ร้านชำคนเป็ คนตาย
ตอนที่ 9: ของสดเสียเร็วกว่าความไว้ใจ
กลิ่นเน่าเดินตามรินกลับมาถึงเส้นเกลือ
มันไม่ได้ลอยมาแบบกลิ่นธรรมดา มันเกาะชายเสื้อ เกาะถุงผ้า เกาะปลายผมของหมอก แล้วค่อย ๆ ไหลเข้าหาหน้าร้านเหมือนแผงสดทั้งแผงคลานตามหลังมาอย่างสุภาพ
สุภาพในที่นี้หมายถึงยังไม่เข้ามากัดใคร
ยัง
รินก้าวข้ามเส้นเกลือกลับเข้ามาแล้วหยุดทันที เธอยกมือขึ้นก่อนที่คนในฐานจะถามพร้อมกันจนกลายเป็เสียงตลาดแตกอีกรอบ
"ไม่มีใครเรียกชื่อจริง" เธอพูด "กฎรหัสคิวยังไม่ยกเลิก"
คนที่กำลังอ้าปากเรียกเธอหุบปากแทบไม่ทัน
บาสยืนอยู่ตรงแนวแถว หน้าซีดนิดหน่อยแต่ยังคุมคนไว้ได้ เขาเหลือบมองถุงผ้าในมือริน แล้วมองหน้าหมอกที่ซีดกว่าเดิม
"มีอะไรในซอยไหม แม่ค้า"
ดี
เขาจำคำเรียกได้
รินยกใบเสร็จในมือขึ้น หมึกดำบนกระดาษยังสดเหมือนเพิ่งถูกพิมพ์ออกจากความมืด
`รายการค้างตรวจ: ชื่อถูกกินไปหนึ่งคำ`
ไม่มีใครในร้านพูดอะไรอยู่สองอึดใจ
แล้วชายวัยกลางคนคิวสิบสองก็กระซิบ "ชื่อใคร"
"ใบเสร็จยังไม่บอกค่ะ" รินตอบ "และถ้าใครเสนอให้ลองเรียกชื่อคนทั้งฐานทีละคน ฉันจะคิดค่าวางแผนโง่เป็ค่าปรับ"
คิวสิบสองหุบปากทันที
แม่ค้าลูกชิ้นกอดลูกแน่นขึ้น "แผงสดใช่ไหมคะ กลิ่นเหมือน...เหมือนตลาดหลังฝนท่วม"
"แย่กว่านั้น" หมอกพูด เขายังยืนใกล้ประตู ไม่ยอมให้กลิ่นติดตัวไหลเข้าไปลึกกว่านี้ "มีสองชั้น ชั้นแรกเป็ของสดเสียจริง อีกชั้นเป็กลิ่นฝนที่เหมือนถูกเคี้ยวซ้ำ"
คำว่าเคี้ยวทำให้หลายคนหันไปมองซอยหลังตลาดพร้อมกัน
รินไม่ชอบที่สายตาของคนหิวเปลี่ยนเร็วมาก
เมื่อครู่พวกเขากลัว
ตอนนี้บางคนเริ่มคิดถึงคำว่าอาหาร
ความหิวมีนิสัยเสียตรงนี้ มันทำให้สมองของคนต่อรองกับอันตรายเก่งขึ้นแบบไม่ควรภูมิใจ
"ที่แผงสดยังมีของกินไหม" คนหนึ่งถาม
"มีมีดไหม ถังน้ำแข็งล่ะ"
"ผ้าใบที่แผงปลาน่าจะยังใช้ได้"
"ถ้ารอจนเช้า เน่าหมดแน่"
เสียงเริ่มซ้อนกัน บาสยกมือห้าม แต่คนหิวไม่ค่อยเห็นมือคนอื่นเป็สัญญาณจราจร
รินวางถุงผ้าลงบนเคาน์เตอร์ก่อน
เธอหยิบเศษใบเสร็จชื่อถูกขูดออกใส่ถุงซิป วางข้างใบเสร็จดีลผิด กระดาษชื่อใต้แก้วยังสั่นเบา ๆ เหมือนอยากหนีจากคำว่าแผงสดมากกว่าคนในร้านเสียอีก
"ของพวกนี้เป็หลักฐาน" รินประกาศ "ห้ามแตะ ห้ามย้าย ห้ามยืมไปส่องดูเล่น ใครแตะโดยไม่ได้รับอนุญาต ฉันจะนับเป็พยายามแก้หลักฐานและคิดราคาเป็หนี้กรรม"
ชายเสื้อคลุมที่ยืนอยู่จุดเฝ้าระวังก้มหน้าลงทันที
