บทนำ แค่ได้รักก็สุขใจ
วันศุกร์แห่งชาติ คือการเรียกวันศุกร์สิ้นเดือน ที่วันนี้เบี้ยยังชีพของเหล่าพนักงานออฟฟิศจะถูกโอนเข้าบัญชี และบวกกับเป็วันสุดท้ายของการทำงาน ส่งผลให้การจราจรนั้นยิ่งติดขัดยกกำลังสอง
แม้ตอนนี้จะสองทุ่มแล้วแต่ ‘เมลดา’ หนึ่งในพนักงานผู้รับเบี้ยยังชีพก็ยังไม่กลับบ้าน หลังเลิกงานจึงตรงดิ่งมาร้านกาแฟของเพื่อนสนิท ซึ่งอยู่ใกล้กับออฟฟิศของเธอ ช่วยทำนั่นทำนี่ฆ่าเวลา เพราะยังไม่อยากฝ่าการจราจรกลับบ้านเอาเวลานี้สักเท่าไหร่
เธอเป็พนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ งานว่าธรรมดาแล้ว รูปร่างหน้าตาก็ยังธรรมดาอีกต่างหาก ผิวสีแทนตามแบบฉบับสาวใต้ จมูกก็โด่งมากกว่าคนอื่นเขาหน่อย ตาคมๆ ที่หลายคนชอบบอกว่าเธอตาดุ และเธอก็ดื่มนมมาั้แ่เด็กๆ จนจะฉี่ออกมาเป็กลิ่นนม แต่ส่วนสูงกลับหยุดอยู่แค่ร้อยหกสิบ ผิดกับน้ำหนักที่เพิ่มเอ้าเพิ่มเอาจนเธอกลุ้ม
เมื่อน้ำหนักมันไม่สัมพันธ์กับส่วนสูง เธอจึงต้องหาวิธีรีดไขมัน ทั้งเข้าฟิตเนส อดอาหาร แต่สุดท้ายกลับไปไม่รอดสักอย่าง ตบะแตกจนกินบุฟเฟ่ต์ชดเชย จนกระทั่งมีเหตุให้ต้องไปวิ่งมินิมาราธอน เพราะบริษัทที่เธอทำงานอยู่เป็เ้าของโปรเจกต์ระดับชาตินี้ และการวิ่งก็ทำให้เธอได้พบกับใครคนหนึ่งเข้า เธอรู้แค่ว่าเขาหล่อและดูดีมาก แถมชื่อเล่นก็ออกจะแมน
‘พี่สิงห์’ คือชื่อเล่นของเขา คิดเื่นี้แล้วเมลดาก็นั่งคิดถึงความหลังเสียหน่อย จำได้ว่าเธอลงทุนสืบประวัติของ ‘พี่สิงห์’ อย่างจริงๆ จังๆ สืบไปสืบมาถึงรู้ว่าเขาทำงานตึกเดียวกับเธอ แต่คนละบริษัทเท่านั้นเอง และยิ่งสืบก็ยิ่งรู้ว่า ‘พี่สิงห์ หรืออันเดรส สิงห์ ปัณฑวิรุจ’ ของเธอนั้นฮอตมากถึงมากที่สุด จากที่คิดว่าเขาเป็พนักงานบริษัทกลับกลายมาเป็ว่าเขาคือเ้าของบริษัทส่งออก
ความโสดของเขาเหมือนแม่เหล็ก ที่ดูดสาวๆ เข้าหาไม่ได้ขาด สาวน้อยสาวเหลือน้อยแอบปลื้มไปทั้งตึกก็ว่าได้ และเธอก็คือหนึ่งในนั้น เมื่อชอบทางเดียวที่ทำได้คือการหมั่นออกไปวิ่งเพื่อจะได้เจอเขาและจะได้ผอมไปในตัว นั่นเพราะรู้ว่าอันเดรสชอบวิ่ง และการวิ่งก็ทำให้เธอได้เจอกับเขาบ่อยๆ อย่างที่คิดไว้จริงๆ
และวันหนึ่งก็มีเหตุให้ได้คุยกับเขาอย่างเป็ทางการ เพราะขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน เธอก็เห็นอันเดรสยืนเท้าสะเอวมองรถที่ตอนนี้เปิดฝากระโปรงไว้ เธอรีบจอดรถ จากนั้นก็รีบก้าวเข้าไปหาเขา พร้อมกับเอ่ยขึ้น
“มีอะไรให้เมช่วยไหมคะ”
