ปรุงรักนักชิมรส

    บทที่ 15 รับอาสา

            วันอังคารนี้ดูวุ่นวายกว่าที่คิดเพราะน้ำหนึ่งไม่อยู่แต่ว่ากุ้งนางก็รับหน้าลูกค้าได้เป็๲อย่างดี เพียงแต่ว่าเหนื่อยเป็๲เท่าตัวเพราะว่าเธอต้องทำบัญชีของร้านไปด้วยรู้ซึ้งเลยว่าน้ำหนึ่งเหนื่อยมากแค่ไหน รวมถึงความกังวลเ๱ื่๵๹เงินขาดเงินเกินที่ต้องปิดยอดให้ลงตัวในแต่ละวันด้วย

            อธิปเองก็เข้าใจดีหลังจากช่วยสอนงานกุ้งนางและลงบัญชีช่วยกันเสร็จเขาก็ให้เงินพิเศษเธอจำนวนหนึ่งเพื่อตอบแทนที่เธอทำหน้าที่แทนน้ำหนึ่งในวันนี้

            “พี่หนึ่งเหนื่อยน่าดูนะคะกุ้งคิดว่าแค่ยืนคิดเงินแล้วเดินไปต้อนรับแขกมันจะเป็๲งานง่ายๆ เสียอีก ไหนจะเวลาเกิดปัญหาแล้วตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอีกเชฟโชคดีนะคะที่มีพี่หนึ่งมาคอยช่วย” กุ้งนางไหว้รับเงินมาแล้วกล่าวชมน้ำหนึ่งให้เขาฟัง

            “ใช่ ผมโชคดีมากที่มีหนึ่ง มีนทีและมีพวกคุณทุกคนมาช่วยงานที่ร้านนี้” อธิปบอกแล้วเก็บเงินทั้งหมดเข้าตู้เซฟเพราะพรุ่งนี้เป็๞วันหยุดแล้ว

            ปกติวันไหนที่เขาอยู่ร้านเข้าต้องนำเงินเข้าเซฟเองทุกครั้งแต่ถ้าเขาไม่อยู่น้ำหนึ่งเป็๲คนเดียวที่ได้รับความไว้ใจมีกุญแจเซฟและรหัสเซฟอีกคนและเขาเชื่อว่าเขาไว้ใจคนไม่ผิด ถึงห้องนี้จะมีหรือไม่มีกล้องวงจรปิดน้ำหนึ่งก็คือคนที่เขาวางใจได้เสมอ

            “กุ้งหมายถึงเชฟโชคดีที่ได้พี่หนึ่งเป็๞แฟนต่างหากค่ะ”เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่กึ่งหยอกเย้าเ๯้านายเล็กน้อย

            “พวกคุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ ผมกับน้ำหนึ่งก็เป็๲แค่เ๽้านายกับลูกน้องเหมือนพวกคุณนั่นแหละ”อธิปบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบในแบบของเขา

            เขาไม่ได้โกรธที่โดนกุ้งนางเย้า เพราะเขาก็อยากพูดให้คนอื่นเข้าใจถูกต้องกันเสียทีหลังจากปล่อยคาราคาซังมานาน แต่พอมีโมนิคเข้ามาก็รู้สึกว่าอยากให้ทุกคนเข้าใจเ๹ื่๪๫นี้เสียใหม่

            “อ้าว พวกเราก็นึกว่า..”

            “คิดกันไปเองทั้งนั้น กลับบ้านได้แล้วผมจะรีบกลับไปทำอาหารให้โมนิค รายนั้นชอบลุกมากินอะไรดึกๆ ขืนปล่อยให้เข้าครัวเองครัวบ้านผมเละแน่” อธิปบ่นพลางอมยิ้ม

            กุ้งนางเห็นอย่างนั้น เธอก็พอเดาออกแต่ไม่ได้พูดออกไป

            ‘พูดถึงเขาขนาดนี้ คุณโมนิคท่าจะเป็๞ตัวจริงของเชฟ’ เธอนึกในใจแล้วพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา

            เขาไม่เคยยิ้มอย่างนี้เวลาพูดถึงน้ำหนึ่งเลยสักครั้งและทุกครั้งน้ำหนึ่งก็เป็๲ฝ่ายแสดงออกว่าเธอคือคนสำคัญของอธิปแต่อธิปเองกลับเฉยมาตลอด

            ‘สงสารพี่หนึ่งจัง คงแอบรักเชฟข้างเดียวมาตลอดแน่ๆแต่ก็น่าหมั่นไส้นิดหน่อยแหละ ชอบทำตัวให้พวกเราเข้าใจผิดว่าคบกับเชฟอยู่ตลอดเลย’ กุ้งนางนึกสงสารน้ำหนึ่งขึ้นมา เมื่อรู้ว่าว่าที่ผ่านมาน้ำหนึ่งแอบรักอธิปแต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้อยู่ดี

    **********************

            อธิปกลับมาถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน เขามองดูโมนิคที่หลับอยู่บนโซฟาเธอคงเริ่มคุ้นเคยกับเวลาของประเทศไทยแล้ว เพราะปกติเวลาอย่างนี้เธอยังตาใสและนั่งดูรายการโชว์ต่างๆของไทยเสมอ และรอชิมอาหารจากเขาที่มักจะคิดค้นสูตรอาหารเล่นๆมาให้เธอชิมจนติดนิสัยต้องทานของว่างก่อนนอน

            ซึ่งในความเป็๲จริงแล้วเขากำลังทดสอบเธออยู่และลึกๆ นั้นอยากใช้เวลาร่วมกับเธอโดยที่เขาเอาเ๱ื่๵๹ทดสอบมาบอกกับตัวเองว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอเพราะรู้ว่าเธอเหลือเวลาอยู่ที่นี่เพียงสองเดือนเศษเท่านั้น

            “คุณ ตื่นได้แล้ว” เขาปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมา

            โมนิคงัวเงียลุกขึ้นมาแล้วยิ้มให้กับเขา

            “ทำอะไรให้ฉันกิน” เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงที่งัวเงียเป็๞ภาษาอังกฤษในสำเนียงของตนด้วยความลืมตัว

            “ผมยังไม่ทำอะไรเลย พึ่งกลับมา”เขาบอกแล้วอมยิ้มกับความห่วงกินของเธอ

            “งั้นฉันไม่กินก็ได้แต่ฉันมีเ๹ื่๪๫อยากจะขออนุญาตคุณ” เธอเริ่มมีสีหน้าที่ดูตื่นตัวขึ้นแล้วยิ้มกว้างให้กับเขาราวกับว่าเด็กน้อยกำลังจะขอร้องให้พ่อแม่ซื้อของเล่นให้

            “อะไร” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นจนเธอไม่ลังเลที่จะขอเขา

            “คือพรุ่งนี้ฉันจะไปร้านอาหารที่กาญจนบุรีการเดินทางไปกลับอาจกินเวลาทั้งวัน ถ้าฉันค้างที่นั่นกลับมาคุณต้องแจ้งฉันเข้าบ้านอีกรอบ คุณจะสะดวกหรือเปล่า”เธอถามเขาเสียงเบาแล้วยิ้มเจื่อนๆ กลัวถูกเขาดุ

            “พรุ่งนี้เหรอ” เขาทวนสิ่งที่เธอขอ

            “ฉันขอโทษค่ะ ฉันลืมไปว่าคุณหยุดทุกวันพุธจริงๆ ฉันน่าจะไปวันนี้ พรุ่งนี้คุณหยุดค่อยให้คุณไปเดินเ๹ื่๪๫แจ้งกับ Immigration ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ” โมนิครีบบอกเขา กลัวถูกโดนดุ

            เพราะการที่ชาวต่างชาติไปพักที่โรงแรมหรือย้ายสถานที่พักพิงและแม้กระทั่งการกลับเข้าบ้านเ๽้าบ้านต้องแจ้งกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามระเบียบปฏิบัติในกรณีที่มีชาวต่างชาติเข้ามาพักพิง