รินมองเขา "ยังไม่ได้พูดชื่อคุณค่ะ แต่อาการรับผิดชอบดีมาก"
เขาไม่เถียง
ดี
คนเคยโดนใบเสร็จจับมือไว มักเรียนรู้ไวเป็พิเศษ
"ฟังให้ดี" รินพูดต่อ "แผงสดมีของที่เราอาจใช้ได้ แต่พื้นที่นั้นมีเสียงเคี้ยว กลิ่นฝน และรอยชื่อสดที่ปิดไม่สนิท ใครคิดจะวิ่งไปหยิบเอง ขอให้จำไว้ก่อนว่าเส้นเกลือกันผีได้ ไม่กันคนทำตัวเป็ปัญหา"
ชายหนุ่มคนหนึ่งยกมือ "แต่ถ้ามีอาหาร เราควรรีบเอามาไม่ใช่เหรอ"
"ควร" รินตอบ "แต่ไม่ใช่เอาแบบใครมือไวได้ก่อน"
"แล้วจะทำยังไง"
รินหยิบสมุดร้านออกมา เปิดหน้าว่าง กดปากกาลงจนเสียงปลายปากกาขูดกระดาษชัดในความเงียบ
"ตั้งทีมกู้ของเสี่ยง"
หลายคนมองเธอเหมือนคำนี้ฟังเป็งานราชการเกินไปสำหรับคืนที่มีผีกินชื่ออยู่หลังตลาด
รินไม่สน
โลกแตกแล้ว งานเอกสารยิ่งต้องแน่น ไม่อย่างนั้นคนจะเอาความวุ่นวายมาเรียกว่าโอกาส
"คนที่ลงแรงไปกู้ของ จะได้สิทธิ์รับของตามสัดส่วนแรงงานและความเสี่ยง" เธอเขียนไปพูดไป "แต่ทุกชิ้นต้องผ่านจุดตรวจหน้าร้าน ลงรายการ และออกใบเสร็จก่อนแจก"
"ถ้าเจออาหารกินได้ระหว่างทางล่ะ" คิวสิบสองถาม
"ห้ามหยิบกิน"
เขาหน้าเสีย "แต่ถ้าหิวมาก"
"ยิ่งหิวมากยิ่งต้องห้ามค่ะ คนหิวตัดสินใจแย่กว่าคนที่เพิ่งโดนหลอกขายของออนไลน์อีก"
หมอกเหลือบมองเธอ
รินทำเป็ไม่เห็น
เธอเขียนเงื่อนไขต่อ
หนึ่ง ห้ามหยิบกินระหว่างทาง
สอง ห้ามเก็บของเข้ากระเป๋าเอง
สาม ห้ามเรียกชื่อจริง
สี่ ห้ามผ่านเส้นเกลือพร้อมของที่ไม่ได้ลงรายการ
ห้า ของจากพื้นที่เสี่ยงต้องผ่านบัญชีร้านก่อนแจก
เมื่อเธอเขียนข้อสุดท้าย เครื่องพิมพ์ใต้เคาน์เตอร์ก็ทำงานเอง
แกรก
แกรก
กระดาษใบเสร็จเลื่อนออกมาเป็แผ่นยาวกว่าปกติ
`ประเภทดีล: งานฐาน / กู้ทรัพยากรจากพื้นที่เสี่ยง`
`สิ่งแลกเปลี่ยน: แรงงาน / ข้อมูล / ความเสี่ยง`
`สิทธิ์รับของ: รอประเมินตามรายการนำเข้า`
`เงื่อนไข: ของจากพื้นที่เสี่ยงต้องผ่านบัญชีร้านก่อนแจก`
คนในฐานเงียบลง
ไม่ใช่เงียบเพราะหายกลัว แต่เงียบเพราะเห็นว่าร้านยอมรับกฎนี้
รินดึงใบเสร็จขึ้นมาอ่านซ้ำ แล้ววางให้ทุกคนเห็น
"ร้านรับดีลงานฐาน" เธอพูด "แปลว่าใครทำงานจริง มีสิทธิ์จริง ใครไม่ทำงานแต่มีหน้าที่ฐาน เช่น ดูเด็ก ดูคนเจ็บ เฝ้าเส้นเกลือ ก็นับเป็แรงงานเหมือนกัน"
แม่ค้าลูกชิ้นเงยหน้าทันที "ฉันอยู่ดูเด็กกับคนเจ็บได้ไหมคะ ฉันออกไปยกของไม่ไหว แต่เด็กถ้าตื่นพร้อมกัน..."