“รถผมน่าจะมีปัญหานิดหน่อยน่ะครับ มันสตาร์ทไม่ติด”
“น้ำมันหมดหรือเปล่าคะ”
“เปล่าครับ เพราะผมเพิ่งเติมเต็มถังไปเมื่อเช้า” เสียงทุ้มเอ่ยตอบ ขณะนั้นก็หันมามองผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ตอนนี้ยืนทำหน้าครุ่นคิดอยู่ข้างๆ
“หรือไม่ก็แบตเตอรี่รถยนต์น่าจะหมด”
“อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ” อันเดรสยิ้มออกมา
“งั้นคุณลองสตาร์ทรถให้ฉันฟังหน่อยสิ”
“ได้ครับ” รับปากเสร็จเขาก็กลับเข้าไปนั่งในรถ จากนั้นอันเดรสก็ทำตามที่เมลดาบอก แค่ฟังเสียงเครื่องยนต์ คนตัวเล็กก็รู้ถึงสาเหตุ
“เสียงแบบนี้ แบตเตอรี่น่าจะหมด งั้นรอตรงนี้ก่อนนะคะ” เธอยิ้มให้แล้วเดินกลับไปขับรถของตัวเองมาจอดข้างๆ รถของอันเดรส เปิดฝากระโปรงรถขึ้น เดินไปหยิบสายพ่วงแบตเตอรี่จากท้ายรถออกมา จากนั้นก็ทำการพ่วงแบตเตอรี่จากรถของเธอไปยังรถของอันเดรสด้วยท่าทางคล่องแคล่ว คล่องเสียจนผู้ชายอกสามศอกยืนอึ้ง
“คราวนี้ลองเข้าไปสตาร์ทรถดูอีกทีนะคะ ว่าติดไหม”
“อ้อครับ” อันเดรสเอ่ยรับ เพราะกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะสามารถทำอะไรพวกนี้ได้จริงๆ พอย้อนคิดถึงตัวเองก็อายอยู่เหมือนกัน
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น บ่งบอกว่ารถของอันเดรสนั้นสตาร์ทติดแล้ว ชายหนุ่มส่ายหน้าให้ตัวเอง เพราะเขาแทบไม่มีความรู้เื่เครื่องยนต์อะไรพวกนี้เลย ก่อนจะก้าวออกจากรถแล้วเดินตรงไปหาผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อาสาเข้ามาพ่วงแบตเตอรี่ให้
“ขอบคุณมากครับคุณเมที่เข้ามาช่วยผมไว้” อันเดรสจำชื่อเธอได้ เพราะเธอเอ่ยตอนถามเขาว่ามีอะไรให้ช่วยไหม
แต่แค่อันเดรสเรียกชื่อ กลับทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์ ทำไมเสียงห้าวทุ้มของเขาถึงได้ฟังดูเพราะขนาดนี้ก็ไม่รู้ ยิ่งอยู่ใกล้รัศมีความหล่อก็ยิ่งมีมากจนทำให้เธอเพ้อ นั่นทำเอาเธอต้องรีบยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตา ก่อนจะตั้งสติแล้วเอามือลง
“ไม่เป็ไรค่ะ” น้ำเสียงสดใสของเมลดาเอ่ยตอบ แต่ท่าทางของเธอกลับทำให้อันเดรสยิ้มกว้างออกมา เพราะตอนนี้หน้าเธอเลอะเทอะด้วยคราบดำๆ เต็มไปหมด
“ยืนนิ่งๆ ก่อนนะครับ” เอ่ยจบ อันเดรสก็ขยับเข้ามาใกล้ จากนั้นเขาก็ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบบนหน้าออกให้เธออย่างอ่อนโยน หน้ามอมแมมอย่างกับลูกแมวจึงค่อยๆ สะอาดขึ้น
