ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 5 : ปลาเกล็ดขาวบรรพกาล

    ปลาเกล็ดขาวบรรพกาล
    เมื่อเข้าสู่ระดับกำเนิดปราณขั้นต้นแล้ว หลินเฉินก็ลุกขึ้นยืน เขาไม่ได้ฝึกตนต่อแต่อย่างใด แม้ว่าเขาจะมีทรัพยากรการฝึกตนไม่ขาด แต่การที่เพิ่มพื้นฐานการฝึกตนเร็วเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย
    ทั้งยังจะทำให้พบคอขวดในอนาคตในระดับพื้นฐานฝึกตนที่สูงขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการฝึกตน ไม่ใช่การมีพื้นฐานฝึกตนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากแต่เป็นการสร้างรากฐานให้มั่นคง
    เมื่อมีพื้นฐานฝึกตนที่มั่นคง การฝึกตนก็จะไม่ติดขัดและไม่พบคอขวด
    หลินเฉินยึดถือวิธีนี้มาจากอาจารย์ของเขาที่ล่วงลับไปนานมากแล้ว เมื่อหวนนึกถึงอาจารย์ สีหน้าของเขาต้องเศร้าหมองลงเล็กน้อย
    “ไปล้างตัวหน่อยก็ดี” หลินเฉินส่ายหน้าสลัดความเศร้า จากนั้นก้าวเดินออกจากห้องฝึกตนไปท้ายเรือนไม้
    ท้ายเรือนเป็นระเบียงที่กว้าง ด้านล่างเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ที่สวยงาม น้ำในแม่น้ำทั้งหมดเป็นสีฟ้าสดใส แทบจะมองเห็นทุกอย่างภายในแม่น้ำได้
    ภายในแม่น้ำไม่ใช่ว่าจะไม่มีปลา หลินเฉินจับปลาวิญญาณหลายชนิดมาปล่อยไว้เช่นเดียวกัน แต่ปลาวิญญาณพวกนี้ก็ฉลาดเฉลียวยิ่ง พวกมันรู้ว่าถ้ามาอยู่ใกล้เรือนไม้จะถูกจับกิน จึงไม่เข้าใกล้ ไปอยู่แถวๆ ใจกลางของแม่น้ำแทน
    หลินเฉินค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออก จนเผยให้เห็นร่างกายที่เปลือยเปล่า ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ไม่มีไขมันส่วนเกินเลยสักนิด นอกจากนี้ยังมีแผลเป็นจำนวนมากที่ได้มาจากการต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคในโลกอมตะ
    แผลเป็นเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าลบทำให้หายเป็นปกติไม่ได้ เพียงแต่หลินเฉินไม่ทำก็แค่นั้น
    เมื่อเขามองแผลเป็นเหล่านี้ มันจะได้เป็นสิ่งย้ำเตือนเขา ว่าเขาเคยผ่านอะไรมาบ้างในโลกอมตะ
    หลังจากถอดเสื้อผ้า หลินเฉินกระโดดลงในแม่น้ำอย่างไม่ลังเล เสียงน้ำสาดกระจายดัง ‘ซ่าๆ’ ทั่วร่างของหลินเฉินเปียกปอน รู้สึกเย็นสดชื่นยิ่ง
    “น่าเสียดายที่ไม่ได้เอาแชมพูและสบู่เข้ามาด้วย” หลินเฉินลูบน้ำบนใบหน้า ขณะที่คิดว่ามันก็นานมากกว่าหมื่นปีแล้วที่เขาไม่ได้ใช้แชมพูและสบู่ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของโลกนี้
    เขาบรรจงล้างตัวอย่างสบายๆ ไม่ได้รีบร้อนอะไร สางผมที่ยาวถึงกลางหลังของตัวเองด้วยสองมือ
    หลินเฉินก็ยิ้มอ่อนๆ “ตัดผมหน่อยก็ดี”
    เขากลับมาอยู่ในโลกปัจจุบันแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องไว้ผมยาวอีกต่อไป เขาเริ่มใช้พลังปราณตัดผมจนมันสั้นเพียงประบ่า
