“วิหารแห่งนี้คงเป็สถานที่สำคัญโดยแท้มีอาคมโบราณอักขระอยู่มากมายนักเกินปัญญาข้าแท้จริง”ชงหยางที่รออยู่ข้างนอกลอบถอนใจมันเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านอักขระจึงไม่สามารถแก้กับดักอาคมพวกนี้ได้
เมื่อหนิงเฟยหลงเดินเข้าไปในวิหารแล้วเหล่าองครักษ์ที่นำโดยชงหยางก็พากันสำรวจพื้นที่รอบบริเวณวิหารแห่งนี้พื้นที่ของมันกว้างใหญ่มากที่มองดูตอนแรกว่าใหญ่แล้วกลับเทียบไม่ได้กับที่ััได้ตอนนี้พวกมันคำนวณว่าพื้นที่ของวิหารนี้ราวๆสองหมื่นหมู่(1 หมู่= 166.5 ตารางวา หรือ 666 ตารางเมตร) กว่าจะสำรวจโดยละเอียดเดินครบทั้งหมดก็ปาเข้าไปสามวันเต็ม
ชงหยางไม่รู้วิธีที่จะเข้าไปได้จากทางอื่นแล้วจริงๆมันจึงให้ชงหยงเร่งฝีเท้ากลับไปรายงานสถานการณ์ในปัจจุบันพร้อมขอกำลังเสริมกับหนิงเฉิงที่ค่ายทักษิณ
เดิมทีหนิงเฟยหลงให้เก็บเื่ที่ออกมานี้เป็ความลับไม่ให้แจ้งข่าวแก่บิดาตนไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ออกมาเป็แน่ เหล่าองครักษ์จึงไม่ได้แจ้งข่าวออกไปแต่ครั้งนี้เหตุการณ์บานปลายเลยเถิดแล้วหากไม่แจ้งไปคงมีอันตรายมาถึงนายน้อยพวกมันจึงไม่ลังเลที่จะส่งข่าวออกไป
ทันทีที่หนิงเฉิงได้รับข่าวก็สั่งประชุมเหล่าแม่ทัพนายกองหลังแจกแจงงานเสร็จสิ้นก็รีบนำทหารองครักษ์ประจำตัวกว่าร้อยนายออกเดินทางไปยังป่าสมบัติแห่งโชคชะตาทันทีโดยมีชงหยงนำทางมายังวิหาร
หนิงเฉิงนำทัพเร่งมาไม่หยุดพักเสียงฝีเท้าม้าดัง ‘กร็อบ กร็อบ’ ตลอดทาง เกราะเงินกระทบแสงจ้าสว่างไสวผ้าคลุมหลังโบกสะบัดไปกับสายลม ดูสง่าเหมือนดั่งแม่ทัพ์นำทัพมิปานม้าเร่งฝีเท้าไม่หยุดจวบจนมาถึงเขตป่าสมบัติแห่งโชคชะตาจึงต้องชะลอฝีเท้าลงม้าของพวกมันคือยอดอาชาทั้งนั้นเดินทางได้เป็พันเป็หมื่นลี้(1 ลี้=500 เมตร)ต่อจากนี้การเดินทางด้วยม้าไม่สะดวกแล้วจำเป็ต้องเดินทางด้วยเท้า
บุรุษร่างใหญ่สูงล่ำเดินนำหน้าทหารเข้าไปในป่าย่างเท้าเพียงก้าวเดียวก็เหมือนคนปกติก้าวเดินไปหลายก้าว ระหว่างก็ได้สังหารสัตว์อสูรมากมายองครักษ์ที่ตามมาทั้งหมดนั้นล้วนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแดนพลังทั้งสิ้นการต่อสู้กับสัตว์อสูรแทบเป็กิจวัตรประจำวันของพวกมันเมื่ออยู่ที่ชายแดนใต้สัตว์อสูรั้แ่ขั้นสามลงมาจึงไม่ใช่คู่มือของพวกมัน
..........
“ในขั้นตอนนี้เ้าจะเ็ปสักหน่อยหากทนไม่ไหวให้บอกข้าเข้าใจหรือไม่?” ปักษาเพลิงกล่าวกำชับเตือนอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มรวบรวมพลังหนิงเฟยหลงพยักหน้าตอบรับและหลับตาลงทำใจให้สงบ
สตรีอาภรณ์แดงผู้สูงศักดิ์แผ่รัศมีที่ปิดบังออกเพลิงสีชาดลุกโหมกระหน่ำดุจพายุพวยพุ่งออกมาเสียงะเิแหวกอากาศดัง “ปึง ปัง!” ไม่หยุด เพลิงสีชาดเข้มข้นเรื่อยๆนางคืนร่างกลับเป็ปักษาเพลิงตัวสูงใหญ่
พลังของปักษาเพลิงเริ่มฟื้นคืนคงที่แล้วจึงทำการดูดกลืนพลังของฟ้าดินเพิ่มก่อนจะเริ่มนางได้สร้างปราณคุ้มกันให้กับชายหนุ่ม พลังแห่งฟ้าดินโดนดูดเข้ายังร่างของปักษาเพลิงรวดเร็วดุจพายุคลั่ง! มวลอากาศเกิดบิดเบี้ยว สร้างความอึดอัดและแรงกดดันให้กับสิ่งมีชีวิตในระยะยี่สิบลี้เป็อย่างมาก
พลังแห่งฟ้าดินจำนวนมากถูกดูดกลืนเข้ามาไม่มีท่าว่าจะหยุดลงวิหารปักษาเพลิงบัดนี้ดุจศูนย์กลางหลุมแห่งการกลืนกินที่ไม่สิ้นสุด! สัตว์อสูรต่างแตกตื่นไปหมดสัตว์อสูรระดับสี่หนีไปยังถิ่นของสัตว์อสูรระดับสาม ทำให้เกิดการต่อสู้อย่างอลหม่านไปทั่วป่าสมบัติแห่งโชคชะตา
พวกของชงหยางก็ได้รับผลกระทบไปด้วยต้องหาที่หลบภัยพวกมันไม่มีทางเลือกจึงต้องรีบวิ่งเข้าไปยังวิหารนั่นเป็ที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ที่สุดในตอนนี้“พี่ชงหยางเราจะเข้าไปในนั้นจริงหรือ?” ชงเป่าแสดงสีหน้าวิตก
“เรามาวัดดวงกันเถอะหากเราอยู่ที่นี่ต่ออย่างไรเราก็ต้องตายสู้ลองเข้าไปภายในตอนนี้ดูดีกว่าหวังว่ากับดักอาคมจะไม่ทำงาน"
ชงหยางจับมือชงเป่าขณะวิ่งเข้าไปในวิหารสร้างปราณหยวนป้องกันร่างกายขึ้นมาเป็ชั้นๆก่อนเข้าไปพลังฟ้าดินที่โหมกระหน่ำเข้าในวิหารได้ซัดเข้าที่พวกของชงหยาง ปราณพลังที่สร้างเป็ชั้นๆแตกกระจายอย่างรวดเร็วชงหยางและชงเป่าปลิวกระเด็นไปตามพลังฟ้าดินเข้าไปในวิหาร
ทั้งสองรอดจากกับดักอาคมอย่างปลอดภัยก็จริงแต่ก็ต้องรักษาตัวอย่างอาการาเ็เมื่อสักครู่ที่โดนพลังฟ้าดินโจมตีอย่างหนักถึงจะไม่สลายเป็จุนเหมือนโดนกับดักเพลิงแต่ก็ทำให้าเ็สาหัสนอนหมอบหมดสติไปทั้งคู่ตามซอกวิหารส่วนที่พลังฟ้าดินไม่พัดพากระหน่ำไป
พลังของปักษาเพลิงเริ่มได้ที่นางแปรเปลี่ยนพลังฟ้าดินให้เป็พลังบริสุทธิ์ทั้งหมดนางใช้วิธีกลั่นพลังฟ้าดินด้วยเพลิงสีชาดทำให้พลังฟ้าดินนั้นบริสุทธิ์มากขึ้นจนสามารถใช้ทะลวงเส้นลมปราณได้อย่างปลอดภัยที่สุด
“ตอนนี้ข้าพร้อมแล้วตั้งสติให้มั่น ััทั้งหมดให้จดจ่ออยู่ที่เส้นลมปราณเส้นที่หนึ่งของเ้า”พูดจบพลังบริสุทธิ์ก็แทรกซึมเข้าสู่ร่างของชายหนุ่ม เกิดอาการปวดแสบร้อนไปทั้งตัว
“อ๊ากก!!...นี่มันความเ็ปอะไรกัน....ทำไมถึง........เ็ปเช่นนี้!!!!” สีหน้าเต็มไปด้วยความเ็ปมันเกร็งไปทั้งตัว แทบอยากจะแผดเสียงะโออกมา แต่ก็ทำได้แค่แผดเสียงร้องอยู่ในใจตอนนี้มันต้องใช้สมาธิอย่างสูงจะให้มาเสียสมาธิกับเื่นี้ไม่ได้
หนิงเฟยหลงเ็ปอยู่สักพักร่างกายก็ค่อยๆกลับมาดังเดิมแต่แล้วจู่ๆพลังงานบริสุทธิ์ก็ค่อยๆเย็นขึ้นจนน่าใชายหนุ่มเริ่มหน้าซีดตัวสั่นงันงกเหมือนกับคนโดนเ้าเข้าไม่นานนักการสั่นไหวก็หยุดลง ตัวของมันในตอนนี้เย็นเฉียบไอเย็นลอยขึ้นทั่วทั้งห้อง
พลังงานบริสุทธิ์แปรสภาพกลับมาร้อนดุจเพลิงกัลป์อีกครั้งระหว่างเปลี่ยนสภาพก็ให้เวลาหนิงเฟยหลงปรับตัวอยู่หนึ่งชั่วยามก่อนแปรเปลี่ยนสลับต่อสลับอย่างนี้ไปมา
“น่าจะพร้อมแล้วครั้งนี้จะเ็ปมากกว่าเดิมระวังให้ดี!”พลังบริสุทธิ์สลายสภาพร้อนกลับเป็สภาพปกติพุ่งเข้าใส่ร่างของชายหนุ่มไปยังเส้นลมปราณเส้นที่หนี่งจากนั้นก็ทำลายสิ่งอุดตันในทันที
ครืด!
“อ๊ากก!!!!” ชายหนุ่มทนเจ็บไม่ไหวแผดเสียงร้องลั่นห้อง “เจ็บ...เ็ปเหลือเกิน!!” มันร้องอยู่เป็เวลานานจึงหยุดลง สีหน้าของชายหนุ่มซีดเผือด
“พรวด!” โลหิตพุ่งออกมา