ตอนนี้คนตัวเล็กยืนแข็งทื่อ เงยหน้ามองเขาจนคอแทบจะเคล็ด ดวงตากลมโตกะพริบเข้าหากันหลายต่อหลายครั้ง ใจดวงน้อยบนอกซ้ายนั้นเต้นโครมครามจนกลัวอันเดรสจะได้ยิน
กลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นโคโลญจน์ที่ลอยออกมาจากตัวเขา ทำไมถึงได้หอมอย่างนี้ก็ไม่รู้ หอมจนเธออยากซุกหน้าไปเข้าดมให้เต็มปอด กล้ามแขนที่โผล่พ้นขอบเสื้อกล้ามก็เป็มัดๆ ดูไกลๆ ว่าหล่อแล้ว แต่ตอนนี้ใกล้จนเห็นไรหนวดเขียวๆ อันเดรสก็ยิ่งหล่อ คิ้วหนา จมูกโด่ง ปากหยักสีแดง ถ้าได้จูบจะรู้สึกฟินแค่ไหนน้อ
“เสร็จแล้วครับ หน้าคุณสะอาดแล้ว”
“อ้อค่ะ ขอบคุณมาก” เสียงของอันเดรสทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ ที่กำลังมโนเป็ตุเป็ตะไปไกลแสนไกลอยู่คนเดียว
“ผมสิงห์ ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งครับคุณเม”
“ค่ะ”
“คุณเก่ง รู้เื่เครื่องยนต์ด้วย ผิดกับผมที่ทำอะไรไม่เป็เลย นี่ถ้าไม่ได้คุณ ป่านนี้ก็คงยังงงอยู่แน่ๆ ว่าทำไมรถถึงสตาร์ทไม่ติดเสียที”
“พอดีว่าพ่อเมสอนไว้น่ะค่ะ เวลาขับรถไปไหนมาไหน เกิดฉุกเฉินจะได้ดูเครื่องยนต์เป็”
“ดีจังครับ แบบนี้ผมคงต้องหาเวลาว่าง ให้คุณเมช่วยสอนหน่อยแล้ว” คำพูดของเขา ทำให้เธอยิ้มเขิน แต่ก็พยายามเก็บอาการเอาไว้ ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวเขาจะหาว่าเธออ่อยเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งเธอไม่อยากเป็แบบนั้น
“เมรู้แค่เื่พื้นฐานเท่านั้นเองนะคะ ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรเป็พิเศษ”
“แต่สิ่งที่คุณเมรู้มันก็มากกว่าที่ผมรู้ตั้งเยอะ” มีอะไรบางอย่างในตัวของเมลดา ที่ทำให้อันเดรสสนใจ และบางอย่างที่ว่า อีกไม่นานเขาจะได้คำตอบ
“นั่งคิดอะไรอยู่แก เหม่อเชียว” เสียงทักของชมพู่ ทำให้เมลดาหลุดออกจากอาการมโน
“คิดถึงหนุ่ม”
“อ้อ พี่สิงห์อะไรของแกนั่นน่ะเหรอ”
“อื้อ เขาหล่อ ดูดี แกคิดว่าเขาจะชอบฉันไหม” เมลดาหันมาถามคนข้างๆ ที่ตอนนี้กำลังครุ่นคิดจนคิ้วชักจะเริ่มขมวด
“ไม่รู้สิ แต่ผู้ชายหล่อมักจะคู่กับผู้หญิงขี้เหร่ แกก็ขี้เหร่ออก เขาต้องชอบแน่นอน” คำพูดของชมพู่ ทำเอาคนฟังกลอกตามองบน
“ปากหรือยะนั่นนะ”
“เอ้านี่เค้าพูดจริงๆ นะ บางทีพี่สิงห์ของแกอาจเป็คนชอบของแปลก”
“บ้า” เมลดามองชมพู่ๆ ค้อนๆ ก่อนที่บทสนทนาของทั้งคู่จะจบลง เมื่อมีแขกเข้ามาในร้าน ชมพู่กลับไปรับออเดอร์ ส่วนเมลดาก็นั่งคิดนู่นนี่นั่นของเธอไปเรื่อยเปื่อย กระทั่งชมพู่ปิดร้านทั้งคู่จึงแยกย้ายบ้านใครบ้านมัน
