เกือบสองวันแล้วที่เขาออกเดินทางออกมาจากอาศรมของพระอาจารย์เพื่อมุ่งหน้าไปไตรเหมันต์
เส้นทางที่เขาเดินทางนั้นเป็เส้นทางที่ไม่เคยมีใครเข้ามาซึ่งนั่นก็ทำให้การเดินทางของเขายากขึ้นเป็เท่าตัว แต่ยังดีที่เส้นทางเดินของเขาไม่ห่างจากเส้นทางหลักที่ผู้เล่นมักใช้กันประจำนักเพียงแค่เดินทางไปอีกสักหน่อยก็จะกลับเข้าเส้นทางปกติได้ไม่ยาก ขอแค่เพียงอดทนอีกไม่กี่วันเท่านั้น
แต่ตอนนี้เขาคงจะต้องหวาดระแวงจากเหล่าสัตว์อสูรมากหน้าหลายตาที่คอยจ้องแต่จะเอาชีวิตเขาไปก่อนเพราะแม้จะผ่านมาไม่ถึงสองวัน แต่ระหว่างทางนั้นเขาต้องหลบหนีจากสัตว์อสูรเลเวลสูงถึงห้าครั้งยังดีที่เขามีเวทมนตร์ให้ใช้เต็มสาย เพราะถ้าหากเปลี่ยนจากวิฬาร์เป็คนอื่นเกรงว่ามีเก้าชีวิตก็ไม่พอใช้ นี่ยังไม่รวมไปถึงสภาพแวดล้อมของภูมิประเทศรอบด้านที่เริ่มลดอุณหภูมิต่ำลงสวนทางกับเส้นทางที่เริ่มลาดชันขึ้นทุกขณะ แต่ยังดีที่บริเวณนี้มีต้นไม้ขึ้นอยู่ไม่น้อยจึงช่วยให้พออาศัยเป็ฟืนยามกลางคืนได้บ้าง
ชื่อว่าเมืองไตรเหมันต์นี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอยๆ เหตุเพราะเมืองนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาศิศีระที่ทอดตัวยาวตลอดแนวทวีปฝั่งตะวันออกคล้ายกับจะเป็กำแพงกั้นเส้นทางสู่ฟากตะวันตกและด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเกือบสี่พันเมตรก็ทำให้ไตรเหมันต์มีเพียงสามฤดูตลอดทั้งปี คือหนาว หนาวมาก และหนาวสุดๆ
ยังดีที่ท่านฤๅษีให้ไอเทมกันหนาวประเภทเสื้อคลุมเวทมาด้วยสองชุดเขาเลยไม่ถึงกับเดือดร้อนมากนัก
เมื่อเวลาพลบค่ำเริ่มมาถึงวิฬาร์ที่กำลังเดินทางก็เริ่มส่ายสายตามองหาที่พักของคืนนี้แต่สำหรับภูมิประเทศเชิงเขาเขตหนาว ก็ทำให้หาที่หลบลมหนาวยามค่ำคืนได้ค่อนข้างยากแต่ยังนับว่าโชคดีที่ยังมีต้นไม้จำพวกสนเหลืออยู่อย่างเหลือเฟือ พอที่จะเป็เชื้อเพลิงกันหนาวให้กับเขาได้เป็อย่างดี
แซ่กกก…
เขาหันขวับไปที่ต้นเสียงพร้อมชักหอกไม้ที่ใช้เป็ไม้เท้ามาตลอดทางขึ้นมาไว้ในมือทันที
ความเป็อยู่ทางกลางคมเขี้ยวตลอดหลายวันมานี้ช่วยลับประสาทของเขาให้เฉียบคมและตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้นรวมถึงเพิ่มระดับทักษะหลายๆ อย่างอีกไม่น้อย
แกว๊กกก…
เสียงคล้ายกับสัตว์กลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างดังเสียงแ่อยู่ไกลๆเขาจึงค่อยๆ สืบเท้าเข้าไปหาพุ่มไม้กอหนึ่งเพื่อเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง
และเมื่อวิฬาร์เดินเข้าไปถึงพุ่มไม้แล้วเพ่งตาดูดีๆก็เห็นสัตว์อสูรประเภทนกตัวหนึ่งที่มีขนาดราวเครื่องบินขนาดเล็กกำลังถูกฝูงแมวป่าหลายตัวรุมทำร้าย ในท่าทางสภาพาเ็สาหัส เดาออกได้ไม่ยากว่ามันคงทนได้อีกไม่นานเพราะถูกฝูงแมวป่าเข้ารุมอย่างเป็ระบบจนนกั์ตัวนั้นตอบโต้แทบไม่ได้ประเมินจากสายตาหยาบๆ แล้ว รูปแบบการโจมตีของสัตว์อสูรกลุ่มนี้ ยังเหนือชั้นกว่าพวกคมวายุเป็ไหนๆ
แต่นั่นก็ยิ่งทำให้วิฬาร์ยิ่งแปลกใจว่าทำไมฝั่งที่น่าจะได้เปรียบอย่างนกั์ ถึงพยายามลงมาสู้ในพื้นที่ที่เสียเปรียบอย่างบนพื้นดิน
และเมื่อกวาดสายตาไปอีกมุมหนึ่งก็เหมือนจะพบสาเหตุของการต่อสู้ครั้งนี้
มีแมวป่าสองสามตัวป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณขาของเ้านกั์ตัวนั้นพยายามที่จะแย่งไข่ฟองใหญ่สองสามใบส่วนเ้านกั์ก็แสดงท่าทีปกป้องอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงพยายามจะหาช่องว่างเพื่อหยิบไข่แล้วบินหนีไปแต่เมื่อมันได้จังหวะทีไร ฝูงแมวป่าก็จะรีบโผเข้ามากัดส่วนขาของมันเอาไว้ทันทีทำให้มันไม่สามารถออกตัวเพื่อหลบหนีได้
“คงต้องเข้าไปแจมสักหน่อยแล้ว”ในเมื่อเป็สัตว์อสูร ดังนั้น ถึงใช้หอกเวทวชิระไปก็ไม่มีแมวตัวไหนไปปากโป้งบอกผู้เล่นคนอื่นได้ว่าเขามีอาวุธชิ้นนี้อยู่ใน และนี่เป็โอกาสอันดีที่เขาจะฉวยโอกาสอัปเลเวลได้ด้วยวิฬาร์ย่อมไม่ปล่อยมันไปง่ายๆ
เขาดึงหอกเวทวชิระออกมาจากหน้าต่างระบบกระชับอาวุธเล่มใหม่ในมือ แล้วพุ่งตัวเข้าสู่สมรภูมิทันที
“ผู้เล่นวิฬารพบแมวป่าหิมะเลเวล 30 จำนวน 15 ตัว”
“ผู้เล่นวิฬาร์พบาาอินทรีเนตรเพลิงเลเวล 80 จำนวน 1 ตัว”
เมื่อได้ยินเสียงของระบบแจ้งถึงระดับเลเวลของสัตว์อสูรพวกนี้วิฬาร์กลับรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาทันควัน เพราะยิ่งอยู่ในเกมนี้นานเท่าไหร่ก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะกระจอกอยู่ตลอดเวลา
ไหนครั้งก่อนจะไปเจอกับพระอาจารย์ที่มีเลเวล350
ครั้งนี้ยังมาเจอสัตว์อสูรที่เลเวลเยอะกว่าตัวเองอีก่ใหญ่
‘เมื่อไหร่จะได้เจอตัวอะไรที่ไม่ฝืนแรงบ้างนะ’
ถึงแม้ว่าด้วยระดับทักษะเวทมนตร์และพลังเวทมนตร์จำนวนมากที่เขามีตอนนี้จะพอช่วยให้สามารถสู้ข้ามเลเวลได้ไม่ยาก แต่ด้วยค่าสถานะพื้นฐานของเขาที่ยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็ยังทำให้เขาต้องเป็กังวลอยู่บ้าง เพราะถ้าเกิดพลาดโดนโจมตีขั้นมาสักสามสี่ครั้งละก็อาจจะได้ตั๋วเที่ยวเดียวไปพบกับยมบาลเอาง่ายๆ
เปรี้ยง!
