ตอนที่ 5
เมื่อถึงรุ่งเช้าของวันใหม่ทั้งสามก็ออกมายังพื้นที่โล่งกว้างภายในมิติเพื่อรวมตัวกันอีกครั้ง ถึงแม้ไป๋เซ่อจะไม่จำเป็ต้องออกมาด้วยเพราะไม่ใช่่ที่มันจะต้องสอนหลิงหรงหากแต่ที่ออกมาเป็เพราะปกติมันก็จะออกมาฝึกกำลังกายเช่นนี้เสมอพร้อมกับเฮยเซ่อ
ต่อให้พวกมันทั้งสองจะมีระดับสูงส่งเพียงใดแต่ทว่าพวกมันก็ไม่เคยคิดที่จะหยุดฝึกฝนต่อไป และนั่นทำให้ทั้งสองทำจนเกิดเป็ความเคยชินแล้วต่อให้่เวลาที่ผ่านมาพวกมันจะจำศีลอยู่แต่ก่อนหน้านี้พวกมันก็ทำเช่นนี้ไม่เคยขาด จึงทำให้ยามนี้ร่างกายของหลิงหรงที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลยสักครั้งนั้นราวกับนางแบกของหนักขึ้นูเานับร้อยนับพันรอบเมื่อต้องมาวิ่งฝึกกำลังขารอบๆทุ่งกว้างไปพร้อมกับจิ้งจอกทั้งสองตัว
แฮ่กๆๆ ~~~~~~~
“พะ พอก่อนได้หรือไม่…ข้าไม่ไหวแล้ว”
ตุบ
ถึงแม้จะยังไม่ได้ยินเสียงที่ตอบกลับมาหลิงหรงก็ทิ้งตัวลงนอนราบไปกับทุ่งหญ้าเสียแล้ว เพราะตอนนี้หลิงหรงนางร่างกายทนรับไม่ไว้แล้วเมื่อนางได้วิ่งไปรอบๆทุ่งกว้างมากกว่า 20 รอบแล้วและที่สำคัญระยะทางที่นางได้วิ่งวนๆอยู่นั้นมันเท่าๆกับสองสนามฟุตบอลรวมกันเลยล่ะ
ซึ่งหากบวกลบระยะทางที่หลิงหรงวิ่งไปแล้วก็ราวๆประมาณ 8 กงหลี่(กิโลเมตร)เลยทีเดียว มันจึงทำให้ร่างกายที่ไม่เคยออกกำลังกายนี้ถึงกับทรุดลงนอนกับพื้นไปเสียดื้อๆ หากใครสงสัยว่าร่างกายที่ได้รับการปรับแต่งใหม่แล้วเหตุใดจึงเหนื่อยง่ายนักนั่นเป็เพราะทั้งขาและแขนของหลิงหรงนั้นถูกเฮยเซ่อบังคับให้ใส่กำไลถ่วงน้ำหนักอยู่นะสิแล้วมันยังมีน้ำหนักถึงข้างละ 10 กงจิน(กิโลกรัม)ซึ่งมันถือว่าหนักมากสำหรับร่างเล็กนี้ของหลิงหรง
“อะไรกันขอรับ นี่ยังได้แค่ 20 รอบเองยังไม่ถึงครึ่งเลยนะขอรับ เอาเถิดถือว่าวันนี้ยังเป็วันแรกข้าจะยอมให้ท่านก่อนก็ได้แต่นับั้แ่พรุ่งนี้ท่านจะต้องวิ่งให้ได้วันละ 50 รอบนะขอรับและอย่างได้คิดปฏิเสธเพราะหากท่านอยากจะออกไปเร็วๆละนะขอรับ”เฮยเซ่อเอ่ยออกมานิ่งๆ โดยที่มีไป๋เซ่อส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจอยู่ข้างๆ
“ฮะ อะไรนะ! 50 รอบ…ฆ่าข้าเถิดเฮยเซ่อ เ้ามันปีศาจจิ้งจอกชัดๆ เอาน้องหมาที่น่ารักของข้าคืนมา…”หลิงหรงได้แต่ร้อยโอดครวญเพื่อหวังความเห็นใจจากเฮยเซ่อ แต่สิ่งที่ได้คือการเดินจากไปของทั้งสองจิ้งจอกเป็คำตอบ แต่เฮยเซ่อก้าวไปได้เพียงสามก้าวมันก็หันมาหาหลิงหรงอีกครั้งก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ทำลายความหวังของหลิงหรงอย่างไร้ความปราณีก่อนจะเดินจากไปจริงๆ