หลังจากเหตุการณ์ ที่เมลดาโชว์พลังสายแมนด้วยการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ให้อันเดรส หนุ่มฮอตก็มาปรากฏตัวที่หน้าบริษัทของเธอบ่อยๆ และนั่นก็ยิ่งทำให้เขาตกเป็เป้าสายตาอยู่ไม่น้อย กระทั่งเห็นว่าเขามาหาใคร สาวๆ ทั้งหลาย ซึ่งไล่มาั้แ่สาวน้อย สาวใหญ่ ทั้งโสดและไม่โสดซึ่งแอบปลื้มอันเดรสอยู่แล้วถึงกับตาค้าง ไม่คิดว่าชายหนุ่มสุดหล่อของตึกจะมาหาเมลดา
“ยัยเม เห็นเงียบๆ แบบนี้ก็ฟาดของดีเหมือนกันนะเนี่ย” ประโยคนี้ดังแว่วมาให้เมลดาได้ยิน แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ เพราะตอนนี้สถานะของเธอกับอันเดรสนั้นเป็แค่เพื่อนกันจริงๆ แต่ก็ยอมรับว่าเธอกับเขาสนิทกันมากขึ้น ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ จนเธอเริ่มจะสับสนในความสัมพันธ์ครึ่งๆ กลางๆ นี้เบาๆ
“จะแฟนก็ไม่ใช่ จะเพื่อนก็ไม่เชิง หรือเราจะเป็ได้แค่กิ๊ก เฮ้อ!” บ่นเสร็จเธอก็ถอนหายใจออกมาหนักๆ จากวันนั้นถึงวันนี้ นับนิ้วดูแล้วเธอรู้จักกับอันเดรสได้สามเดือนพอดิบพอดี
“สามเดือนอาถรรพ์ไหมน้อ” เมลดาขอบ่นออกมาอีกสักประโยค กระทั่งเห็นอันเดรสเดินกลับมาเธอจึงหยุดเพ้อแล้วส่งยิ้มให้เขา
“นี่ครับ” อันเดรสยื่นผัดไทยกับแตงโมมาให้เมลดา โดยในมือเขาตอนนี้ก็มีผัดไทยอยู่ด้วย จากนั้นคนหล่อก็หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ เธอ
ทั้งสองคนนั่งกินผัดไทยริมแม่น้ำเ้าพระยาด้วยกัน บรรยากาศตอนนี้ดูเหมือนจะโรแมนติกหน่อยๆ แต่คิดแล้วเมลดาก็งง เพราะอยู่ๆ วันนี้อันเดรสก็ชวนเธอออกมาเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ นั่งรถตุ๊กๆ จนเธอนี่ผมฟูเป็หัวสิงโต แต่คนข้างๆ กลับหัวเราะชอบใจ
เขาพาเธอไปไหว้พระ แล้วยังนั่งเรือข้ามฟากมาหาของอร่อยๆ กินกันที่วังหลัง กินกันทั้งวัน กระทั่งถึงตอนนี้ที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เธอกับเขาก็ยังนั่งกินผัดไทยกันอยู่ก่อนจะตบท้ายด้วยแตงโมหวานฉ่ำ ช่วยดับร้อนและทำให้สดชื่นขึ้นเป็กอง
“เราเป็แฟนกันไหมเม” คำขอเป็แฟนจากอันเดรสที่ดังมาเข้าหู ทำเอาเมลดาถึงกับสำลักแตงโมที่กำลังเคี้ยว
เธอไอแค่กๆ ติดกันหลายครั้ง โดยมีอันเดรสคอยลูบหลังให้อีกต่างหาก และพอตั้งสติได้ ก็หันมามองหน้าคนข้างๆ ด้วยสีหน้างงๆ
“ที่พูดตะกี้ พี่สิงห์เมาแดดหรือเปล่า” สรรพนามที่ทั้งคู่ใช้เรียกกันตอนนี้ก็เปลี่ยนไปจากครั้งแรก เพราะอันเดรสอายุมากกว่าเมลดาถึงห้าปี สรรพนามนี้ทำให้ชมพู่ที่ได้รู้หมั่นไส้มาแล้ว