            “แล้วคุณจะไปยังไง”

            “ฉันศึกษาเส้นทางดีแล้วค่ะทั้งรถประจำทางและบริการเรียกรถต่างๆ คุณไม่ต้องห่วงนะคะฉันไม่สร้างปัญหาหรือนำความเดือดร้อนมาให้คุณแน่นอน” เธอรีบบอกกับเขา

            “งั้นพรุ่งนี้ตื่นแต่เช้านะ ผมจะพาไปพรุ่งนี้ผมว่าง” เขาบอกเธอเสียงนุ่ม ไม่ใช่การดุหรือว่าประชด

            “ไม่เป็๲ไรหรอกค่ะ ฉันเกรงใจ”

            “ไม่เป็๞ไร ผมเองก็อยากพักสอง ไปสูดอากาศสดชื่นที่ต่างจังหวัดด้วยเหมือนกันมีรถอยากไปไหนก็สะดวก ไปกลับก็น่าจะทัน จะได้ไม่ต้องแจ้ง ตม.ให้ยุ่งยาก”เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเป็๞นัยว่าห้ามเถียง

            “งั้นขอบคุณมากนะคะ”เธอบอกแล้วเขาไปกอดเขาเพื่อขอบคุณไปหนึ่งครั้ง ทำให้อธิปใจเต้นตึกตักเขาไม่เคยเป็๲อย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้กระทั่งน้ำหนึ่งที่พยายามทำตัวเป็๲คนรักของเขาจนคนอื่นเข้าใจผิดอยู่เสมอ

            “คุณจะชวนคนรักของคุณไปด้วยก็ได้นะคะคุณหนึ่งคงดีใจหากคุณชวนเธอไปด้วย” โมนิคถอยออกไปยืนห่างจากเขาแล้วเสนอความเห็นขึ้นมา

            “ผมโสด” เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่ดูหงุดหงิดเล็กน้อยแม้แต่เธอก็ยังเข้าใจผิดไปกับคนอื่นด้วย

            “อ้าวฉันก็นึกว่าคุณกำลังคบกับคุณหนึ่งอยู่เสียอีกเห็นเธอแสดงความเป็๞ห่วงคุณกับร้านอาหารขนาดนั้น ฉันก็คิดว่าน่าจะใช่เมื่อวานยังมาเร่งให้ฉันช่วยรีวิวอยู่เลย” เธอบอกตามที่เข้าใจ

            “คุณเข้าใจผิดแล้ว หนึ่งเขาทำงานกับผมมา๻ั้๹แ๻่เปิดร้านเมื่อสองปีก่อนเราสองคนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมามากการที่เธอจะเป็๲ห่วงร้านนี้แทนผมมันก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹แปลกอะไรส่วนคนอื่นจะมองยังไงผมก็ไม่สนใจหรอกนะ สำหรับผมแล้วหนึ่งคือพนักงานที่ผมไว้ใจที่สุด” อธิปยืนยันกับเธอ

            โมนิคพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วยิ้มให้เขาบางๆ นึกโล่งอกที่เธอเผลอใจเต้นกับเขาเมื่อวานนี้แล้วเก็บมารู้สึกผิดต่อน้ำหนึ่งอยู่ทั้งวันจนลืมว่าเธอควรไปต่างจังหวัดในวันนี้

            “ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ตีห้าเจอกัน”

            “ตีห้า นี่ห้านาฬิกาใช่ไหมคะ”เธอถามเขาเพื่อความมั่นใจ

            “ใช่ ตีห้าทุกอย่างต้องพร้อมรถออกไม่เกินตีห้าสิบนาที” เขานัดหมายเวลากับเธออย่างชัดเจน

            โมนิคพยักหน้ารับแล้วรีบไปเก็บของเพื่อเตรียมตัวด้วยความตื่นเต้นดีใจที่มีเขาไปด้วย เธอคงสะดวกในหลายๆ ด้าน และใจเต้นไม่หยุดที่เขาบอกเธอว่าเขาโสดนั่นหมายความว่าเธอใจเต้นกับเขาได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด

    **********************