"ได้" รินตอบ "แรงงานฐานหนึ่งหน่วย รับผิดชอบเด็กและคนเจ็บเสี่ยงต่ำ ห้ามปล่อยคนบนรถเข็นได้ยินเสียงเรียกชัด ๆ"
ร่างคนเจ็บบนรถเข็นขยับริมฝีปากพอดี
ไม่มีเสียงออกมา แต่ผ้าขนหนูที่พาดอกเขาสั่นเล็กน้อย เหมือนข้างใต้มีอะไรหายใจผิดจังหวะ
รินมองทันที
"และไม่มีใครพูดคำว่า ชื่อ ใกล้รถเข็นอีก" เธอว่า
บาสยกมือ "ผมคุมคิวลงแรงได้"
หลายสายตาหันไปหาเขา
คำว่า บ ยังลอยอยู่ในอากาศโดยไม่มีใครพูด
รินมองบาสนิ่ง ๆ "คุณคุมคิวลงแรงกับนับคนได้ เพราะตอนก่อนคุณทำตามกฎรหัสคิวได้ แต่คุณยังอยู่ในบัญชีสงสัย"
บาสพยักหน้า "เข้าใจ"
"ถ้าคุณหายจากจุดคุมคิวโดยไม่แจ้ง ฉันจะถือว่าเจตนาหลบตรวจ"
"เข้าใจครับ"
"และถ้าใครใช้เื่นี้หาเื่เขาตอนทำงาน ฉันจะตัดสิทธิ์รับของของคนนั้นก่อน"
คนที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างปิดปากลง
รินหันไปหาชายเสื้อคลุม "คุณรู้ทางหลังตู้ขายน้ำเก่า"
เขาตัวแข็ง "รู้ครับ"
"คุณจะเป็คนนำทางแบบจำกัดสิทธิ์ เดินท้ายทีม ไม่แตะของก่อนคนตรวจ ไม่ออกคำสั่ง ไม่กระซิบคำแนะนำให้ใครหยิบก่อนซื้อ"
ชายเสื้อคลุมกลืนน้ำลาย "ถ้าผมเห็นอันตรายล่ะ"
"พูดได้ แต่ใช้คำว่าหยุด ไม่ใช้ชื่อคน และไม่แตะตัวใคร"
"ครับ"
หมอกขยับเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ "แล้วคุณจะอยู่ตรงไหน"
รินเงยหน้ามองเขา "ปากทาง"
"ผมคิดว่าคุณควรอยู่หลังเส้นเกลือ"
"ฉันก็คิดว่าของจะหายก่อนถึงบัญชีถ้าฉันไม่เห็นจุดรับของแรก"
"ผมกับบาสนับได้"
"บาสยังอยู่ในบัญชีสงสัย ส่วนคุณอ่านกลิ่น ไม่ใช่บัญชี"
หมอกเงียบไปครึ่งจังหวะ
รินรู้ว่าเขาไม่ได้อยากคุมเธอ เขาแค่เห็นกลิ่นที่คนอื่นไม่เห็น และรู้ว่าปากซอยนั้นกำลังมีอะไรสักอย่างหายใจผ่านของเน่า
แย่ตรงที่เธอก็รู้
"ฉันจะไม่เข้าไปลึก" เธอลดเสียงลง "แค่ตั้งจุดรับของตรงที่ใบเสร็จอ่านได้ ถ้าเกินเส้นนั้น ถอย"
หมอกพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
