เหตุการณ์เมื่อเช้าทำให้ฉันล้มทั้งยืน เดินโซซัดโซเซไปยังห้องเรียน ฉันรู้สึกกลัวพี่ยอร์ซขึ้นมานิดๆ ไม่เคยคิดเลยว่า คนที่ไม่เคยมีแฟน ปฎิเสธความรักของคนอื่น เยือกเย็น ไม่เคยแคร์ใครอย่างพี่ยอร์ซ พอได้โดนปฎิเสธ กลับไม่พอใจ แต่ีกใจฉันก็ยังชอบเขาอยู่ โอ้ยยย...ทำไงดีล่ะทีนี้
ฉันนั่งเหม่อตลอดทั้งวัน ไม่มีสมาธิในการเรียนเลย ทำให้เมียวนิลมองเห็นความผิดสังเกตุ เธอจึงชวนฉันไปกินน้ำแข็งใสหลังโรงเรียน เธอมักบอกเสมอว่า ถ้าเราเครียดหรือมีเรื่องกุ้มใจก็ต้องหาของหวานกิน แล้วอารมณ์มันจะดีขึ้นมาเอง
ฉันได้มาร้านน้ำแข็งกับเมียวนิลแค่สองคน ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะมีเหยียนซินคอยเดินตามฉันไปทุกที แต่ด้วยเหตุการณ์ที่โรงอาหารทำให้ฉันไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย
"โมจิ เธอเหม่อมาทั้งวันเลยน่ะ อย่าบอกน่ะว่า คิดถึงรอยจูบของเหยียนซินน่ะ" แล้วเธอก็ทำหน้าทะเล้น
"ไม่ใช่ซะหน่อย ฉันแค่คิดเรื่องพี่ยอร์ซต่างหากล่ะ" เมียวนิลก็เขยิบเกาอี้มานั่งข้างฉัน เธอนี่สนใจเรื่องพี่ยอร์ซกับฉันจริงๆน่ะเนี่ย
"ทำไม เกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับพี่ยอร์ซสุดหล่อหรอ ให้ฉันเดาน่ะ เธอโดนพี่เขาปฎิเสธอีกแล้วใช่ม่ะ เพราะฉันเห็นหลังๆมานี้ เธอไม่เห็นไปป่วนพี่ยอร์ซเหมือนแต่ก่อน" เธอนี่ช่างเดาจริงๆ แถมเดาผิดหมดเลย ฉันจะบอกเธอดีไหมว่าเราจูบกันแล้ว คิดแล้วไม่บอกดีกว่า เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่
ฉันพยายามทำให้เธอเชื่อว่าฉันถูกปฎิเสธจริงๆ แล้วเธอก็เชื่อแบบนั้นจริงๆน่ะ ขอโทษนะเมียวนิล ฉันไม่อยากทำแบบนี้ แต่มันจำเป็น
วันนี้วันศุกร์ ฉันเห็นพี่ยอร์ซยืนคุยกับเพื่อนที่หน้าตึกA ฉันจึงรีบเดินแล้วเอากระเป๋าบังหน้าไว้ ทำไมต้องหลบหน้าที่เขาด้วยล่ะเนี่ย กลัวอะไรโมจิ เขาเป็นคนที่เธอชอบน่ะ แล้วฉันก็ค่อยๆลดกระเป๋าลง พร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อที่จะเดินผ่านกลุ่มพี่ยอร์ซ
แต่แล้วความซวยก็มาเยือน ตาเหยียนซินมายืนขวางหน้าฉัน เขามาขอโทษขอโพยฉันใหญ่เลย ที่ทำให้ฉันอับอายที่โรงอาหารวันนั้น แต่เพื่อรักษามิตรภาพความเป็นเพื่อนของเรา เขายอมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นกับฉันอีก ฉันยิ้ม และยอมรับคำขอโทษ ส่วนพี่ยอร์ซหรอ ไม่รู้สิ ไม่สนแล้ว จะให้เลิกคบเพื่อนไม่ได้หรอกน่ะ
พอฉันยอมยกโทษให้ พวกเราก็กลับมาสนิทกันเหมือนเดิม แต่ฉันว่าเหยียนซินคงเลิกชอบฉันไมไ่ได้หรอก เพราะขนาดฉันยังเลิกชอบพี่ยอร์ซไม่ได้เลย