“อ้อ ข้าให้ท่านพัก 1 เค่อ(15นาที)แล้วไปเจอกันที่ลานข้างที่พักนะขอรับ พวกเรายังต้องฝึกกระบวนท่าต่อสู้กันต่อและข้าก็ไม่คิดจะออมมือเตรียมใจมาด้วยนะขอรับ…”หลิงหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่หลับตาลงพร้อมๆกับน้ำใสๆที่ไหลออกจากหางตาคมๆของนาง ในใจได้แต่คิดว่า์ช่างกลั่นแกล้งนางยิ่งนักที่ได้ส่งนางมาไว้กับหมาปีศาจทั้งสองตัวนี้ทั้งๆที่ภายนอกออกจะน่ารักแต่ทำไมการกระมันช่าง….
เมื่อเข้ายามอุ้ย(13.00-14.59น.)หลังจากเสร็จสิ้นจากนรกของการเจ็บตัวโดยมีจิ้งจอกสีดำเป็ผู้กระทำก็เข้าสู่่นั่งนิ่งๆและใช้สมองเท่านั้นในการรับข้อมูล ทว่าถ้าใครคิดว่าเป็่ที่สบายล่ะก็ทุกคนกำลังคิดผิดอย่างแน่นอนเพราะในตอนนี้หลิงหรงนั้นรู้สึกเหมือนดั่งหัวน้อยๆนี้ของนางกำลังจะะเิออกมาก็มิปาน
เพราะการเรียนตำรานั้นหาใช่ตำราที่เป็กระดาษหรือผืนผ้าหากทว่ามันเป็การเรียนตำราที่ทำมาจากลูกแก้วความทรงจำ ซึ่งมันไม่ต้องอ่านแต่อย่างใดเพียงนำมือไปจับมันมาแล้วกลืนลงท้องไปซะก็จะได้ความรู้นั้น แต่มันคงไม่ง่ายเช่นที่กล่าวมาแน่นอนเพราะความสะดวกสบายย่อมต้องมีสิ่งที่แลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียมนั่นคือยิ่งความรู้ลงลึกมากเท่าใดความเ็ปที่หลิงหรงได้รับก็ยิ่งมากมายมากขึ้นไปอีกเท่าตัว
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็ยังคงวนเวียนไปเรื่อยๆจากวันเป็เดือน จากเดือนเป็ปี จากปีเป็สองปีและเวลามันยังคงเดินผ่านไปเรื่อยๆ ซึ่งเพียงห้าปีภายในมิติหลิงหรงก็สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆในลูกแก้วความทรงจำได้อย่างแตกฉานเป็ที่เรียบร้อยแล้ว และที่ใช้เวลานานถึงเพียงนี้ก็เพราะการรับเอาความรู้จากลูกแก้วความทรงจำแต่ละระดับนั้นต้องใช้เวลาย่อยเอาข้อมูลนานพอสมควร
และลูกแก้วที่หลิงหรงต้องกินเข้าไปก็มีมากกว่าหนึ่งร้อยลูกเลยที่เดียว ทุกๆลูกจะมีระดับความเข้าใจที่ต่างกันไปและสิ่งที่หลิงหรงได้มาก็เป็ความรู้เกี่ยวกับ พืช สมุนไพร การหลอมโอสถ การรักษา การใช้พลังธาตุและอีกหลายๆสิ่งหลายๆอย่างเกี่ยวกับโลกที่หลิงหรงต้องอยู่ใหม่นี้…