วิฬาร์ฉวยโอกาสที่ตัวเองยังไม่เผยตัวหลอมเหลนอัคคีผสานเวทขึ้นมาสี่เล่มแล้วโจมตีใส่แมวป่าที่ใกล้ที่สุด สองเท้าก้าวขึ้นหน้าบนพื้นพลันลุกด้วยเปลวเพลิง ใช้ออกด้วยพลังธาตุไฟที่เขาช่ำชองที่สุด
สามในสี่ตัวที่โดนเหลนอัคคีเข้าไปตายสนิททันทีเพราะาเ็อยู่ก่อนแล้วส่วนอีกตัวกระโจนหนีทันพอดี จึงแค่เฉี่ยวบริเวณขาหลังไปเท่านั้น แต่เพราะบนพื้นมีอาณาเขตไฟครอบอยู่ก่อนพวกมันจึงโดนดาเมจไฟไหม้เพิ่มเข้าไปด้วย
แมวป่าตัวนั้นถูกคมหอกเวทเพลิงกรีดใส่จนมันกระเด็นออกไปไกลสี่ห้าวามันลุกขึ้นมาจ้องด้วยดวงตาวาวโรจน์ก่อนจะคำรามเรียกพวกที่อยู่ใกล้อีกสองตัวแล้วกระโจนเข้ามาร่วมวงไพบูลย์อย่างดุร้าย เล็บคมกริบกรีดผ่านอากาศด้วยเสียงเสียดหูถ้าหากโดนเข้าไปละก็ คงถากเืเขาออกไปชุดใหญ่แน่ๆ
เมื่อเห็นดังนั้นวิฬาร์ก็รีบตั้งสมาธิ เรียกความทรงจำเกี่ยวกับกระบวนท่าของการใช้หอกที่เขาเรียนขึ้นมาในสมองทันทีกระแสเวทโคจรไปที่สองแขนอย่างรวดเร็ว แต่เพราะเพิ่งหัดได้ไม่นานจึงส่งผลให้การตอบสนองช้าไปครึ่งจังหวะ
ความจริงแล้วหากเป็วิฬาร์ใน่ก่อนที่จะเรียนวิชาหอก เขาคงหาอาวุธใกล้ตัวเท่าที่มี ซึ่งก็คงเป็มีดสั้นเ้าเก่าขึ้นมาใช้งานเช่นเคยและนั่นก็คงจะส่งผลให้วิฬาร์ไม่รับการโจมตีพลาดอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นในอึดใจข้างหน้านี้
ทว่า การใช้หอกก็ทำให้เกิดเส้นทางที่แตกต่างไปจากเดิมเช่นกัน
ครั้งหนึ่งวิฬาร์เคยถามคำถามกับพระอาจารย์ว่านอกจากวิชาหอกแล้ว ท่านยังสอนวิชาอื่นให้กับเขาได้บ้างไหม?
และคำตอบก็คือได้
ฤๅษีแทบทุกตนต่างมีเป็ยอดฝีมือของวิชาแขนงต่างๆและกว่าแต่ละท่านจะเดินทางผ่านเส้นทางของการแสวงหาความรู้จนก่อกำเนิดความเป็ปรมาจารย์ขึ้นมาได้ก็ย่อมจะต้องผ่านการเรียนรู้วิชามามากมายเหลือคณานับ ดังนั้นไม่ว่าวิชาใดท่านก็สอนให้ได้ทั้งนั้น
เพียงแต่ว่าสำหรับเขาแล้วพระอาจารย์บอกว่า หลังจากการเฝ้าดูวิธีเคลื่อนไหวร่างกายของเขาอยู่สามวันก่อนจะสอนวิชาให้ก็พบว่าร่างกายของเขาเหมาะกับการฝึกวิชาหอกมากกว่าอาวุธอื่นๆจึงได้เลือกที่จะประสิทธิ์วิชานี้ให้กับวิฬาร์
แรกเริ่มเดิมทีที่เขาได้ััหอกมันก็ให้ความรู้สึกเก้งก้าง ไม่ถนัดมือ และหนักมาก ไม่ว่าจะจับอย่างไรก็ยังให้ความรู้สึกขัดแย้งไปหมด
แต่หลังจากฝึกกับพระอาจารย์อย่างหนักหน่วงเป็เวลานานวันเข้าเขากลับรู้สึกเหมือนกำลังได้รับการเติมเต็มด้วยอะไรบางอย่างจากหอกในมือ
จนมาถึงตอนนี้เขาก็เริ่มจะติดใจการใช้หอกมากขึ้นทุกทีๆ จนมีความตั้งใจจะใช้หอกเป็อาวุธประจำตัวให้ได้
และการตอบสนองที่ช้าลงครึ่งจังหวะทำให้วิฬาร์ใช้คมหอกปัดการโจมตีจากแมวป่าหิมะตัวแรกและตัวที่สองไปได้ ทว่าอีกตัวที่กระโจนมาไล่ๆกันนั้น กลับฝ่าแนวป้องกันของหอกมาจนเกือบถึงตัวเขาแล้ว
แต่นั่นไม่ได้ทำให้วิฬาร์ร้อนใจแต่อย่างใด
เพราะหอกไม่ใช่อาวุธเพียงอย่างเดียวที่วิฬาร์มี
ธาตุเวทระดับล่างหอกเวทดิน
หอกเวทสองเล่มพุ่งขึ้นมาจากพื้นในมุมที่แมวป่าตัวนั้นไม่สามารถหลบพ้นมันแทงสวบเข้าไปกลางลำตัวทันทีที่ปะทะร่าง หยุดการเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรตัวนั้นลงในทันทีเปิดโอกาสให้วิฬาร์ฉกฉวยได้โดยง่าย
ธาตุเวทระดับล่างหอกเวทเพลิง
ประทับ
หอกเวทที่เดิมมักจะใช้เขวี้ยงเพื่อโจมตีเป้าหมายถูกประทับลงบนหอกเวทวชิระของเขา มันเรืองแสงสีแดงและแผ่ซ่านไอร้อนออกมาวิฬาร์เองก็ไม่รอช้า ตวัดปลายหอกตัดคอแมวป่าผู้โชคร้ายที่ถูกหอกเวทดินของเขาสยบไว้เมื่อครู่จนตายในพริบตา
ทันใดนั้นแมวป่าตัวหนึ่งที่กำลังมองหาจังหวะโจมตีพลันกระโจนเข้าใส่เขา
วิฬาร์ที่จับจ้องอยู่ก็เกร็งกำลังแขนเร่งจังหวะหมุนของหอกขึ้นครึ่งรอบแล้วฟาดลงกลางลำตัวของมันอย่างถนัดถนี่จนแมวป่าหิมะที่าเ็จากการต่อสู้กับอินทรีเนตรเพลิงตัวนั้นถึงกับตัวขาดครึ่งกระเด็นลงไปนอนจมกองเือีกตัว
แมวป่าอีกหลายตัวที่เห็นดังนั้นก็คำรามก้องพุ่งเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต ส่งผลให้วงล้อมที่กดดันอินทรีเนตรเพลิงอยู่คลายตัวลง
เ้านกั์ร้องเสียงดังก่อนรวมกำลังเฮือกสุดท้ายทั้งๆที่ร่างโชกไปด้วยเื ดวงตาเปลี่ยนเป็สีดำสนิทท้องฟ้ายามเย็นที่ใสกระจ่างพลันปรากฏแสงวิบวับพร่างพราย
พร้อมกันนั้นเสียงวัตถุบางอย่างแหวกอากาศก็ดังขึ้นเหนือหัวของวิฬาร์
เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหนักใจท่าโจมตีวงกว้างระดับนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็เวทมนตร์สายดาราเวท ดูท่าอินทรีเนตรเพลิงคิดจะกวาดล้างศัตรูของมันทั้งหมดไปในท่าเดียว
จุดเด่นของดาราเวทคือพลังในการโจมตีเป็วงกว้างเหมาะกับการโจมตีแบบสังหารหมู่เพียงแต่จุดด้อยของมันคือพลังโจมตีไม่มากนักเมื่อเทียบกับเวทโจมตีสายอื่นในระดับที่เท่ากันไม่อย่างนั้น ถ้าตีกว้างแล้วยังตีแรงอีก เกมก็คงจะขาดสมดุลจนเกินไป
เขาตวัดด้ามหอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างแมวป่าตัวที่ใกล้ที่สุดอย่างรุนแรงแล้วย่อตัวลงจนเข่าชิดพื้นไม่สนใจการโจมตีที่เหลือ
เพียงหายใจเข้าออกหนึ่งครั้งพลังเวทมนตร์ก็เอ่อล้นไปทั่วพื้นที่เขาเหยียบอยู่ ลากเอาพื้นดินเบื้องล่างขึ้นมาประกบเป็พีระมิดขนาดจิ๋วปกป้องตัวเองไว้จากการโจมตีทั้งมวลเสริมด้วยเวทอีกสองสามอย่างเพื่อเพิ่มพลังป้องกัน
เบื้องนอกเกราะกำบังจู่ๆ ก็มีลำแสงสีทองขนาดมหึมาเส้นหนึ่ง พุ่งตรงลงมาจากท้องฟ้า
มันพุ่งกระแทกพื้นจนะเิออกเป็หลุมบ่อก่อนจะแตกตัวเป็เส้นเล็กๆ ขนาดต้นขาผู้ใหญ่ วิ่งวนซ้ายเวียนขวาอย่างไร้ระเบียบไปทั่วพื้นที่กวาดเอาร่างของแมวป่าที่หนีไม่ทันจนกลายเป็เศษเนื้อเลอะเลือนในพริบตา
พีระมิดดินของวิฬาร์เองก็โดนหางเลขไปด้วยแต่เพราะเขาเตรียมตัวเอาไว้ก่อน จึงไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อยเพียงแต่พลังเวทมนตร์ลดไปหอบใหญ่
คราวนี้แมวป่าหิมะหลายตัวที่ยังรอดชีวิตเริ่มหวาดเกรงอินทรีเนตรเพลิงจึงพยายามเว้นระยะห่างมากขึ้น จากนั้น เมื่อเห็นวิฬาร์ที่ทลายเกราะออกมา มันจึงเปลี่ยนเป้าหมายมายังวิฬาร์ที่ดูอ่อนแอกว่าแทนพวกมันพ่นละอองน้ำแข็งที่ผนึกตัวจนเป็ลิ่ม หมายจะทำร้ายเขา
แต่วิฬาร์ไม่ได้หวาดเกรงจำนวนอันน้อยนิดของแมวป่าที่อยู่ตรงหน้าเขาเสกเวทง่ายๆ ขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง
ธาตุเวทระดับล่างกำแพงเวทดิน
กำแพงสีน้ำตาลก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วป้องกันคมน้ำแข็งส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่ก็มีบางส่วนที่สามารถทะลุกำแพงมาโดนตัวจนเกิดอาการาเ็
อั่ก!
ทันทีที่วิฬาร์เสียสมาธิแมวป่าตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาทำร้ายเขา
และด้วยความสามารถของเลเวลที่ต่างชั้นกับเท่าตัวก็เรียกเืก้อนหนึ่งได้จากเขาทันที
ธาตุเวทระดับล่างบอลเวทแสง
ผสานเวทมนตร์ธาตุแสงระดับกลางทิวาลับขอบฟ้า จันทราสาดแสง เดือนเคียงดาว
เนื่องจากคราวนี้มีศัตรูเป็จำนวนมากทำให้วิฬาร์ไม่จำเป็ต้องควบคุมจังหวะการะเิเหมือนกับตอนที่สู้กับหนอนถ้ำอีกทั้งสัตว์พวกนี้ยังพึ่งพาดวงตาเป็อย่างมากในการต่อสู้เวลายามเย็นเช่นนี้ยิ่งส่งผลให้ะเิแฟลชจากเวทมนตร์ของเขาทวีอานุภาพรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ทันทีที่เวทะเิตัวเองสัตว์อสูรทั้งหมดก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ฟาดงวงฟาดงาอย่างไรทิศทางส่วนวิฬาร์ที่ตั้งท่ารออยู่ก่อน ก็รีบใช้หอกในมือผสานเวทมนตร์และทักษะสังหารแมวป่าหิมะตัวที่อ่อนแอที่สุดไปได้ถึงสองตัวในเวลาเพียงอึดใจเดียว
เมื่อถูกโจมตีจนพลาดท่าติดต่อกันหลายยกแมวป่าพวกที่เหลือก็เริ่มพากันถอยหนีจนเห็นเพียงเงาหลังไวๆ ในพริบตา
ทั่วพื้นที่กลาดเกลื่อนไปด้วยกองไอเทมจากซากสัตว์อสูรแมวป่ารวมถึงรอยเืและร่องรอยของเวทมนตร์ แต่วิฬาร์ไม่ได้สนใจเขาเดินเข้าไปดูอินทรีเนตรเพลิงอย่างระมัดระวัง
ดูเหมือนว่าหลังจากะเิพลังเวทเมื่อครู่ก็เป็เพียงการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของมันแล้ว
แต่แม้จะไม่สามารถขยับตัวได้มันก็พยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะขยับร่างแม้เพียงเล็กน้อยเพื่อให้เข้าใกล้ไข่ที่มันพยายามปกป้องทั้งสามใบ
แม้ว่าบัดนี้จะเหลือเพียงใบเดียวที่ยังสมบูรณ์