เมื่อััได้ว่าความเร็วในการดูดซับพลังปราณเพิ่มขึ้นอีกระดับ ซูหยุนก็ตระหนักได้ทันทีว่า ต่อให้เขาลงไปแช่ในบ่อพลังิญญา ก็คงวัดขีดจำกัดของเ้า โม่หิน จะกละนี้ไม่ได้แน่
เขาเลิกสนใจมัน รอจนฤทธิ์ยาหมดก็กรอกยาใส่ปากเพิ่ม ทันใดนั้น ความเข้มข้นของพลังปราณในเส้นชีพจรก็พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ความรู้สึกปวดหนึบแล่นพล่านไปทั่วร่าง
เขารู้ว่า่เวลาสำคัญมาถึงแล้ว จึงกัดฟันเทยาที่เหลือทั้งขวดลงคอในรวดเดียว!
ในทะเลความรู้ โม่หินหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ส่งกระแสพลังบริสุทธิ์มหาศาลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจร พลังปราณที่ถูกอัดแน่นจนถึงขีดสุดพลันเกิดการเปลี่ยนแปลง ควบแน่นกลายเป็สายน้ำไหลรินอย่างเงียบเชียบในร่าง...
ในที่สุด เขาก็บรรลุสู่ ขั้นสร้างรากฐาน ได้สำเร็จ!
ซูหยุนไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ตามปกติเมื่อผู้ฝึกตนก้าวเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐาน จะต้องค่อยๆ ขัดเกลาพลังปราณ ขจัดสิ่งสกปรกออกทีละน้อยเพื่อให้พลังบริสุทธิ์กลมกลืน จึงจะมีโอกาสทะลวงสู่ขั้นต่อไป แต่สำหรับซูหยุนที่มีโม่หินเป็ตัวช่วย ขั้นตอนนี้จึงถูกข้ามไปได้เลย
เวลาล่วงเลยไปอีกหนึ่งเดือน
ยาเพิ่มพลังสามขวดถูกผลาญจนเกลี้ยง ผลึกิญญาไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น ระดับพลังของเขาพุ่งทะยานไปแตะ ขั้นสร้างรากฐาน่ปลาย สายธารพลังในชีพจรขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และภาพเงาของโม่หินในจุดตันเถียนก็ดูชัดเจนขึ้นมาอีกระดับ
แต่หัวใจของซูหยุนกลับกำลังหลั่งเื ความปิติจากการเลื่อนระดับ เทียบไม่ได้เลยกับความปวดร้าวที่กระเป๋าฉีก! เขาลองคำนวณดูเล่นๆ ทรัพยากรที่เขาผลาญไปเมื่อครู่ มากพอที่จะปั้นศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งให้ไปถึง ขั้นผลัดเปลี่ยนกายา ได้สบายๆ
แค่คิดถึงระดับถัดไปอย่าง ขั้นผลัดเปลี่ยนกายา, ขั้นขัดเกลาิญญา, ขั้นเชื่อมจิต... เขาก็รู้สึกหมดแรงข้าวต้มขึ้นมาทันที
ศิษย์สายในจะได้รับเบี้ยหวัดเป็ผลึกิญญาทุกเดือน บวกกับการรับภารกิจของสำนัก ก็พอจะถูไถไปได้ แถมคนปกติเขาต้องเสียเวลาขจัดสิ่งสกปรกในผลึกิญญา ใครมันจะเหมือนเ้าตัวประหลาดอย่างเขาที่บริโภคทรัพยากรอย่างกับเทน้ำทิ้งกันเล่า...
ไม่ได้การ! ต้องหาทางหาเงินเพิ่ม!
เขาเปิดค่ายกลปากถ้ำ เดินทอดน่องออกไปพลางขบคิดวิธีรวยทางลัด เดินไปเดินมาไม่รู้ตัว ก็ล่วงล้ำเข้าไปในเขตป่าหลังเขาเสียแล้ว...
พื้นที่หลังเขาเป็เขตหวงห้ามสำหรับศิษย์ทั่วไป เพราะเป็ที่พำนักของเ้าสำนักและเหล่าผู้าุโ บรรยากาศจึงเงียบสงบและลึกลับกว่าภายนอกมาก ซูหยุนคิดจนหัวแทบแตกก็ยังมองไม่เห็นหนทางรวย สงสัยคงต้องไปหา พี่หวัง หรือ หวังฉี เพื่อดูว่ามีภารกิจอะไรให้ทำบ้าง แต่ด้วยระดับพลังกากๆ ของเขา ต่อให้รับงานไป ค่าตอบแทนก็คงได้แค่เศษเงิน...