หลิงหรงยังใช้เวลาไปอีกหลายปีภายในมิติในการฝึกภาคปฏิบัติ ด้วยหลังจากเรียนรู้ทางทฤษฎีมานานกว่า 5 ปีนางก็ควรที่จะลองลงมือทำได้แล้ว ส่วนการฝึกฝนกับเฮยเซ่อนั้นหลิงหรงก็ไม่ให้น้อยหน้าเพราะทั้งการป้องกัน การโจมตี การใช้อาวุธประเภทต่างๆหรือแม้แต่ทักษะลอบสังหารหลิงหรงก็ถูกเฮยเซ่อสอนสั่งฝึกปรือจนชำนาญเชี่ยวชาญยิ่งนัก
โดยเฉพาะการใช้อาวุธลับหลิงหรงนั้นชื่นชอบเป็อย่างมากและชำนาญที่สุดอีกด้วย ซึ่งเหตุผลในการชื่นชอบและได้ฝึกจนชำนาญเป็เพราะนางให้เหตุผลไว้ว่า มันไม่เหนื่อยและไม่ต้องเห็นเืเมื่อทำการสังหารศัตรูหลิงหรงจึงฝึกหนักมากที่สุดในบรรดาอาวุธและทักษะต่างๆ….
การที่จะเปลี่ยนให้หญิงสาวธรรมดาๆอย่างหลิงหรงพลิกผันมาเก่งกาจ แข็งแกร่งและสามารถลงมือสังหารสิ่งมีชีวิตได้โดยไม่คิดถึงเื่ศีลธรรมความผิดบาปนั้นเป็เื่ที่ยากลำบากเป็ที่สุด ด้วยโลกที่นางจากมานั้นมีคำสอนหลักธรรมตามศาสนาที่นางเคยนับถือนั่นเอง ทว่าอย่างไรแล้วหลิงหรงก็ต้องปรับตัวและทำความเข้าใจได้ว่าโลกใบนี้นั้นต่างกันและหากนางไม่ฆ่าคนที่ตายอาจจะเป็นางก็ได้
หากคิดให้ดีๆแล้วแม้โลกก่อนจะไม่ถึงกับลงมือเข่นฆ่ากันอย่างเปิดเผยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี และต่อให้ไม่มีการลงฆ่าสังหารตรงๆคนที่นั่นก็มีวิธีที่จะกำจัดศัตรูของตนเองเสมอ เมื่อตระหนักได้ถึงข้อนี้หลิงหรงก็เริ่มทำใจยอมรับและยอมเรียนรู้วิชาทักษะสังหารจนเชี่ยวชาญเช่นทุกวันนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางยังยืดมั่นเอาไว้คือ หลิงหรงจะไม่กดขี่ข่มเหงรังแกผู้ที่ไม่ใช่ศัตรูของตนหรือคนที่อ่อนแอกว่าตนเองเป็อันขาด
นางจะฝึกฝนตนเองจนแข็งแกร่งเพื่อปกป้องตนเอง จะไม่ใช้ความสามารถที่ตนเองได้มาในทางที่ผิดเพราะหากนางแข็งแกร่งแล้วต้องคอยไปรังแกผู้คนก็ไม่ต่างจากคนชั่วหลายๆคนที่ชอบกดขี่ข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่าตนเพื่อประโยชน์และความสะใจของตนเองเท่านั้น และหลิงหรงยังตั้งมั่นไว้ว่านางจะเป็คนที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจที่มีชีวิตธรรมดาแล้วก็มีอิสระเสรีมากที่สุดให้ได้
ในที่สุดภายในมิติแห่งนี้ก็ผ่านไปแล้วกว่า 20 ปี หลิงหรงนั้นได้ฝึกฝนสำเร็จทุกวิชาแล้ว ไม่ว่าจะผู้สังหารหรือผู้รักษานางก็ล้วนแล้วแต่เรียนรู้จนแตกฉานนับว่านี่เป็การถือกำเนิดมารร้ายและเทพธิดาในเวลาเดียวกันเลยก็ว่าได้
