เดิมทีซินเยวี่ยกับซูลั่วอิงนั่งตรงข้ามกันหลี่เจี้ยนจวินก็นั่งลงข้างๆ ซินเยวี่ยแถมยังจงใจเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ซินเยวี่ยอีก ซินเยวี่ยได้กลิ่นเหงื่อของอีกฝ่าย
ซินเยวี่ยรีบลุกขึ้นแล้วไปนั่งข้างๆซูลั่วอิง
หลี่เจี้ยนจวินเรียกพนักงานเสิร์ฟมาสั่งอาหาร
รอจนพนักงานเสิร์ฟจากไปเขาก็มองไปยังซินเยวี่ยที่จงใจหลบหน้าตน ก่อนจะถามเสียงเบาว่า“ซินเยวี่ย สรุปว่าเธอเป็อะไรกันแน่ทำไม่นี้เธอถึงได้แต่หลบหน้าฉัน หรือว่าเธอไปชอบคนอื่นแล้วจริงๆ?”
วันที่ตนเองกลับหมู่บ้านแล้วเจอซินเยวี่ยเธอก็ทำท่าทางเ็าใส่ตน หลี่เจี้ยนจวินคิดว่าซินเยวี่ยคงไปชอบคนอื่นแล้วแต่พอไปสืบถามในหมู่บ้าน ก็ได้รู้ว่าซินเยวี่ยไม่ได้คบกับผู้ชายคนไหน
ครั้งนี้ซินเยวี่ยจงใจหลบหน้าตนอีกทำให้หลี่เจี้ยนจวินรู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมาก
เมื่อก่อนในห้องเรียนความสัมพันธ์ที่คลุมเครือระหว่างตนเองกับซินเยวี่ย ซูลั่วอิงและคนอื่นๆต่างก็รู้ดี
วันนี้ซินเยวี่ยกลับทำให้ตนเองต้องอับอายต่อหน้าซูลั่วอิงหลี่เจี้ยนจวินจึงรู้สึกไม่สบายใจ
เมื่อเผชิญหน้ากับการสอบถามของหลี่เจี้ยนจวินซินเยวี่ยก็พูดอย่างเฉยเมยว่า “ฉันก็แค่ไปชอบคนอื่นแล้วมันไม่เกี่ยวกับนายสักหน่อย”
ซูลั่วอิงมองหลี่เจี้ยนจวินแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “นายกับซินเยวี่ยต่างก็เป็โสดมีสิทธิ์ที่จะเลือก ใครก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะก้าวก่าย หลี่เจี้ยนจวินนายคงไม่ได้คิดว่าเมื่อก่อนซินเยวี่ยกินขนมปังกรอบกับลูกอมของนายไปสองสามชิ้นแล้วเธอต้องแต่งงานกับนายเป็การตอบแทนหรอกนะ”
หลี่เจี้ยนจวินถึงกับพูดไม่ออกกับคำพูดของซูลั่วอิง
ผ่านไปนานหลี่เจี้ยนจวินถึงได้พูดตะกุกตะกักว่า “ฉันไม่รู้ว่าทำอะไรไม่ดีซินเยวี่ยถึงไม่ยอมคุยกับฉัน ฉันไปสืบมาแล้ว เธอไม่ได้ชอบใครสักหน่อย”
ซินเยวี่ยพูดอย่างเฉยเมยว่า“ฉันจะชอบใครหรือไม่ชอบใคร มันก็ไม่เกี่ยวกับนายทั้งนั้นแหละคุณหลี่ พวกเราก็แค่เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนบ้านกันป้าของนายหวังว่านายจะได้แต่งงานกับสาวในเมือง นายคงไม่รู้เื่นี้หรอกใช่ไหมได้ยินมาว่าโรงงานของนายมีสาวสวยๆ เยอะแยะ หลายคนก็เป็คนในเมือง นายเองก็เป็คนดีการแต่งงานกับสาวในเมืองคงไม่ใช่เื่ยาก”
หลี่เจี้ยนจวินมองซินเยวี่ยที่เ็าต่อตนเองมาตลอดอย่างลึกซึ้งก่อนจะพูดอย่างจนปัญญาว่า “ซินเยวี่ยในโรงงานของฉันก็มีผู้หญิงเยอะ แต่ไม่มีใครดีเท่าเธอ ไม่มีใครสวยเท่าเธอไม่มีใครอ่อนโยนเท่าเธอ ฉันชอบเธอ”
เมื่อเผชิญหน้ากับการสารภาพรักอย่างเอาแต่ใจของชายหนุ่มซินเยวี่ยก็หัวเราะเยาะเล็กน้อย “ดีถ้านายชอบฉันก็ให้พ่อแม่ของนายมาสู่ขอฉันสิ ทำแบบนั้นเท่านั้นฉันถึงจะตกลงคบกับนายถ้าครอบครัวของนายไม่มาสู่ขอ ฉันก็ไม่มีทางคบกับนาย ฉันก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้วฉันไม่อยากทำให้ชื่อเสียงของตัวเองเสียหายเพราะนาย”
“ซินเยวี่ย นี่เธอพูดเองนะพอกลับบ้านไปแล้ว ฉันจะให้พ่อแม่ไปสู่ขอเธอ แล้วพวกเราจะจัดงานแต่งงานกันทันทีเลย”หลี่เจี้ยนจวินมองใบหน้าสดใสของซินเยวี่ยด้วยความดีใจ
สีหน้าของซูลั่วอิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยเธอเริ่มไม่เข้าใจซินเยวี่ยแล้ว ไม่ใช่ว่าชอบหานิหย่วนเหรอทำไมถึงได้คะยั้นคะยอให้หลี่เจี้ยนจวินมาสู่ขอที่บ้านล่ะ?
เมื่อเผชิญหน้ากับความดีใจที่หลี่เจี้ยนจวินแสดงออกมาต่อหน้าตนสีหน้าของซินเยวี่ยยังคงสงบนิ่ง สบายๆ “จริงอยู่ตราบใดที่พ่อแม่ของนายมาสู่ขอที่บ้าน ฉันก็จะตกลงคบกับนายถ้าพวกเขาไม่มาสู่ขอที่บ้าน งั้นนายกับฉันก็ต่างคนต่างไป ใครมายุ่งวุ่นวายกับใครขอให้คนนั้นมีอันเป็ไป”
เมื่อได้ยินคำว่า“มีอันเป็ไป” หลุดออกมาจากปากของซินเยวี่ยไม่ว่าจะเป็หลี่เจี้ยนจวินหรือซูลั่วอิง ต่างก็รู้สึกประหลาดใจถ้อยคำที่รุนแรงเช่นนี้ออกมาจากปากของซินเยวี่ยได้อย่างไร?
ในความทรงจำของทุกคนซินเยวี่ยเป็หญิงสาวที่อ่อนโยนและเรียบร้อย เธอไม่เคยพูดจาหยาบคายและยิ่งไม่เคยพูดจาโหดร้าย
ในชั่วพริบตา ทั้งสามคนก็ตกอยู่ในความเงียบโชคดีที่พนักงานเสิร์ฟนำอาหารมาเสิร์ฟ จึงทำลายความอึดอัดลงไปได้
หลังจากอาหารมาเสิร์ฟทั้งสามคนก็เริ่มกินอาหาร
เดิมทีซินเยวี่ยหิวจนท้องกิ่วแล้วแต่การปรากฏตัวของหลี่เจี้ยนจวิน ทำให้เธอหมดความอยากอาหารไปเลย
มื้อนี้ซินเยวี่ยกินไปน้อยมาก
พอซูลั่วอิงกินเสร็จซินเยวี่ยก็รีบดึงเธอออกไป
ก่อนหน้านี้หลี่เจี้ยนจวินบอกว่าจะเลี้ยงมื้อนี้ซินเยวี่ยก็ไม่ได้เกรงใจเขา ดึงซูลั่วอิงออกจากร้านอาหารไปเลย
รอจนกระทั่งหลุดพ้นจากหลี่เจี้ยนจวินอย่างสิ้นเชิงซินเยวี่ยถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างยาวนาน
“ซินเยวี่ย ตกลงเธอคิดอะไรอยู่กันแน่?เธอบอกว่าไม่ชอบหลี่เจี้ยนจวินไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงให้ครอบครัวเขามาสู่ขอเธอล่ะ?”ซูลั่วอิงทนไม่ไหวแล้ว ต้องระบายความสงสัยในใจออกมาให้ได้
เมื่อเผชิญหน้ากับความสงสัยของซูลั่วอิงซินเยวี่ยก็ตอบด้วยสีหน้าเฉยเมยว่า “เธอวางใจเถอะพ่อแม่ของหลี่เจี้ยนจวินไม่มีทางมาสู่ขอฉันหรอกพวกเขาหวังว่าหลี่เจี้ยนจวินจะได้แต่งงานกับสาวในเมืองแล้วย้ายทะเบียนบ้านเข้าไปอยู่ในเมือง ถ้าหลี่เจี้ยนจวินแต่งงานกับฉันชาตินี้เขาก็ไม่มีวันได้เปลี่ยนจากชาวนามาเป็คนเมือง”
ซูลั่วอิงตั้งใจฟังคำอธิบายของซินเยวี่ยแล้วพูดอย่างระมัดระวังว่า “ถ้าเกิดหลี่เจี้ยนจวินเอาแต่ใจตัวเองดึงดันที่จะแต่งงานกับเธอขึ้นมา พ่อแม่เขาก็คงขัดใจเขาไม่ได้หรอกมั้ง”
ซินเยวี่ยหัวเราะเยาะ“เมื่อก่อนเธอก็เคยพูดไม่ใช่เหรอว่าหลี่เจี้ยนจวินเป็พวกเ้าชู้เธอเคยเห็นพวกเ้าชู้คนไหนผูกคอตายเพื่อผู้หญิงคนเดียวบ้างล่ะ”
ซูลั่วอิงครุ่นคิดถึงคำพูดของซินเยวี่ยเล็กน้อยแล้วพยักหน้าเบาๆ “คำพูดของเธอก็มีเหตุผลอยู่บ้างสรุปก็คือผู้ชายอย่างหลี่เจี้ยนจวินไว้ใจไม่ได้ เธออย่าไปหลงเชื่อคำหวานของเขาฉันจำได้ว่าตอนเรียนฉันเคยบอกเธอไปแล้ว เธอดูเหมือนจะไม่สนใจเลยนี่นา”
ซินเยวี่ยมองดวงตาคู่โตของซูลั่วอิงแล้วพูดออกมาจากใจว่า “ตอนนั้นฉันยังเด็กไม่รู้เื่อะไร เธอก็ไม่ต้องห่วงแล้ว ฉันจะไม่โง่แบบนั้นอีกหลี่เจี้ยนจวินเป็คนที่ไว้ใจไม่ได้จริงๆ”
เมื่อได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งซินเยวี่ยก็มองเห็นผู้คนและสิ่งต่างๆ มากมายได้อย่างชัดเจน
เธอจะยอมให้ตัวเองทำผิดพลาดเหมือนในชาติที่แล้วได้อย่างไร?