ขณะที่กำลังกลุ้มใจ เงาร่างสีแดงสายหนึ่งก็พริ้วผ่านหน้าเขาไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ จางๆ
ซูหยุนตาเป็ประกาย รีบเพ่งมองตามไป ก็พบดรุณีน้อยนางหนึ่งในชุดกระโปรงสีแดงสด อายุอานามน่าจะราวสิบห้าสิบหกปี เครื่องหน้าหมดจดงดงาม ผิวพรรณขาวผ่อง ฟันขาวสะอาด แม้จะยังเด็กแต่ก็ฉายแววโฉมสะคราญล่มเมืองออกมาแล้ว เขาจ้องมองแผ่นหลังนั้นตาไม่กระพริบ เผลอตัวยืนตะลึงราวกับต้องมนต์...
ทันใดนั้น เสียงหวานใสแต่แฝงความดุร้ายก็ดังขึ้นข้างหู "มองอะไรของเ้า!"
ซูหยุนปากไวกว่าสมอง ตอบสวนกลับไปทันควัน "ก็มองคนสวยน่ะสิ..."
ใบหน้าของเด็กสาวแดงซ่านขึ้นมาทันที นางกระทืบเท้าด้วยความโมโห "เ้า! เ้าคนหน้าด้าน!"
ซูหยุนเพิ่งได้สติ เห็นแม่นางน้อยหน้าแดงก่ำจ้องเขาตาเขียวปัด หัวใจเขาก็เต้นผิดจังหวะไปหลายที... ให้ตายเถอะ! คุณชายซูแพ้ทางโลลิน้อยแบบนี้จริงๆ!
ิญญาคนเ้าชู้เข้าสิงทันที เขาปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึม เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แม่นางน้อย เื่นี้เ้าเป็ฝ่ายผิดนะ!"
เด็กสาวตะลึงงัน "ข้าผิด?"
ซูหยุนร่ายยาว "โบราณว่า รักสวยรักงามเป็วิสัยมนุษย์ แม่นางงดงามปานนางฟ้าจำแลง ข้าเผลอมองนานไปหน่อยก็นับเป็เื่ปกติวิสัย แล้วเหตุไฉนเ้าถึงมาด่าว่าข้าหน้าด้านเล่า?"
เด็กสาวถูกตรรกะวิบัติของเขาเล่นงานจนหน้าแดงเถือก นางรู้สึกทะแม่งๆ ว่าเขากำลังพูดมั่ว แต่ก็หาคำมาเถียงไม่ได้ ได้แต่ขมวดคิ้วเล็กๆ เถียงข้างๆ คูๆ "ไม่ถูก... เ้าพูดไม่ถูก..."
ซูหยุนทำหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ "ไม่ถูกตรงไหน? ลองถ้าเ้าหน้าตาเหมือน จูกังเลี่ย สิ จ้างให้ข้าก็ไม่มอง!"
เด็กสาวหลุดปากถาม "จูกังเลี่ยคือใคร?"
ซูหยุนตอบหน้าตาย "ปีศาจหมูป่าตัวหนึ่งน่ะ"
พอได้ยินคำตอบ เด็กสาวก็รู้ตัวทันทีว่าโดนหลอกด่า นางโกรธจนตัวสั่น น้ำตาคลอเบ้า เสียงสั่นเครือด้วยความคับแค้น "เ้า! เ้ามันคนนิสัยไม่ดี! รังแกข้า! คอยดูเถอะ! ข้า... ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ!"
พูดจบก็ทะยานร่างจากไป รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ...
ซูหยุนเบ้ปาก "ยัยเด็กเมื่อวานซืน คิดจะมางัดข้อกับท่านอาซูงั้นเรอะ? ยังจะไปฟ้องพ่ออีก..."
เดี๋ยว!!!
เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง ซูหยุนแทบอยากจะตบปากตัวเอง ที่นี่มัน หลังเขา เขตหวงห้าม! พ่อของนางจะเป็ใครไปได้ถ้าไม่ใช่ผู้าุโสักคน หรือดีไม่ดีอาจจะเป็... เ้าสำนัก!?
ฉิบหายแล้ว... งานเข้าของจริง! มัวแต่ส่องสาวจนลืมดูตาม้าตาเรือ!
เขาไม่รอช้า รีบเผ่นแน่บกลับถ้ำฝึกตน เปิดค่ายกลป้องกันทุกชั้นที่มี แล้วไปนั่งขดตัวสั่นงันงกอยู่ที่มุมห้อง...
จะไปขอให้ผู้าุโลู่ช่วยเคลียร์? อย่าหวังเลย ถ้าท่านรู้ว่าเขาไปแทะโลมลูกสาวชาวบ้าน มีหวังโดนหักขาคู่แน่!