ยามนี้หลิงหรงอายุได้ครบ 15 ปีถ้วนแล้วกล่าวได้ว่านางได้เป็สาวเต็มตัวแล้ว แต่คงจะเรียกสาวก็คงเรียกได้ยากเพราะหากคนภายนอกพบเห็นคงจะมีความคิดเห็นตรงกันคือนางเป็บุรุษที่หล่อเหล่าและงดงามยิ่งนัก ด้วยเพราะรูปร่างและหน้าตาของหลิงหรงนั้นค่อนข้างออกไปทางบุรุษมากถึงแปดส่วนไม่ว่าจะใบหน้า ส่วนสูงและยังสัดส่วนต่างๆของร่างกายส่วนคล้ายคลึงกับบุรุษทั่วไปยิ่งนักผิดแปลกก็ตรงที่นางตัวบางกว่าและมีเอวที่คอดกิ่วเฉกเช่นสตรีทั่วไปเท่านั้น
หลิงหรงหลังจากออกจากการนั่งสมาธิเพื่อเลื่อนระดับแล้วก็จัดการไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ทันที เพราะนี่จะเป็วันที่นางจะได้ออกไปโลกภายนอกอย่างที่นางได้ตั้งใจเอาไว้ั้แ่ต้น เพราะยามนี้ระดับลมปราณของหลิงหรงนั้นเลื่อนมาอยู่ที่ระดับ 10 ขั้นสูงแล้วนั่นเอง
ตึก ตึก ตึก
“เฮยเซ่อ ไป๋เซ่อ ข้าพร้อมที่จะออกไปท่องเที่ยวยังโลกภายนอกแล้ว”หลิงหรงนั้นเมื่อจัดการตนเองเรียบร้อยแล้วก็ออกมาหาจิ้งจอกทั้งสองที่ใต้ต้นไม้หน้ากระท่อมทันทีด้วยความตื่นเต้น
“ท่านยังออกไปไม่ได้ขอรับ”เฮยเซ่อกล่าวบอกทันทีที่หลิงหรงกล่าวจบ
“เหตุใดถึงยังออกไปไม่ได้ไหนพวกเ้าบอกว่าวันนี้ข้าจะได้ออกไปด้านนอกแล้ว? พวกเ้าโกหกข้ารึ…”ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างยิ่งนี่มันหลอกลวงกันชัดๆ หลิงหรงได้แต่กล่าวต่อในใจ
“พวกข้ามิได้หลอกลวงท่านแน่นอน แต่พวกเราต้องพาท่านไปรับหลิงก่อนขอรับ…”ไป๋เซ่อกล่าว
“อ่า ข้าลืมไปว่าเราต้องไปรับหลิงน้อยเมื่อข้าฝึกฝนสำเร็จแล้ว เช่นนั้นก็รีบไปรับนางกันเถิดพวกเราจะได้ออกไปด้านนอกเสียที”
หลังจากหลิงหรงกล่าวจบจิ้งจอกทั้งสองก็พุ่งตัวไปด้านส่วนลึกของป่าในมิติทันที หลิงหรงที่เห็นเช่นนั้นก็พุ่งทะยานตามทั้งสองไปติดๆโดยไม่รอช้า ทั้งสามนั้นพุ่งทะยานตัวไปกิ่งไม้นานกว่า 1 เค่อ(15นาที)ก็มาหยุดที่ปากทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งตลอด 20 ปีที่อยู่ภายในมิตินั้นหลิงหรงไม่เคยได้ออกมาสำรวจพื้นที่ที่เพิ่มเข้ามาอีกเลยหลังจากเดือนเเรกที่นางเข้ามาอยู่จึงทำให้นางไม่เคยพบเห็นถ้ำแห่งนี้มากก่อนเลยสักครั้ง
“ถึงแล้วรึ นางจำศีลอยู่ที่นี่?…”
“ใช่ขอรับร่างต้นของนางอยู่ที่นี่ พวกข้าทั้งสองจะรอท่านอยู่ด้านนอกนี้ส่วนท่านต้องเข้าไปปลุกนางเองขอรับ”เฮยเซ่อกล่าวขึ้น
“แล้วร่างต้นของนางคืออันใด?”ข้าถามด้วยความสงสัย เพราะั้แ่ต้นข้าไม่เคยรู้เลยว่าร่างต้นของหลิงน้อยคือสิ่งใด แต่จะบอกว่าเป็ภูตก็คงมิใช่?