    ในขณะที่หลินเฉินกำลังอาบน้ำอยู่นั้น ในส่วนลึกขอบแม่น้ำพลันปรากฏเงาตะคุ่มสีดำขนาดใหญ่เท่าคนสองคนลอยเข้ามาใกล้
    มองไปที่เงาจะสามารถเห็นดวงตาสีแดงประกายวาววับที่เปล่งแสงออกมา
    เงาตะคุ่มนี้ลอยเข้ามาใกล้หลินเฉินเรื่อยๆ จากนั้นก็อ้าปากออกจนกว้างพุ่งเข้าใส่เขา
    หลินเฉินที่บรรจงล้างตัวชะงัก ใบหน้าไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “เสี่ยวไป๋เลิกเล่นได้แล้ว”
    เงาตะคุ่มพลันชะงัก หุบปากลงโดยพลัน ก่อนจะลอยตวัดหางไปมาเข้ามาใกล้หลินเฉิน
    “แฮร่ๆ นายท่าน ท่านรู้ได้อย่างไร?” เสียงที่สดใสเสียงหนึ่งดังออกมา เป็นเสียงเด็กสาวที่ไพเราะ
    หลินเฉินมองไปที่เสี่ยวไป๋ เสี่ยวไป๋คือปลาวิญญาณที่มีเกล็ดทั่วร่างเป็นสีขาวบริสุทธิ์ มีดวงตาคู่สีแดงราวกับผลึกแก้ว สวยงามเป็นอย่างยิ่ง
    เผ่าพันธุ์ของเธอคือปลาเกล็ดขาวบรรพกาล ในโลกอมตะเหลือเธออยู่แค่ตัวสุดท้ายแล้ว
    ในตอนนั้น หลินเฉินได้ไปสำรวจซากปรักหักพังโบราณ บังเอิญไปพบเธอเข้า จึงนำกลับมาด้วย
    “เจ้าตัวอ้วนขนาดนี้ ใครจะไม่รู้กัน” หลินเฉินยิ้ม ลูบหัวเธอครั้งหนึ่ง
    เสี่ยวไป๋สะบัดมือเขาออกจากหัว แยกเขี้ยวเล็กๆ ใส่ “เพ้ย ท่านว่าผู้ใดอ้วนกัน!”
    หลินเฉินได้แต่หัวเราะออกมา แม้ว่าเสี่ยวไป๋จะมีขนาดเท่ากับคนสองคน แต่ว่าสมองของเธอนั้น เทียบได้กับเด็กสาวอายุสิบเอ็ดสิบสองปี จะอย่างไรเธอก็พึ่งอายุได้ร้อยกว่าปี กว่าที่จะโตเต็มวัยยังคงอีกนานนัก
    จากที่เขาได้ศึกษาเกี่ยวกับปลาเกล็ดขาวบรรพกาลมา อายุเฉลี่ยโตเต็มวัยก็คือห้าพันปี ห้าพันปีในโลกอมตะไม่อาจนับเป็นอะไรได้ แต่ถ้าเป็นห้าพันปีในโลกปัจจุบันนั้น เกรงว่ายุคสมัยคงจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายแล้ว กว่าที่เสี่ยวไป๋จะโตเต็มวัย
    “เอ๊ะ นายท่านพื้นฐานฝึกตนของท่าน...” เสี่ยวไป๋พลันดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อสัมผัสได้ว่าพื้นฐานการฝึกตนของหลินเฉินไม่ใช่ระดับนิรันดร์กาลอีกต่อไป เปลี่ยนมาเป็นระดับกำเนิดปราณ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดแทน
    หลินเฉินหัวเราะ “ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ถูกกระแสภายในช่องว่างมิติทำลายพื้นฐานฝึกตนเดิมไปเท่านั้น หวังว่าเสี่ยวไป๋ที่อยู่ระดับเข้าสู่เทวะจะไม่รังแกข้านะ”
    เสี่ยวไป๋ตกใจ กระแสในช่องว่างมิติใดกันที่ถึงขั้นทำลายพื้นฐานฝึกตนของนายท่านเธอที่เป็นนิรันดร์กาลผู้ยิ่งใหญ่ได้ แต่ในไม่ช้า เธอก็มียิ้มขึ้นมาอย่างได้ใจ “นายท่าน วันนี้ท่านต้องทำอาหารให้ข้ากิน ไม่งั้นเสี่ยวไป๋คนนี้จะไม่ช่วยเหลือท่านเวลาเจอกับพวกคนชั่วที่แข็งแกร่งกว่าท่าน!”