นั่นนับเป็ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นมากสำหรับคนสองคนที่เพิ่งกลับจากซอยที่มีเสียงเคี้ยวตามหลัง
เครื่องพิมพ์ทำงานอีกครั้ง
แกรก
`คำเตือน: กลิ่นของสดเสียกำลังดึงผู้ซื้อที่ไม่้าสินค้า`
กระดาษเลื่อนลงอีกบรรทัด
`สิ่งที่้า: ชื่อ`
ไม่มีใครถามว่าแปลว่าอะไร
บางประโยคไม่้าคำอธิบาย มันแค่วางอยู่กลางร้านแล้วทำให้ทุกคนรู้สึกว่าลิ้นของตัวเองหนักขึ้น
จากทางซอยหลังตลาด เสียงเคี้ยวดังขึ้นอีกครั้ง
ช้า
เปียก
ตามด้วยเสียงใหม่
ครืด
เหมือนถุงพลาสติกเปียกถูกลากกับพื้นปูน
คนในฐานถอยเข้าหากันเป็ก้อนเดียวทันที เส้นเกลือหน้าร้านมีไอขาวพุ่งขึ้นต่ำ ๆ เทียนเฝ้าประตูทั้งสองเล่มเอนเข้าด้านในเหมือนอยากหลบ
รินหยิบใบเสร็จงานฐานขึ้นมา "ทีมแรกเล็กที่สุด หมอกอ่านกลิ่น บาสคุมรายการ คนแข็งแรงสองคนยกของ ชายเสื้อคลุมนำทางท้ายทีมแบบจำกัดสิทธิ์ แม่ค้าลูกชิ้นดูเด็กกับรถเข็น ฉันตั้งจุดรับของ"
"ผมไป" ชายคนหนึ่งพูด
"ผมด้วย" อีกคนเสริม แต่สายตาเขามองไปทางซอยมากกว่ามองริน
รินชี้ปากกาใส่ทั้งคู่ "คิวสิบสองกับคิวสิบห้า แรงงานยกของหนึ่งหน่วยต่อคน ถ้าแตะของก่อนลงรายการ สิทธิ์เป็ศูนย์ และถ้าพาของที่ไม่ได้ตรวจผ่านเส้นเกลือ ฉันจะให้ใบเสร็จคิดราคาเอง"
คิวสิบห้าหน้าเสีย "คิดราคาเองนี่เท่าไร"
"แพงกว่าที่คุณอยากรู้ค่ะ"
บาสรับสมุดจากรินไปอย่างระวัง เขาเขียนรหัสคิวแทนชื่อจริงตามที่เธอบอก ลายมือเขาไม่สวย แต่เป็ระเบียบพออ่านได้
รินเกือบให้คะแนนเพิ่ม
เกือบ
ความไว้ใจไม่ใช่แต้มสะสมร้านสะดวกซื้อ ทำดีครั้งเดียวแลกของรางวัลไม่ได้
เธอหยิบถาดโลหะเปล่าออกมาวางหน้าเส้นเกลือ "ของทุกชิ้นวางตรงนี้ก่อน ใบเสร็จอ่านแล้วค่อยย้ายเข้าฐาน ใครอยากได้ส่วนแบ่ง รอหลังนับของ"
"แล้วถ้ามันตามของมา" แม่ค้าลูกชิ้นถามเสียงเบา
รินมองเทียนเฝ้าประตู "เราถึงต้องรู้ก่อนว่าของมีเ้าของไหม"
คำตอบนั้นไม่ทำให้ใครสบายใจ
แต่คำตอบจริงไม่ควรปลอบใจเกินหลักฐาน
ทีมเล็กขยับเตรียมออกจากเส้นเกลือ
ยังไม่ทันก้าวพ้นหน้าร้าน เสียงครืดก็ดังใกล้ขึ้น
ครืด
ครืด
บางอย่างกลิ้งออกมาจากทิศปากซอยหลังตลาด
มันเป็ถังพลาสติกสีฟ้าเก่า ใบไม่ใหญ่ แต่เปื้อนคราบน้ำดำและเศษผักเน่าติดขอบ ฝาถังหายไปครึ่งหนึ่ง ด้านข้างมีรอยนิ้วหมึกป้ายยาวเหมือนมีคนจับมันด้วยมือที่เพิ่งขูดชื่อออกจากกระดาษ
ถังหยุดก่อนถึงเส้นเกลือราวสองก้าว
กลิ่นเน่าพุ่งเข้ามาก่อนตัวมันเหมือนเปิดฝาตู้เย็นที่ไม่ควรเปิด
คิวสิบห้าขยับตัวทันที
"อย่าแตะ" รินสั่ง
เขาหยุด มือค้างกลางอากาศ
"มันอาจมีของใช้ได้" เขาพูด
"มันอาจมีเ้าของด้วย"
"แต่มันกลิ้งมาเอง"
"ของที่กลิ้งมาเองหลังโลกแตกไม่เคยน่ารักค่ะ"
รินหยิบใบเสร็จเปล่าหนึ่งแผ่นวางบนถาดโลหะ แล้วใช้ที่คีบเลื่อนถาดไปใกล้ถังโดยไม่ให้มือข้ามเส้นเกลือมากเกินไป
ถังพลาสติกสั่น
ครั้งเดียว
เหมือนข้างในมีอะไรเคาะตอบ
บาสจับสมุดแน่น "แม่ค้า..."
"ไม่ใช้ชื่อ" รินเตือนโดยไม่หันไป
"ครับ แม่ค้า"
เครื่องพิมพ์ใต้เคาน์เตอร์ทำงาน ทั้งที่ถังอยู่นอกประตู
แกรก
แกรก
กระดาษใบเสร็จเลื่อนออกมาเองยาวผิดปกติ หมึกดำขึ้นช้ากว่าทุกครั้ง ราวกับร้านกำลังอ่านสิ่งที่ไม่อยากอ่าน
`รายการนำเข้า: ถังพลาสติกเปื้อนน้ำเน่า`
`สถานะผู้ถือสิทธิ์: ยังไม่มี`
รินยังไม่ทันหายใจโล่ง บรรทัดต่อมาก็ปรากฏ
`หมายเหตุ: มีผู้ตามมา`
เทียนเฝ้าประตูเล่มซ้ายวูบต่ำลงทันที เปลวไฟหดเหลือเล็กเท่าหัวเข็ม
พร้อมกันนั้น เสียงเคี้ยวจากท้ายซอยหยุดกะทันหัน
ความเงียบที่ตามมาไม่ได้ทำให้ร้านปลอดภัยขึ้นเลย
มันเหมือนสิ่งที่กำลังกินอยู่เพิ่งเงยหน้าขึ้น
รินมองถังพลาสติก มองใบเสร็จ แล้วมองเส้นเกลือที่สั่นบาง ๆ ตรงพื้น
เธอพูดช้า ชัด และเย็นพอให้ทุกคนได้ยิน
"ไม่มีใครแตะถังนี้"
ถังพลาสติกขยับอีกครั้ง
คราวนี้มันกลิ้งเข้าหาเส้นเกลือเองหนึ่งนิ้ว
จากในซอยหลังตลาด มีเสียงถุงพลาสติกถูกลากตามมาอีกครั้ง
ครืด
ครืด
เหมือนเ้าของใบเสร็จกำลังมาตรวจสินค้าคืน