“เมื่อท่านเข้าไปด้านในก็จะรู้เองนั้นแหละขอรับ เมื่อท่านพบนางแล้วจงหยดเืของท่านลงไปเพื่อทำพันธะกับนางใหม่อีกครั้งแล้วนางจะตื่นขึ้นมาเองขอรับ”ไป๋เซ่อกล่าว
“แล้วถ้าสิ่งที่ข้าหยดเืลงไปไม่ใช่นางเล่า?”แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่านางคือสิ่งใด เหตุใดทั้งสองจึงไม่บอกกล่าวแก่ข้าดีๆ หลิงหรงได้แต่บ่นในใจ
“ทุกอย่างให้ความรู้สึกของท่านเป็สิ่งตัดสินเถิดขอรับ”เฮยเซ่อกล่าวตอบแล้วหลับตาลงทันที ไป๋เซ่อเองก็เช่นกันเพื่อให้หลิงหรงเลิกกล่าวถามพวกมันเสียที
“หึ ข้าไปหาเอาเองก็ได้ไม่เห็นต้องหลับตาเพื่อหลีกหนีคำถามข้าเลย…”
กล่าวจบหลิงหรงก็เดินตรงเข้าไปยังภายในถ้ำทันที เพียงนางก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำเส้นทางเข้าก็ปรากฏดวงไฟส่องสว่างขึ้นตลอดเส้นทาง หลิงหรงยังคงเดินเข้าไปเรื่อยๆจนกระทั้งมาหยุดฝีเท้าที่โถงกว้างภายในถ้ำที่ยามนี้ปรากฏสมบัติและอาวุธมากมายเรียงรายเต็มไปหมดทั้งที่พื้นหรือแม้กระทั่งผนังถ้ำก็เต็มไปด้วยของล้ำค่ามากมายแขวนอยู่
หลิงหรงมองไปรอบๆกลับไม่มีสิ่งใดทำให้นางรู้สึกสนใจได้เลยแม้มันจะเป็ของล้ำค่ามากมายเพียงใดก็ตาม และต่อให้สนใจได้สิ่งเ่าั้ก็ไม่อาจดึงดูดความสนใจของนางได้นานมากนัก แต่อย่างไรหลิงหรงก็ยังคงมองไปรอบๆเพื่อหาหลิงน้อยของนาง
“ของมากมายเช่นนี้แล้วข้าจะหาเ้าเจอได้อย่างไรหลิงน้อย หากเ้าอยากออกไปอยู่กับข้าอีกครั้งเ้าก็ช่วยข้าให้สังเกตเห็นเ้าทีเถิด…”หลิงหรงเอ่ยเบาๆแต่หนักแน่นอย่างมีความหวัง
กึก กึก~~~
หลิงหรงกล่าวจบไม่นานจู่ๆก็มีเสียงดังกึกๆเหมือนกับอะไรบางอย่างดังกระทบกันอยู่ หลิงหรงไม่รอช้านางก้าวเท้าเข้าไปหาเสียงนั่นทันทีที่ได้ยิน เสียงที่เกิดขึ้นมันดังอยู่หลังหีบใบใหญ่ใบหนึ่งที่บรรจุอัญมณีสีต่างๆไว้ในนั้น เมื่อเดินมาถึงจุดที่เกิดเสียงหลิงหรงก็พบเข้ากับกล่องที่ทำจากหยกสีเขียวอันหนึ่งมันได้สั่นอยู่และยังแผ่กลิ่นอายความสงบออกมาอย่างน่าประหลาด มือบางยื่นไปเปิดอย่างไม่ลังเลก่อนจะเห็นว่าภายในกล่องหยกนั้นเป็สิ่งใดที่อยู่ข้างใน
“ขลุ่ยหยกรึ?”แม้จะเอ่ยออกมาอย่างแปลกใจแต่ความรู้สึกของนางนั้นกลับบอกว่านี่คือสิ่งที่นางกำลังตามหาแน่นอน
ในเมื่อสิ่งที่ต้องเชื่อคือความรู้สึกตัวเองหลิงหรงก็ตัดสินใจใช้เข็มที่นางพกเป็อาวุธลับออกมาเจาะเข้าที่ปลายนิ้วของตนแล้วหยดลงบนขลุ่ยหยกที่มีขนาดประมาณ 8 ชุ่น(นิ้ว)นี้ทันที
วูบ วูบ วูบ~~
เพียงแค่ขลุ่ยหยกได้ัักับเืของหลิงหรงรอบๆตัวของตัวขลุ่ยและตัวของหลิงหรงก็ปรากฏแสงสว่างจ้าขึ้นก่อนจะหายไปพร้อมๆกับระดับของหลิงหรงที่เพิ่มขึ้นมาอีกขั้น
ปัง!