    หลินเฉินได้ยินเธอพูดออกมาแบบนี้ก็หัวเราะยกใหญ่ เด็กหนอเด็ก “ได้ๆ เสี่ยวไป๋ของข้าอยากจะกินอะไรล่ะ”
    “ฮี่ฮี่” เสี่ยวไป๋ฉีกยิ้มกว้าง ด้วยปากที่ใหญ่โตของปลาเกล็ดขาวบรรพกาลตัวใหญ่ มันดูตลกอย่างบอกไม่ถูกเวลาเธอยิ้ม “ข้าอยากกินเนื้อวัวหน้าเหล็กผัดน้ำมันหอย หมูขนดำหัน ไก่ทองคำย่าง และซุปปลาจิน!”
    “เจ้าตัวตะกละ!” หลินเฉินเขกหัวเธอไปครั้งหนึ่ง แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้
    หลังจากขึ้นจากแม่น้ำ เช็ดตัวแห้ง ผลัดเปลี่ยนมาใส่ชุดใหม่ เขาก็ออกล่าสัตว์วิญญาณที่อยู่ในทุ่งหญ้าไม่ไกล ที่เขาจับมาปล่อยไว้ เขาล่าตามคำขอของเสี่ยวไป๋ จับวัวหน้าเหล็กมาหนึ่งตัว จับหมูขนดำมาหนึ่งตัว จับไก่ทองคำมาหนึ่งตัว
    จากนั้นก็นำเบ็ดออกมาตกปลาจิน ซึ่งเป็นปลาวิญญาณในแม่น้ำมาหลายตัว
    สัตว์วิญญาณพวกนี้ ล้วนมีลักษณะและรสชาติคล้ายกับวัว หมู ไก่และปลาในโลกปัจจุบัน แต่มันมีรสชาติที่อร่อยกว่ามาก หลินเฉินถึงได้จับพวกมันมาปล่อยไว้ภายในมุกมิติ เพื่อทำเป็นอาหารเวลาหิว
    “เสี่ยวไป๋ มากินได้แล้ว อาหารเสร็จแล้ว” หลังจากทำอาหารทุกอย่างเสร็จ หลินเฉินก็ตะโกนไปทางแม่น้ำ
    เสี่ยวไป๋ในตอนนี้กำลังนอนลอยตัวเหนือน้ำ น้ำลายยืดออกมาจากปากของเธอ
    พอได้ยินเสียงของหลินเฉิน เธอก็หูตั้ง รีบลืมตาขึ้นมา ดวงตาคู่กลมโตสวยงามจ้องมองไปทางฝั่ง เห็นบนโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่กลางพื้นหญ้ามีอาหารสี่อย่างตามที่เธอขอไป เธอก็ดีใจอย่างมาก หางตวัดไปมา ลอยเข้าไปใกล้ฝั่ง กระโดดขึ้นจากน้ำ
    ร่างเปล่งแสงสีขาวเจิดจ้า ทันใดนั้น เด็กหญิงวัยสิบเอ็ดสิบสองปี ผู้มีดวงหน้าขาวเนียนน่ารัก แก้มชมพูเปล่งปลั่ง ดวงตาคู่สีแดงงดงามสดใส ผมสีขาวยาวพลิ้วไหว สวมใส่ชุดสีหิมะที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองหนึ่งส่วนก็กระโดดลงมายืนที่พื้น
    เด็กผู้หญิงคนนี้ แน่นอนว่าคือเสี่ยวไป๋ เป็นร่างจำแลงของเธอตอนแปลงกายเป็นมนุษย์
    “นายท่าน เสี่ยวไป๋ของท่านมาแล้ว” เสี่ยวไป๋โห่ร้องอย่างมีความสุข รีบสับเท้าวิ่งเข้าหาโต๊ะอาหาร ยิ่งวิ่งเข้าใกล้ น้ำลายของเธอยิ่งยืดออกมา เสียงท้องก็ร้องโครกครากดังไม่ขาดสาย
    จบบทที่ 5