ผ่านไปสองวันด้วยความหวาดผวา แต่กลับไม่มีใครมาพังประตูถ้ำ ซูหยุนถึงค่อยวางใจลงได้เปราะหนึ่ง... ดูท่าแม่นางน้อยคนนั้นจิตใจคงไม่ได้เลวร้ายอะไร ครั้งหน้าถ้าเจอกัน ต้องรีบขอโทษนางงามๆ สักที
ไม่สิ! เพื่อความปลอดภัย อย่าเจอกันอีกเลยดีที่สุด! ต้องหาทางหลบไปให้ไกลจากที่นี่!
สมองอันชาญฉลาดเริ่มทำงาน... พี่หวัง! น้องซูคงต้องไปรบกวนพี่อีกแล้ว!
เขากำลังจะออกไปหอคุณูปการ แต่จู่ๆ ร่างของคนผู้หนึ่งก็ร่อนลงหน้าปากถ้ำอย่างเร่งรีบ เป็หวังฉีนั่นเอง
ซูหยุนยิ้มร่า "พี่หวัง! ลมอะไรหอบพี่มาถึงนี่? น้องกำลังจะไปหาพี่อยู่พอดี"
หวังฉีมองซูหยุนด้วยความตกตะลึง ผ่านไปแค่สองเดือน เ้าเด็กนี่บรรลุขั้นสร้างรากฐานแล้วรึ? ศิษย์ทั่วไปต่อให้ทรัพยากรพร้อมยังใช้เวลาเป็ปี หรือว่าผู้าุโลู่แอบช่วย? แต่ก็เป็ไปไม่ได้ การช่วยศิษย์ระดับต่ำแบบนั้นจะทำให้รากฐานไม่มั่นคง คนอย่างท่านลู่สิงไม่มีทางทำแน่ หรือว่าซูหยุนจะมีวาสนาอื่น?
แต่พอเห็นซูหยุนทักทาย เขาก็นึกธุระขึ้นได้ ปรับสีหน้าเคร่งเครียด "น้องซู พี่มาวันนี้เพื่อจะบอกว่า..."
หลังจากฟังหวังฉีอธิบาย ซูหยุนก็เข้าใจสถานการณ์ เขาเข้าสำนักมาด้วยระดับพลังแค่ ขั้นทะเลิญญา ก็โดนคนดูถูกอยู่แล้ว ดันมาได้ถ้ำฝึกตนเกรดเอไปครองอีก ยิ่งล่อเป้าเข้าไปใหญ่
ตัวการหลักคือ กัวเลี่ยง ศิษย์สายตรงของผู้าุโท่านหนึ่ง ที่ประกาศกร้าวว่าจะมาไล่ที่เขา
หวังฉีทำหน้าสำนึกผิด "เป็พี่เองที่คิดน้อยไป เลยทำให้น้องซูเดือดร้อน..."
ซูหยุนโบกมือไม่ถือสา "แล้วพี่ไม่ได้อ้างชื่อผู้าุโลู่หรือ..."
หวังฉียิ้มแห้ง "กัวเลี่ยงมันก็ศิษย์มีอาจารย์เหมือนกัน มันไม่กลัวหรอก อีกอย่าง การแย่งชิงในหมู่ศิษย์ ถ้าไม่รุนแรงเกินไป ผู้ใหญ่เขาก็ไม่เข้ามายุ่ง..."
ซูหยุนลูบคาง... ฝันหวานที่จะใช้ชื่อป๋าลู่เบ่งคับสำนัก สลายไปในพริบตา
งั้น... คงต้องใช้วิถีทางของ ซูหยุน จัดการสินะ...
เขาหรี่ตามองหวังฉีอย่างเ้าเล่ห์ "พี่หวัง เ้ากัวเลี่ยงเนี่ย... บ้านรวยไหม?"
หวังฉีขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็ตอบไปตามตรง "มันเป็ศิษย์สายตรง ทรัพยากรคงไม่ขาดมือหรอก..."
ดวงตาซูหยุนลุกวาว! ทันใดนั้น กลิ่นอายรอบตัวเขาก็ลดฮวบลง กลับไปอยู่ที่ ขั้นทะเลิญญา หน้าตาเฉย
หวังฉีตาโต "น้องซู... เ้าจะทำอะไร..."
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงหยิ่งยโสก็ดังแทรกเข้ามา "เ้าคือซูหยุน?"
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งร่อนลงตรงหน้า ยืนไพล่หลังมองซูหยุนด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับมองมดปลวก
ซูหยุนประสานมือคารวะ "ใช่ขอรับ มิทราบว่าศิษย์พี่มาที่นี่..."