“ระดับตำนานขั้นต้น?”หลิงหรงกล่าวออกมาอย่างสับสน
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ยินดีที่ท่านยกระดับได้เร็วถึงเพียงนี้และยินดีที่ได้พบท่านอีกครั้งข้าคิดถึงท่านยิ่งนักนายหญิง…”จู่ๆเสียงที่ไม่คุ้นหูก็ดังขึ้นภายในหัวของหลิงหรง
“เป็เสียงของเ้าหลิงน้อย เ้าโตเป็สาวแล้ว? แล้วเหตุใดเ้าถึงมีร่างเป็ขลุ่ยเล่า?”
“ใช่เป็ข้าเองและข้าก็โตนานแล้ว ส่วนเื่มีร่างเป็ขลุ่ยก็เพราะข้าเป็อาวุธิญญาของท่านอย่างไรเล่า ที่จริงแล้วมิติแห่งนี้ก็อยู่ภายในตัวข้า ข้าคือมิติแห่งนี้และมิตินี้ก็คือข้า ข้านั้นเป็ได้ทั้งมิติและอาวุธของท่าน”ยิ่งฟังหลิงหรงยิ่งมึนงงแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็พอเข้าใจได้อยู่บ้าง
“เอาล่ะในเมื่อข้าเจอเ้าแล้วพวกเราก็ออกไปด้านนอกกันเถอะ”
“ประเดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ หากท่าน้าจะออกไปท่องเที่ยวด้านนอกแล้วไม่้าให้ใครสงสัยเกี่ยวกับมิติของท่านข้าขอแนะนำให้ท่านนำแหวนมิติวงนั้นไปด้วยแล้วอย่าลืมหยดเืของท่านลงไปด้วยนะเ้าคะ ส่วนสมบัติในนี้ท่าน้าสิ่งใดก็เอาไปเถิดอย่างไรมันก็เป็ของท่านทั้งนั้น”หลิงน้อยกล่าวบอกพร้อมทั้งลอยตัวไปยังหีบใบเล็กใบหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก
“อือ…”หลิงหรงตอบเพียงเท่านั่นนางก็เดินไปหยิบเอาแหวนมิติภายในหีบใบเล็กที่หลิงน้อยบอกมาสวมใส่ทันทีก่อนจะหยดเืลงไปตามที่หลิงน้อยได้บอกไว้ก่อนหน้า
แหวนมิติที่หลิงน้อยให้หลิงหรงใสนั้นเป็เพียงแหวนหยกสีดำที่มีลวดลายบุปผาสีทองเลื้อยพันแต่งแต้มไว้เพียงเท่านั้น ซึ่งหากมองดูดีๆก็ไม่อาจบอกได้ว่ามันมีค่าที่ใดและนั่นแหละคือจุดประสงค์สำคัญที่นางเลือกแหวนวงนี้ให้หลิงหรงใช้ ต่อให้รูปร่างธรรมดาแต่ทว่าตัวแหวนนั้นมันไม่ธรรมดาเลยเพราะนอกจากมันจะเป็แหวนมิติไม่จำกัดความจุแล้วมันยังเป็สิ่งที่เอาไว้ปกปิดระดับพลังและความสามารถอีกด้วย….