“เปล่า…พี่ขอเมเป็แฟนจริงๆ ว่าไงครับ พี่รอฟังคำตอบอยู่” อันเดรสส่งยิ้มมาให้ เป็รอยยิ้มที่ทำให้เอาเมลดาแทบละลาย หัวใจเธอเต้นแรงมาก และคงมากพอๆ กับอันเดรส เขารู้สึกดีกับเธอมาก มากจนเอ่ยปากขอคบหาด้วย แต่ให้ตายสิ ระหว่างรอคำตอบจากเธอ ทำไมถึงรู้สึกหัวใจจะวายเสียให้ได้
“เอ่อคือว่า…” เมลดาอึกๆ อักๆ นั่นเพราะคิดว่าตอนนี้เธอกำลังฝันอยู่แน่ๆ ใครจะไปคิดว่าวันนี้อันเดรสจะมาเอ่ยขอเธอเป็แฟน แต่พอหยิกตัวเองแล้วก็เจ็บจนสะดุ้งโหยง บ่งบอกว่านี่มันคือความจริง ความจริงที่เธอเฝ้าฝันหามาโดยตลอด กรี๊ดดดด
“หรือพี่คิดผิด” สีหน้าของอันเดรสแฝงไว้ด้วยความเศร้า นั่นเพราะคิดเองว่ารักครั้งนี้อาจไม่สมหวังเสียแล้ว
“คิดผิดเื่อะไรคะ” คนฟังเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย
“คิดผิดว่าเมเองก็ชอบพี่อยู่เหมือนกัน”
“เอ่อ…คือ” เมลดาสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้า ที่คราวนี้ดูเหมือนจะไล่มาั้แ่ตาตุ่ม
“เมก็ชอบพี่สิงห์ค่ะ ชอบ…” คำพูดอื่นใดของเมลดานั้นหายกลับเข้าไปในลำคอ เมื่ออันเดรสคว้าตัวเธอเข้าไปกอดพร้อมกับมอบจูบที่เต็มไปด้วยความรักให้
แม้จะใแต่เพราะรักเขาอยู่เช่นกัน ทำให้เมลดารับััที่อันเดรสมอบให้อย่างเต็มใจ เมื่อเดือนก่อน เธอเคยคิดว่าหากได้จูบริมฝีปากหยักของอันเดรสความรู้สึกจะเป็ยังไงบ้างนะ และตอนนี้เธอรู้แล้วว่ามันนุ่มนวล หอมหวานและซาบซ่านหัวใจมากขนาดไหน
“จูบนี่คือคำตอบ ว่าเราเป็แฟนกันแล้วนะน้องเม”
“แน่ใจแล้วนะคะ ว่าพี่สิงห์ชอบผู้หญิงขี้เหร่อย่างเมจริงๆ” คำพูดถ่อมตัวของเมลดา ทำให้อันเดรสมันเขี้ยว จนต้องยื่นมือมาบีบจมูกโด่งๆ ของเธอเบาๆ
สำหรับเขาแล้ว เมลดาไม่ได้เป็หญิงสวยมาก แต่เธอเป็คนน่ารัก มีเสน่ห์น่ามองกว่าผู้หญิงสวยเป็ไหนๆ มองเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกเบื่อ ผิวสีน้ำผึ้งของเธอสวย ตาคมๆ นั่นอีก ส่วนเื่ความสูงที่อาจจะต่างกับเขาไปมาก แต่มันก็ไม่ใช่อุปสรรค
“แน่ใจสิ พอดีว่าพี่ชอบคนขี้เหร่ จะได้ไม่มีใครกล้ามาแย่งผู้หญิงของพี่”
“จ้ะ…พ่อคนหล่อ คราวนี้เมก็ต้องคิดหนัก กลัวมีคนมาแย่งแฟนหล่อๆ ของเมแทน”
“อย่าห่วงไปเลย เพราะพี่รักเดียวใจเดียว ชีวิตนี้ตายแทนเมได้พี่ก็ยอม” คำพูดของอันเดรส ทำให้ใจของเมลดารู้สึกแปลกๆ มันหวิวๆ บอกไม่ถูก
“อย่าพูดเื่ตายสิ ไม่ดีนะคะ”
“งั้นเปลี่ยนมาพูดเื่ของเราดีกว่า เมอยากแต่งงานวันไหนครับ”
“บ้า…พูดเล่นแบบนี้ เดี๋ยวเถอะ” เมลดาเงื้อมือขึ้นสูง พร้อมจะฟาดลงบนตัวคนชอบอำ อันเดรสได้แต่ยิ้ม ก่อนจะรวบมือเธอไปกุมไว้ นั่นเพราะเขาไม่ได้พูดเล่น เขาคิดเื่แต่งงานกับเธอแล้วจริงๆ และได้วางแผนไว้หมดแล้ว
ทั้งคู่นั่งดื่มด่ำความโรแมนติกอยู่ริมน้ำเ้าพระยา อีกสองสามชั่วโมงก็พากันกลับ ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้านนั้น มือหนาของอันเดรสกุมมือบางของเมลดาไว้ตลอดเวลา บางครั้งก็ยกขึ้นไปจุมพิตจนเธอเขินแล้วเขินอีก กระทั่งอันเดรสหยุดเพราะกลัวมือเล็กๆ ของเธอจะช้ำไปมากกว่านี้
เวลาของความสุขช่างผ่านไปเร็วนัก เพราะอีกไม่เกินห้านาที เขาก็จะถึงบ้านของเมลดาแล้ว แต่จังหวะที่กำลังขับรถอยู่นั้น อยู่ๆ กลับมีรถอีกคันวิ่งสวนเลนมาอย่างกะทันหัน
“พี่สิงห์ ระวังค่ะ”
เอี๊ยดดดด โครมมมมม
เสียงชนประสานงาของรถทั้งสองคันดังสนั่นไปทั่วบริเวณ แรงชนทำให้รถของอันเดรสเสียหลัก เขาควบคุมพวงมาลัยไม่ได้ ซึ่งตอนนี้รถกำลังไถลไปยังเสาไฟฟ้าที่อยู่ริมถนน และเป็ฝั่งที่เมลดานั่งอยู่
อันเดรสพยายามหมุนพวงมาลัยรถด้วยแรงที่มี หวังให้เกิดปาฏิหาริย์ เพราะไม่อย่างนั้นแรงอัดกระแทกที่จะเกิดขึ้นอาจส่งผลต่อชีวิตของเมลดา เขาขอรับทุกอย่างเอง ถ้าร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ก็ขอให้เป็เขาคนเดียวเท่านั้น แค่เขาเท่านั้น
และคำขอของอันเดรสก็สัมฤทธิ์ผล
โครมมมมมม
เสียงโครมใหญ่ดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากรถของอันเดรสชนเข้ากับเสาไฟฟ้า แม้ด้านข้างลำตัวจะถูกอัดกระแทก แต่เขาก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง จึงพยายามเอื้อมมือไปกุมมือของเมลดาไว้ และหลังจากนั้นทุกอย่างรอบตัวเขาดับมืดลงไปทันที

ฝากนิยาย Erotic 25+ จากนามปากกา Miss sexy ที่วางขายแบบ E-book ด้วยนะคะ
ตอนนี้มีด้วยกัน 4 เรื่อง ได้แก่
ฝากนิยาย โรมานซ์ ฟินๆ จากนามปากกา 'วรนิษฐา' ที่วางขายแบบ E-book ไว้ด้วยน๊า
เรื่องอื่นๆ คลิ๊กสั่งซื้อหรือดาวน์โหลดตัวอย่างได้ที่ลิงก์นี้ค่าาา
https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=tab_all&search=%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%B2

ฝากทุกคนกดไลท์แฟนเพจ 'วรนิษฐา' กันค่ะจะได้ตามข่าวเรื่องนิยายกันได้ รวมทั้งไม่พลาดหากวันไหนมีนิยายกับของน่ารักๆ มาแจก เพื่อขอบคุณแฟนเพจกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
วรนิษฐา / Miss sexy