กัวเลี่ยงแค่นเสียง "เ้าแค่ขั้นทะเลิญญา อาศัยเส้นสายเข้ามาเป็ศิษย์สายในข้าไม่ว่า แต่ยังจะมาครองถ้ำฝึกตนดีๆ แบบนี้อีก? รีบไสหัวไปซะ ไปหาที่อยู่ใหม่ที่มันสมฐานะเ้า!"
ซูหยุนทำหน้าเศร้า "ศิษย์พี่พลังสูงส่ง ศิษย์พี่ว่าไงข้าก็ต้องว่าตามนั้นแหละ เฮ้อ..."
เล่นบทผู้ถูกกระทำได้สมจริงระดับออสการ์!
หวังฉีเริ่มเดาทางออกแล้วว่าซูหยุนจะมาไม้ไหน จึงยืนดูเงียบๆ อย่างนึกสนุก
กัวเลี่ยงเห็นท่าทางขี้แพ้ของซูหยุนก็ยิ่งได้ใจ แต่ก็ฉุนขาด "หมายความว่าไง? จะบอกว่าข้าใช้กำลังรังแกเ้ารึ?"
ซูหยุนพยักหน้าหงึกๆ "ก็ไม่ใช่งั้นรึ? ศิษย์พี่ระดับสูงกว่าข้าตั้งสองขั้น ข้าสู้ไม่ได้ก็ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมสิ"
เขาบีบน้ำเสียงให้ดูรันทด "เฮ้อ... นึกว่าเื่รังแกผู้อ่อนแอจะมีแค่ในโลกมนุษย์ ไม่คิดเลยว่าสำนักเสวียนหยวนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังมีเื่บัดซบพรรค์นี้ ช่างเถอะๆ..."
คำพูดไม่กี่ประโยคตบหน้ากัวเลี่ยงจนชา แม้เขาจะหยิ่งยโส แต่เขาก็มีศักดิ์ศรีของศิษย์สายตรง จะให้คนมาตราหน้าว่ารังแกเด็กอ่อนหัดได้ยังไง?
ซูหยุนยื่นป้ายหยกคุมถ้ำออกมาให้ มือไม้สั่นเทา ใบหน้าเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ
กัวเลี่ยงคิ้วกระตุก ไม่กล้ารับ ถ้าเขารับป้ายหยกไปวันนี้ พรุ่งนี้ชื่อเสียงเขาคงป่นปี้ กลายเป็ไอ้ขี้แพ้รังแกเด็กแน่นอน
เขาหัวเราะเ็า "ดี! ดีมาก! เ้าหาว่าข้ารังแกเ้าใช่ไหม? งั้นข้าจะกดพลังลงไปให้เหลือแค่ ขั้นทะเลิญญา เท่ากับเ้า! เรามาประลองกัน ถ้าข้าชนะ ถ้ำนี้เป็ของข้า ตกลงไหม!"
ซูหยุนตาเป็ประกาย "จริงนะ?"
หวังฉีร้องอ๋อในใจ... กับดักชัดๆ! แต่กัวเลี่ยงก็ไม่ใช่กระจอก แม้จะกดพลังลงมา แต่ประสบการณ์และวิชาก็ยังเหนือกว่า ซูหยุนจะไหวเหรอ?
"ข้าพูดคำไหนคำนั้น!" กัวเลี่ยงคำราม พลังในกายลดฮวบลงเหลือเท่าขั้นทะเลิญญา
เขาแสยะยิ้มพุ่งเข้าหาซูหยุน หมายมั่นปั้นมือว่าจะสั่งสอนไอ้เด็กเส้นนี่ให้หลาบจำ ให้รู้ซะบ้างว่าศิษย์สายในไม่ได้เป็กันง่ายๆ!
คลื่นพลังถาโถมเข้าใส่ซูหยุนราวกับูเาถล่ม
ซูหยุนลอบพยักหน้า ฝีมือไม่เลวสมเป็ศิษย์สายตรง แต่ก็นะ...
เขาเกร็งพลังเพียงวูบเดียว เสียงลมฟ้าร้องคำรามกึกก้องในเส้นชีพจร หมัดขวาถูกส่งออกไปปะทะ! พลังอันหนักแน่นมหาศาลราวกับขุนเขาทั้งลูกถูกทุ่มใส่กัวเลี่ยง!
กัวเลี่ยงมาเร็วแค่ไหน ก็ปลิวกลับไปเร็วกว่านั้น! ร่างของเขาลอยละลิ่วเหมือนว่าวสายป่านขาด กระแทกพื้นดังโครมใหญ่ เืสดๆ พ่นออกมาเป็สายน้ำพุ...