เมื่อไม่มีสิ่งใดเป็สิ่งที่้าแล้วหลิงหรงก็เดินออกจากถ้ำแห่งนั้นทันที โดยที่สิ่งที่นางเก็บเข้าแหวนมิตินั้นมีเพียงของไม่กี่ชิ้นเท่านั้นส่วนที่เหลือนางก็ยังคงเก็บไว้ในถ้ำเช่นเดิม ส่วนตัวขลุ่ยนั้นหลิงหรงก็นำมาห้อยไว้ข้างเอวของนางกับหยกประจำตัวนางที่มีสลักชื่อแซ่เอาไว้ว่า ฟางหลิงหรง ซึ่งมันหยกประจำตัวนี้มันอยู่กับร่างนี้มาั้แ่เด็กน้อยลอยมาตามน้ำแล้วมิเช่นนั้นตายายที่เก็บนางมาเลี้ยงจะรู้ชื่อนางได้อย่างไร
หากทว่าใครสงสัยว่าเพราะเหตุใดถึงรู้ชื่อแซ่ขนาดนั้นเหตุใดถึงไม่ตามหาครอบครัวของเด็กน้อยทำไมถึงเลี้ยงเอาไว้เองนั่นเป็เพราะตัวอักษรเืที่ติดมากับผ้าห่อเด็กนั่นเองว่า ‘โปรดช่วยเลี้ยงดู’ สองตายายที่เป็เพียงชาวบ้านจึงได้แต่เลี้ยงดูเด็กน้อยมาจนเติบใหญ่ด้วยความสงสารและเพราะคิดว่าหากออกตามหาครอบครัวเด็กน้อยพวกตนและเด็กอาจเป็อันตรายก็เป็ได้จึงไม่เคยคิดที่จะออกตามหาอีกเลยจนเกิดเื่….
ตึก ตึก ตึก
“ไป๋เซ่อ เฮยเซ่อพวกเราออกไปด้านนอกกันเถอะ ว่าแต่พวกเ้าออกไปในรูปลักษณ์นี้ผู้คนจะไม่แตกตื่นกันรึ?”หลิงหรงที่เดินออกมาด้านนอกแล้วจึงเอ่ยขึ้น
“แล้วใครว่าพวกข้าจะออกไปกับท่านในสภาพนี้กัน”ไป๋เซ่อเอ่ยขึ้นก่อนที่หลิงหรงจะเห็นว่าจิ้งจอกทั้งสองกลายเป็บุรุษหนึ่งสวมชุดดำผมดำอีกหนึ่งสวมชุดขาวผมขาวยืนแทนที่จิ้งจอกทั้งสองที่หายตัวไป
“เอ๊ะ? พวกเ้าทั้งสองแปลงกายเป็มนุษย์ได้ แล้วเหตุใดก่อนหน้ามิเคยเห็นพวกเ้าแปลงกายสักครั้งกันเล่าปล่อยให้ข้าร่ำเรียนกับร่างจิ้งจอกตั้งนาน ชิ….”หลิงหรงนั้นกล่าวออกมาอย่างน้อยใจพร้อมทั้งพองลมที่แก้มซึ่งมันไม่เข้ากับหน้าของนางเลย
“เพราะพวกเราจะแปลงเป็มนุษย์ได้ก็ต่อเมื่อเ้านายแห่งพันธะมีระดับลมปราณที่ระดับ 10 แล้วนะสิ ท่านก็อย่าได้คิดเล็กคิดน้อยไปเลยแล้วท่านก็อย่างได้ทำหน้าตาเช่นนี้อีกเลยมันไม่ได้ดูดีเลยสักนิด ต่อให้ใบหน้าของท่านงดงามอยู่บ้างแต่หากมองผ่านๆท่านก็ไม่ต่างจากบุรุษดีๆนี่เอง”ไป๋เซ่อกล่าว