หลังจากวันนั้น เหยียนซินก็กลับมาร่าเริง แต่ที่แปลกกว่าทุกครั้งคือ เขามักดูแลฉันดีกว่าเมื่อก่อน คอยช่วยเหลือทุกอย่างแถมเวลากลับบ้าน เขาก็อาสาเดินไปส่ง แต่ฉันก็ปล่อยเขาน่ะ เพราะคิดว่าเขาคงมีความสุขที่ได้ทำแบบนี้ให้ฉัน แถม เขาก็มาอยู่ที่นี่แค่เวลาสั้นๆ เดี๋ยวก็กลับประเทศ ฉันเลยไม่ค่อยสนใจอะไรมากเท่าไหร่
ใกล้ถึงสอบกลางภาคแล้ว ฉันต้องขยันอ่านหนังสือให้มากกว่านี้ ฉันจึงใช่เวลาหลังเลิกเรียนไปเก็บตัวอยู่ที่ห้องสมุด ไม่คิดเลยว่า การมาห้องสมุดครั้งแรกของฉัน ทำให้เด็กหัวกะทิแปลกใจ ถึงฉันจะอยู่ห้องบ๊วย แต่ถ้าขยันหน่อยฉันก็สามารถเรียนห้องดีๆเหมือนพวกนั้นได้
ฉันอยากสอบได้คะแนนดีๆ เพื่อที่เวลาได้คบกับพี่ยอร์ซ พี่เขาจะได้ไม่อายใคร แต่ด้วยความหัวขี้เลื่อย จึงทำให้การอ่านหนังสือมักมีอุปสรรคมากมาย ฉันไม่สามารถอ่านเกินสองหน้าก็หลับแล้ว สุดท้ายฉันก็เผลอหลับไปจนได้
อื้อ~~~~~~ ฉันสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆก็เห็นว่าไฟปิดหมดแล้ว แอร์ก็ไม่มี แล้วพวกกลุ่มนักเรียนก็ไม่อยู่กันด้วย ตายแล้วนี่เราเผลอหลับไปนานเลยหรอ ทำไงดีล่ะ จากนั้นฉันก็รีบลุกยืน แต่แล้วก็มีมือปริศนาคว้ามือฉันไว้
ว้าย!? ฉันไม่กล้าที่จะร้องดังออกมา ผะ..ผีหรอ มือใครกันมาจับฉันไหว แล้วฉันก็ค่อยๆก้มลงมอง เอ๊ะ!? พี่ยอร์ซหรอ เขาได้เอามือดึงฉันนั่งลง พร้อมกดหัวฉันให้นอนอยู่ข้างเขา รอบนี้เขาทำเบามือจังเลย แลดูอบอุ่นอย่งบอกไม่ถูก เหมือนเขาจะรู้สึกผิดที่ทำให้ฉันกลัว แต่ที่แปลกคือ เขามานอนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เรานอนบนโต๊ะอ่านหนังสืออยู่นาน ฉันเพิ่งรู้ตัวว่า นี่มันดึกแล้ว โรงเรียนก็ปิดแล้วนิ เรานอนในห้องสมุดแค่สองคนอีก เกิดมีคนเห้นขึ้นมาจะทำยังไง ฉันคิดไปคิดมา จึงตัดสินใจลุกยืนอีกครั้ง เพื่อที่จะไปยังประตู
"เธออยู่เฉยๆกับเขาเป็นไหมเนี่ย" นี่พี่ยอร์ซตื่นแล้วหรอ ฉันทำให้เขาตื่นใช่ไหม
"ฉันว่า เราควรกลับได้แล้วน่ะ ห้องสมุดอาจจะยังไม่ล๊อค เรารีบไปก่อนที่มันจะล๊อคเถอะ" แล้วพี่ยอร์ซก็ค่อยๆยกตัวเองขึ้นมาจากโต๊ะ "เขาล๊อคไปเรียบร้อยแล้ว เธอโง่หรือไง" พี่ยอร์ซมองหน้าฉัน แล้วดึงฉันลงไปนั่งข้างเขา
"แต่ว่า..." แล้วเขาก็เอาหัวมาพิงที่ไหล่ฉัน เพื่อให้ฉันหยุดพูด ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมาเห็นแล้วเอาไปนินทา เดี๋ยวพี่ยอร์ซจะเสียหาย แต่อีกใจฉันก็ว่านี่เป็นโอกาสที่ดีเลยน่ะ ที่เราจะได้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น มีความสุขจัง แล้วเราก็พากันหลับในสภาพแบบนั้นทั้งคืน...