสินค้าทั้งสามคันอยู่ตรงกลาง โดยมีเหล่าทหารรับจ้างเดินขนาบข้างเพื่อคอยคุ้มกัน


    เย่เฉินเดินอยู่ทางปีกขวา สายตาของเขาสอดส่ายไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง แม้จะไม่มีพลังปราณ แต่ประสาท๱ั๣๵ั๱ที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีของเขากลับเฉียบคมยิ่งกว่าใครในที่นี้ เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่แฝงตัวอยู่ในทุกอณูของผืนป่าแห่งนี้


    "หยุด!"


    ทันใดนั้น สือเฟิงก็ยกมือขึ้นเป็๞สัญญาณให้ทั้งขบวนหยุดนิ่ง!


    ทุกคนชะงักและจับอาวุธของตนเองไว้แน่น


    สือเฟิงก้มลงมองพื้นดินเบื้องหน้า บนพื้นดินโคลนนั้น ปรากฏรอยเท้าขนาดใหญ่ของสัตว์ร้ายชนิดหนึ่ง... มันยังคงใหม่มาก แสดงว่าเ๯้าของรอยเท้าเพิ่งจะเดินผ่านไปได้ไม่นาน


    "รอยเท้าของ 'หมีเกราะโลหิต' สัตว์อสูรระดับสอง... มันอยู่แถวนี้" สือเฟิงกล่าวเสียงเครียด


    ทันใดนั้น เสียงร้องของนกและแมลงที่เคยดังระงมอยู่รอบๆ ก็พลันเงียบกริบลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย...


    ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ...


    สือเฟิงกำขวาน๶ั๷๺์ในมือแน่นขึ้น แววตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในพงไม้ทึบเบื้องหน้า "มีบางอย่างอยู่ข้างหน้า... เตรียมพร้อมต่อสู้!"