“ใช่ ข้าเองก็ได้สอนท่านไปแล้วนิกับการแสดงสีหน้าให้คนอื่นเห็น? เพราะอย่างไรท่านก็เหมือนบุรุษมากกว่าสตรีทั้งรูปร่างและความคิด แล้วการออกไปท่องยุทธภพในฐานะบุรุษย่อมปลอดภัยกว่าท่านจำมิได้รึ จงทำหน้าให้ ‘ตายด้าน’ เข้าไว้หากไม่สนิทสนมท่านอย่าได้แสดงให้ผู้ใดเห็นว่าท่านเป็คนเช่นไร…”เฮยเซ่อกล่าว
“ข้ารู้แล้วน่า แล้วข้าก็ไม่เคยคิดว่าพวกเ้าเป็ผู้อื่นเหตุใดข้าจึงจะแสดงสีหน้าและอารมณ์ออกมาไม่ได้และที่สำคัญที่เ้ากล่าวมามันกำลังตอกย้ำว่าข้าไม่สมควรเป็สตรีทั้งๆที่เกิดมาเป็สตรี เหตุใดข้าถึงได้มีรูปร่างหน้าตาเยี่ยงบุรุษเช่นนี้ นี่ไม่ใช่ว่าข้าได้พ่อมามากเกินไปหรอกนะเหตุใดข้าถึงไม่ได้มาจากแม่บ้าง ทิ้งข้าไม่พอยังให้หน้าตาข้ามาเช่นนี้อีก แล้วชาตินี้ทั้งชาติข้าจะหาสามีได้หรือไม่หน้าหล่อเหลาเสียขนาดนี้ เหอะ”หลิงหรงนั้นไม่ได้จริงจังมากกับคำพูดที่ตนเองเอ่ยออกมาเพราะนางนั้นยอมรับได้นานแล้วเพียงแต่นานพูดเล่นๆเท่านั้น และที่สำคัญนางนั้นยังไม่อยากมีความรักในตอนนี้เพราะสำหรับนางแล้วความรักมิได้จำเป็แต่ประการใด
“ท่านก็รู้ว่าท่านมิได้ถูกทิ้งเหตุใดยังกล่าวเช่นนี้อยู่อีกเล่า แล้วท่านจะตามหาครอบครัวของท่านหรือไม่?”เฮยเซ่อกล่าว
“ข้ารู้แล้วและก็ไม่รู้สิ เอาไว้ให้โชคชะตากำหนดเอาแล้วกันหากมีวาสนาต่อกันย่อมได้พบพาน เอาเป็ว่าตอนนี้พวกเราออกไปข้างนอกกันเถอะข้าอยากออกไปเต็มทีแล้ว”
“ขอรับ/ขอรับ”
วาร์ป~~~~
“ท่านย่อมได้พบเจอพวกเขาแน่นอนเ้าค่ะนายหญิง เพราะนี่คือสิ่งที่ท่านต้องทำเพื่อตอบแทน์ของโลกใบนี้และมันคือชะตาของท่านเอง…”หลิงน้อยได้แต่เพียงคิดในใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกไปให้ใครได้ยิน เพราะนางนั้นกำเนิดมาเพื่อหลิงหรงตายก็เพื่อหลิงหรงไม่มีสิทธิ์กำหนดให้ผู้เป็นายเดินไปในเส้นทางใดทำได้เพียงปกป้องและอยู่เคียงข้างเท่านั้นแม้ผู้เป็นายจะผ่านการเกิดใหม่มากี่ภพกี่ชาติแล้วก็ตาม……
++++++++++++++++++++++++++++++
#หากนักอ่านท่านใดเข้ามาอ่านแล้วขอความกรุณาคอมเม้นท์แสดงความคิดเห็นให้หน่อยนะคะ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าที่แต่งมาจนถึงตอนนี้มันดีแล้วหรือยัง หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะคะ#